คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เตรียมเข้าพบนายกรัฐมนตรี วันที่ 25 มีนาคม เพื่อเสนอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการโครงการ เมกะโปรเจกท์ เซาเทิร์นซีบอร์ด เพิ่มขีดความสามารถ การแข่งขัน พร้อมทั้งเรียกร้องให้ดูแลกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี และประมงชายฝั่ง ที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำมันแพง รวมถึงปัญหาบาทแข็ง

นายสันติ วิลาสศักดานท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.)เปิดเผยว่าในวันที่ 25 มีนาคมนี้คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)จะเข้าพบนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาลโดยมีหัวข้อที่จะนำไปหารือเพื่อให้รัฐบาลช่วยดำเนินการคือ การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 2551 ให้เป็นไปตามเป้าหมาย โดยเฉพาะโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ (เมกะโปรเจกต์) และต้องการให้เดินหน้าโครงการรองรับอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดภาคใต้หรือเซาเทิร์นซีบอร์ด รวมทั้งขอให้เดินหน้าโครงการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมในกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) สำหรับผู้ส่งออกต้องการให้รัฐบาล     เปิดตลาดใหม่ ๆ เพิ่มเติม

ทั้งนี้ภาคอุตสาหกรรมยังมีความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของค่าเงินบาท เนื่องจากขณะนี้ ผู้ส่งออกต่างระบุว่าได้รับผลกระทบกรณีธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด มีแนวโน้มจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก จะทำให้กระแสเงินจำนวนมากไหลเข้ามาในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะในประเทศที่มีศักยภาพและไม่เข้มงวดในการควบคุมเงินไหลเข้า-ออก ซึ่งเงิน  คงไม่ไหลเข้าไปยังประเทศจีนและเวียดนาม เพราะจะนำเงินออกได้ลำบาก ขณะที่ไทยเป็นประเทศที่เปิดเสรีมากที่สุด  ดังนั้นจึงอยากให้กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดูแลเสถียรภาพค่าเงินบาท ซึ่งทาง ธปท.เคยระบุว่า หากมีการเก็งกำไรค่าเงินบาทมากจะนำมาตรการที่จำเป็นมาใช้ ซึ่งเป็นการดีที่ช่วยปรามไม่ให้มีการเก็งกำไรเกิดขึ้น และอยากให้ ธปท.มีเป้าหมายกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทไว้ในใจและดูแลให้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหว ในกรอบดังกล่าว จะช่วยผู้ส่งออกได้  อย่างไรก็ตาม ไม่เห็นด้วย หากไทยจะเปลี่ยนแปลงนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนกลับไปกลับมา  

"อีกปัญหาที่อยากให้รัฐบาลดูแลคือราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยอยากให้ช่วยเหลือกลุ่มเอสเอ็มอี และอีกภาคส่วนคือ ประมงชายฝั่ง ซึ่งขณะนี้ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลลดลงมาก อีกทั้งประสบปัญหาราคาน้ำมันแพง จึงไม่ได้ออกเรือทุกวัน จึงอยากให้รัฐบาลช่วยเจรจาเปิดน่านน้ำทะเลกับอินโดนีเซียหรือพม่าเพื่อให้ประมงของไทยสามารถไปจับปลาได้สะดวกขึ้น เพราะกองเรือประมงของไทยมีศักยภาพมาก ขณะเดียวกัน ปัญหาน้ำมันแพง    ยังส่งผลกระทบให้ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้น รัฐบาลควรเร่งวางแผนแก้ปัญหาทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวโดยเร็วว่าภายใน 5 ปี จะมีแผนงานอะไรที่ชัดเจนและประกาศแผนออกมา รวมทั้งควรมีความชัดเจนเรื่องการใช้พลังงานทดแทนและโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ด้วย" นายสันติกล่าว

แนวหน้า  18  มี.ค.  51