ข่าวการระเบิดที่โรงแรมซีเอ็ด ปัตตานี เมื่อวันสองวันก่อน ทำให้ผมอดใจไม่ได้ที่จะต้องจัดเวลาให้สำหรับการเขียนบล็อก แต่กว่าจะหาเวลาได้ก็ทำใจอยู่นานครับ เพราะงานที่รออยู่มันเยอะจริงๆ (ใครจะเชื่อบ้างเนี๊ยะ)

ในบรรดาพื้นที่ที่น่าจะปลอดภัยที่สุดในสามจังหวัด เท่าที่ผมเห็นชัดๆ มีอยู่สองที่ครับ คือ โรงเรียนตำรวจที่ยะลา และที่โรงแรมซีเอ็ด ปัตตานี ผมเปรียบเล่นๆ ได้กับเขตกรีนโซนในอีรัคเลยครับ

โรงเรียนตำรวจที่ยะลา ผมเคยเข้าไปเป็นวิทยากรอบรมนายตำรวจเกี่ยวกับการสอนภาษามลายู ตรวจเข้มมากครับ นายตำรวจที่เชิญผมก็ต้องมารอรับที่ประตู แล้วแน่นอนครับตำรวจเวร ก็เริ่มเกรงใจจะตรวจรถผม แต่นายตำรวจก็ต้องบอกว่า ตรวจตามปกติ คำว่าตามปกตินี้ละเอียดมากครับ ผมเองขนาดเป็นคนบริสุทธิ์ยังรู้สึกตื่นเต้นเลยครับ และเนื่องจากภายในรร.ตำรวจ มีบ้านพักมีคนอยู่เยอะ ความระมัดระวังก็เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว หลังสี่ทุ่มจะไม่มีรถของใครเข้าไปจอดที่หน้าบ้านได้ครับ ทุกคันจะต้องจอดที่สนามฟุตบอล

ที่ต้องตื่นเต้นหนักไปกว่าเดิมคือตอนไปทานข้าวเที่ยงครับ ในเขตที่ผมเรียกว่าเป็นกรีนโซนแล้ว ยังมีเขตซุปเปอร์กรีนโซนอีก ในเขตนั้น (ซึ่งเป็นสถานที่ทานข้าว) มีรั่วรอบขอบชิด แถมตรวจเข้มเป็นรายคนอีกรอบ โอ้โห่ ผมเลยต้องถามว่า ทำไมต้องขนาดนี้ด้วย นายตำรวจท่านก็ตอบผมว่า ถ้าที่นี้ระเบิดก็หมายถึงยุบทั้งโรงเรียนครับ ผมเลยยอมรับว่าที่นี้สุดยอดจริงๆ ออ. อันนี้เป็นข้อมูลเมื่อสองปีก่อนครับ

ส่วนอีกสถานที่หนึ่งก็คือ โรงแรมซีเอ็ด ดูภายนอก ผมมักคิดว่าที่นี้อันตรายมากครับ เพราะเป็นพื้นที่เปิด แต่กลับกลายเป็นที่ที่ทุกฝ่ายบอกว่า ปลอดภัยที่สุด รักษาความปลอดภัยเน่นสุด

เมื่อหลายเดือนก่อนมีแขกของผมไปพักที่นั่น ท่านก็บอกว่าท่านเช็คกับทางความมั่นคงแล้วว่าที่นี้ปลอดภัยที่สุด ด้วยเหตุผล หนึ่ง สอง สาม (ขอไม่บอกแล้วกัน) ซึ่งบางเหตุผล ผมว่า ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไร

แล้วเมื่อได้ยินข่าวระเบิดโรงแรมนี้ ข่าวที่ผมได้ยินเป็นครั้งแรกคือ เจ้าของโรงแรมมองว่าเป็นประเด็นการเมืองมากกว่าความไม่สงบ จนผมเองสงสัยว่า ทำไมจึงไม่คิดถึงสาเหตุจากความไม่สงบเลย อะไรที่ทำให้มั่นใจขนาดนั่น เพิ่งมาข่าววันนี้เองที่ เจ้าของโรงแรมพยายามนำเสนอภาพว่าเป็นความไม่สงบ และร้องขอความช่วยเหลือจากรัฐ

ภรรยาถามผมว่า แล้วโรงแรมอื่นทำไมไม่วางระเบิด ผมเลยตอบตามประสบการณ์เดิมที่เคยได้ยิน คือ โรงแรมมายการ์เดน ก่อนหน้านี้โดนจนผมคิดว่า คนวางระเบิดขี้เกียจจะวางแล้วมั่งครับ เพราะโรงแรมนั้นติดถนนและไม่มีรั่วเลย แล้วจุดที่วางบ่อยมากคือ ห้องอาหารของโรงแรม และอีกจุดหนึ่งที่แต่ก่อนวางบ่อยมากคือ ร้านอาหารเฟื่องฟ้าคาราโอเกะ แต่หลังๆ สงสัยเขาจะขี้เกียจวางแล้วมั๊ง

การระเบิดครั้งนี้ ทำลายความมั่นใจของหลายคนที่จะมาในสามจังหวัดได้เยอะครับ เพราะเดิมทุกคนคงคิดว่า โรงแรมนี้ปลอดภัยที่สุด แล้วคราวนี้จะหาที่นอนที่ไหนดีล่ะ เลยทำให้คิดถึง ว่าที่ดร.มูฮัมมัดดาวูด บินร่าหมาน ที่เมื่อตอนที่เราจัดการประชุมวิชาการ ท่านพานักวิชาการมาร่วมงาน สุดท้ายท่านคุยกับทีมที่มาว่า ที่ปลอดภัยที่สุดคือ นอนที่ห้องทำงานสาขาวิชาในมหาวิทยาลัย ท่านว่าเสี่ยงมากถ้าพาแขกไปนอนโรงแรม เพราะทางมหาวิทยาลัยต้นสังกัดห้ามไม่ให้มา และหากมาแล้วเกิดอะไรขึ้นทางมหาวิทยาลัยต้นสังกัดจะไม่รับผิดชอบ

เอาเป็นว่า ตอนนี้ที่ปลอดภัยที่สุดคือ ที่บ้านของแต่ละคนแล้วกันครับ