ค่อยค่อยก้าวเท้าไม่ยาวก้าวไม่ทัน
เร่งรีบก้าวสะดุดเท้าล้มลงพลัน
ครั้นไม่ก้าวตกยุคกันจ้าละหวั่น
เมื่อวานมีการประชุม รับฟังความเห็นเพื่อวางแผนพัฒนาระยะ ๔ ปี ความเห็นเหล่านี้มาจากบุคคลภายนอกที่เฝ้ามองผลผลิตจากสถานศึกษา
๑) ความอ่อนแอ ในทฤษฎี ของผลผลิต ส่งผลต่อการออกไปทำงานในสถานประกอบการ
๒) ผลผลิตมีความรู้ แต่ไม่ใช่ความรู้ที่สถานประกอบการต้องการ เช่น ความรู้ในการคุยกันทาง net ความรู้ในการบันทึกข้อมูลที่เป็นเรื่องส่วนตัว เพื่อนๆ
๓) ผลผลิตที่ควรจะผลิตในปัจจุบันและข้างหน้า ต้อง ๑) มีความรู้และมั่นใจในความรู้ทางด้าน ภาษาที่ ๓ เทคโนโลยีและคณิตศาสตร์ ด้วยว่า ภาษาอังกฤษไม่เพียงพอต่อการติดต่อสื่อสารในปัจจุบัน เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการประกอบการ ผลผลิตของสถานศึกษาต้องสร้างผลผลิตพันธุ์ใหม่ที่รุ้จักปกป้องข้อมูลจากมิจฉาชีพทาง internet รู้จักสืบค้นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสถานประกอบการ คณิตศาสตร์จะเป็นพื้นฐานของการคิด วิเคราะห์ นอกจากนั้น ตัวหนึ่งที่สำคัญคือ จริยธรรม จริงอยู่ คนเราถ้าเก่ง แต่ขาดตัวจริยธรรม ความเก่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่สังคมโลกต้องการ
๔) การเรียนการสอนในสถานศึกษา ควรเรียนจากสถานการณ์จริง ออกไปสู่สนามจริง ผู้สอนเป็นเพียงผู้จัดการหรือบริหารหลักสูตรเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ เช่น เรียนภาษาอังกฤษ ต้องกล้าและมั่นใจในการพูด เขียน อ่าน มิใช่ "ถ่อมตัว" เหมือนลักษณะเดิมของไทย "ภาษาจีน" น่าจะเป็นภาษาต่อไปที่คนไทยควรตระหนัก เนื่องจาก ไทย คือแหล่งลงทุนของจีน ที่จีนกำลังจับตามองและหาช่องทางลงทุน เกี่ยวกับภาษา หากเขียนมาในใบสมัครว่า "ภาษาอังกฤษ พอใจ" ใบสมัครนั้นจะเป็นใบสมัครที่จะพิจารณาหลังสุด หากมีอะไรที่ดีกว่านั้น
๕) จะทำอย่างไรให้ผลผลิตของสถานศึกษามีความมั่นใจในความรู้ สถาบันที่ตนเองเรียบจบมา
ฯลฯ
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์
ครูอ้อย มาแวะทักทาย ก่อนไปอบรม รับฟัง และรับงานมาทำต่อ
เตรียมให้เขามาติดตามผลค่ะ
คิดถึงนะคะ
สวัสดีครับ อาจารย์ ผอ.
สวัสดีครับคุณครูอ้อย