การนั่งทำงานอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์นาน ๆ หรือนั่งทำงานอยู่ในท่าที่ผิดปกติ โดยไม่ได้เปลี่ยนอิริยาบถ ทำให้เกิดการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อ เอ็นยึดกระดูก เอ็นยึดกล้ามเนื้อและเส้นประสาทบริเวณข้อมือ มือ แขน หรือไหล่ ทางการแพทย์เรียกอาการบาดเจ็บเช่นนี้ว่า การบาดเจ็บจากการใช้งานซ้ำ ๆ

         ช่วงนี้อากาศร้อนมาก ยิ่งใกล้วันสงกรานต์เข้ามาทุกที ก็ยิ่งร้อนสะ จนบางครั้งนึกสนุก...ถ้าเป็นไปได้ อยากไปนั่งแช่ นอนแช่ในตู้เย็นจัง อิอิ สงสัยจะกลายเป็นอ้อยแช่แข็งมากกว่าอ้อยควั้นเสียแล้วล่ะ 555

         วันนี้มีอะไรดี ๆ มาฝากกัน นั่นก็คือโรคฮิต โรคประจำของคนทำงาน และคนที่นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ ซึ่งผู้เขียนก็เป็นอยู่บ่อย ๆ นะค่ะ        

          การนั่งทำงานอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์นาน ๆหรือนั่งทำงานอยู่ในท่าที่ผิดปกติ โดยไม่ได้เปลี่ยนอิริยาบถทำให้เกิดการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อ เอ็นยึดกระดูกเอ็นยึดกล้ามเนื้อและเส้นประสาทบริเวณข้อมือ มือ แขน หรือไหล่ทางการแพทย์เรียกอาการบาดเจ็บเช่นนี้ว่า การบาดเจ็บจากการใช้งานซ้ำ ๆ  (repititive strain injury หรือ RSI)
     
          
โดยทั่วไปจะเริ่มจากการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อขณะที่นั่งทำงานหลังจากนั้นจะมีอาการปวดแม้ว่าจะวางมือ หรือแขนไว้เฉย ๆ รู้สึกอ่อนแรงบริเวณข้อมือแขน หรือไหล่ ไม่มีแรงกำมือ ถ้าเคลื่อนไหวมากขึ้นอาการเหล่านี้จะรุนแรงขึ้นทำให้การเคลื่อนไหวได้จำกัด หลังมือหรือข้อมือบวม เสียว ชาหรือมีอาการเจ็บแปลบบริเวณข้อศอก ข้อมือ หรือนิ้วมืออาการนี้ถ้าปล่อยไว้นานอาจถึงขั้นเส้นเอ็นอักเสบและส่งผลกระทบกับการทำงานในระยะยาวได้อย่างไรก็ดีเราสามารถป้องกันอาการนี้ได้ไม่ยากค่ะ

นั่งสบาย...ผ่อนคลายไม่ป่วย
 
  
     การปรับเปลี่ยนท่านั่งทำงานให้เหมาะสม    นอกจากจะมีผลให้เรานั่งทำงานได้อย่างสบายใจแล้วยังช่วยลดปัญหาสุขภาพที่จะตามมาได้อีกด้วย

  •  ปรับระดับความสูงของโต๊ะทำงานและเก้าอี้ให้พอดีกับระดับสายตาใช้เก้าอี้ที่มีที่วางแขนเพื่อประคองข้อศอก และสามารถปรับได้นั่งทำงานโดยงอเข่าทำมุม 90 องศากับพื้น ปลายแขนขนานกับพื้นบริเวณเอวควรมีสิ่งรองรับ
  • ถ้าต้องการทำงานกับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ ทุก 1 ชั่วโมง ควรหาโอกาสพักสัก 5 นาที
  • ใช้เม้าส์ให้น้อยที่สุด พยายามใช้แป้นพิมพ์แทน และพักข้อมือทุก 20 นาที
  •  หาที่ตั้งเอกสารให้อยู่ในระดับสายตา เพื่อไม่ต้องก้มมาก

      ทั้งหมดนี้คือวิธีป้องกันให้ห่างไกลจากการบาดเจ็บดังกล่าวแต่สำหรับคนที่กำลังมีอาการอยู่ก่อนอื่นขอแนะนำให้หยุดทำงานกับคอมพิวเตอร์สักพักหนึ่งเพื่อลดความรุนแรงของอาการเสียก่อนแล้วทำตามวิธีรักษาตามธรรมชาติที่นำมาฝากดังนี้ค่ะ

เยียวยาด้วยธรรมชาติบำบัด 

    วารีบำบัด

  • ประคบร้อน  การประคบร้อนช่วยให้เกิดการผ่อนคลายของกล้ามเนื้อเส้นเอ็นและเนื้อเยื่อผังผืดต่าง ๆนำผ้าชุบน้ำอุ่นบิดหมาด  หรือจะใช้กระเป๋าน้ำร้อนสำเร็จรูป ลูกประคบต่าง ๆ  ไข่ต้มสุกหรือข้าวสุกห่อผ้าก็ได้ตามความสะดวก ประคบเพื่อลดอาการปวดบวมประคบหลาย ๆ ครั้งจนอาการดีขึ้น   ประคบประมาณ 20  นาที     ระดับความร้อนที่ใช้ขึ้นอยู่กับความรู้สึกของผู้ถูกประคบให้รู้สึกอุ่นสบายไม่ร้อนเกินไป
  • ประคบเย็น   การประคบเย็นทำหน้าที่เหมือนให้ยาชาเฉพาะที่    ช่วยลดอาการหดเกร็งของ
    กล้ามเนื้อ
       ช่วยคลายปวดเมื่อต้องเกร็งกล้ามเนื้ออยู่ในท่าเดียวเป็นเวลานาน ๆ    นำผ้าชุบน้ำเย็นบิดหมาด   หรือผ้าห่อน้ำแข็งประคบบริเวณที่มีอาการ ประคบวันละหลาย ๆ  ครั้ง   จนรู้สึกกล้ามเนื้อผ่อนคลาย อาการที่มีทุเลาลง  การประคบน้ำแข็งควรประคบครั้งละ 3 - 5 นาที  แล้วพักสักครู่ ก่อนประคบต่อ  

     โยคะ

       
ท่าโยคะช่วยกระตุ้นต่อมต่าง ๆในร่างกายได้  อีกทั้งยังช่วยให้อวัยวะกล้ามเนื้อผ่อนคลายความปวดเมื่อยอาการบาดเจ็บนี้สามารถบำบัดได้ด้วยท่าโยคะที่บริหารส่วนบนของร่างกาย   เพื่อช่วยยืดคอไหล่ และหลังส่วนบน  เพื่อให้ส่วนที่มีปัญหาสามารถเคลื่อนไหวได้มากขึ้น

      สมุนไพร
 

  • ผสมผงขมิ้นกับน้ำปูนใส และผสมสารส้มลงไปพอกบริเวณที่เคล็ดขัดยอกช่วยลดการอักเสบ
  • ฝานไพลบาง ๆ นำมาถูนวดบริเวณที่เคล็ดเบา ๆ แก้เคล็ดยอก  ฟกบวม  เส้นตึง 

     ฟื้นฟูด้วยอาหาร

  • ใส่ขมิ้นในอาหารสารต้านการอักเสบประสิทธิภาพสูง  จะช่วยบรรเทาอาการปวดให้ดีขึ้นได้
  • รับประทานสับปะรดเพราะมีเอนไซม์โบรมีเลน (bromelain) ช่วยลดการอักเสบได้
  • รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและแมกนีเซียม   ซึ่งเป็นสารอาหารหลักของกล้ามเนื้อเช่น ปลาที่กินได้ทั้งตัว  หอย  ธัญพืชไม่ขัดขาว  ถั่วเปลือกแข็ง  ผักใบเขียว  เห็ด   และสาหร่ายทะเล เป็นต้น

        เป็นอย่างไรบางครั้งค่ะ  สำหรับวิธีต่าง ๆ ที่ผู้เขียนนำเสนอไป เป็นวิธีที่หาทำกันไม่ยากใช่ไหมเอ่ย...โดยใช้ธรรมชาติเยียวยากล้ามเนื้อป่วยจากการใช้คอมพิวเตอร์  ถ้าอยากนั้น ผู้เขียนขอตัวไปผ่อนคลายกล้ามเนื้อล่วงหน้าก่อนก็แล้วกัน...ชักจะเมื่อย ๆ ตัวเสียแล้วสิ อิอิ...     

 

 

 

ที่มา  :  จากนิตยสารชีวจิตฉบับที่ 205