ในชีวิตมนุษย์สักคนหนึ่งคนได้พบเจอหลากหลายคำถามที่กำลังรอคำตอบ
คำถามอันหนึ่งที่เราพึงตอบให้ได้ก็คือว่า “เราเกิดมาทำไม และ เราเกิดมาเพื่อใคร”

มนุษย์ทุกคนเกิดมามีหน้าที่ หน้าที่ที่สำคัญและพึงกระทำนั้นก็ “ทำความดี” สิ่งนี้เป็นคำตอบสำหรับคำถามที่ว่า “เราเกิดมาทำไม”
มิใช่เรื่องง่ายที่เราจะได้เกิดมาเป็นมนุษย์
เมื่อได้โอกาสเกิดมาเป็นมนุษย์แล้ว เราควรจะเร่งสร้างความดีตลอดทั้งชีวีในทุกเวลา
ลมหายใจที่เข้าและออกนี้ เพียรเร่งสร้างคุณงามความดีให้กับตนเองและสังคม
ความดีที่ทำนั้นจะส่งผลให้เรา “สุขกาย สบายใจ” อันเป็นความสุขแท้ที่ยิ่งใหญ่กว่าสุขใด ๆ ที่จะสามารถใช้ทรัพย์สินเงินทองไปแลกมา

ความสุข จากความดีที่ได้กระทำ จะนำพาใจ “สุขแท้” สามารถแก้ปมปัญหาที่ค้างคาใจมาแสนนาน
ความสุขแท้ จะนำจิตให้พบพานความสงบ ปลดเปลื้องกิเลสทั้งกายใจ

คำถามสองว่าชีวิตนี้ “เราเกิดมาเพื่อใคร” ต้องลองย้อนถามตนเองดูง่าย ๆ ว่า “ใคร” ทำให้เราได้เกิดมา
“พ่อ และ แม่” ทั้งสองผู้ประเสริฐ เป็นผู้ให้กำเนิดชีวิตน้อย ๆ นี้ให้สามารถเกิดมาเป็นมนุษย์ ให้สามารถเกิดเป็นสัตว์ที่สามารถประกอบคุณงามความดีอย่างสูงสุดกว่าสัตว์ใด

ชีวิตนี้เราจะเกิดมาเพื่อใคร ถ้าใช่เกิดเพื่อตอบแทนไซร้ “ความกตัญญู”

บรรพบุรุษ บุพการีชน บุคคลที่ให้กำเนิด ทรงคุณธรรมงามเลิศยิ่งกว่าใครในปฐพี

บุคคลทั้งหลาย มากหน้า หลายตาในโลกนี้ คงมิมีใครเทียบเท่า “พ่อ แม่” เรา

ท่านทั้งรัก ทะนุถนอม ยุ่งมิให้ไต่ ไรมิให้ตอม กล่องเกลี้ยง และเลี้ยงดู
ทำงานเช้าจรดค่ำ อาบเหงื่อต่างน้ำ ทุ่มเทแรงกาย และแรงใจเพื่อลูกยา
อดมื้อกินมือทำได้ เพื่อให้ลูกได้กินทุกมื้อ
ทุกวันนี้พ่อและแม่ต้องทำงานเหนื่อยแค่ไหน เหนื่อยทำไม เหนื่อยเพื่อใคร ถ้ามิใช่ “เหนื่อยเพื่อเรา”

“เรา” นี้หนอคือลูก ๆ ต้องเพียรปลูกต้นรักสมัครสมาน
ตอบแทนพระคุณบุญคุณในทุกกาล เพียรกราบกาน เคารพน้อม ด้วยกายใจ

ทำสิ่งใด ในวันนี้ อย่าลืมแม่
ตอบแทนแท้ ทำความดี ทดแทนท่าน
ตอบแทนพ่อ ให้ใจชื่น ทุกคืนวัน
ทดแทนท่าน ด้วยความดี ทั้งกายใจ

ชีวิตนี้ เกิดมาเพื่อ ตอบแทนท่าน
พ่อแม่นั้น ยังเฝ้ารอ ลูกรู้ไหม
มิได้หวัง เงินทอง หรืออื่นใด
หวังเพียงได้ พบหน้าลูก พันธุ์ผูกพัน

งานใดอื่น หมื่นแสน มิเทียมเท่า
งานนี้เล่า “กตัญญู” ประเสริฐยิ่ง
เพียรตอบแทน ให้พ่อแม่ ด้วยใจจริง
พ่อแม่มิ่ง ขวัญลูกรัก ประจักษ์เอย...