การปะทะทางวัฒนธรรมของการจัดงานศพ : ต้องสร้างเอกภาพบนความหลากหลาย

 

 

 

            เมื่อวันที่ 27  มีนาคม 1 เมษายน 2551  ที่ผ่านมา   ผมได้จัดงานบำเพ็ญกุศลศพให้กับแม่  เป็นการจัดงานที่มีความแตกต่างทางความคิดหลายอย่างที่จะต้องให้พิจารณาตัดสินใจ   เนื่องจากเป็นการจัดงานที่คนจัดงานมาจากวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน

           นั่นคือ พ่อ และ แม่ ของผม อยู่ที่จันทบุรี   ผมเองไปมีครอบครัวอยู่ที่จังหวัดตราด  ส่วนพี่ชายก็แยกย้ายไปอยู่ที่กรุงเทพฯ

            การจัดงานศพของแม่ ได้จัดที่จันทบุรี   จึงมีข้อแตกต่างหลายเรื่อง ระหว่างตราด จันทบุรี  และ กรุงเทพฯ ที่จะขอนำมาเล่าสู่กันฟัง ดังนี้

           เรื่องแรก  เรื่องการจัดเลี้ยงอาหารให้แขกที่มาร่วมงาน  

           มีสองความคิดที่แตกต่างกัน  นั่นคือ ทางจันทบุรี  เขาจะเลี้ยงเฉพาะอาหารว่างในตอนกลางคืน หลังจากฟังพระสวดมนต์เสร็จ  แขกที่มาร่วมงาน เขาจะกินข้าวมาจากบ้านแล้ว แต่ที่ตราด  แขกเขามักจะมากินข้าวทั้งมื้อกลางวัน และ มื้อเย็น ที่งาน   ประเด็นนี้ ผมก็ต้องปรับและชี้แจงให้ทุกคนเข้าใจ คือ ผมขอให้จัดเลี้ยงแขกที่มาจากตราด ทั้งมื้อกลางวัน และ มื้อเย็น  ก็ไม่มีปัญหาอะไร  แต่จะดูแปลกๆ อยู่นิดนึง  ที่คนกรุงเทพฯ  และ คนจันทบุรี  นั่งมองคนตราดกินข้าว

        เรื่องที่สอง  เรื่องการจุดธูปเทียนการฟังสวดพระอภิธรรมในตอนกลางคืน 

         ทางจันทบุรี เขาจะนิยมให้เจ้าภาพ  หรือญาติฝ่ายเจ้าภาพเป็นผู้จุด  แต่ทางตราดและทางกรุงเทพฯ  เขานิยมให้แขกผู้มีเกียรติที่มาในงาน เป็นผู้จุด  ประเด็นดังกล่าวผมใช้วิธีให้จุดทั้งเจ้าภาพ และ แขกผู้มีเกียรติครับ เพราะมีธูปเทียนให้จุดถึง 3  จุด คือ จุดแรก บูชาพระรัตนตรัย   จุดที่สอง จุดที่หน้าตู้พระอภิธรรม  และ จุดที่สาม จุดที่หน้าศพ  ก็แบ่งๆ กันจุดครับ

            เรื่องที่สาม เรื่องการรับแขก ในขณะฟังพระสวด 

            ทางจันทบุรีเขาให้ญาติไปฟังพระให้หมด ไม่ต้องออกมารับแขก   แต่ทางตราดบอกว่า ให้มีคนออกมารับแขกบ้าง   ผมก็เลยแบ่งให้ลูกและภรรยา ไปฟังพระ  ส่วนผมก็ออกมารับแขก

            เรื่องที่สี่ เรื่องประธานประชุมเพลิง  

            ทางจันทบุรี เขาบอกว่าต้องเป็นกำนัน  แต่ผมก็มีความคิดว่าผมอยากจะเชิญผู้บังคับบัญชาของผม ซึ่งเป็นรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่  มาเป็นประธานประชุมเพลิง   เรื่องนี้ผมตัดสินใจลำบากเหมือนกัน  ท้ายสุด ผมก็ตกลงให้กำนันเป็นประธานประชุมเพลิงครับ  และเชิญท่านรอง ผอ.สพท. มาทอดผ้า

            เรื่องที่ห้า เรื่องการโปรยทาน (เหรียญบาทห่อกระดาษแก้ว)

           เรื่องนี้ ทางจันทบุรีเขาขัดแย้งกันเองครับ  คนหนึ่งบอกว่าให้จุดไฟก่อนแล้วค่อยโปรยทาน  อีกคนบอกโปรยทานก่อนจุดไฟ   คนที่บอกโปรยทานก่อนก็ไม่ฟังใครละครับ  ถือถาดมาโปรยทานเลย  โดยไม่รอจุดไฟ

            เรื่องที่หก  เรื่องการอยู่เฝ้าศพ 

             การจัดงานศพทางตราด พอสวดเสร็จ เขาก็ปิดศาลาเลย  ญาติโยมกลับบ้านกันได้  แต่ที่จันทบุรี  ญาติต้องอยู่นอนเฝ้าศพครับ คืนแรก พอเสร็จพิธี ผมก็เตรียมจะกลับบ้าน  แต่ก็ถูกทักท้วง  ผมก็เลยมานอนเฝ้าศพ เรื่องนี้ไม่มีปัญหาอะไรครับ  ดีเสียอีก ได้นอนเป็นเพื่อนแม่

            เรื่องที่เจ็ด  เรื่องการกินอาหารสำรับที่นำไปไหว้ศพ  

             ทางตราดเขาบอกว่าต้องให้ลูกหลานกินให้หมด  แต่ทางจันทบุรีเขาบอกว่ากินไม่หมดไม่เป็นไร เก็บเข้าไปไว้ในครัว ประเดี๋ยวก็มีคนมากินต่อจนหมด  เรื่องนี้ผมเห็นด้วยกับทางจันทบุรีครับ

            เรื่องที่แปด เรื่องการจุดเทียนเล่มใหญ่ 2 เล่ม ที่หน้าศพ

          เรื่องนี้ทางจันทบุรีเขาขัดแย้งกันเอง  ระหว่างให้จุดตลอด  กับ ให้จุดเฉพาะเวลาสวดพระอภิธรรม   เรื่องนี้ผมไม่ได้ไปยุ่งกับเขาหรอกครับ  แต่ท้ายสุด ผมเห็นจุดเฉพาะช่วงเวลาฟังพระสวด

            เรื่องที่เก้า เรื่องพิธีการฌาปนกิจศพ

             เรื่องนีเป็นเรื่องสุดท้าย  ถือเป็นเรื่องสำคัญและเป็นเรื่องเสี่ยงต่อการถูก

ตำหนิในการตัดสินใจของผม  คือ ผมตัดสินใจไม่อ่านประวัติ และ ไม่อ่านยกย่องคุณงามความดีของผู้ตาย ( คือ แม่ผมเอง)  ทั้งๆที่มีหลายคนบอกว่าน่าจะทำ  แต่ผมตัดสินใจว่าไม่ทำ  การตัดสินใจดังกล่าว เป็นเรื่องที่เสี่ยงต่อการถูกตำหนิว่าไม่ให้เกียรติ หรือไม่ยกย่องแม่ของตัวเอง   หลังจากที่ทำลงไปแล้ว  ก็ไม่มีเสียงตำหนิใดๆ  ( หรือ เขาจะแอบไปว่าลับหลังก็ได้ )  แต่กลับมีบางคนชมว่าจัดงานประชุมเพลิงได้กระชับดี   ไม่ยืดยาด

               ครับ สรุปแล้ว การจัดงานศพให้แม่ 5 วัน 5 คืน  มีข้อแตกต่างทางความคิดบ้าง  แต่ภาพรวมก็ออกมาดีครับ  มีบางคนถามว่าเหนื่อยไหม  ผมบอกตามตรงว่าไม่รู้สึกว่าเหนื่อยเลยครับ   ที่ไม่เหนื่อยคงจะเป็นเพราะอานิสงส์ผลบุญจากการทำความดีในการจัดงานบำเพ็ญกุศลศพบูชาพระคุณของแม่   และผมรู้สึกเหมือนกับว่าแม่ของผมเป็นกำลังใจให้ผมในการจัดงานบำเพ็ญกุศลศพให้ลุล่วงลงด้วยดี

                                                        ขอบคุณครับ