"คนขี้โรคถ่ายภาพกับคนระดับโลก ศ.เอ็มเอส.สวามินาธาน"

ผมเป็นโรคไอค๊อกไอแค๊กมาตั้งแต่เด็ก คงจะดื้อเอาการทีเดียวแหละเจ้าหมอนี่ เคยตกคูน้ำแทบตาย ยายคว้าคอขึ้นมาได้ก่อนขาดใจ ตั้งแต่นั้นมาก็ป่วยปอดอักเสบ เป็นโรคเกี่ยวกับหลอดลม ทางเดินหายใจ หมอที่โรงพยาบาลรามาเช็คให้ บอกว่ามันเป็นโรคประจำตัวไปเสียแล้ว เอาเถอะ..จะยังไงก็ช่าง ขอแต่ให้หัวใจรักใครๆได้ก็ดีแล้ว

จากการเจ็บป่วยเข้า-ออกโรงพยาบาลมาตลอดชีวิตนี่เอง เป็นข้ออ้างที่ผมบอกใครๆว่าเรียนไม่ทันคนอื่น เพราะใช้เวลาเข้าโรงพยาบาลเท่ากับก็เข้าโรงเรียน ในช่วงที่เรียนประถมปลาย โรงเรียนในชนบทสมัยนั้นเริ่มสอนภาษาอังกฤษบ้างแล้ว แต่ครูแกขี้เหล้าดุยังกะยักษ์ นานๆผมโผล่ไปทีเจอครูเสียงดังขู่ฟ่อๆก็ตับหดสิครับ จากคนที่น่าจะชอบเรียนภาษา กลายเป็นคนด้อยภาษา เป็นจุดบอดของชีวิตมาเท่าทุกวันนี้ ใครเชิญไปต่างประเทศ ต้องห้อยล่ามไปด้วย ประเทศเจ้าภาพเสีย2ต่อ ผมรำคราญตัวเองเรื่องนี้มาก

ผมสนใจเรียนรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ คนที่ไม่รู้ภาษาอังกฤษอย่างผม จึงเรียนช้าและยากลำบากกว่าคนอื่นหลายเท่า แถมยังไม่เคยไปอบรมเรื่องคอมพิวเตอร์จากสำนักไหน อยากรู้เรื่องอะไรก็ดิ้นรนกระเสือกกระสนถามผู้รู้ เขาเห็นเจ้าหมอนี่โง่ถาวร ก็สงสารเมตตาสั่งสอนชี้แนะ

พอรู้บ้างนิดหน่อยก็ระริกระรี่เหมือนปลากระดี่ได้น้ำ ค่อยๆคลำทางเรียนแบบกัดไม่ปล่อย ว่างๆก็ทดลองกดโน่นแก้นี้จนเครื่องคอมเจ๊ง พูดอย่างไม่อาย สมัยแรกๆผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องปิดโปรแกรมก่อนปิดเครื่อง ใช้งานแบบนี้คอมพิวเตอร์ยี่ห้อไหนก็ร้องจ๊ากส์! ทั้งนั้นแหละครับ

จากการเป็นนักเดาสุมด้านIT.นอกระบบประมาณ10ปี ชุดความรู้สะเปะสะปะเต็มที แต่ถ้ามีการประกวดเรื่องไอที.ที่ไหนผมไม่เจียมบอดี้ ส่งโครงงานการเข้าประกวด

ในปี2001: ธนาคารโลกร่วมกับสถาบันคีนันแห่งเอเชีย จัดประกวดในหัวข้อเรื่องการใช้ไอซีทีพัฒนาชนบท ผมส่งเรื่อง “บริบทระบบสารสนเทศท้องถิ่นอีสาน” เข้าประกวดกับนักสารสนเทศ นักเทคนิคคอมฯ อาจารย์ มีฝรั่งมาแข่งด้วยละครับ วันที่ 11.6.2001 ผมขึ้นรับรางวัลจากฯพณฯ นายอานันท์ ปันยารชุน

ประเด็นที่มหาชีวาลัยอีสานส่งประกวด:

: การที่เราจะใช้ระบบไอทีในการพัฒนาชนบท เราต้องเตรียมการบ้าน 2ส่วน คือในส่วนเครื่องส่ง และในส่วนเครื่องรับ เครื่องรับนอกจากอุปกรณ์ต่างๆแล้ว ผมหมายถึงคนที่จะเรียนจะใช้เป็นสำคัญ เครื่องอิเล็กโทรนิกส์หรือกลไกต่างๆเป็นเพียงเครื่องมือเท่านั้น ความรู้ที่ผุดพรายในสติปัญญาของคนต่างหากที่เป็นหัวใจของเรื่องนี้

ศูนย์กลางความรู้แห่งชาติ TKC สำนักส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์(SIPA) กระทรวงเทคโนโลยีสารสานเทศและการสื่อสาร(ICT)ได้เชิญข้าน้อยให้ไปเป็นวิทยากรในการประชุมนานาชาติเรื่อง Thailand  International Conference on Knowledge Management 2004:KM for Innovation change ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 24-25 พฤศจิกายน 2547   ในหัวข้อ Successful Knowledge Management Practices in Thailand : Thai Community-Panel Session

·         Kruba Sutthinan

·         Dr. Chatree Chreonsiri (Nan Civil Community

·         To Be announced

Moderator By Prof. Dr. Vicarn Panich (KMI)

กลางเดือนตุลาคมปี2547องค์กรGLOBAL KNOWLEDGE PARTNERSHIP (GKP.) ร่วมกับมูลนิธิเพื่อการวิจัย เอ็ม เอส.สวามินาธาน เป็นเจ้าภาพจัดประชุมประชุมตัวแทนองค์กรพันธมิตรด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์18ประเทศ

องค์กรGKP.ทำหน้าที่ประสานงานเครือข่ายความร่วมมือให้แก่องค์กรพัฒนามวลมนุษยชาติ  โดยให้โอกาสแก่คนที่มีหน้าที่บริหารจัดการสังคมส่วนรวม สนับสนุนองค์กรฯให้ทำงานเพื่อสังคมได้  เขายินดีสนับสนุนอย่างสุดขั้วหัวใจ เมื่อมองเห็นคนอยู่ในสายตา  ทำให้คนที่ไม่รู้ภาษาอังกฤษอย่างผมได้เดินทางไปร่วมประชุมที่ประเทศอินเดีย15วัน ล่อโรตีและอาหารอินเดียจนกลิ่นเครื่องเทศออกตามผิวหนัง 

ผมโชคดีที่ได้ไปเรียนรู้เรื่องใช้ICT.เพื่อการพัฒนาชนบทประเทศอินเดียตอนใต้ ทุกสิ่งทุกอย่างอ้างถึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นที่เมืองเชนไน และเมืองบริวารในรัศมีประมาณ1,000กิโลเมตร เชนไนเป็นเมืองใหญ่ลำดับ4ของอินเดีย เป็นเมืองหลวงของรัฐทมิฬหนาฑู เดิมชื่อมัทราช เป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมเก่าแก่ที่สุดของโลก เป็นแหล่งกำเนิดนาฏศิลป์อินเดีย และเป็นศูนย์สร้างงานศิลปะประดับศาสนสถาน ทั้งด้านจิตกรรมและประติมากรรม มีวิหารฮินดู โบสถ์ศาสนาคริสต์ โบสถ์ศาสนาอิสลาม โดดเด่นสวยงามอยู่ใกล้เคียงกัน

ที่อินเดียประทับใจหลายเรื่อง ทั้งๆที่ศูนย์แห่งนี้เป็นผู้ตั้งต้นดำเนินการศึกษาการปรับใช้เทคโนโลยีทุกรูปแบบ  พบว่าท่านศาสตราจารย์ซับบีอาห์อรุณชาลาม ก็ยังพิมพ์คอมพิวเตอร์ระบบจิ้มที่ละตัวเหมือนกับผม ท่านเล่าให้ฟังว่าICT. มันก็แค่นั่นแหละ  ไม่ได้วิเศษวิโสเกินมนุษย์ไปได้หรอก ท่านให้ความสำคัญของตัวตนมนุษย์มากกว่า     ท่านศาสตราจารย์ซับบีอาห์ อรุณชาลาม กรุณาพาเราไปแนะนำกิจกรรมต่างๆภายในศูนย์  นับตั้งแต่ไปดูระบบสื่อสารดาวเทียม  ท่านเล่าว่าได้ทดลองที่จะใช้ระบบICT.ไปพัฒนาชนบท  นั่นก็หมายถึงว่าจะต้องให้คนชนบทได้มีความรู้เพียงพอที่จะใช้เทคโนโลยีการสื่อการได้เท่าที่ควร  ได้มีการฝึกอบรมลูกหลานคนในชนบทใช้เครื่องมือเหล่านี้

ศูนย์โทรคมนาคมแห่งนี้ ไม่ได้เป็นทางราชการ  แต่เป็นของมูลนิธิซึ่งเป็นองค์กรเอกชน  ที่กระแทกความรู้สึกของผมจนหงายเก๋งก็คือ ระบบข้อมูลจากที่นี่  นอกจากจะเชื่อมโยงไปถึงพันธมิตรในเครือข่าย และศูนย์สารสนเทศในชุมชนต่างๆแล้ว สถานีกลางเป็นแม่ข่ายยังเชื่อมโยงข้อมูลตรงไปยังระบบคอมพิวเตอร์ของนายกรัฐมนตรีอินเดีย และเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงทั่วโลก

มูลนิธิฯได้ทำงานเน้นหนักในเรื่องของ การพัฒนาเกษตรกรรมและท้องถิ่น, การอนุรักษ์และเสริมสร้างทรัพยากรธรรมชาติ, การส่งเสริมการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน, ความเท่าเทียมกันระหว่างเพศ และสิทธิในการแสดงความคิดเห็นสำหรับผู้ที่ถูกริดรอนการรับรู้ข้อมูลและการเพิ่มพูนทักษะ  โดยอาศัยช่องทางผ่านศูนย์ทรัพยากรสื่อฮินดู เพื่อส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจในวงกว้างกับสังคมผ่านผู้ประกอบการด้านสื่อสารมวลชน

ศาสตราจารย์เอ็ม. เอส.สวามินาธาน  ได้รับการประกาศเกียรติคุณโดย นิตยสารไทม์ ว่าเป็นบุคคลหนึ่งใน 20 ผู้มีอิทธิพลต่อความเปลี่ยนแปลงของเอเชียในศตวรรษที่ 20 และเป็นเพียงหนึ่งใน 3 คนของอินเดีย ซึ่งมี มหาตมะ คานธี (Mahatma Gandhi ) และราบินดรานัต ทากอร์ (RabindranathTagore)

เขาได้รับการสรรเสริญจากโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ ว่าเป็นบิดาแห่งเศรษฐศาสตร์เชิงนิเวศน์ (The Father of Economic Ecology )  และ นายเจเวียร์  เปเรซ  เดอ เควยา (Javier Perez de Cuellar ) เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ  กล่าวว่าเขาคือ ตำนานที่มีชีวิตของผู้ที่จะต้องถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของโลก นักเรียนรู้ที่หาได้ยากยิ่ง ในตอนนั้นเขาดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ขององค์การสหประชาชาติ ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี2523เพื่อติดตามการทำงานตามแผนปฏิบัติการเวียนนา(Vienna Plan of Action )  ต่อมาเขาได้รับหน้าที่เป็นประธานกรรมการขององค์การการอาหารและเกษตรโลก(FAO.)  และเป็นประธานของสหพันธ์นานาชาติว่าด้วยการอนุรักษ์ธรรมชาติ และทรัพยากรธรรมชาติ (International Union for the Conservation of Nature and Natural Resources )

นักพืชพันธุศาสตร์ที่เกิดจากการฝึกอบรมโดยได้รับการสนับสนุนจาก ศาสตราจารย์ สวามินาธาน  ทำให้เกิดยุคทองทางด้านการเกษตรในอินเดีย  จากการแผ่ขยายอย่างกว้างขวางโดยใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์สู่การเคลื่อนไหวเพื่อปฏิวัติเขียวในอินเดีย   การสนับสนุนในเรื่องเกษตรกรรมยั่งยืนไปสู่การปฏิวัติเขียว ทำให้เขากลายเป็นผู้นำที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ในเรื่องของความปลอดภัยอย่างยั่งยืนด้านอาหาร 

 สมาคมสตรีและการพัฒนานานาชาติ  ได้มอบรางวัลนานาชาติรางวัลแรกให้ เนื่องในโอกาสที่เขาเป็นผู้ที่ให้การส่งเสริมและสนับสนุนความรู้  ทักษะ  และเทคโนโลยี สำหรับสตรีในภาคเกษตรกรรม  และสำหรับการค้นพบบทบาทที่เกื้อกูลและเท่าเทียมกันระหว่างเพศ ในด้านการเกษตรและการพัฒนาท้องถิ่น

มูลนิธิให้ความสำคัญกับวิถีทางการร่วมมือกันของชุมชนท้องถิ่น

โดยมีจุดเน้นที่คนมากกว่าเทคโนโลยี

ขอโทษที จะเขียนสั้นๆ แต่มันติดลมนะขอรับ เอาไว้ต่อทีเด็ดรอบหน้าก็แล้วกัน ถ้ามีคนสนใจอ่าน อิอิ!