"ฝากให้คุณแม่ ขยัน เลี้ยงลูก ประเด็นนี้ก็ท้าทาย คำว่า ขยัน ก็คงต้องมีรายละเอียด อยู่ที่เราศึกษาเพื่อสืบเสาะหาสิ่งดีๆที่มาปฏิบัติกับลูก การสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างสมองของเขา นับตั้งแต่ อาหาร การพักผ่อน ขยันทำอาหารที่หลากหลาย ขยันเล่านิทาน"

 Mok

น้องมุก (ดญ.โชติรสา วณิชฤทธา)สาวน้อยวัย ๘ ขวบ อารมณ์ดี ยิ้มง่าย  นักเต้นบัลเลย์ ผลการเรียนที่ดีเยี่ยมรวมถึงความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษที่คล่องแคล่วในชีวิตประจำวัน....เมื่อใครได้พบสาวน้อยคนนี้ก็ต้องแอบหลงรักเพราะความน่าเอ็นดู รวมถึงการช่างเจรจาของสาวน้อย ทำให้บรรยากาศรอบข้างไม่เคยเงียบเหงา

 

ผมนัดพบกับ อาจารย์ธันยพร  วณิชฤทธา หรือคุณน้ำฝน ในวันสบายๆหลังจากที่เสร็จสิ้นภารกิจ บรรยากาศที่ผ่อนคลายผมจึงขอให้เธอช่วยเล่าเรื่อง การเลี้ยงดูลูก แบบเจาะลึกเพื่อจะได้นำเรื่องราวของคุณแม่ยังสาวท่านนี้เป็นกรณีตัวอย่างในการเลี้ยงลูกแบบ Smart mom

 12345

อ.ธันยพร สาวสวยที่ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะมีลูกสาววัยแปดขวบ บุคลิกที่เชื่อมั่น เป็นสาวยุคใหม่ นอกจากจะสวยแล้ว ผมยอมรับว่าเธอเป็นผู้หญิงที่เก่ง มีความคิด ทัศนะที่พัฒนากับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆได้ตลอดเวลา  และทึ่งมากขึ้นเมื่อเธอบอกกับผมเสมอว่า เธอเลี้ยงลูกมากับมือ แม้จะเป็นการเลี้ยงด้วยตำรา แต่คุณแม่ยุคใหม่แบบเธอนั้น เป็นคุณแม่ "ขยัน"  น้องมุกลูกสาวคนเดียวของเธอจึงเป็นผลผลิตที่น่าชื่นใจ และมีเรื่องดีๆให้เธอและสามีชื่นชมอยู่เสมอ

 1234

"ตัดสินใจลาออกจากงานเมื่อ ตอนท้องได้ ๖ เดือน" อ.ธันยพร เล่าให้ฟังประโยคแรกในการตัดสินใจเมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ เธอเล่าต่อว่าถึงแม้เงินเดือน และตำแหน่งหน้าที่การงานในขณะนั้นจะประสบความสำเร็จอย่างสูงในระดับของเธอในตอนนั้น แต่ตัดสินใจลาออกเพื่อที่จะได้มีโอกาสดูแลครรภ์อย่างเต็มที่

 

"ช่วงตั้งครรภ์ ยังเป็นช่วงที่ยังรู้สึกงงๆกับตัวเองอยู่ เพราะเป็นคุณแม่มือใหม่ ยังรู้สึกตื่นเต้น ไม่รู้จะทำอะไรดี"

 

"สิ่งที่ทำก็คือตะลุยอ่านหนังสือคะ อ่านหมดทั้งนิตยสารรักลูก ตำราทั้งภาษาไทย ทั้งภาษาอังกฤษในการดูแลในระหว่างตั้งครรภ์ การกินอาหาร การพักผ่อน อ่านตำราแบบ How to เลย ทำตามนั้น รู้ว่าอ่านและเก็บข้อมูลเยอะมาก (หัวเราะ) เมื่อขนาดของท้องเริ่มขยายเราก็เริ่มรู้สึกว่า มีสิ่งมีชีวิตอีกชีวิตหนึ่งในร่างกายของเรา ความรู้สึกรักและอยากดูแลเขาอย่างดีที่สุดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามขนาดของท้องที่โตขึ้น"

 

เธอเล่าไปพลางนั่งคิด ทบทวนเรื่องราวในอดีตที่ยังแจ่มชัด แล้วยิ้ม หัวเราะอย่างมีความสุข  ผมได้แต่นั่งฟังและจดประเด็นที่น่าสนใจไปเรื่อยๆ

 

"อุปกรณ์ที่ซื้อมาตอนนั้น รู้สึกว่าเป็นชุดเครื่องมือคุยกับลูก ลักษณะเป็นรูปทรงกรวยสองด้านมีสายเชื่อมกันเหมือนหูฟังของคุณหมอเลย แบบนั้นหละ มีไว้คุยกับลูกในท้อง คือจะเล่านิทานให้เขาฟังทุกวันคะ จะเล่าเป็นภาษาไทยบ้าง ภาษาอังกฤษบ้าง ทำเสียงโทนต่างๆ เสียงต่ำ เสียงสูง หรือไม่ก็อ่านหนังสือทั่วไปก็อ่านออกเสียง พูดคุยกับเขานี่ทำมาโดยตลอดช่วงตั้งท้อง"

 

แล้วเขาจะรับรู้บ้างหรือเปล่า เวลาเราเล่านิทาน อืมม...ถามง่ายๆว่า เขารู้บ้างไหมว่าเราเล่านิทานให้เขาฟัง มีการตอบโต้อะไรบ้าง?  ผมถามคำถามต่อ

 

" เขารู้นะคะ เมื่อขนาดท้องใหญ่ขึ้น เขาก็ดิ้นมากขึ้น หากเราพักผ่อนลูกก็จะพักผ่อนไปด้วยไม่ดิ้น หากเราตื่นเขาก็จะตื่น เห็นชัดว่าเมื่อเรานำเครื่องมือพูดคุยกับลูก พร้อมกับเล่านิทาน เขาจะดิ้นและรับรู้เหมือนกับว่าเวลาฟังนิทานเรื่องโปรดเขามาอีกแล้ว รับรู้ได้คะ"

 

อ.ธันยพร เล่าต่อว่าช่วงคลอดเธอต้องผ่าคลอดด้วยเหตุผลว่า เมื่อน้ำเดิน ปากมดลูกเปิด เด็กไม่หมุนตัว การผ่าคลอดใช้เวลาไม่นาน น้องมุกลูกสาวแข็งแรง ผิวสีชมพู ร้องดังจ้า น้ำหนักอยู่ที่ ๒,๘๐๐ กรัม ถือว่าน้ำหนักไม่มากเกินไปและไม่น้อยจนเกินไป

 

"เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตลอดคะ เพราะว่าเราลาออกจากงานเพื่อจะมาเลี้ยงเขาโดยเฉพาะ จึงทุ่มเทเต็มที่ให้นมแม่อย่างเดียวเกือบปี เราก็มีความสุขนะคะ นอกจากเลี้ยงลูกที่บ้านแล้ว ยังรับงานแปลให้กับสำนักพิมพ์วัฒนาพาณิชอีก เรียกว่าไม่เบื่อ เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากๆที่ได้ดูแลเขาแบบใกล้ชิดทำหน้าที่แม่เต็มที่"

 

" เราเปิดเสียงนิทาน เสียงเพลงให้เขาฟังตลอด ว่างๆก็นั่งเล่านิทานเหมือนที่เขาได้ฟังตอนอยู่ในท้อง  สังเกตว่าเขาสนใจไม่งอแง จะนอนนิ่งๆฟังเสียงของแม่ เมื่อถึงบทตื่นเต้นก็จะยิ้มๆหัวเราะ นี่แสดงว่าเขารับรู้ และสนุกไปกับโทนเสียงที่เราเล่าให้เขาฟัง"

 

"หากถามเรื่องอาหารของลูก จะเปิดตำราอีกแล้วคะ" เธอยิ้มๆ เมื่อผมถามถึงการดูแลเรื่องอาหาร

 

"อาหารนอกจากนมแม่แล้ว เมื่อเขาเริ่มทานอาหารอ่อนๆได้แล้ว ก็เน้นผักต้มบดกับหมูสับ ข้าวกล้องต้ม ที่บ้านทานข้าวกล้องนะคะ เลยให้เขาได้ทานด้วย  ผักส่วนใหญ่ก็เป็นพวกตำลึง ฟักทองบด แครอท เรียกได้ว่าใช้ผักเป็นส่วนผสมทุกอย่าง เมื่อเขาโตขึ้นก็เพิ่มปริมาณผักเรื่อยๆ นอกจากเขาไม่ท้องผูกแล้ว ถึงตอนนี้น้องมุกก็กินผักได้ทุกชนิดไม่มีเขี่ยทิ้ง"

 

น้องมุกนอกจากจะเลี้ยงง่าย เป็นเด็กที่อารมณ์ดีแล้ว ยังสุขภาพแข็งแรงไม่เจ็บป่วย พัฒนาการค่อนข้างเกินวัย อ.ธันยพร มีเคล็ดลับมาบอกครับ

 

"ปกติจะซื้อของเล่นที่เกินพัฒนาการมาให้เล่น เพราะทราบไงคะว่าอายุเท่านี้จะทำอะไรได้บ้าง น้องมุกเขาทำได้เร็วและก่อนช่วงอายุจากที่อ่านในตำรา ก็เลยพยายามซื้อของเล่นที่เกินพัฒนาการมาให้เขาได้เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง"

 

"ส่วนกิจกรรมที่ให้เขาได้เรียนรู้ อันนี้ขอข้ามมาเมื่อน้องมุกโตแล้วนะคะ อายุได้ ๒ ขวบ ให้เขาฝึกตัดกระดาษโดยใช้กรรไกรแล้ว ซึ่งกิจกรรมนี้อันตรายต้องมีผู้ปกครองดูแลอย่างใกล้ชิดเพราะใช้ทั้งการบังคับกล้ามเนื้อและสมาธิของเด็ก อีกกิจกรรมหนึ่งก็ให้เขาได้วาดสีน้ำ เขาจับพู่กันได้เมื่ออายุ ๒ ขวบเช่นกัน"

 

"เรื่องภาษา ที่บ้านใช้สองภาษาก็คือ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย เพราะคุณแม่เป็นครูอังกฤษ คุณยายก็เป็นครูภาษาอังกฤษ เราก็เลยใช้กันบ่อยเรียกได้ว่าควบทั้งสองภาษา เล่านิทานก็เล่าสองภาษา น้องมุกเขาสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ตั้งแต่ก่อนเข้าอนุบาล และตอนนี้ก็เป็นตัวแทนโรงเรียนในการนิทานภาษาอังกฤษด้วย"

 

"ตอนนี้น้องมุกเรียนชั้น ป. ๒ แล้ว ผลการเรียนดีเยี่ยม ได้ ๔.๐๐ มาโดยตลอด และสิ่งที่ให้ความสำคัญอีกอย่างคือการให้เขาทำกิจกรรมที่หลากหลายพัฒนาทั้งร่างกายและอารมณ์เช่น ว่ายน้ำ บัลเลย์ วาดรูป เทควันโด้  งานศิลปะที่เด็กๆสามารถทำได้ กิจกรรมที่หลากหลายทำให้เด็กมีพัฒนาการทางสมองได้ดี" 

 

123  Mok1 

ผมถามถึงความคาดหวังของ อ.ธันยพร ในการเลี้ยงลูก แบบคุณแม่มือใหม่ใจเกินร้อย

 

"ถามว่า อยากให้ลูกเป็นจีเนียส หรือเปล่า ก็ไม่นะคะ  แต่อยากให้เขาเติบโตอย่างมีคุณภาพ ผลพลอยได้จากการเลี้ยงเขาแบบใส่ใจก็คือ เขาเป็นเด็กที่ร่าเริง มีความสุข มีทัศนคติที่ดีกับสิ่งรอบข้างเขา มีสมาธิในการทำกิจกรรม จินตนาการที่ดี เรียกว่าเขา คอนเซนเทรดกับกิจกรรมที่อยู่ตรงหน้ามาก ส่วนผลการเรียน ความสามารถทางสมองของเขานั้นเป็นผลพลอยได้ต่างหาก"

 

แล้ว อ.ธันยพร มีอะไรจะฝากให้กับคุณแม่ หรือผู้ปกครองท่านอื่นๆบ้างครับ ในส่วนของการเลี้ยงดูลูก คำถามสุดท้าย

 

 "เรื่องเวลาคะ เราต้องให้เวลากับบทบาทที่สำคัญนี้ แต่ก็พูดยากนะเรื่องเวลา อยู่ที่เราจะบริหารเวลากันมากกว่า"

 

"ฝากให้คุณแม่ ขยัน เลี้ยงลูก ประเด็นนี้ก็ท้าทาย คำว่า ขยัน ก็คงต้องมีรายละเอียด อยู่ที่เราศึกษาเพื่อสืบเสาะหาสิ่งดีๆที่มาปฏิบัติกับลูก การสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างสมองของเขา นับตั้งแต่ อาหาร การพักผ่อน ขยันทำอาหารที่หลากหลาย ขยันเล่านิทาน"

 

ผมนั่งฟัง อ.ธันยพร พูดถึงเรื่องการเลี้ยงลูกแบบเพลิดเพลิน บทสนทนาของเราในสถานที่นัดพบของวันสบายๆ ของผมและเธอในวันนี้ ได้สาระมากมาย และเป็นสาระที่สำคัญสำหรับการเลี้ยงลูก การเลี้ยงดูเด็กที่จะเป็นอนาคตของชาติที่มีคุณภาพต่อไป

 

แง่มุมดีๆของคุณแม่ยังสาว อ.ธันยพร น่าจะให้ความรู้กับผู้สนใจได้บ้าง ก่อนจะลากลับเธอบอกว่า กำลังจะมีโครงการเขียนหนังสือประสบการณ์ในการเลี้ยงลูกออกมาในไม่ช้านี้...ผมเห็นด้วยครับ นอกจากบทสัมภาษณ์แบบไม่เป็นทางการในวันนี้ ผมก็ได้ความรู้ที่มากมาย พร้อมเทคนิคที่สกัดออกมาเป็นความรู้ที่เกิดจากการปฏิบัติของ Smart mom ท่านนี้หากเขียนเป็นหนังสือเชื่อว่า How to เล่มนี้น่าสนใจมากเลยทีเดียว

 

บันทึกที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้อง

 สมอง กับ...การเรียนรู้

กระบวนการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาสมองเด็ก

กระบวนการพัฒนาเด็กปฐมวัย...ทำอย่างไรให้เด็กไม่โง่

แผนการจัดประสบการณ์เด็กปฐมวัย...เรื่องใหม่ที่ผมได้เรียนรู้

 

 -------------------------------------------------------------------------------------------------

*** บทสัมภาษณ์นี้ จะนำไปเป็นเอกสารประกอบการบรรยายพิเศษ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประเด็น "Brian Based Learning" 

 

ภายใต้ โครงการวิจัยและพัฒนาศักยภาพครูปฐมวัยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากำแพงเพชร เขต ๒

วันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๑โรงเรียนอนุบาลคลองลาน

 

 

จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

๑๙ มีนาคม ๒๕๕๑

    KPI.Bangkok