แค่...ถ้อยคำจากสติ๊กเกอร์ที่ติดอารมณ์ขัน แกมหยอกเย้า ได้ทำให้การเดินทางร่วมกันในรถสาธารณะราบรื่น สะดวก และรื่นรมย์ขึ้นมาอีกอักโข

ที่มา:ไม่แน่ใจว่าจะเป็น..ดอกกันภัย หรือไม่...จากสวนพฤกษชาติที่จังหวัดเชียงราย

 

 อะไรเอ่ย นั่งหุบเสียห้า  นั่งอ้าเสียสิบ…”

 

       ในช่วงนี้คนไม่มีรากมักได้ใช้บริการรถสองแถว หรือรถโดยสารเล็กบ่อย ๆ เนื่องจากมีเวลาไม่ต้องรีบเร่งที่จะไปให้ถึงจุดหมาย สะดวกเพราะจอดทุกที่ที่ผู้โดยสารต้องการ แถมยังเป็นการช่วยลดโลกร้อน ด้วยการใช้บริการรถสาธารณะ

 

       การเฝ้าสังเกตอิริยาบถของผู้คน เป็นความโปรดปรานส่วนตัว คนไม่มีรากชอบเฝ้ามองพฤติกรรมผู้คน ก็นักจิตวิทยาท่านมักกล่าวว่า พฤติกรรม คำพูด ล้วนเกิดมากจาก ความคิด (จิตใจ/จิตวิญญาณ) ภายในของบุคคลนั้น

 

       วันหนึ่งหลังขึ้นรถสองแถวแล้ว ก็เหลือบตาไปเห็นสติ๊กเกอร์ติดไว้ที่ข้าง ๆ รถ

...นั่งหุบหน่อยน้อง...จะคิดแค่ห้า แต่ถ้าน้องยังนั่งอ้า...ก็จะเสียสิบบาท...

 

       อ่านแล้วก็ต้องอมยิ้ม รู้สึกเบิกบานขึ้นมาในอารมณ์จนต้องยิ้มกับตัวเอง หันซ้ายแลขวา มีหญิงสาวสวยนั่งตรงกันข้ามอมยิ้มอยู่เช่นกัน เลยหันไปยิ้มให้เพราะเดาว่าคงรู้สึกเช่นเดียวกัน  ยิ้มคนเดียวจะมีคนหาว่าเป็นบ้าไปเสียอีก  ค่าโดยสารรถสองแถวนั้นปัจจุบัน ราคา 6 บาท ตลอดสาย แต่สติ๊กเกอร์นี้คงทำไว้ก่อนค่ารถจะขึ้น...หากแต่ก็ยังทันสมัยและใช้ได้ดี...

      ที่น่าสนใจก็คือ คนในรถสองแถวคันนี้เกือบทุกคนนั่งเรียบร้อย หุบแขนหุบขา นั่งชิดเป็นระเบียบ ไม่มีการเกะกะกินที่เลย...ให้น่าฉงนฉงายใจ  ตามปกติแล้วพฤติกรรมของคนนั่งสองแถวเล็ก...ก็มักจะนั่งแบบตามสบาย นอกจากจะมีคนขึ้นมามากจนเต็มรถ  กฎกติกาที่กำหนดคือ จะต้องนั่งแถวละ 6 คน และถ้าขึ้นรถที่ต้นสายจะต้องมีคนนั่งเต็มทั้งสองแถวก่อนรถจึงจะออก  คุณผู้ชาย (บางคน) มักจะนั่งกินที่ เพราะตัวโต และมักจะนั่งไปยอมหุบขาให้เรียบร้อย เป็นที่เกะกะและอึดอัดต่อผู้หญิงตัวเล็ก ๆ บางคนที่ถูกเบียดจนตัวลีบ

 

       แค่...ถ้อยคำจากสติ๊กเกอร์ที่ติดอารมณ์ขัน แกมหยอกเย้า ได้ทำให้การเดินทางร่วมกันในรถสาธารณะราบรื่น สะดวก และรื่นรมย์ขึ้นมาอีกอักโข

      คนไม่มีรากก็นั่งคิดเล่น ๆ ต่อตามประสาคนชอบหาคำตอบ...เรื่องอย่างนี้ที่สำคัญ น่าจะเป็นเรื่องของ จิตสาธารณะหรือสำนึกสาธารณะ (Public Mind)

        คุณหมอเหวง โตจิราการ *  ก็ได้กล่าวถึงจิตสาธารณะหรือสำนึกสาธารณะนี้ว่าเป็น

1. อารมณ์ความรู้สึกนึกคิด จิตสำนึกที่เป็นไปเพื่อเป็นประโยชน์เกื้อกูล ส่งเสริม สนับสนุน สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน คนหมู่มาก

2. ให้กำลังใจ ให้ความอบอุ่น ให้แรงบันดาลใจ แก่ผู้คนในการต่อสู้เพื่อเอาชนะอุปสรรคในชีวิตของตน เพื่อจะได้ดำรงตนอย่างปกติสุขในสังคมชุมชน และเข้าร่วมในการสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นแก่ชนในวงกว้าง

การสร้างสำนึกสาธารณะ ที่กล่าวกันว่าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการอยู่ร่วมกันของผู้คนในสังคม น่าจะไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรง ก็ดูสิ...เพียงข้อความในสติ๊กเกอร์ที่หยิกแกมหยอกปนอารมณ์ขัน ก็ยังทำให้เกิดสำนึกสาธารณะได้อย่างปัจจุบันทันด่วน  เพียงแต่ว่า...เราจะทำอย่างไรให้มันคงอยู่ต่อเนื่องไปจนเป็นปกติวิสัยต่างหากนั่นสิคืองานหนัก...

 ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา** ได้กล่าวไว้อย่างน่าฟังว่า มนุษย์เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่สุด ถ้าเรารู้จักตัวเอง การรู้จักตัวเองนั้นก็ต้องอาศัยการที่เรากลับมามองดูข้างในตัวเราเอง ไม่ใช่ไปศึกษาจากข้างนอกตัวเรา...

....เราจะรู้ว่าทุกคนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับเรา เราจะมีความรักและความเมตตาให้กับทุกคน ช่วยเหลือทุกคน ทำประโยชน์ให้กับส่วนรวม และในที่สุดความเสียสละก็จะเกิดขึ้น นี่คือการที่เราจะก้าวไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็นคนที่ไม่เห็นแก่ตัว มีคุณธรรมสูง และในขณะเดียวกันเราก็สามารถประสบความสำเร็จในทางโลกอีกด้วย

คราวนี้จึงต้องไปค้นหาเรื่องที่เคยอ่าน ...ทฤษฎีไร้ระเบียบ (The Chaos Theory) แต่ยังไม่สามารถหาชื่อผู้ประพันธ์ได้  (ถ้าท่านใดทราบกรุณาบอกด้วยจะเป็นพระคุณค่ะ)

ชั่วผีเสื้อน้อยขยับปีก                 โลกทั้งซีกไหวสะท้อนอาจร้อนหนาว

เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว     ทุกเรื่องราวโยงใยในเหตุการณ์

เด็กเร่ร่อนขยะคนชายขอบ          ปัญหารอบรุมเร้าเรามองผ่าน

แท้จริงคือตัวเราเมื่อวันวาน          ที่ก่อการกับสังคมโดยหลงลืม

แท้จริงทุกคนเป็นพี่น้องเพื่อนพ้องกันทั้งสิ้น มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องแม้จะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตามที เพราะเราล้วนเกิดจากสิ่งเดียวกัน ความคิด คำพูด การกระทำทุกครั้งของเราย่อมส่งผลต่อตัวเรา ผู้คนรอบข้าง และโลกอยู่เสมอไปมิใช่หรือ แล้วเช่นนี้เราจะไม่รัก ไม่เมตตา ต่อตัวเองและสังคมโลกอีกหรือไร

 

     ...วันดี ๆ แบบนี้ เรามาร่วมสร้าง  สำนึกสาธารณะ กัน..ดีไหม..โลกใบเล็ก ๆ นี้จะได้น่าอยู่และรื่นรมย์ยิ่งขึ้น

 

 

อ้างอิง

* ข้อมูลเพิ่มเติมจาก http://www.thaingo.org/cgi-bin/content/content2/show.pl?0323

** จากหน้งสือ อัจฉริยะบนเส้นทางสีขาว. สำนักพิมพ์ ฟรีมายด์.2548