ประสบการณ์สามารถเปลี่ยนความคิด

                ก่อนหน้านี้ประมาณ10-15 ปีที่ผ่านมา เอดส์ เป็นโรคที่ฟังแล้วน่ากลัว ไม่อยากเข้าใกล้ เมื่อเจอผู้ติดเชื้อต้องป้องกันสุดๆ  หนีได้เป็นหนี เพราะไม่มียารักษา ตายทุกราย  ทรมารด้วย .....น่ากลัวที่สุด  หลายๆคนก็คงคิดเช่นนี้  เราก็เช่นกัน.....แต่ท้ายที่สุด ก็ต้องเข้ามาสัมผัสในฐานะผู้ดูแล  ดังคำโบราณเคยกล่าวไว้ว่า "ยิ่งเกลียดยิ่งเจอ"

                ..8 ปีแล้วที่สัมผัสกับประชากรกลุ่มนี้ในเขตรับผิดชอบ......เราดูแลเขาตั้งแต่ตั้งครรภ์จนกระทั่งคลอดลูกรวมไปถึงลูกๆของเขา สามีและครอบครัวของเขาด้วย  เป็นสิบครอบครัวเลยทีเดียว  เมื่อเข้ามาสัมผัสจริงๆความคิดของเราก็เริ่มเปลี่ยน  จากที่เคยรังเกียจ ไม่อยากเข้าใกล้ หรือแม้กระทั่งเดินผ่านยังไม่อยากเดินสวนกันเลย ..ความคิดของเราเริ่มเปลี่ยนตั้งแต่เข้ามาทำงานดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อ HIV ได้ตรวจครรภ์  ตรวจหน้าท้องหญิงติดเชื้อ  ดูแลมาเรื่อยๆ  หลายต่อหลายคน ได้พูดคุย รับฟังปัญหา  ให้คำปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดกัน คอยเป็นกำลังใจให้พวกเขา  ฯลฯ และรวมไปถึงบรรดาเหล่าสามีของเขาด้วย.....จนบัดนี้เรารู้ว่าพวกเขาไม่ได้น่ารังเกียจหรือน่ากลัวอย่างที่เราเคยคิดเลย      ที่สำคัญที่สุดลูกๆที่เกิดจากเขาเหล่านี้ไม่ได้ติดเชื้อ ...เป็นไปได้อย่างไร  หลายๆคนคงแปลกใจว่าก็เกิดจากแม่ติดเชื้อแล้วทำไมถึงไม่ติดเชื้อตามแม่ ...ก็เพราะว่ามีวิธีมีแนวทางปฏิบัติที่ทำให้ลูกไม่ติดเชื้อตามแม่นะซี  *-* อย่างไรนะเหรอ *-* ... ก็เริ่มตั้งแต่ตอนที่แม่ตั้งครรภ์จะให้หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อกินยาต้านไวรัสตั้งแต่อายุครรภ์ 28 สัปดาห์ จนกระทั่งเจ็บท้องคลอด ไปจนถึงตอนคลอด และเมื่อเด็กเกิดมาก็ให้เด็กกินยาต้านไวรัสอีก 1-6 สัปดาห์แล้วแต่กรณีเป็นรายๆไป  จากนั้นก็ให้กินนมผสมแทนนมแม่(มีนมแจกให้ฟรี จนอายุ 1 ปี)เมื่ออายุครบ 1 ปีครึ่งก็ให้คำปรึกษาเพื่อเจาะเลือดเด็ก แล้วก็รู้ผลว่าเด็กจะติดเชื้อหรือไม่ ... .........90% ไม่ติดเชื้อ

                  การทำงานตรงนี้ต้องใช้การพูดคุย  ใช้เทคนิคการให้คำปรึกษา การมีสัมพันธภาพซึ่งกันและกันตลอดเวลา สัมพันธภาพระหว่างหญิงติดเชื้อ ลูกๆของเขา  สามี รวมไปถึงครอบครัวและญาติๆของเขาด้วย  ให้พวกเขาเห็นความสำคัญของการแพร่เชื้อ  ให้รู้จักป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่คนอื่นๆ  สิ่งสำคัญที่สุดให้พวกเขาและสามีมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพเพื่ออยู่ดูแลลูก เพราะเด็กที่เกิดมาต้องการความรักความอบอุ่นจากพ่อแม่ ไม่อยากเป็นเด็กกำพร้า เด็กเหล่านี้ก็เป็นอนาคตของชาติเช่นกัน 

                  พวกเขาเหล่านี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด  น่าเห็นใจพวกเขาด้วยซ้ำที่ยังถูกสายตาของอีกหลายๆคนที่ไม่เข้าใจ  แล้วไปรังเกียจ ดูถูกเหยียดหยามแบ่งชั้นวรรณะ  กลับมามองเขาใหม่กันในอีกมุมมองของหัวใจความเป็นมนุษย์ด้วยกัน....นะคะ  *-*