ขอนำภาพที่เราจัดสรงน้ำพระพุทธรูปที่บ้านในโอกาสสงกรานต์ ส่งบุญและความเย็นใจมายังท่านผู้อ่านและสมาชิกชาวโกทูโนว์ทุกท่าน เป็นการทำบุญจากใจ เรียบง่าย กลมกลืนกับธรรมชาติรอบตัว
ในช่วงเทศกาลสงกรานต์หนุ่มๆสาวๆคงนึกถึงการได้เล่นน้ำกับคนวัยเดียวกัน หรือวัยไล่เลี่ยกันอย่างสนุกสนานเป็นสาระสำคัญของเทศกาล ในขณะที่คนในวัยอย่างผู้เขียนไม่นึกสนุกเช่นนั้นอีกแล้ว และจะเดินทางไปไหนก็กลัวอุบัติเหตุจากพวกไร้สติที่ดื่มเหล้าแล้วขับรถ จึงอยู่บ้าน
ช่วงนี้คุณแม่ลงมาจากเชียงใหม่มาอยู่ด้วยช่วงหนึ่งจึงเป็นโอกาสดีที่จะได้รดน้ำดำหัวท่านและมอบผ้าไหมสีครีมเป็นของขวัญให้ท่านด้วยมือของตนเอง จากที่ไม่ได้มีโอกาสทำเช่นนี้มาหลายปี สงกรานต์ปีที่ผ่านๆมาส่วนใหญ่ได้แค่โทรศัพท์อวยพร และรวมเงินกับพี่สาวซื้อของขวัญให้และพี่สาวซึ่งอยู่ที่เชียงใหม่ได้พาท่านไปทานข้าวนอกบ้านกับหลานๆ
จากปีใหม่มาได้มีโอกาสทำสิ่งที่เป็นบุญกุศลอยู่เรื่อยๆ
เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผู้เขียนและคนข้างกายอยู่ๆใจตรงกัน นึกอยากทำบุญนิมนต์พระมาฉันภัตตาหารเช้าที่บ้านและจัดอาหารเพลถวายท่านให้ได้กลับไปฉันที่วัด เรานิมนต์พระจากวัดแค(อรัญญิก) และพระมีไม่ถึง ๙ รูป จึงนิมนต์พระจากวัดแดง ซึ่งอยู่เลยคุ้งน้ำไปอีกนิดมาด้วยกันให้ครบจำนวน เป็นการทำบุญอย่างเรียบง่าย ธรรมดาๆ เราจัดให้ท่านนั่งสวดมนต์และฉันภัตตาหารที่ข้างบนนอกชาน เช้าๆ ยังไม่ร้อนและได้ทั้งลมและวิวงามสงบจากแม่น้ำ ให้ท่านได้เปลี่ยนบรรยากาศ

เครื่องตั้งโต๊ะหมู่บูชาก็ทำอย่างเรียบง่าย

คนข้างกายผู้เขียนเป็นผู้จัดวาง รวมทั้งลงไปเก็บดอกไม้จากในบ้านเราเองมาเป็นสิ่งบูชา

ผู้เขียนจัดดอกไม้ธูป-เทียน และซองถวายปัจจัยด้วยตนเอง ดอกไม้เลือกซื้อมาจากร้านดอยคำ โครงการหลวง พระท่านถามว่าดอกอะไร แปลกดี ไม่เคยเห็น

ขันน้ำมนต์เป็นของโบราณที่คนข้างกายผู้เขียนหามาไว้คู่บ้าน ดูแล้วขลังมาก ดูที่ใบซ้ายมือที่ก้นภาชนะเป็นเหมือนพระพุทธรูปที่หล่อติดแน่นเลย ส่วนใบขวานั้นเป็นเหล็กหนักมาก มีการปิดทองข้างนอกด้วย ดูทองแหว่งวิ่น หลุดไป ด้วยกาลเวลา
วันงานผู้เขียนมัววุ่นเป็นแม่งานไม่ได้เก็บภาพอาหารที่จัดมาให้ชม เราถวายข้าวต้มกุ้งในโถมีฝาปิดยกถวายวางบนโตก ฝีมือพี่น้อย อร่อยขนาดท่านขอเติม จากนั้นถวายน้ำชา กาแฟ ขนมปังไส้สังขยาร้อนๆจากเจ้าอร่อย และผลไม้
อาหารที่ถวายกลับวัดผู้เขียนเลือกที่จะไม่ใช้ปิ่นโต เพราะรู้สึกว่าอยากจัดให้สวยงาม แปลกตา จึงถวายข้าวปลาอาหารแยกเป็นกล่องพลาสติคชนิดดี ที่ท่านสามาถนำไปใช้ใส่อะไรได้ คนข้างกายก็หาตะกร้าหวายอย่างสวยมาให้นำกล่องภัตตาหารใส่ลงไป และมีพวงมาลัยดอกบานไม่รู้โรยซึ่งเขาร้อยได้สวยมากถวายไปด้วย เสร็จพิธีพระแต่ละรูปหิ้วตะกร้าขึ้นรถแบบยิ้มๆ คงนึกแปลกใจว่าบ้านนี้เวลานิมนต์ท่านมาทีไร ท่านได้พบอะไรแปลกๆไม่เหมือนที่อื่น
ขอนำภาพที่เราเพิ่งจัดสรงน้ำพระพุทธรูปที่บ้านในโอกาสสงกรานต์ และขอส่งบุญและความเย็นใจมายังท่านผู้อ่านและสมาชิกชาวโกทูโนว์ทุกท่าน เป็นการทำบุญจากใจ เรียบง่าย กลมกลืนกับธรรมชาติรอบตัว

แถมด้วยภาพที่สวยงามของดอกไม้และใบไม้ที่เป็นสัญญลักษณ์ในพุทธศาสนา

สาธุ สุขี โชคดี ทั้งปี คุณนาย และ คนข้างกาย
บรรยากาศแถวบ้านร่มรื่นจังนะครับ อยากมีบ้านแถวริมแม่น้ำบ้างจัง
แหมการจัดวางของทุกสิ่งนี่ creative จริงๆนะคะ ดูทั้งสวยทั้งแปลกค่ะ ชอบแบบนี้ น่าชื่นชมมากค่ะ
วันสงกรานต์อยู่บ้าน สบายกว่าค่ะ อย่างเรา คงไม่นึกสนุกจะไปสาดน้ำแล้วละ
สวัสดีปีใหม่ไทย และขอให้อาจารย์และครอบครัวมีความสุข สงบ สดชื่นมากๆนะคะ นำภาพกล้วยบัวที่บ้านมาฝากค่ะ
อาจารย์คะ นำมาฝากอีกอย่าง สำหรับปีใหม่ไทยนี้
ขออนุโมทนาด้วยคนค่ะพี่นุช
เห็นจากภาพแล้ว ประทับใจสุดๆเลยค่ะ การทำอะไรที่ดี มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบไทยๆอย่างนี้เป็นสิ่งที่จะทำให้คนระลึกถึงอยู่เสมอค่ะ พี่ทั้งสองคนเข้าใจใช้ของเรียบง่ายจากธรรมชาติรอบตัว ทำให้ดูดีมีรสนิยมจังเลยค่ะ แค่ได้เห็น ก็รู้สึกสบายตา สบายใจไปด้วยค่ะ ความสุขมีอยู่รอบตัวจริงๆค่ะ ขอบคุณพี่นุชมากค่ะ ที่นำความสุขกาย สบายใจมามอบให้ที่นี่
ขอให้พี่นุชและครอบครัวมีสุขภาพดี สุขกายสุขใจท่ามกลางธรรมชาติที่งดงามนะคะ
(เมล็ดเพกา ลมแรงพัดมาตก เป็นการกระจายพันธุ์ทางอากาศ)
สวัสดีคะคุณนุช
อนุโมทนาสาธุบุญด้วยนะค่ะ
อ่านบันทึกนี้ยิ่งชวนให้ .. ระลึกถึงวัฒนธรรมไทยแสนงามที่บ้านริมน้ำป่าสักเสมอคะ
สวัสดีค่ะพี่นุช
ดูพี่นุชกับพี่คนข้างกายทำบุญแล้วทำให้รู้สึกอิ่มเอมใจเป็นอย่างมาก
ดูความละเมียดละไมของผู้ที่ตั้งใจทำบุญแล้วก็ให้เกิดปิติจริงๆ
อนุโมทนาค่ะพี่นุช ^ ^
ขอให้พี่นุชและครอบครัวมีความสุขกายสบายใจ เย็นชื่นฉ่ำใจตลอดปีนะคะ
สวัสดีค่ะอาจารย์
กมลวัลย์ เปลี่ยนรูปใหม่เป็นอะไรนะนี่ เดี๋ยวผู้นัยน์ตาอาวุโสจะตามไปดูใกล้ๆนะคะ
ขอบคุณที่มาร่วมอนุโมทนาบุญค่ะ
ที่จริงมีคนไทยอีกไม่น้อยที่สืบสานประเพณีที่ดีงาม ทำอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ดูอย่างบ้านอาจารย์ลูกหว้านะคะ น่าชื่นชมมาก แต่เวลาดูข่าวทีวี ที่ไปถ่ายทำเรื่องงานสงกรานต์ที่ต่างๆ กลับไปเน้นที่ความสนุกสนาน เป็นกรรมของสังคมจริงๆค่ะ
ความเรียบง่ายเป็นความสุขอย่างมีอิสระจากสิ่งผูกมัดที่เกิดด้วยมาตรฐานของสังคมปัจจุบัน ที่เราตระหนักว่าช่างห่างไกลจากความเป็นปกติของมนุษย์ค่ะ
สวัสดีค่ะ
อ.ลูกหว้า ที่พี่จัดเป็นแค่พิธี เรียบง่าย ได้ทำแล้วสุขใจ เย็นใจค่ะ
ไปเยี่ยมตามลิงค์แล้ว น่าชื่นชมมากที่ครอบครัวอาจารย์หลายรุ่น สามารถมารวมตัวกันทำสิ่งดีงาม สืบสานประเพณีค่ะ
ดูภาพ และอ่านไล่เลียงไปตามตัวหนังสือก็รู้สึกอิ่มไปกับความงดงามที่ได้เห็น ชื่นใจจังเลยค่ะ ^^
สงกรานต์ปีไหนๆ ต้อมก็มีชีวิตติดกับกองหนังสือ ไม่ค่อยได้มีโอกาสไปเล่นน้ำสนุกสนานกับคนอื่น มีอยู่ปีหนึ่งที่พี่ๆ จากในเวบที่สนิทสนมกันมาเที่ยว ปีนั้นดูจะเป็นปีแรกที่ต้อมได้ไปดูสงครามการสาดน้ำที่คูเมือง(ไม่ค่อยแน่ใจ เอ..หรือเคยไปก่อนหน้านั้นครั้งหนึ่งนะ) วันแรกก็นักเจอกันที่สนามกอล์ฟ พี่ๆ ไปไดร์ฟกอล์ฟ ต้อมไปนั่งเฝ้าและมัวแต่คุยมือถือกับนั่งเล่นเกมส์ วันที่สอง..รถทุกคันเอาไปจอดที่บ้านพี่เหี้ยมที่สันกำแพง และเปลี่ยนเอารถกระบะบรรทุกน้ำ พลรบมีอยู่ 5 คนด้วยกันที่นั่งข้างหลังรวมทั้งต้อมด้วยและหน้ารถมีเจ่เจ้ซึ่งเป็นพี่ใหญ่ของเดอะแก๊งค์กับพี่เหี้ยม(จริงๆ แล้วเธอชื่อสวย+หน้าตาสวยมาก แถมยังฉลาดสุดๆ แต่ต้อมชอบนินทาลับหลังว่าเธอโหดเหี้ยม เพราะเราชอบคุยกันเหมือนคนทะเลาะกัน)ซึ่งเป็นคนขับ พี่เหี้ยมบอกกับพี่ๆ คนอื่นว่า "พวกคุณควรจะภูมิใจนะเนี่ยที่เจ้าต้อมยอมมาเล่นน้ำด้วย นี่เป็นครั้งแรกของน้องเชียวนะเนี่ย" ที่นั่นอย่างกับสมรภูมิรบขนาดใหญ่ ที่มีคนหลายวัยสาดน้ำกันอย่างเอาเป็นเอาตาย พี่ๆ ข้างหลังรถก็เล่นน้ำสนุกสนาน มีต้อมนั่งขดตัวอยู่ด้านในสุดของกระบะข้างหลังและพยายามส่งสายตาอ้อนวอนไปยังเจ่เจ้ที่นั่งหน้ารถว่า..พลี๊สสส เอาหนูไปนั่งหน้ารถทีเถอะ หนูขอร้อง แต่สงสัยทัศนียภาพข้างทางตรงริมคูเมืองคงดุน่าสนใจกว่าตาใสซื่อแป๋วแหววของต้อม เจ่เจ้ก็เลยทำเป็นไม่สนใจ นั่งขดตัว ทำตัวเจี๋ยมเจี้ยมไปได้ครึ่งคูเมือง น้องกะเหรี่ยงเลยกระโดดลงไปจากรถเฉยเลย เดินไปพลางเล่นสาดน้ำไปพลางซะงั้น พี่ๆ ก็เลยอ้าปากค้าง หนอยแน่ะ..
ก็สนุกดีค่ะ เมื่อนึกถึงภาพเก่าๆ ที่มีเวลาร่วมกันกับพี่ๆ ที่รักยิ่ง นึกไปถึงวันนั้นแล้วต้อมก็อมยิ้มได้เสมอ และอีกวันต่อมาเราก็ยกโขยงไปปางช้างแม่สากัน นั่นเป็นสงกรานต์ที่ต้อมรู้สึกสนุกที่สุดลยนะคะ พี่นุช
พลอยนึกไปถึงคำสอนของพ่อ พ่อมักจะบอกว่า..หากจะเล่นน้ำก็ให้นึกว่าต้นไม้ในสวนก็ต้องการน้ำเหมือนกันนะ ให้ไปรดน้ำต้นไม้ดีกว่า ซึ่งต้อมก็เห็นด้วยกับพ่อค่ะ
ต้อมว่ารายละเอียดของประเพณีการรดน้ำของเรากำลังจะเปลี่ยนไปตามกระแส ต้อมชอบภาพบรรยากาศเก่าๆ แบบไทยๆ มากกว่า น้ำขันเล็กๆ ลอยดอกมะลิหอมกรุ่นหรือน้ำอบไทยๆ รดน้ำขอพรกันด้วยท่าทีสุภาพ ภาพเหล่านี้ที่ต้อมชอบและรู้สึกตราตรึงกำลังจะเลือนหายไปหรือคะ?
ป.ล. คิดถึงพี่นุชค่ะ ^^
หนูชอบแล้วก็ประทับใจทุกสิ่งทุกอย่างที่ปรากฎในบันทึกนี้ค่ะ เรียบง่ายแต่ดูงดงามละเมียดละไมค่ะ เป็นสิ่งที่หนูใฝ่ฝันค่ะชีวิตแบบนี้...
ยินดีค่ะที่อาจารย์อ็อด
มาร่วมอนุโมทนาบุญ ขอส่งบุญไปยังอาจารย์เยอะๆให้อาจารย์มีสุขภาพแข็งแรง มีความสุขเสมอนะคะ
ช่วงนี้ที่บ้านก็ร้อนมากเช่นเดียวกับที่อื่นๆ แต่ก็ยังนับว่าอยู่ได้สบายเพราะร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่และ สงบค่ะ ส่วนต้นไม้เล็ก แห้งกรอบด้วยแดดแรงมากค่ะ