การทักทายแบบไม่มีหน้ากาก มีความใสซื่อ...สังคมเราน่าอยู่ เพราะความสดชื่นทางจิตใจยังมีให้ชื่นชม.

ผมตื่นขึ้นมาด้วยหน้าที่ของความเป็นพ่อที่ดูแลครอบครัวส่วนหนึ่งคือการไปจัดการเรื่องนมแล้วนำมาให้เจ้าหนูน้อยที่นอนพลิกไปพลิกมาด้วยอาการหิวอยากนมช่วงตี 4 กว่า ๆ  

 เมื่อดื่มนมอิ่มแล้วเขาก็หลับต่อพอตื่นมาอีกทีเราจะเห็นรอยยิ้ม...แสดงว่าเมื่อจิตใจยิ้ม  ใบหน้าจึงยิ้มตาม...รอยยิ้มของคนในครอบครัวเป็นรอยยิ้มที่งดงามในยามรุ่งสางใกล้สว่างนะครับ 

 พอพูดถึงรอยยิ้ม  เมื่อผมไปส่งลูกน้อยทั้งสองคนสิ่งแรกที่เห็นก็เป็นรอยยิ้มของคุณครูที่ไหว้ทักทายแบบเกรงใจอะไรประมาณนั้น 

 พอมาที่ทำงานก็เห็นรอยยิ้มกว้าง ๆ ของเพื่อน ๆ พอเดินเข้ามาในที่ทำงาน...ได้ยินเสียงเดินก่อนแล้วเจอตัวคน  ก็เห็นรอยยิ้มคนทำงานความสะอาดตึกที่ทำงาน...

เขาส่งยิ้ม...ไม่รู้เป็นคำถามหรือคำทักทาย..มาเช้าจังนะ  อาจารย์...คือเขาพูดออกมาแทบทุกวันเป็นปกติ  เจออีกคนหนึ่ง...เขายิ้ม...อาจารย์  มาไวจัง...กินข้าวแล้วยัง..?  ในภาษาถิ่นใต้...เริ่มจะเป็นภาษาปกติของผมที่ถนัดใช้สื่อสารกันมากกว่าภาษาใด ๆ

 การทักทายแบบไม่มีหน้ากาก  มีความใสซื่อ...สังคมเราน่าอยู่  เพราะความสดชื่นทางจิตใจยังมีให้ชื่นชม...พร้อมกับนั่งรับลมธรรมชาติตามประสาเขาคนชาวเกาะ

อย่างผมนะครับ...ฮา ๆ เอิก ๆ