บันทึกเรื่องกระบวนการคิดตอนที่แล้ว   http://gotoknow.org/blog/thaikm/175104  ดูจะได้รับความนิยม    ผมจึงคัดลอก นพ. ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ มาเผยแพร่อีก ดังนี้

พัฒนาการบุคลิกภาพ(Personality Development)   
          พัฒนาการของบุคลิกภาพหรือ Personality ประกอบด้วย ๕ ขั้นตอนหรือปิรามิด ๕ ชั้นคือ 

             
 

          ชั้นที่ ๑ คือ Trust หมายถึง ทารกขวบปีแรกมีหน้าที่พัฒนาความไว้ใจสิ่งแวดล้อม  หากทำได้จึงจะมีความมั่นใจที่จะพัฒนาร่างกายและจิตใจต่อไปได้   หากทำไม่ได้ก็จะพัฒนาการล่าช้า เช่น หากทารกไม่ไว้ใจว่าเมื่อคลานไปแล้วได้รับบาดเจ็บจะมีคนมาดูแลหรืออุ้มหรือไม่   ทารกก็จะไม่คลานไป เป็นต้น


          ชั้นที่ ๒ คือ Self หมายถึง เด็กเล็กตั้งแต่ ๖ เดือน ถึง ๓ ขวบ มีหน้าที่พัฒนาตัวตน(self) โดยแบ่งเป็น ๓ ขั้นตอน  ขั้นแรกเรียกว่า Object Constancy หมายถึงทารกรับทราบว่าวัตถุต่างๆรวมทั้งคุณแม่มีอยู่จริง(exist) ขั้นสองเรียกว่า Object Relation หมายถึงทารกสร้างสายสัมพันธ์(attachment)กับคุณแม่  และขั้นสามเรียกว่า Separation-individuation ซึ่งจะเริ่มเมื่อประมาณ ๒ ขวบครึ่งหมายถึงทารกแยกตัวจากมารดาได้เป็นบุคคลอิสระที่มีตัวตนของตนเอง
          หากทำไม่ได้ก็จะได้เด็กที่มีพยาธิสภาพต่างๆนานาจำนวนมาก เช่น หากเด็กไม่สามารถมั่นใจได้ว่าคุณแม่นั้นมีอยู่จริง(exist)จะทำให้เป็นเด็กที่กลัวการพลัดพราก ไม่ยอมไปโรงเรียน เป็นต้น   หากเด็กไม่สามารถมั่นใจในสายสัมพันธ์(attachment)ที่เชื่อมกับคุณแม่ได้จะทำให้เป็นเด็กที่ไม่สามารถอยู่ในร่องในรอยได้  หนีโรงเรียน  เป็นต้น   หากเด็กไม่สามารถมั่นใจว่าตนเองนั้นมีตัวตน(self)อยู่จริง  จะทำให้เป็นเด็กที่ใช้พฤติกรรมเสี่ยง  กรีดข้อมือเมื่อเครียด หรือฆ่าตัวตาย  เป็นต้น


          ชั้นที่ ๓ คือ Sexual Identity หมายถึง เด็กเล็กอายุ ๓-๕ ขวบจะมีหน้าที่กำหนดเพศของตนเองทั้งจากการเลี้ยงดูและจากปัจจัยทางพันธุกรรม

          ชั้นที่ ๔ คือ Social Skill หมายถึง เด็กโตอายุ ๖-๑๐ ขวบจะมีหน้าที่ฝึกทักษะการเข้าสังคมซึ่งประกอบด้วยทักษะย่อย ๓ ข้อคือ    การแข่งขัน(competition) การประนีประนอม(compromising) และ การร่วมมือกันทำงาน(coordination) 

 
          ชั้นที่ ๕ คือ Identity หมายถึง วัยรุ่นอายุ ๑๑ ปีขึ้นไปมีหน้าที่กำหนดอัตลักษณ์(identity)และแสดงออกซึ่งอัตลักษณ์   อัตลักษณ์มิได้หมายความเพียงบุคลิกลักษณะและท่าทาง   แต่หมายรวมถึงคุณค่า(value)ในตนเอง    นอกเหนือจากมีคุณค่าแล้วยังสามารถที่จะมีจริยธรรม(ethics)และอุดมการณ์(idealism)ได้อีกด้วย  

 
          จะเห็นว่าหากสุขภาวะทางปัญญาประกอบขึ้นด้วยมิติด้านคุณค่า(values)  จริยธรรม(ethics)  อุดมการณ์(idealism)  และเสรีภาพของความเป็นมนุษย์(freedom)    พัฒนาการทางบุคลิกภาพของมนุษย์จะมาบรรจบกับนิยามนี้เมื่อช่วงวัยรุ่น วัยรุ่นหรือเยาวชนจึงเหมาะสมที่จะเป็นกลุ่มเป้าหมายของงานพัฒนาจิตไม่ว่าจะเป็น  งานจิตอาสาในเยาวชน  งานแผนที่ความดี หรืองานพัฒนาการแพทย์ที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ในนักศึกษาแพทย์ เป็นต้น
 


          ขอย้ำว่า ข้อเขียนข้างบนเป็นของ นพ. ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ นะครับ   เอามาเผยแพร่เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการสร้างสังคมจิตวิวัฒน์ หรือจิตเจริญ

 

วิจารณ์ พานิช
๑๒ เม.ย. ๕๑

 

 

[1] อ่านเพิ่มเติมใน Lewis M.Clinical Aspects of Child Development,2nd ed,1982.