ถ้าสังคมจะพัฒนา

ห่างหายไปนานมากสำหรับการเขียนบล๊อกเหมือนกับว่าจะมีเวลามากขึ้นเพราะมหาวิทยาลัยก็เคลียร์งานเรียบร้อยแต่...ชีวิตในวันหยุดเหมือนจะหยุดยาวสำหรับใครหลายคนที่ไม่มีงานสอนแล้ว  แต่สำหรับผมมันไม่ใช่เลย เพราะช่วงนี้วุ่นๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆอยู่กับเยาวชน ด้วยเหตุผลเพราะว่ากำลังทำค่ายเตรียมความพร้อมสู่รั้วมหาวิทยาลัยให้แก่น้องเยาวชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เกือบ 300 คน กว่า 12 วัน เป็นอะไรที่สุดจะบรรยาย แต่ก้มีความสุขกับการได้ช่วยดูแล (ลูกชาวบ้าน) ที่มีความคิดหลากหลาย แต่ก็เป็นความท้าทายดีครับ เพราะมีคนมาช่วยค่ายเยอะมาก แต่ที่มีปัยหาคือ คนที่มาช่วยค่ายเป็นรุ่นน้องผม มีผมคนเดียวที่ (แก่) หน่อย เพราะเป็ทนอาจารย์คนเดียวที่อยู่กินกับน้องๆตลอด (เหตุผลก็คือ...เป็นที่ปรึกษาโครงการค่ายนี้มากว่า 5 ปี) ก็สนุกดีครับอยู่กับเด็กๆๆๆๆๆๆ ที่อยู่กันได้ด้วยเพราะอัลลอฮฺให้มาหน้าตาอ่อนมั้งครับ (อัลฮัมดุลิลละฮฺ) นี่ก็ผ่านไปครึ่งค่ายแล้วครับ  เสร็จจากนี้ ก็มีคิวเป็นวิทยากรติวเอนท์อีกที่หาดใหญ่ โอ้อัลลอฮฺ แค่นั้นยังไม่พอกลางเมษา มีต่อที่ค่ายของเยาวชนที่ปัตตานีอีก เป็นวิทยากรลักษณะเดียวกัน (ตอนนี้รู้สึกเป็นผู้ชายสาธารณะยังๆๆไม่รู้...อย่าคิดลึกนะครับ) รู้นะว่าคิดไปแล้ว  แต่ก็มีความสุขครับกับการได้ทำเพื่อสังคม ส่วนรวม ประเทศชาติ ถึงแม้จะมีแค่สมองและสองมือ ถ้าหากคิดว่าสังคมจะพัฒนาเพราะที่สำคัญผมคิดว่าผมกำลังทำงานเพื่ออัลลอฮฺ ผู้ที่สร้างผม ให้ชีวิตแก่ผม เพราะฉะนั้นถ้าหากมันจะเหนื่อยบ้าง ท้อบ้าง แต่ทำให้สังคมมีความสุขผมมองว่าการตอบแทนผู้ให้ชีวิตเรามันก็คุ้มนะครับกับการเหน็ดเหนื่อย เพราะสุดท้ายแล้วไม่มีการตอบแทนใดยิ่งใหญ่ไปกว่าการตอบแทนจากอัลลอฮฺ ผมเชื่ออย่างนั้น...ก็อัลฮัมดุลิลละฮิจริงๆครับ เพราะผมเพิ่งทราบเมื่อกี้ว่าทำคะแนนสอบวิชาทางด้านที่ผมไม่ถนัดเลยตั้งแต่เรียน คือ วรรณคดี วรรณกรรมท้องถิ่น แต่สุดท้ายแล้ว อัลลอฮฺก็เมตตาผม ทำให้ผมสอบปลายภาควิชาวรรณกรรมท้องถิ่น (ป.โท) ได้ 50 เต็ม รวมคะแนนเป็น 94 เต็ม 100 (ผมว่า A เห็นๆ)โอ้อัลฮัมดุลิลละฮฺ ความพยายามอยู่ที่เราความสำเร็จอยู่ที่อัลลอฮฺจริงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆครับ (วันนี้ขอสักวันนะครับกับการได้ยินดีกับความเมตตาของผูสร้าง)