อนุทินส่วนตัว : ๑๑ เม.ย. ๕๑

ลองรวบรวมหลักการแห่งสันติไว้ เพื่อให้ผู้สนใจร่วมกันช่วยกันเติม

อนุทินส่วนตัว : ๑๑ เม.ย. ๕๑

 

 

สันติศึกษา

การไปร่วมประชุมคณะกรรมการอำนวยการหลักสูตรสมานฉันท์สันติสุขเมื่อวาน ตามที่ได้บันทึกไว้ใน  http://gotoknow.org/blog/thaikm/176387 ทำให้ผมหันมาค้นคว้าหาความรู้เรื่องนี้   ผมเข้าเว็บไซต์  http://www.santisikkha.org/   และเว็บไซต์ของ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล http://www.peace.mahidol.ac.th/th/  ก็ไม่ได้เอกสารที่พอใจ   ทำให้เกิดความคิดว่า องค์ความรู้ด้านสันติศึกษาที่สร้างขึ้นจากสังคมไทยคงจะขาดแคลนมาก   ไปพบใน http://en.wikipedia.org/wiki/Peace_studies จึงค่อยได้สาระที่ต้องการ   โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแบ่งออกเป็น negative peace และ positive peace

ทำให้เกิดความคิดว่า หลักสูตรสมานฉันท์สันติสุข น่าจะมีเป้าหมายเพื่อสร้างความรู้เรื่องนี้ในสังคมไทยด้วย   แต่เมื่อวานพลเอกเอกชัยพูดเป็นนัยๆ ว่ากำลังทำวิจัยเรื่องนี้อยู่   ผมมองว่าเราต้องเอาความรู้สากลมาต่อยอดด้วยสถานการณ์ไทย

เมื่อวานผมเล่าให้ท่าน ผอ. สถาบันพระปกเกล้า (ศ. ดร. บวรศักดิ์ อุวรรณโณ) และพลเอกเอกชัย ฟังเรื่องการแก้ปัญหาความขัดแย้งโดยชาวบ้านกันเองที่แพรกหนามแดง และที่แม่ตาช้าง   อันเป็นผลงานวิจัยท้องถิ่นของ สกว.   แต่นั่นเป็นความขัดแย้งที่เล็กและรากสั้น   ส่วนความขัดแย้งใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีลักษณะซับซ้อน เรื้อรัง และกว้างขวางกว่ามาก   ยิ่งความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนี้ ยิ่งลึกลับซับซ้อน   และทำให้สังคมระส่ำระสาย  

ผมจะลองรวบรวมหลักการแห่งสันติไว้   เพื่อให้ผู้สนใจร่วมกันช่วยกันเติม

¨      สังคมที่ความเหลื่อมล้ำทางสังคมไม่สูงเกินไป

¨      สังคมที่มีนิติธรรม มโนธรรม จริยธรรม เมตตาธรรม คารวะธรรม

¨      สังคมที่มีความสัมพันธ์แนวราบ การสื่อสารแนวราบ เป็นหลักใหญ่

¨      ผู้คนมีทักษะในการสื่อสารแนวราบ สื่อสารเชิงลึก สื่อสารในระดับจิตวิญญาณ

¨      ผู้คนให้คุณค่าของความแตกต่างหลากหลาย   เห็นความเชื่อมโยงเกื้อกูลพึ่งพากันของสรรพสิ่ง   และสังคมใช้หลักการนี้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม  

¨      ผู้คนเห็นคนอื่นเป็นเพื่อนร่วมโลก ร่วมชตากรรม ร่วมเกิดแก่เจ็บตาย

¨      มีองค์กร , การจัดระบบ (organization), การจัดกระบวนการเพื่อสร้างสังคมแห่งสันติ   สร้างความสมดุล   มีกลไกควบคุมซึ่งกันและกัน

¨      การศึกษา ที่ช่วยให้คนเข้าใจธรรมชาติ เข้าใจมนุษย์ เข้าใจสังคม 

 

มิติของสันติ (peace) มิติ

1.     สันติภายในใจ และพฤติกรรมระดับปัจเจกบุคคล

2.     สันติในความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล

3.     สันติในความสัมพันธ์เชิงสังคม ระดับชุมชน  ภูมิภาค  ประเทศ  โลก

4.     สันติในความสัมพันธ์เชิงระบบนิเวศน์   ครอบคลุมมากกว่าเรื่องของมนุษย์  

 

ความขัดแย้ง นำไปสู่ความรุนแรง ๓ แบบ

1.     ความรุนแรงโดยตรง เช่นการฆ่า  การโจมตี  สงคราม

2.     ความรุนแรงเชิงโครงสร้าง  ได้แก่ความไม่เท่าเทียมกันในสังคม ทำให้มีคนตายเพราะขาดอาหาร   หรือตายเพราะอุบัติภัยที่คนส่วนใหญ่สามารถฟันฝ่าได้

3.     ความรุนแรงเชิงวัฒนธรรม  ตัวอย่างเช่นผู้คนไม่รู้สึกรู้สาในกรณีมีเด็กจรจัด

 

ตัวอย่างความรุนแรงที่รวมเอาความรุนแรงทั้ง ๓ แบบเข้าด้วยกัน คือ การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

 

คนรักสัตว์ป่า

หนัง BBC Natural World  เรื่อง Raising Sancho ให้ทั้งความรู้เกี่ยวกับนาก (Giant Otto) ในบราซิล   ให้ความสดชื่นจากทิวทัศน์ธรรมชาติ   และได้เห็นความรักความผูกพันระหว่างคนกับสัตว์ป่า    ที่สำคัญคือ ได้เห็นวิธีที่คนแสดงความรักอย่างถูกต้องต่อสัตว์ป่า    คือเลี้ยงให้เขาเป็นสัตว์ป่า  ฝึกให้กลับไปใช้ชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของป่า หรือของเผ่าพันธุ์ ได้    ไม่ใช่เลี้ยงให้เชื่อง ให้ผูกพันอยู่กับคน จนกลับออกไปใช้ชีวิตในฐานะส่วนหนึ่งของเผ่าพันธุ์ไม่ได้  

 

        

 

       

        

        

         

         

         

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับอาจารย์

ก่อนปี ๒๕๔๐  ผมมีโอกาสรู้จักกับพลเอกสนั่น เศวตเศรนี โดยระยะเวลาร่วม ๆ ๒ ปี ทำให้ได้รู้จักเข้าใจกับคำว่า  ความมั่นคง และ สันติศึกษา  จึงพอมองสังคมปัจจุบันแบบเข้าใจได้บ้าง  เสียดายท่านนายพลล่วงลับไปเมื่อ ๓ ปีก่อนหน้าแล้ว

ในแต่ละพื้นที่จะใช้สูตรสำเร็จใจการแก้ไขปัญหาไม่ได้แน่ หรือหากแก้ได้ก็คงต้องใช้เวลา เนื่องด้วยมนุษย์เรามักไปติดยึดกับสูตรเกินเหตุโดยไม่รู้จักปรับตัว  เรามักพูดกันอยู่เสมอว่า  มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา จนแล้วจนรอดมักไม่ค่อยเอาใจใส่ให้เกิดการมีส่วนร่วมกันอย่างจริงจัง 

หลักสูตรสมานฉันท์สันติสุขก็ดี  จากวิจัยต่าง ๆ ที่ชนะได้รับหลาย ๆ รางวัลก็ดี  หากนำไปสู่การปฏิบัติย่อมดี  ลงมือทำกันไป แก้ไขกันไป ขอเอาใจช่วยให้เกิดสันติสุขสมานฉันท์ครับ