ผูกข้อมือ
ขึ้นดอยตามหาฝันวันเก่าๆ“ผูกข้อมือ”
บ่ายวันหนึ่่่งเพื่่่อนที่เคยรู้จักกัน โทรมาหา ตกใจและตื่นเต้น เพราะปกติ เจ้าเพื่อนคนนี้ไม่ค่อยโทรหาใคร ส่งเสียงมาตามสาย ว่าเดือนนี้ ครบรอบการผูกข้อมือรับขวัญของพี่น้องชาวปกาเกอะญอ บ้านแม่คองซ้ายอีกแล้วนะชาวบ้านถามหาว่าปีนี้จะขึ้นไปร่วมได้ไหม? ตกใจมาก เอ้าทำไมน้า เวลามันไวเหมือนโกหกอย่างนี้น้า ..หรือว่าเราทำงานจนลืมเวลาไปเลย ใจที่รักการท่องเที่ยว ภาพเก่าๆที่ครั้งเคยไปอยู่และใช้ชีวิตกับชาวบ้านและเด็กๆช่วงหนึ่งผุดขึ้นมา ไม่รอช้า รีบเก็บสัมภาระเตรียมตัวไปร่วมมัดมือ ถือเป็นการพักผ่อนเพื่่อเตรียมสอบที่ใกล้จะมาถึงสิ้นเดือนนี้
ขับรถจากเมืองเชียงใหม่ วิ่งไปตามเส้นทางเชียงใหม่ -ฝาง พอผ่านตัวอำเภอเชียงดาว เลี้ยวซ้ายไปทางถ้ำเชียงดาวไต่เขาเส้นทางสายเมืองคองเลียบดอยหลวงเชียงดาว
รถก็เริ่มไต่ขึ้นที่สูงขึ้นเรื่่อยๆตามสันเขาที่คดเคี้ยวสูงชันยามรถวิ่่่งขึ้นเขา ต้องกดแตรให้สัณญานตลอดเพื่อให้รถที่สวนลงมาหยุดรถให้เราก่อน เพื่อความปลอดภัยเพราะมองไม่เห็นโค้งด้านหน้าเลย (เป็นวิถีการขับรถขึ้นดอยหลวงที่ถือปฏิบัติกันมาค่ะ) ค่อยขับรถด้วยความระมัดระวัง มุ่งสู่หมู่บ้านเป้าหมาย ฝั่งช้ายมือเป็นดอยหลวงเชียงดาวตั้งตระหง่านค้ำฟ้า มีหมู่บ้านชุมชนชาวเขาเผ่าลีซอ บ้านฟ้าสวยและบ้านนาเลา ซึ่งเห็นทิวทัศน์ของดอยหลวงเชียงดาวอย่างชัดเจนในหน้าฝน แต่เวลานี้ เป็นหน้าแล้งมีแต่กลุ่มหมอกควันไฟดูแล้ว เศร้า....เหงา อย่างบอกไม่ถูกเลยค่ะ
จาก จุดกม.ที่ 17 เส้นทางสายเมืองคองเลียบดอยหลวงเลี้ยวขวาจะมีป้ายเล็กๆแขวนติดต้นไม้ บอกทางเข้าสู่หมู่บ้านแม่คองซ้าย ทางลงหมู่บ้านสูงชันเป็นทางลงเขาที่ดิ่งลงไปสู่หมู่บ้านอีกประมาณ 3.5 กมเส้นทางสุดยอดเกินบรรยายค่ะ.. รถวิ่งสวนกันไม่ได้เลยแต่เป็นช่วงหน้าร้อนค่อยยังชั่ว แต่เป็นทางเลนเดียว และเป็นครั้งแรกที่ขับรถลงไป คอยไหว้พระและภาวนาตลอดทาง แต่ปลอดภัยค่ะ
เดินทางถึงหมู่บ้านประมาณบ่ายโมงกว่าๆ เดินเที่ยวพูดคุยทักทายกับพี่น้องปกาเกอะญอ เดินไปทั่วหมู่บ้านด้วยความดีใจและสมกับความคิดถึง อะไรหลายอย่างได้เปลี่ยนแปลงไปบ้างเช่นแต่ก่อนมีการใส่ชุดประจำเผ่าก็ลดน้อยลง แต่ที่ไม่เปลี่ยนแปลงเลยคือ รอยยิ้มและมิตรไมตรีที่สูงค่าของพี่น้องหมู่บ้านนี้ไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนไปแค่ไหน ไปบ้านไหนก็ยังต้องทานข้าวทุกบ้าน...(หากเราทานข้าวบ้านเขาๆจะดีใจมาก )ทุกครอบครัวก็ยังคงความเป็นพี่น้องผูกพันธ์ เป็นเครือญาติอยู่พึ่งพิงกัน ซึ่่งนอกจากความเป็นชนเผ่าเดียวกันแล้ว ยังใช้ความเชื่อทางวัฒนธรรม มาเชื่อมร้อยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเพณีการ “ผูกข้อมือ”
ตอนเช้าอีกวันเป็นวันที่่่เริ่มพิธีผูกข้อมือ ผู้อาวุโสประจำหมู่บ้านเปิดพิธีบอก
กล่าวสิ่่งศักดิ์สิทธ์ว่าจะมีการผูกข้อมือแล้ว ชาวบ้านก็เริ่มเดินกันเป็นกลุ่มๆเพื่อไปบ้านหลังแรก เวียนกันจนครบทุกหลังคาเรือน การไปบ้านแต่ละบ้านเจ้าของบ้านจะต้อนรับขับสู้ดีมาก มีการเลี้ยงข้าว อาหารที่นำมาเลี้ยงแขก ส่วนมากจะทำด้วยเนื้อหมู หรือไก่ และที่แน่นอน ..อิอิ..น้ำยอดข้าว ตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล ทุกคนสนุกสนานมาก..เวียนกันไปตามบ้านที่ตั้งอยู่ตามไหล่สันเขา23หลังคาเรือน
ตั้งแต่เช้ายันค่ำ สนุกสนานหยอกล้อกันไป มีเสียงหัวเราะ คำอวยพรจากผู้เฒ่าผู้แก่เวลามัดมือ จวบจนเวียนกันครบทุกหลังคาเรือนแล้ว ผู้อาวุโสจึงบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อีกครั้งเป็นการปิดพิธีมัดมือในครั้งนี้ ความสุข ความอบอุ่น ความผูกพันธ์ในรากเหง้า วิถีวัฒนธรรมอันสวยงามของปกากะญอ
ครั้งหนึ่ง..เราเคยผูกพันธ์
นับเป็นวันแห่งครอบครัวอีกวันหนึ่งและเป็นความทรงจำอันล้ำค่าในชีวิตของ..อดีตครูดอยคนนี้







น่ารักน่าประทับใจเหลือเกินค่ะ :-)
สวัสดี คุณคำแสนดอย
สวัสดีครับ
-ภูมิใจมากที่ได้อ่านข้อความของคุณทำให้ผมรู้ถึงคุณค่าความผูกพันธ์ที่มีตอชุมชน
ปวากะญอพี่น้อง บนภู เขาเฮย
เขาอยู่ดอยไกลดู ว่าด้อย
อยู่กินไม่เลิศหรู พออยู่ พอกิน
แต่จิตเขาเต็มร้อย ไม่ด้อย ดอกหนา
สวัสดีคุณ คำแสนดอย
แสนสบายใจ๋ยิ่งล้ำ คำแสน ดอยเฮย
ใจ๋โล่งใจ๋ยังแควน เปล่งป้อย
สอบเสร็จม่วนเหลือแสน กาแม่น แถมนา
แบบว่าคะแนนร้อย ศิษย์หน้อย ได้เต๋ม
สวัสดีหลานคำแสนดอย... สมเปิงชื่อล้ำ
*เพราะสร้างความดีอยู่บนที่สูง
*หันว่ามีก๋ารมัดมือเลยเข้ามาปั๋นปอนว่า" ไจยะลาภัง สัพพะทุกขา ภยาโรคาวินาสสันตุ..."
ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน....พรหมมา
ขอให้มีความสุข
บันทึกดีดีเช่นนี้หลุดลอดสายตาไปได้อย่างไรหนอ
สงสัยช่วงนั้นอยู่ป่าอยู่ดอย
ดีใจที่ยังได้อ่าน...แล้วก็ดีที่ได้อ่านท่ามกลางบรรยากาศของชนเผ่า
ขะมุ ไปร ไทดำ ที่เมืองหงสา
คิดถึงพี่น้องปกาเกอะญอ เหมือนกันครับ
จำได้สองสามคำ อ่อเม อ่อที
ขอบคุณสำหรับบันทึกที่ทำให้นึกถึงบ้าน แม้ว่าดอยที่หงสาจะสูงเทียมดอยเจียงดาว แต่การได้อ่านพบบรรยากาศ เมืองแหง เมืองคอง ทำให้คิดถึงแม่แตงมากนัก