ใครๆก็อยากได้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตนเอง
เมื่อวานมีน้องนักศึกษามาดูงานพิเศษระหว่างเรียน มีน้องนักศึกษาคนหนึ่งได้มาหางานพิเศษระหว่างเรียนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และสนใจลงชื่อสมัครทำงานขนโต๊ะ-เก้าอี้ซึ่งเป็นงานเหมาจ่าย 10 คน ค่าจ้าง 1,500 บาท เมื่อเราให้ข้อมูลเรียบร้อย น้องเขาก็ตกลงใจและเราก็ส่งรายชื่อน้องๆ ทั้งหมดให้กับผู้จ้างงานเรียบร้อย
พอมาเมื่อวานน้องนักศึกษาคนเดิมมาดูงานอีก..และเจองานที่ทำงานในช่วงคาบเกี่ยวกัน แต่ได้เงินมากกว่า น้องเขาเลยขอเปลี่ยน...

จึงได้อธิบายให้ยน้องฟังว่า..ถ้าน้องเปลี่ยนงานในช่วงเวลากระชั้นแบบนี้เพื่อรับงานที่ดีกว่าเงินมากกว่านั้น ส่งผลกระทบหลายอย่าง คือ
พี่ซึ่งเป็นผู้ประสานงานต้องประกาศหาคนเพิ่มในช่วงที่กระชั้นชิด และต้องโทรแจ้งทางนายจ้าง
เมื่อน้องสมัครงานไว้ เมื่อมีคนสนใจจะมาสมัครเขาก็พลาดโอกาสที่จะได้ทำงาน แต่พอเอาเข้าจริงคนสมัครไว้กลับไม่ทำแล้ว
สรุป...แล้วไม่ได้ให้น้องเขายกเลิกงานเดิมเนื่องจากงานทีสมัครไว้นั้นต้องทำในช่วงวันอันใกล้นี้แล้ว และ่เพิ่มงานใหม่เนื่องจากน้องบอกว่ามีความจำเป็นที่จะทำงานพิเศษเพื่อหารายได้ โดยให้น้องไปทำงานที่สมัครไว้ครั้งแรกเรียบร้อยแล้ว จึงค่อยมาทำงานชิ้นที่สองซึ่งได้ประสานกับทางนายจ้างไว้ให้
สรุป...งานนี้น้องนักศึกษาก็ HAPPY นายจ้างก็ OK ผู้ประสานงานก็เลย HAPPY ไปด้วยค่ะ
ปล.
ทำอะไรต้องเตรียมสำรองไว้...เพื่ิิอเป็นกองหนุนเมื่อตัวจริงถอนตัวค่ะ
ฟังการอธิบายแล้ว ก็เห็นด้วยว่า happy กันทุกฝ่าย บางครั้งการอธิบายเพิ่มเติมอีกนิดเดียวแต่ทำให้เกิดความเข้าใจที่มากมาย และนำไปคิดต่อได้อีกเนอะ