ความงามตามธรรมชาิติ...

ตอนมาถึงที่ College Park เมื่อ ๑๙ กุมภาพันธ์นั้น อุณหภูมิยังติดลบอยู่เลย ต้นไม้ทั้งหลายมีแต่กิ่ง ไม่มีใบเหลือ ดูเศร้าๆ แต่ในที่สุดฤดูใบไม้ผลิก็มาถึง ตอนนี้เดินไปตรงไหน หรือนั่งรถเมล์ไปที่ไหน ก็เห็นดอกไม้เต็มไปหมด

ต้นไม้ที่นี่ส่วนใหญ่แทนที่จะแตกใบอ่อนก่อน กลับแตกดอกก่อน เต็มทั้งต้นเลย หลายวันนี้ก็เลยพกกล้องแล้วก็เก็บภาพที่มหาวิทยาลัย กับแถวๆ บ้าน รวมถึงตรงแถวๆ หน้าต่างห้องนอนมาให้ชมกันค่ะ

ตัวเองไม่ค่อยรู้ประวัติดอกไม้ใบหญ้าอะไรเลย ได้แต่ถ่ายภาพมาฝากกัน แล้วก็ค้นในเวบดู หาดอกไม้ที่หน้าตาคล้ายๆ กัน ส่วนใหญ่ก็จะได้ข้อมูลจากวิกิพีเดีย สรุปแล้วก็คือ เป็นดอกแดฟโฟดิล ดอกไฮยาซินท์ แล้วก็ดอกของต้นแมกโนเลียค่ะ

ลองดูเลยนะคะว่างามไหม ^ ^

ดอกสีเหลืองและขาวด้านบนนี้ไปค้นมาเรียบร้อยแล้วค่ะ เรียกว่าดอก Daffodils เป็นไม้ดอกต้นเตี้ยๆ ชื่อทั่วไปที่คนเรียกกันก็จะเป็นแดฟโฟดิล แต่อีกชื่อหนึ่งของดอกที่คล้ายๆ กันจะเรียกว่า Narcissus (ขอขอบคุณ อ. Lin Hui ผู้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า Narcissus จะต้องมีปากแตรเป็นสีส้มค่ะ ^ ^)

นาซิสซัส เป็นชื่อของชายที่ชอบจ้องมองเงาสะท้อนของตนเองในน้ำ หลงไหลในเงาของตนเองเป็นที่สุด เป็นนิทานปรัมปราของกรีกโบราณ เรียกว่าสุดท้ายหลงไหลในเงาของตนเอง จ้องมองอยู่นั่น จนจมน้ำตาย  แล้วดอกนาซิสซัสนี้ก็งอกขึ้นมาตรงบริเวณที่นาซิสซัสตกน้ำตายตอนนั้นนั่นแหละค่ะ เรียกว่าตายเพราะหลงไหลในตัวเองมากเกินไป ฟังแล้วคุ้นๆ ในสังคมปัจจุบันนะคะ แสดงว่าอาการนี้คนเป็นกันมากตั้งแต่ยุคไหนสมัยไหนก็เป็น ยึดมั่นถือมั่นในอัตตาตนเองกันเยอะ ล้วนแล้วแต่นำไปสู่ทุกข์ทั้งนั้นค่ะ  อ้าว..ขึ้นต้นดอกไม้ แต่จบลงด้วยธรรมะนะคะ ^ ^  แต่ตอนที่เห็นดอกครั้งแรกแล้วนึกถึงกล้วยไม้เลยนะคะ

 

ส่วนข้างบนนี้ก็คือดอก Hyacinth ค่ะ มีหลายสีทีเดียว ไปค้นมาจากวิกิพีเดียว่ามีที่มาจากประเทศตุรกี เป็นไม้ประเภทเดียวกับทิวลิปคือเป็น bulb แล้วก็เป็นที่นิยมมากในประเทศเนเธอร์แลนด์ ลองคลิกไปดูภาพนะคะ ตะลึงดีค่ะ ^ ^

เจ้าดอก Hyacinth นี้เจ้าของบ้านที่ดิฉันเช่าอยู่เขาปลูกไว้เป็นหย่อมๆ รอบบ้านเลยค่ะ  เวลามองนอกหน้าต่างจะเห็นเจ้ากอนี้บานอยู่พอดี ของจริงสูงสักฟุตเดียวเท่านั้นค่ะ บานมาแล้วเป็นอาทิตย์แล้วเหมือนกัน ท่าทางจะอยู่ได้อีกอาทิตย์สองอาิทิตย์ค่ะ

ส่วนเจ้าดอกขาวข้างบนนี่เป็น Magnolia Stellata หรือ Star Magnolia นะคะ (เอารูป Daffodils มาแจมเล็กน้อย) เป็นต้นไม้ยืนต้น นิยมปลูกเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก แต่ต้นโตๆ ก็เคยเห็นค่ะ  ต้นที่มหาวิทยาลัยนี้ออกดอกเป็นสีขาวสวยเชียวค่ะ ออกทั้งต้นเลย แต่เป็นต้นสูงแค่ประมาณ ๒ เมตร  ตอนเดินผ่านมีกลิ่นหอมนิดๆ ด้วยค่ะ แต่แค่ตัวดอกแค่นี้ก็งามมากแล้วค่ะ

ไปค้นคว้ามาเพิ่มเิติมจากเวบของวิกิพีเดีย เขาว่าเจ้าแมคโนเลียนี้ถิ่นเิดิมอยู่ที่ญี่ปุ่นนะคะ นำเข้ามาที่อเมริกาเป็นร้อยปีแล้ว เป็นไม้ที่นิยมปลูกกันมาก เหตุผลก็คงไม่น่าแปลกใจเพราะดอกงามจริงๆ เขาบอกว่าตอกนึงมี 12 ถึง 18 กลีบได้ เวลาบานเต็มๆ แล้วหน้าตาเป็นดาว (Star) จริงๆ คล้ายๆ ดาวกระจายอย่างนั้นแหละค่ะ แล้วก็ที่ประหลาดคือแต่ละปีสีอาจจะไม่เหมือนกันค่ะ อาจกลายเป็นสีชมพูมากขึ้นได้ถ้าอุณหภูิมิตอนที่ดอกจะออกไม่เท่ากันในแต่ละปีค่ะ แปลกดีนะคะ แต่ก็สวยทั้งขาวทั้งชมพูอ่อนๆ แหละค่ะ

วันนี้ที่วอชิงตันดีซี เป็นวันแรกของเทศกาลดอกซากุระแห่งชาติแล้วค่ะ อาทิตย์หน้าจะหาเวลาไปแน่นอน เห็นว่าตอนนี้บานประมาณ ๗๐ เปอร์เซนต์แล้วค่ะ ยังไงจะนำภาพมาฝากกันนะคะ

หมายเหตุ

เพิ่งนึกได้ว่าตัวเองได้ไปวอชิงตันเมื่อสองอาทิตย์ที่ผ่านมา แล้วตอนนั้นก็มีซากุระบานแล้วด้วย แต่อยู่ที่อนุสาวรีย์ทหารนาวิกโยธินอเมริักัน (Marine Corps War Memorial) เห็นภาพคงจะจำกันได้ เป็นอนุสาวรีย์ที่จำลองมาจากภาพถ่ายจริงๆ ภาพหนึ่ง ไปค้นมาเพิ่มเติมแล้วว่าเป็นภาพที่ถ่ายตอนทหารอเมริกันพยายามยึดเกาะ Iwo Gima อิโวจิม่าในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองจากญี่ปุ่น เป็นภาพข่าวที่ได้รับรางวัลพูลลิซเซอร์ (Pulitzer Prize) ถ่ายตอนที่ทหารอเมริกันเข้ายึดพื้นที่ยอดเขา Suribashi ได้ พอยึดได้ก็ไปปักธงประกาศชัยชนะ และแสดงให้เห็นว่าได้ชัยภูิมิที่ยึดได้ยากแห่งนี้แล้ว รายชื่อนายทหาร ๕ นายที่ร่วมกันปักธงอเมริกันนี้เขาบันทึกไว้ทุกคนเลยค่ะ  (ขอบคุณเวบของวนอุทยานแห่งชาติสำหรับเนื้อหารายละเอียดของอนุสาวรีย์)

เข้าเรื่องดอกไม้ต่อนะคะ ^ ^   ตรงด้านหลังอนุสาวรีย์มีบ้านตึกแถวสวยๆ แล้วหน้าบ้านเขามีต้นซากุระที่บานแล้วเป็นแถวทีเดียว เลยได้เก็บภาพมาฝากกันเป็นน้ำจิ้มก่อนตามนี้ค่ะ