- สวัสดีเจ้า พี่นุช..
ดูภาพ และอ่านไล่เลียงไปตามตัวหนังสือก็รู้สึกอิ่มไปกับความงดงามที่ได้เห็น ชื่นใจจังเลยค่ะ ^^
สงกรานต์ปีไหนๆ ต้อมก็มีชีวิตติดกับกองหนังสือ ไม่ค่อยได้มีโอกาสไปเล่นน้ำสนุกสนานกับคนอื่น มีอยู่ปีหนึ่งที่พี่ๆ จากในเวบที่สนิทสนมกันมาเที่ยว ปีนั้นดูจะเป็นปีแรกที่ต้อมได้ไปดูสงครามการสาดน้ำที่คูเมือง(ไม่ค่อยแน่ใจ เอ..หรือเคยไปก่อนหน้านั้นครั้งหนึ่งนะ) วันแรกก็นักเจอกันที่สนามกอล์ฟ พี่ๆ ไปไดร์ฟกอล์ฟ ต้อมไปนั่งเฝ้าและมัวแต่คุยมือถือกับนั่งเล่นเกมส์ วันที่สอง..รถทุกคันเอาไปจอดที่บ้านพี่เหี้ยมที่สันกำแพง และเปลี่ยนเอารถกระบะบรรทุกน้ำ พลรบมีอยู่ 5 คนด้วยกันที่นั่งข้างหลังรวมทั้งต้อมด้วยและหน้ารถมีเจ่เจ้ซึ่งเป็นพี่ใหญ่ของเดอะแก๊งค์กับพี่เหี้ยม(จริงๆ แล้วเธอชื่อสวย+หน้าตาสวยมาก แถมยังฉลาดสุดๆ แต่ต้อมชอบนินทาลับหลังว่าเธอโหดเหี้ยม เพราะเราชอบคุยกันเหมือนคนทะเลาะกัน)ซึ่งเป็นคนขับ พี่เหี้ยมบอกกับพี่ๆ คนอื่นว่า "พวกคุณควรจะภูมิใจนะเนี่ยที่เจ้าต้อมยอมมาเล่นน้ำด้วย นี่เป็นครั้งแรกของน้องเชียวนะเนี่ย" ที่นั่นอย่างกับสมรภูมิรบขนาดใหญ่ ที่มีคนหลายวัยสาดน้ำกันอย่างเอาเป็นเอาตาย พี่ๆ ข้างหลังรถก็เล่นน้ำสนุกสนาน มีต้อมนั่งขดตัวอยู่ด้านในสุดของกระบะข้างหลังและพยายามส่งสายตาอ้อนวอนไปยังเจ่เจ้ที่นั่งหน้ารถว่า..พลี๊สสส เอาหนูไปนั่งหน้ารถทีเถอะ หนูขอร้อง แต่สงสัยทัศนียภาพข้างทางตรงริมคูเมืองคงดุน่าสนใจกว่าตาใสซื่อแป๋วแหววของต้อม เจ่เจ้ก็เลยทำเป็นไม่สนใจ นั่งขดตัว ทำตัวเจี๋ยมเจี้ยมไปได้ครึ่งคูเมือง น้องกะเหรี่ยงเลยกระโดดลงไปจากรถเฉยเลย เดินไปพลางเล่นสาดน้ำไปพลางซะงั้น พี่ๆ ก็เลยอ้าปากค้าง หนอยแน่ะ..
ก็สนุกดีค่ะ เมื่อนึกถึงภาพเก่าๆ ที่มีเวลาร่วมกันกับพี่ๆ ที่รักยิ่ง นึกไปถึงวันนั้นแล้วต้อมก็อมยิ้มได้เสมอ และอีกวันต่อมาเราก็ยกโขยงไปปางช้างแม่สากัน นั่นเป็นสงกรานต์ที่ต้อมรู้สึกสนุกที่สุดลยนะคะ พี่นุช
พลอยนึกไปถึงคำสอนของพ่อ พ่อมักจะบอกว่า..หากจะเล่นน้ำก็ให้นึกว่าต้นไม้ในสวนก็ต้องการน้ำเหมือนกันนะ ให้ไปรดน้ำต้นไม้ดีกว่า ซึ่งต้อมก็เห็นด้วยกับพ่อค่ะ
ต้อมว่ารายละเอียดของประเพณีการรดน้ำของเรากำลังจะเปลี่ยนไปตามกระแส ต้อมชอบภาพบรรยากาศเก่าๆ แบบไทยๆ มากกว่า น้ำขันเล็กๆ ลอยดอกมะลิหอมกรุ่นหรือน้ำอบไทยๆ รดน้ำขอพรกันด้วยท่าทีสุภาพ ภาพเหล่านี้ที่ต้อมชอบและรู้สึกตราตรึงกำลังจะเลือนหายไปหรือคะ?
ป.ล. คิดถึงพี่นุชค่ะ ^^