ใครๆก็เป็นนักเขียนได้

Sasinand
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
สนใจที่จะลองทำหนังสือที่ทำด้วยตัวเอง 100 % นี้ดูสักทีค่ะ คิดว่า น่าจะสนุกแน่นอน เมื่อไรที่มีโปรแกรมเป็นภาษาไทยได้ คงน่าจะสนุกกว่านี้นะคะ เทคโนโลยี่ไปไกลเร็วกว่าคิดจริงๆ

ใครๆก็เป็นนักเขียนได้  เขียนบล็อก และพิมพ์ออกมา  เป็นรูปเล่มสวยๆ และอาจวางขายได้จริงๆ(แต่ต้องศึกษาลงลึกในรายละเอียดให้มากๆก่อน เพราะยังเป็น beta testing)  
ได้แรงบันดาลใจใหม่เอี่ยมมาแล้วค่ะหลังจากที่ 3-4 วันที่ผ่านมา มีปัญหาการงานเข้ามาค่อนข้างยุ่ง จนไม่มีสมาธิและแรงบันดาลใจจะเขียนอะไรเลย

 ปรากฏว่า เมื่อวานลูกชายแนะนำ web site ใหม่ให้มาลองเล่นดู เป็นweb site ที่เสนอ โปรแกรมใหม่ ในขั้นทดลอง เปิดโอกาสให้ทุกคน ที่ชื่นชอบ (passionate about books) ในเรื่องการอ่าน การเขียน สามารถที่จะเป็นนักเขียนหนังสือเป็นรูปเล่มจริงๆได้อย่างง่ายดายมากค่ะ และลูกก็เล่าว่า ได้เห็นและอ่านหนังสือที่ใช้โปรแกรมนี้มาด้วยตัวเอง จากเพื่อนที่ต่างประเทศด้วย เป็นรูปเล่ม สวยงามทีเดียว เราเลยคิดว่า เราจะรวมเล่มพัฒนาการของหลานตัวน้อยก่อนค่ะ ทำสัก 3-4 เล่ม เป็นความทรงจำอันมีคุณค่า ในครอบครัว

ส่วนการเขียนๆได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องครอบครัว ท่องเที่ยว การทำกับข้าว ถ่ายรูป กวี โคลงกลอนต่างๆ เรื่องราวที่เกี่ยวกับกิจการงานของตัวเอง  สัตว์เลี้ยง นิทานต่างๆ เป็นต้น แล้วแต่แรงบันดาลใจ

Blurb is a company and a community that believes passionately in the power of books: making, reading, sharing, and selling them. Blurb’s creative publishing service is simple and smart enough to make anyone an authorevery blogger, artist, marketer, photographer, traveler, entrepreneur, poet, everyone.

 

Artsy%20mama

นี่คือแรงบันดาลใจใหม่เอี่ยม ที่น่าสนุกสนานสำหรับดิฉันมาก

ดิฉันเคยอ่านพบถึงคำกล่าวของ Designer ชื่อดังคนหนึ่ง เคยเขียนไว้ว่า...

Every  designer is inspired in one way or another by his environment.

I was inspired by Alberta’s climate especially it’s light. Light brings textures and colours to life. It adds dimension and sheen. And of course, as light changes, it allows you to see things in new ways…….

และนี่คือ ความจริง เพราะ  แม้ดิฉันจะไม่ได้เป็น Designer อะไร แต่เป็นคนหนึ่ง ที่สามารถได้แรงบันดาลใจ ได้อย่างง่ายดายมาก จากอะไรก็ได้รอบๆตัว  ที่คลิกกับใจเรา และweb นี้ เป็นอีกอย่างหนึ่งที่ คลิก ค่ะ ตอนนี้ จินตนาการเห็นอะไรต่ออะไรที่สนุกสนานมารออยู่ตรงหน้ามากมายแล้ว โอ้โห ไม่รู้จะทำอะไร ก่อนหลัง ดีแล้ว ......จินตนาการมันมาดาหน้าอยู่ตรงหน้า  จริงๆๆค่ะ ตัวอย่างของคุณConductor ก็เช่นกัน เริ่มออกกำลังกายอย่างจริงจัง กับแรงบันดาลใจ จากที่นี่

มาลงรายละเอียดกันนิดหน่อยนะคะ...ไม่ได้โฆษณา แนะนำเท่านั้น เผื่อใครสนใจค่ะ

 

Blurb's BookSmart software tool เป็นsoftware ที่ออกแบบมาสำหรับให้ผู้ที่ไม่มีความรู้และประสบการณ์ในเรื่องการออกแบบ graphic design สำหรับการพิมพ์หนังสือแบบมืออาชีพ  มี templatesให้เลือก ซึ่งเราสามารถจะ  drag and drop images and text โดยที่รูปภาพจาก  Flickr photo sets, iPhoto albums, Picasa web albums integrated with Google image search results , and SmugMug จะเข้ากับโปรแกรมนี้มากค่ะ  หรือ จะเป็นรูปจากเครื่องเราเองก็ได้ค่ะ 

 แต่ materials ทั้งหลายนี้ จะimport ได้อย่างเดียว exportไม่ได้ค่ะ ยกเว้นหนังสือที่พิมพ์ที่นี่

  http://www.blurb.com/   Real books made by you!  หัวข้อเรื่องที่จะเขียน มีแนะนำไว้หลายแบบค่ะ ลองดูที่นี่...http://www.blurb.com/learn_more/flip/?tag=3_sf

ที่เด่นและเป็นที่น่าประทับใจของผู้คนมากคือ  wedding storybook  that captured all the vows, toasts and roasts, family histories, and candid photos of pre-wedding parties and the wedding.

The%20wedding

 

ในส่วนของ Blog Books Your blog. Automatically slurped into a real book.

Supports::  Blogger,  LiveJournal.com,  TypePad,  and  WordPress.com  blogs.

น่าเสียดายมากที่ ไม่ support ภาษาไทย ในตอนนี้ และsupport บางบล็อกเท่านั้น แต่ได้ลองกับบล็อกของตัวเองจาก Bloggspot .com  แล้วค่ะ ดูดมาได้สบายและเร็วมาก โดยใช้ระหัสผ่านของ gmail ปกติ ค่ะ รูปภาพ มาได้หมด แต่จะดีที่สุด  ถ้าเป็นรูปที่มีความละเอียดสูงๆ  กำลังจัดรูปเล่มให้เข้าที่อยู่ สำหรับเรื่อง Hello !my angel baby   อยู่ค่ะ

               สำหรับขนาดของรูปเล่ม เขามีให้เลือกค่ะ ดังตัวอย่างค่ะ

              นอกจากนี้ เรายังสามารถนำ Contents มาจากที่อื่นได้อีกเช่น จากอีเมล จากเรื่องราวที่เขียนไว้ หรือการเขียนขึ้นสดๆเลยเป็นต้น 

 

Cook%20book

Your%20experience

นี่คือตัวอย่างของหนังสือFashion junkies  ที่เขียนโดย Mimi Haddonช่างภาพหญิง

Fashion

ธุรกิจนี้เป็นตัวอย่างหนึ่ง ของ niche Market ค่ะ  เขาให้คำจำกัดความว่าเป็น   “coffee table books” —  เป็นลักษณะหนังสือเล่มใหญ่หน่อย สีสวยงาม พิมพ์ด้วยกระดาษหนา ปกแข็ง มีการจัดรูปเล่มสวยงาม  โดยที่เราเป็นผู้เลือกรูปแบบเองนะคะ great idea! ค่ะ

 หลังจากเล่มแรก ที่เกี่ยวกับเรื่องของหลานแล้ว เล่มต่อไป คิดเอาไว้ว่า จะเป็นแบบ 40-page book of travel photos  จากรูปที่เราถ่ายเองค่ะ และวางแผนว่า อาจจะเตรียมไว้สำหรับเป็นของขวัญวันปีใหม่หน้าแก่เพื่อนๆค่ะ (อยากเห็นหน้าเพื่อนตอนที่ได้รับของขวัญที่เราทำเอง ว่าจะเหวอขนาดไหน ฮาๆๆ)

Doug's%20world

ลองดูคนที่เขาพิมพ์แล้ว  ได้หนังสือแล้ว  กำลังจะพิมพ์ต่อเพราะติดใจค่ะ  อีกตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ  ที่เขาได้แรงบันดาลใจ จากหนังสือเขียนเอง ทำเองลักษณะนี้

ดิฉันสนใจที่จะลองทำหนังสือที่ทำด้วยตัวเอง 100 % นี้ดูสักทีค่ะ คิดว่า น่าจะสนุกแน่นอน เมื่อไรที่มีโปรแกรมเป็นภาษาไทยได้ และถ้าเขามีการปรับปรุงเพิ่มเติม featuresใหม่ๆมากขึ้น  (ตอนนี้ยังเป็นversion ทดลองอยู่) คงน่าจะสนุกกว่านี้นะคะ

 เทคโนโลยี่ไปไกลเร็วกว่าคิดจริงๆ

New York Times - Technology Rewrites the Book  New York Times, July 20, 2006

 USATODAY.com - New tech stuff protects, organizes, amuses

Blurb SELF-PUBLISHING
เป็น 1 ใน 50 Coolest Websites 2006 จาก
TIME ในหมวดWeb search and services.
 

European%20moment

หนังสือด้านล่างนี้ เป็นหนังสือ Poetryเล่มแรกที่ทำเป็นเล่มขึ้นมาค่ะ คนแต่งออกแบบเองไม่แพ้มืออาชีพค่ะ web site นี้ช่วยให้คนได้มีโอกาสได้ทำอะไร ตามที่อยากทำตามแรงบันดาลใจของตัวเองค่ะ

Random

 Blurb is a company which provides a print on demand publishing service for the general public. It offers a free downloadable book layout software client, BookSmart, with which potential authors create their books using their own text and images.

 The completed book layout can then be uploaded to Blurb's web server, after which copies may be ordered for printing and delivery. Blurb also allows authors to sell their books to anyone and retain a mark-up on the printing costs as author profit. An ISBN number can be obtained through any ISBN provider and added to a book for distribution through third party retailers.

Blurb prints books in full-color, with hard or soft covers, in four different sizes and formats.

The company was founded in 2004 by Eileen Gittins and funded by Canaan Partners and Anthem Venture Partners. Blurb's headquarters are located in San Francisco, California.

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Good Living

คำสำคัญ (Tags)#แรงบันดาลใจ#เทคโนโลยี่#niche market#great idea#blurbs booksmart#a print on demand#จากบล็อกสู่บุ๊ค#เขียนเองพิมพ์เอง

หมายเลขบันทึก: 171360, เขียน: 17 Mar 2008 @ 21:04 (), แก้ไข: 06 Sep 2013 @ 18:51 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 148, อ่าน: คลิก
บันทึกที่เกี่ยวข้อง


ความเห็น (100)

รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ J. Maglin

จริงๆแล้วไม่ได้ตั้งใจจะไปค้นหาอะไร พอดีลูกชายบอกมาค่ะ ลองเข้าไปดูเลยปิ๊ง เพราะตัวเองชอบอะไรใหม่ๆ แปลกๆอยู่แล้ว และก็ไม่เลว It's pretty cool!! เลยลองดูกับ blogของตัวเองที่ blogspot.com

 ต้องบอกว่า เจ๋งจริงๆค่ะ ดูดข้อมูลมาอย่างเร็ว ประมาณ 400 กว่า ข้อมูล+รูปอีกเยอะแยะ ครบถ้วนค่ะ มีบางรูป ต้องแก้ไข เพราะ ความละเอียดไม่พอ

โปรแกรมยังไม่ดีมากนัก เพราะยังเป็นแบบทดลอง ต่อไปน่าจะดีกว่านี้ ลองอ่านดูจากที่เขาพิมพ์มาแล้ว

เขาบอกว่า รูปของเขาสีสดขึ้นอีก ทั้งๆที่เขาใช้กล้อง Nikon D###แล้ว ตั้งแบบvivid...ตรงนี้อาจต้องปรับหน่อย เพราะ เขาพูดเหมือนว่า สีภาพของเขา สดไปนิดนึง....

 คงต้องมีแก้ไขอีกค่ะ แต่ทั้ง PC และMac ใช้ได้หมดค่ะ อยากให้มี support ภาษาไทยด้วยจังนะคะ คงต้องรอหน่อยค่ะ

เขียนเมื่อ 

 สวัสดีค่ะ a l i n l u x a n a =)

พอเห็นคุณอุ๊ เข้ามาก็ปิ๊งเลยเหมือนกันค่ะ ว่าคุณอุ๊ ไงคะที่มีงานจัดดอกไม้ที่ชอบและทำได้สวยงาม ถ่ายรูปไว้ซีคะ แล้วลองเขียนสดๆเลยประกอบรูป ที่เราถ่ายไว้ ทำเป็นหนังสือ แบบ professional-looking hardcover เก็บไว้เอง เป็นผลงาน ประดับห้องรับแขก หรือไว้โชว์ผู้คนในงานประกวดการจัดดอกไม้ก็ได้ค่ะ โอ๊ย เยอะแยะที่จะใช้ได้ ทำเป็นcollectionเลย

Creating a book is free แต่การสั่งพิมพ์ไม่ฟรีค่ะ แต่ยังถูกกว่า ไปพิมพ์ทีละเยอะๆ หรือไป ขอร้องให้ใครช่วยทำให้ (พี่ไม่ค่อยถนัดค่ะ เรื่องการไปรบกวนใคร แม้เพื่อนสนิท เกรงใจเขาค่ะ)

ทำเองก็ได้ สบายมากค่ะ

 

  

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณ ยอดดอย

จากการดูๆโปรแกรมนี้ นะคะ คิดว่า เราสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มากค่ะ เช่น เป็นหนังสือที่ระลึกในเรื่องพิเศษ ในโอกาสพิเศษของเราเอง ของขวัญ แจกญาติผู้ใหญ๋หรือเพื่อนสนิทสัก 4-5 คน

ใช้ประกอบในการนำเสนองานเพื่อทำPromotion หรือ Fundraising ในเรื่องต่างๆ หรือ ประกอบการบรรยายอะไรก็ได้ แล้วแต่จะนำไปใช้ประโยชน์

ได้อ่านจากตัวอย่างจากคนที่เขานำไปใช้ประโยชน์ได้จริงๆข้างล่างนี้ค่ะ

“I knew I’d be exhibiting my photographs in a prestigious group show, so on a recent Saturday I used Blurb to make a coffee-table book of my work to help set my presentation apart from the rest,”

 said Blurb beta tester Bruce Burtch, an award-winning photographer and marketing director with the Red Cross.

“I was blown away by the ease of designing my book, and the exceptional quality of the printing and binding – my book really does look like something I’d buy at a bookstore.

 Now I can see all kinds of ways to use Blurb in my professional life too, from fund raising to collaborative design projects.”

 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณ อุบล จ๋วงพานิช

คุณอุบลเป็นคนชอบอะไรที่แปลกๆใหม่ๆในชีวิตอยู่แล้ว มันทำให้เรามีอารมณ์ที่สดใสซาบซ่าขึ้นนะคะ

ยิ่งถ้าเราไปบรรยายที่ไหนบ่อยๆ การที่เรามีหนังสือ รวบรวมผลงานเด่นๆของเรา ไปให้ผู้ชมชมเป็นตัวอย่าง โดยที่เราเป็นAutherเองด้วย ออกแบบเองด้วย เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจค่ะ เสียดาย เป็นภาษาอังกฤษ คงมีภาษาอื่นๆ รวมทั้งภาษาไทยเร็วๆนี้ค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณ อุบล จ๋วงพานิช

คุณอุบลเป็นคนชอบอะไรที่แปลกๆใหม่ๆในชีวิตอยู่แล้ว มันทำให้เรามีอารมณ์ที่สดใสซาบซ่าขึ้นนะคะ

ยิ่งถ้าเราไปบรรยายที่ไหนบ่อยๆ การที่เรามีหนังสือ รวบรวมผลงานเด่นๆของเรา ไปให้ผู้ชมชมเป็นตัวอย่าง โดยที่เราเป็นAuthorเองด้วย ออกแบบเองด้วย เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจค่ะ เสียดาย เป็นภาษาอังกฤษ คงมีภาษาอื่นๆ รวมทั้งภาษาไทยเร็วๆนี้ค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณ MSU-KM :panatung

แม้จะเป็นเพียง version ทดลอง แต่เขาก็มี readymade theme ให้หลาย themeค่ะ เช่น ที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง สุนัข แมว ก็มีค่ะ

แต่ต้องไปศึกษารายละเอียดก่อนนะคะ อาจมีค่า additional charge อีกบ้างค่ะ ถ้าไม่อยากเสียเงินเพิ่ม ต้องออกแบบเองทั้งหมดค่ะ

 

 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณ พี่อักษร ทับแก้ว

ถ้าเราพิมพ์ไม่มาก การไปจ้างโรงพิมพ์ เราก็ต้องเสียเงินค่ะ ค่าต้นแบบพิมพ์และต้องมีจำนวนในการสั่งพิมพ์ สั่งน้อยๆ เขาคงไม่พิมพ์ให้

ลองดูว่า อย่างไหนจะถูกกว่ากันนะคะ อยู่ที่ว่าเราจะเอาไปใช้งานอะไรค่ะ

 ถ้าสนใจทำหนังสือเองแบบนี้ พอทำเสร็จแล้ว ขอชมบ้างนะคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณหมอ โรจน์

คุณหมอบอกว่า อยากจะมีหนังสือที่เขียนเองซักเล่มพวกรวมฮิต (ที่ไม่ฮิตนะครับ)

สนับสนุนเต็มที่ค่ะ เพราะคุณหมอมีเรื่องประทับใจมากมายเหลือเกิน ที่น่าแบ่งปันให้คนอื่นๆ ทราบบ้าง ดูตัวอย่างที่นี่ค่ะ

Within the past month I read a self-published e-mail diary about a young boy’s valiant, courageous struggle against a horrible disease called Burkitt’s lymphoma.

His, and his family’s, emotional journey was eloquently documented by his parents through a series of e-mail updates originally sent to family and friends,

and later collated and published through a website called blurb.com.

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณ นาง พรรณา ผิวเผือก (ไม่มีชื่อกลาง)

สำหรับดิฉันคิดว่า เป็นโอกาสที่ดีที่เรามีช่องทางในการทำหนังสือด้วยตัวเราเองขึ้นมาได้ค่ะ เป็นฝีมือของเราเองล้วนๆ

หนังสือที่เราสั่งพิมพ์ที่นี่ น่าจะเป็นหนังสือที่มีคุณภาพดี ไม่ใช่เหมือนร้านถ่ายสำเนาอะไรธรรมดาๆ  น่าจะเป็นprofessional-quality booksค่ะ

Traditional publishing ทั่วไปจะมีขั้นตอนค่อนข้างมาก ในการสั่งพิมพ์นะคะ เช่น การออกแบบ การที่ต้องมีสายสัมพันธ์อยู่บ้าง จึงจะได้ราคาไม่แพงนัก และต้องมีจำนวนพิมพ์ด้วย

แต่ การที่เรามีโอกาสทำหนังสือเองแบบนี้ เราต้องการแค่ไหน ก็สั่งแค่นั้นค่ะ ไม่มีข้อจำกัดอะไรค่ะ

 

 

 

เขียนเมื่อ 

My Take On It All  fun with fashion.

หนังสือของ photographer  Mimi Haddon’s new book. She’s a  photographer.

Fashion

รอภาคภาษาลาวครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณหมอ  เพื่อนร่วมทาง

เป็นwebที่น่าสนใจค่ะ

เปิดดูตัวอย่างของนักธุรกิจที่ใช้งานของโปรแกรมของ Blurb เป็นbusiness portfolio ที่สวยงามค่ะ ชื่อหนังสือว่า “The Luxury of Simplicity”

มีlayout ที่ elegant, simple, and stylish มากค่ะ

Cover

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะอาจารย์  JJ

อย่างอาจารย์ ต้องทำหนังสือ เที่ยวไป ชิมไป หรือเป็นหนังสือเกี่ยวกับ Life Styleนะคะ ลองทำดูซักเล่มไหมคะ รวมเล่มของเราเอง

Favorite%20food

เขียนเมื่อ 

แรงบันดาลใจ จะบันดาลอะไรได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเท่านั้นครับ

ผมเห็นว่าถ้ายังมีเงื่อนไขที่จะไม่กระทำอยู่ แรงบันดาลใจนั้นแรงไม่พอครับ คนเรามีโอกาสเท่าๆกัน เพียงแต่ว่าบางคนมองเห็นว่าเป็นโอกาส แต่บางคนกลับเห็นเป็นอุปสรรค (ก็เพราะคนแตกต่างกัน)

อย่างไรก็ตาม หากไม่เกิดการกระทำขึ้น ก็ไม่ต่างกับการที่ไม่เคยได้พบเห็นโอกาสนั้นนะครับ

== ผมยังไม่คิดจะเขียนหนังสือครับพี่ ==

เขียนเมื่อ 

ค่ะคุณสาธิต ข้ามสีทันดร พี่ก็คิดอย่างคุณ อยากเก็บเรื่องราวดีๆที่ประทับใจเราไว้ และแชร์ให้ผู้อื่นด้วยค่ะ

ของคุณต้องเขียน แบบ แง่คิดชีวิตงามค่ะ พวกหนังสือธรรมะ ข้อคิดต่างๆนะคะ ถ้ามีเวลาก็ลองทำดูสนุกๆน่ะค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณ วาทิน ศานติ์ สันติ

เห็นว่ากำลังเขียนหนังสือ เสร็จหรือยังคะ อย่าลืมบอกค่ะ จะเป็นลูกค้าแน่นอนเลย โปรแกรมที่เขาให้ฟรีนี่ เสียอย่างเดียวไม่มีภาษาไทย ถ้ามีสำนักพิมพ์อาจหนาวเหมือนกันนะคะ คนแต่งทำเองได้แบบนี้ อย่างน้อยก็ออกแบบเองได้ ของคุณ ถ้าจะเขียน ต้องออกแนวประวัติศาสตร์นะคะ
142309-604337e774628a4391844ac48621b20f

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณ กวินทรากร

ของคุณคงต้องเขียนพวกโคลงกลอนนะคะ เป็นงานอมตะที่ยืนยงไปตลอด คอยภาคภาษาไทยนะคะ เรื่องโคลงกลอนนี่คงแปลไม่ได้ค่ะ

ตัวอย่างหนังสือ Random ที่อยู่บนบันทึกด้านบน สวยมากค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขจิต ฝอยทอง
คุณขจิต เป็นนักพูด นักเขียนอยู่แล้ว น่าจะลองทำสักเล่ม ไว้เป็นคู่มือเวลา นำเสนองานของเราเองนะคะ

ที่นึกออกว่า ถ้าเป็นคุณขจิต พี่อยากรวบรวม Success stories ของเราไว้ เผื่อนำไปประกอบการบรรยายค่ะ

นี่เป็นเหตุผลว่า เราไม่ต้องพิมพ์มากหรอก แค่1-2 เล่มก็พอค่ะ

สำเนียง
IP: xxx.121.139.206
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณศศินันท์

. web น่าสนใจมาก

. คุณศศินันท์ไม่เขียนสัก 1 เล่ม

. ชอบทุกเรื่องที่บันทึกให้อ่านมีความรู้ และเป็นประโยชน์

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณ Nan & Ball Chongbunwatana

เดี๋ยวนี้มีโปรแกรมใหม่ๆออกมามากมายนะคะ อะไรต่ออะไร มันสะดวกขึ้นเยอะเลย พี่ชอบโปรแกรมนี้ เพราะตรงกับความชอบส่วนตัว ที่ชอบขีดเขียน เขียนไดอารี่ หลายๆเล่มมาก เป็นเรื่องงานค่ะ และบันทึกช่วยจำ ต่อมาเอามาลงในคอมฯหมด มันสะดวกกว่ากัน

คิดว่าอยากจะเขียนเรื่องที่เราชอบสัก 2-3 เล่มค่ะ รูปมีอยู่แล้ว ไม่พ้นเรื่องใกล้ตัว เช่น เรื่องครอบครัว เรื่องการทำสวน งานอดิเรกต่างๆ  เรื่องท่องเที่ยว การรวบรวมคำคม สุภาษิตต่างๆ ที่เรานำมาเป็นข้อคิดสำหรับเราเอง  เป็นต้นค่ะ

 

 

เขียนเมื่อ 

 คุณ สะมะนึก แซ่เฮคะ

ให้ครูอ้อยช่วยได้ค่ะ รวบรวมเคล็ดลับในการทำกับข้าว

และสุตรอาหารฝีมือคุณค่ะ ส่งต่อให้ลูกสาว เป็นทายาทต่อ เดี๋ยวตำราหายหมดนะคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณ กวินทรากร

ของคุณคงต้องเขียนพวกโคลงกลอนนะคะ เป็นงานอมตะที่ยืนยงไปตลอด คอยภาคภาษาไทยนะคะ เรื่องโคลงกลอนนี่คงแปลไม่ได้ค่ะ

ตัวอย่างหนังสือ Random ที่อยู่บนบันทึกด้านบน สวยมากค่ะ

เขียนเมื่อ 

คุณ กฤษณา คะ

หนังสือของเรา เขียนเก่งไม่เก่ง คงไม่ต้องไปเปรียบกับใครนะคะ เขียนเอง พิมพ์เองอ่านเองได้ค่ะ อย่างน้อย คนในครอบครัวก็ภูมิใจในตัวเราค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณพิเชษฐ์

แม้คุณไม่มีเวลาตอนนี้ก็ไม่เป็นไร เตรียมการไว้ก่อน เช่น ศึกษาโปรแกรมนี้ไว้ก่อน ถ่ายรูปไว้ในสิ่งที่เราสนใจ โน้ตสิ่งที่สนใจและเกี่ยวข้องกับรูป กันลืม ไว้วันหนึ่งคุณว่าง อาจมีเวลาทำหนังสือขึ้นให้ตัวเองได้ภูมิใจเล่นสักเล่มก็ได้ค่ะ

เขียนเมื่อ 

น่าสนใจมาก ๆ เลยครับ...

เป็นแรงบันดาลใจในการเขียนหนังสือได้เลยครับ...

ขอบคุณมาก ๆ ครับสำหรับข้อมูล...

เก่ง
IP: xxx.121.138.163
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

ผมเรียนจบ คณะศิลปศาสตร์ แล้ว ชอบวาดรูป เขียนภาพต่างๆ ผ่านเข้ามาเจอ ผมยังไม่ได้งานทำเลย พักชักช่วงก็ดี มารองเขียนหนังสือ และนำรูปภาพที่ผมวาดมารวบรวมเป็นเล่มก็ดีครับ แหมเป็นไอเดียที่ดีมากครับ ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

คุณดาวเรืองจะรอภาษาไทยก่อนก็ได้นะคะแต่เล็งๆเรื่องที่เราสนใจว่าอยากจะเขียนไว้ก่อน

จดๆไว้ด้วยลืมหมดค่ะ เพราะว่า คนเราคงมีเรื่องที่สนใจอยู่ทุกคน คือเราต้องเตรียมวัตถุดิบไว้ให้พร้อมก่อนจะเขียนเรื่องอะไรค่ะ เผื่อเราต้องอ้างอิงแหล่งใด ก็เตรียมๆไว้ในลิสท์ด้วยค่ะ

 ถ้ามีแผนว่า อยากจะมีหนังสือที่เขียนเป็นรูปเล่มเอง เป็นของตัวเองสักเล่ม สองเล่ม นะคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณ MO

ดีใจมากค่ะ ที่มีรุ่นน้องอักษรมาเยี่ยมค่ะ และทำงานเป็น web content editorด้วย ว่างๆเข้ามาเยี่ยมอ่านและ commentด้วยนะคะ

จริงๆที่เราเรียนอักษรมานี่ เป็นพื้นฐานที่ดีมากค่ะ  เราสามารถจะมาเรียนรู้เพิ่มเติมได้ไม่ยากค่ะ

โปรแกรมนี้ เราศึกษาไว้เฉยๆ  เมื่อไรพร้อมก็ทำได้ เก็บรูปไว้ก่อน ทั้งportraitและ landscape ถ่ายไว้2-3รูปในภาพเดียวกัน ไว้มาเลือก และจดสิ่งที่สำคัญๆไว้ด้วย เดี๋ยวลืมหมดนะคะ  ชีวิตเรา คงต้องมีช่วงว่างสักช่วงนึงค่ะ

เก๋
IP: xxx.121.139.95
เขียนเมื่อ 

. ตามเก่ง เข้ามาค่ะ

. ไม่เคยเห็นโปรแกรมนี้เลยค่ะ

. อยากบอกว่า โปรแกรมนี้ ยอดจริงๆๆๆๆๆค่ะ

เขียนเมื่อ 

 

Text%20only

Materials

ก่อนจะเขียนหนังสือเพื่อพิมพ์เป็นเล่ม ต้องมีการเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นก่อนค่ะ

 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณ เกษตร(อยู่)จังหวัด

อีกไม่นาน คงมีversion ภาษาไทยค่ะ สบายดีนะคะ คิดถึงออก หายไปนานเลยค่ะ อยากให้มาบ่อยๆ 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีตอนเย็นๆ ครับ ผมเคยคิดจะเขียนนิยาย ตอนนี้ต้องพยามอ่านหนังสือนิยายเยอะๆ ก่อน จะได้มีไอเดียในการเขียน เขียนแล้วก็จะได้รวมเล่ม ..ความใฝฝัน...

แวะมาอ่านอีกหนครับ นะครับผมลองแนะนำให้เพื่อนที่ทำงานเกี่ยวกับด้านทำหนังสือลองใช้ดูเธอก็ว่าน่าสนใจๆ สำหรับโปรแกรมนี้ครับผม

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณครูแอ๊ว พี่สบายดีค่ะ ขอบคุณค่ะ

 ที่ Blurb Book Store มีหนังสือมากเหมือนกันค่ะ

 สำหรับช่วงเริ่มต้นนี้ มีหลายรายการมากค่ะ เช่น...สังเกตว่า

Arts & Photography (4519)มีคนเขียน  มากที่สุด

 

Arts & Photography (4519)

All Categories Architecture (66)

Arts & Photography (4519)

Biographies & Memoirs (271)

Blogs (49)

Business (23)

Children (458)

Comics & Graphic Novels (16)

Computers & Internet (1)

Cooking (134)

Crafts & Hobbies (33)

Education (29)

Self-Improvement (23)

Sex & Relationships (11)

Sports & Adventure (320)

ntertainment (49)

    Fine Art (147)

Fine Art Photography (648)

Gay & Lesbian (5)

History (101)

Home & Garden (70)

 Humor (27)

Literature & Fiction (45)

 Medicine & Science (12)

 Mystery & Crime (2)

Nonprofits & Fundraising (44)

Parenting & Families (177)

    Fine Art (147)

Fine Art Photography (648)

Sex & Relationships (11)

Sports & Adventure (320)

Travel (1421)

 Uncategorized (6363)

Fine Art Photography (648)

Gay & Lesbian (5)

History (101)

Home & Garden (70)

 Humor (27)

Literature & Fiction (45)

 Medicine & Science (12)

 Mystery & Crime (2)

Nonprofits & Fundraising (44)

Parenting & Families (177)

Pets (129)

 Poetry (197)

 Portfolios (205)

Reference (13)

 Religion & Spirituality (122)

Romance (39)

Science Fiction & Fantasy (12)

 Wedding (961)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณ Conductor

คุณบอกว่า แรงบันดาลใจนั้นแรงไม่พอครับ คนเรามีโอกาสเท่าๆกัน เพียงแต่ว่าบางคนมองเห็นว่าเป็นโอกาส แต่บางคนกลับเห็นเป็นอุปสรรค (ก็เพราะคนแตกต่างกัน)

ค่ะ พี่เห็นด้วยค่ะ บางสิ่งแปลกๆใหม่ๆที่เราเห็นเราทราบ เห็นว่า ไม่เลวนะ น่าสนใจดี แต่สิ่งนั้น ยังอาจไม่มาตรงกับความสนใจหรือ ความคิดฝันลึกๆในใจของเราเสียทีเดียว เราจึงผ่านไป เพราะยังมีสิ่งอื่นๆที่น่าสนใจกว่าสำหรับเรา

แต่ในขณะเดียวกัน ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมอินเทรนด์เรื่องเดียวกันนั้น  กลับสามารถ "จุดประกาย" สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆบางคนได้

เรื่องที่นำมาเล่านี้ ในความคิดของพี่ เขามีไอเดียเก๋ไก๋แปลกใหม่ไม่เลวทีเดียว และสามารถเปิดตัวออกมาได้ก่อนผู้เล่นรายอื่นในวงการเดียวกัน

เรื่องนี้ เดาว่า ส่วนหนึ่งของไอเดียเขาอาจจะได้มาจาก ช่องแสดงความคิดเห็น  ที่ได้เคยนิยมกันอยู่พักหนึ่ง  เพราะคงมีคนมากมาย ที่อยากเป็นนักเขียนๆเรื่องของตนเอง  แต่ไม่ทราบจะแสดงออกมาได้อย่างไร เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครคนใดคนหนึ่งจะสามารถพิมพ์หนังสือที่ตัวเองเขียนเองออกมาให้มีคุณภาพดีแบบหนังสือในร้านหนังสือค่ะ

จึงปรากฏว่า มีคนตอบรับ ไอเดียเท่ๆนี้ไม่น้อยค่ะ 

แนว Arts & Photography (4519) จะมีคนเขียนมากที่สุด

นอกจากในเรื่องการทำหนังสือของตัวเองแบบนี้  ยังมีไอเดียหรือความคิดสร้างสรรค์หลายๆอย่างในเรื่องอื่นๆ ที่อาจจะยังไม่สามารถนำไปใช้ได้จริง แต่หลายๆ ไอเดียก็สามารถจุดประกาย เสมือนเป็นเครื่องกระตุ้นที่สามารถนำไปพัฒนาต่อได้ในอนาคตค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณพี่ศศินันท์

เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีดีนะคะ เปิดโอกาสให้เราสามารถทำหนังสือได้จากหน้าจอคอมพ์ของเราเองเลย เป็น desktop publishing จริงๆ

อยากจะเขียนหนังสืออยู่เหมือนกัน แต่เป็นแนววิชาการ แต่ก็ยังทำไม่สำเร็จเสียทีค่ะ เขียนไว้ได้บทเดียว 5555 ไปไม่ถึงไหน ว่าจะมาร่างต่อที่อเมริกา แต่ก็ปรากฏว่างานยุ่งกว่าที่คิด แต่ไม่เป็นไร เวลาเป็นเรื่องที่เราต้องจัด ถ้าเราอยากจะทำอะไรสักอย่าง จริงไหมคะ ^ ^

ไปเิปิดๆ ดูหนังสือบางเล่มแล้ว สวยดีจริงๆ ค่ะ ขอบคุณที่แนะนำกันนะคะ ^ ^

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณ สำเนียง

ทั้งหมดในกลุ่มคนที่ทำหนังสือสมัครเล่นself-published books นี่นะคะ

 photography books มีคนทำมากที่สุด เป็นชุมชนใหญ่ที่สุดเลย แสดงว่า คนชอบถ่ายรูปและชอบงานทางด้านศิลปะกันมากนะคะ เพราะไม่เครียด ทำให้ชีวิตมีความสุขดีทีเดียวค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณMr.Direct  

ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมและอ่านบันทึกนะคะ

คิดว่าคุณดิเรกเองก็มีความปราถนาจะเขียนหนังสือของตัวเองบ้างเหมือนกัน อาจจะเป็นเรื่องท่องเที่ยวนะคะ วันนี้ นำหนังสือตัวอย่างในแบบของSports and Adventures มาฝากค่ะ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการแข่งกีฬาอเมริกันฟุตบอลค่ะ

 

American%20football

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณ กวินทรากร

ขอบคุณที่สนใจค่ะ ไม่แปลกเลย เพราะคุณแต่งโคลงกลอนเก่งมากๆค่ะ แต่อาจจะมีอยู่ในใจแล้วว่าจะเขียนอะไรอีก เช่น นิยาย ซึ่งก็มีหลายๆแบบด้วยกัน แล้วแต่ความถนัดค่ะ ดีทุกแบบค่ะ

มีหนังสือหน้าปกสวยๆอยู่หลายเล่มที่เห็นในรูปตัวอย่างค่ะ เช่น เล่มนี้ Poetry and Photography ค่ะ

Poetry

เขียนเมื่อ 

 สวัสดีค่ะ อาจารย์กมลวัลย์

อาจารย์บอกว่า อยากจะเขียนหนังสืออยู่เหมือนกัน แต่เป็นแนววิชาการ

ที่ยังไม่เสร็จเพราะ ไม่มีเวลา ....ทุกคนก็พุดอย่างนี้ รวมทั้งพี่ด้วย...

แต่คนเรา มันต้องมีเวลากันบ้างละน่า โดยเฉพาะ เรื่องที่เราอยากทำจริงๆ ต้องจัดสรรจนได้ จริงไหมคะ แต่ไม่รู้เมื่อไร..

ก็คง... เมื่อพร้อมนะคะ การทำหนังสือ มันต้องประณีต เราไม่ต้องรีบนะคะ

Blog_baby_01

เขียนเมื่อ 

..เข้ามากราบสวัสดีท่านอาจารย์ศศินันท์ค่ะ..

ได้ความรู้มากเชียวค่ะ..ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะเขียนงาน..

มีความสนใจและชอบค่ะ  แต่ยังต้องเรียนรู้อีกมาก..คอยเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากท่านผู้รู้ใน G2K เช่นท่านอาจารย์และอีกหลายๆ ท่านค่ะ

ด้วยความเคารพและระลึกถึงเสมอค่ะ.. 

สวัสดีค่ะ คุณพี่ Sasinanda

  • ขอบคุณมากๆค่ะที่พบสิ่งที่ดีๆแล้วนำมาแบ่งปันให้เพื่อนๆใน GotoKnow ทราบ
  • การถ่ายทอดความสุข หรือ ประสบการณ์ไว้เป็นบทเรียนแก่ตนเองและผู้อื่นเป็นสิ่งที่ทรงคุณค่าค่ะ...
  • ขอบคุณค่ะ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ อ.ศศินันท์

  • เอเองก็อยากทำหนังสือของตัวเองเหมือนกันค่ะ..แต่อยากทำแจกเฉพาะหมู่มิตรสหาย ไม่กล้าทำขาย กลัวขายไม่ออก :-)
  • จะลองเข้าไปศึกษาโปรแกรมที่อาจารย์แนะนำค่ะ
  • จะรออ่านหนังสือของอาจารย์นะคะ..ขอเป็นลูกค้าคนแรกเลย

 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณเก่ง คุณบอกว่า..

ผมเรียนจบ คณะศิลปศาสตร์ แล้ว ชอบวาดรูป เขียนภาพต่างๆ ผ่านเข้ามาเจอ ผมยังไม่ได้งานทำเลย พักชักช่วงก็ดี มาลองเขียนหนังสือ และนำรูปภาพที่ผมวาดมารวบรวมเป็นเล่มก็ดีครับ

ถ้าอยากทำเรื่องงานรูปภาพ ก็สนุกค่ะ แต่ตอนนี้ จะลองแบบportfolio. เพื่อแนะนำตัวและแนะนำงานของเราก่อนจะดีไหมคะ แบบตัวอย่างข้างล่างนี้ รู้สึกจะเป็นสถาปนิกค่ะ ทำดีๆไว้สักเล่มก็ใช้ได้นานค่ะ

Present your work in a professionally bound portfolio. Made by you.

Bus_mkd_06

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณ เก๋

ขอบคุณที่มาเยี่ยมนะคะ 

มีคำถามเกิดขึ้น ในวารสารบางแห่งว่า But do good blogs make good books?

ปัจจุบัน การเขียนบล็อกไม่จำกัดอยู่แต่บนอินเทอร์เน็ทแล้ว จากweb journals กำลังได้โอกาสที่จะทำให้งานเขียนของเขา ออกมาเป็นรูปเล่มจริงๆค่ะ ส่วนจะสามารถเป็นหนังสือที่ดีได้หรือไม่ คงต้องแล้วแต่เรื่องนั้นๆ และควรต้องนำมาrewrite อีกครั้งค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะอาจารย์ วัชราภรณ์ วัตรสุข

อาจารย์บอกว่า..web site นี้ ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะเขียนงาน..

มีความสนใจและชอบค่ะ  แต่ยังต้องเรียนรู้อีกมาก

ค่ะ เป็นของใหม่ แต่ดูท่า จะได้รับความนิยมไม่น้อยค่ะ

ตอนนี้ มีคนเป็นล้านๆคนที่เขียนบล็อกบนเน็ท อยากเขียนเรื่องอะไรในความคิดก็เขียนลงมา ไม่จำกัด ไม่เลือกเพศเลือกวัย สิ่งที่บล็อกเกอร์ต้องจัดสรรคือ เวลา และต้องต่ออินเทอร์เน็ทไว้

แต่ไม่นานมานี้ Book publishers ก็เข้ามาในโลกของบล็อกเกอร์แล้วค่ะ turning blogs into books, or blooks.

เป็นที่คาดหมายว่า บล็อกเกอร์ดังๆ มักมีคนติดตามอ่านงานเขาอยู่แล้ว พอมาเป็นหนังสือ ก็น่าจะมี แฟนมาตามซื้อมากขึ้น หนังสือจะขายดีขึ้น กว่านักเขียนใหม่ๆที่ไม่ใช่บล็อกเกอร์ด้วยซ้ำ

 

เขียนเมื่อ 

%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%81

the war in Iraq --หนังสือที่มาจากบล็อกค่ะ

สวัสดีค่ะกำลังจะลองเขียนประวัติตัวเองค่ะ

ลองแนะนำด้วยนะคะ

ขอบคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 

ค่ะ คุณ อุบล จ๋วงพานิช

เข้าไปศึกษาได้เลยค่ะ เขาอธิบายค่อนข้างละเอียดค่ะ

ถ้าชอบหนังสือประวัติพร้อมงานของตัวเอง ก็แบบportfolio. เพื่อแนะนำตัวและแนะนำงานที่ประสบความสำเร็จของเรานะคะ  ทำดีๆไว้สักเล่มเป็นที่ระลึก และใช้งานได้ด้วยค่ะ เวลาไปนำเสนองานค่ะ

Present your work in a professionally bound portfolio. Made by you.

หรือจะเป็นCollection ของอะไรก็ได้ค่ะ เช่น Postcards

Postsecret

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณนาง กฤษณา สำเร็จ

ถ้ามีเวลา ลองศึกษาและลองทำดูก็ไม่เลวค่ะ ไม่ต้องรีบค่ะ ลองดูว่า อยากจะเขียนเรื่องอะไร ที่มีเขียนไว้แล้ว ไม่ต้องเขียนใหม่ค่ะ

Blurb นี่เป็น 1 ใน 50 Coolest (เจ๋งที่สุด) Websites 2006 ของTIMEแมกกาซีนค่ะ

เขียนเมื่อ 

 สวัสดีค่ะคุณ แม่นีโอ

หนังสือนิทานก็มีนะคะ ตัวอย่างข้างล่างเป็นการผจญภัยของคู่หูเด็กชายกับลิงค่ะ

Totally_boned

เขียนเมื่อ 

มาเยี่ยม...

ใช่ครับ...และเห็นด้วยที่ว่า...

เทคโนโลยี่ไปไกลเร็วกว่าคิดจริงๆ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะอาจารย์ umi

อาจารย์คะ มีเลขานุการสาวสวยอายุ 30 ปีอยู่คนหนึ่งชื่อJulie เริ่มเขียนบล็อกมาเมื่อปี 2002 เขียนการทำอาหารจากตำราของJulia Child's Mastering the Art of French Cooking  มีตำราอาหารตั้ง524 เมนู

 เขียนเป็นบทกลอน ค่ะ เริ่มจาการไปซื้อกับข้าวมาจนกระทั่งปรุงอาหารเสร็จ เธอทำเป็นหนังสือค่ะชื่อJulie & Julia  ขายได้ตั้ง แสนเล่มค่ะ  และเป็น nonfiction winner of the first annual Lulu Blooker Prize, celebrating books spawned by blogs.ค่ะ

ป็นตัวอย่างว่า เราอยากจะเขียนอะไรก็ได้นะคะ แต่ต้องเป็นเรื่องของเราเอง

เขียนเมื่อ 

 

Julie_julia
หนังสือของJulie Powell ค่ะ เขียนจากhttp://www.juliepowell.blogspot.com/

ฝน
IP: xxx.121.138.19
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

web นี้สร้างสรรค์จริงๆค่ะ อย่างนี้ต้องลองสักหน่อยแล้วค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

  • แวะมาชื่นชมค่ะ
  • บางทีก็ไม่รู้ว่าจะเขียนอะไรดี
  • เหมือนขัดแย้งในความคิดตัวเอง
  • บางทีเทคโนโลยีก็ไกลเกินฝัน
  • ขอบคุณค่ะ .. (กำลังหาแรงบันดาลใจ)

ยิ่งกว่าชื่นชม

แอบเก็บเรื่องเล่าเคล้าความรักของตัวเอง...ไว้เยอะ....

อิอิอิ  น่าเอามารวมเล่ม...เป็นเรื่องรัก

555

 

นพดล
IP: xxx.121.142.110
เขียนเมื่อ 

ค้นจาก   google  โดนใจจริงๆครับ  ไอเดียนี้ดีมาก

เขียนเมื่อ 

ชอบบันทึกนี้มากๆ เลยค่ะ

เข้ามาอ่านซ้ำๆ จนนับไม่ถูกแล้ว

ขอบคุณข้อมูลดีๆ อีกครั้งค่ะ

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะแวะเข้ามาชื่นชมด้วยคน
  • อยากจะเขียนแฟ้มพัฒนางานของตัวเองบ้างค่ะ
  • ยินดีรับฟังคำแนะนำ ค่ะ
  • แต่ไม่เก่งเรื่องเรื่อง IT กำลังฝึกฝน
  • ขอบคุณค่ะ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณ สีตะวัน

ดีใจจริงที่คุณเข้ามาอ่านนะคะ เห็นในบันทึกของคุณ บอกว่า งานยุ่งมากเลย

เรื่องที่มีการนำเอาเรื่องที่เขียนในบล็อก ไปตีพิมพ์เป็นหนังสือก็มีมาก่อนหน้าที่จะมีโปรแกรมนี้ค่ะ เช่นเรื่องOverheard in New York  และเรื่อง Belle de Jour ค่ะ

 คำอธิบายนะคะ.....is promoted as the nom de plume of a former London call girl.[1] Under this name she maintains a successful blog, Belle de Jour:

 diary of a London call girl which by 2003 had achieved selection by The Guardian as its blog of the year[2] and has given rise to two books published in both the UK and US.

หนังสือเรื่องนี้ จัดพิมพ์โดย Orion Publishing Group Ltd. is a UK-based book publisher. It is owned by Hachette Livre.

คือบล็อกBelle de Jour นี้เป็นการเขียนแบบไดอารี่ค่ะ เป็นเรื่องราวติดต่อกัน จนคนติดตามอ่านกันมาก และสำนักพิมพ์เห็นว่า น่าจะมาพิมพ์เป็นหนังสือได้ จึงนำออกมาพิมพ์ 2 เล่มเลยค่ะ

นอกจากนี้นะคะ ยังมีโทรทัศน์ Channel 4 ที่อังกฤษ มาเอาเค้าโครงเรื่อง ไปทำเป็น television series แต่กลับไปออกอากาศที่ ช่อง  ITV2 as Secret Diary of a Call Girl. series แรกออกอากาศเมื่อ 27 September 2007 to 15 November 2007ค่ะ

และยังไปไกลกว่านั้นอีกนะคะ ผู้แต่งคนนี้ เลยกลายเป็นนักเขียนคอลัมน์ประจำที่ Daily Telegraph. ตั้งแต่กลางปี 2006 ค่ะ 

เห็นไหมคะ ใครเขียนบล็อกเก่งๆ มีสิทธิ์รุ่งได้ไม่ยากนะคะ

เขียนเมื่อ 

คุณพี่ศศินันท์ครับ

น่าสนุกนะครับ ที่เราจะมีหนังสือเป็นของตัวเองสักเล่ม

คนคิดและออกแบบ เขาเข้าใจคิดและทำดีครับ

เราก็คงก้าวตามเล่นๆไปเรื่อยๆ

ทำไงได้ ก็เขาคิดแทนเราแล้วนี่ เราแค่ใช้ๆๆๆๆ ไม่ต้องเหนื่อยคิดดี

หวาว..... ครูวุฒิกะจะสอนเด็กให้บริโภคอย่างเดียวเลยนะครับเนี่ย...

ไม่ใช่หรอกครับ แค่ครูวุฒิกะจะให้ฝรั่งรับใช้เราซะให้เข็ด...

โทษฐานที่ "คิดเป็น" และ "คิดล้ำหน้า"กว่าเราอยู่ตลอดไงครับ อิอิ....

สวัสดีครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ  น้าอึ่งอ๊อบ คนสวย แซ่เฮ

ตั้งแต่มีโปรแกรม Blurb นี้ขึ้นมา คำว่า blook จะยิ่งฮิตมากขึ้นค่ะ

 จริงๆคำว่า  A blook  คือคำที่มีความหมาย ว่าเป็น  on line book  ก็คือ blog  หรือเป็น หนังสือที่พิมพ์ขึ้นมาจากบล็อกเลย หรือเป็นหนังสือที่มีต้นเรื่อง หรือเนื้อหาบางส่วน ที่มาจากบล็อก 

คำๆนี้ มีมาตั้งแต่ปี 1990s, โดยนักบรรณารักษ์ ชื่อ Mindell Dubansky  มีความหมายว่า  "looks like a book."

พวกเราบางคนก็เขียนบล็อกเป็นบทๆ แล้วpost ขึ้นไป มีคนมาอ่านและคอมเม้นท์ บางคนก็ทำ RSS feed, tag ไว้เลย

 blook ในสมัยต้นๆ เขียนโดย Tony Pierce  ปี 2002 เมื่อเขารวบรวม งานเขียนหรือบทความของเขาในระยะเวลา 1 ปี และไปรวมเล่มเป็นหนังสือ ชื่อว่า.. "Blook".

ผู้พิมพ์ Print-on-demand publisher ที่เด่นแรกๆคือ  Lulu  และเป็นผู้ที่ ตั้งรางวัล  Lulu Blooker Prize  สำหรับ blooks ----books based on blogs or other websites, including webcomics. ผู้ชนะเลิศ คือเรื่อง "My War: Killing Time in Iraq", by Colby Buzzell ที่เขียนในสนามรบค่ะ ดังในภาพในคอมเม้นท์ที่ 94#


ต่อมามี
 Blurb's BookSmart ด้วย ซึ่งนำเสนอโปรแกรมที่สะดวกและง่ายดาย เป็นที่ถูกใจคนทั่วไป และ Supports::  Blogger,   LiveJournal.com,   TypePad,  and  WordPress.com  blogs.

แต่เรื่องสำคัญ ที่ต้องพิจารณาต่อ คือ การนำเอาบล็อกมาพิมพ์เป็นหนังสือ ถ้าจะทำเป็นธุรกิจ คงไม่ง่ายนัก

เพราะ บล็อกที่เป็นที่นิยมอาจมีเนื้อหาที่ ไม่ค่อยมีคุณภาพเท่าที่ควร ดังนั้น เมื่อเป็นหนังสือ อาจขายไม่ดีก็ได้ค่ะ  ช่วงนี้การพิมพ์หนังสือจากบล็อกฮิตมาก หลังจากการประสบความสำเร็จของ ......        

 Ana Marie Cox (born September 23, 1972) is an American author and blogger who was the founding editor of the political blog Wonkette and is widely considered synonymous with the title.

แต่ถ้าจะพิมพ์โดยไม่เน้นธุรกิจ ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ เราทุกคนจะทำได้ตามความฝัน อย่างสบายๆค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณฝน

คุณบอกว่า...web นี้สร้างสรรค์จริงๆค่ะ อย่างนี้ต้องลองสักหน่อยแล้วค่ะ

ดีค่ะ ลองก็ไม่เสียหายอะไร เขาให้ฟรีๆอยู่แล้วค่ะ ลองเล่นดูค่ะ

มีบล็อกชื่อOverheard in New York  ต่อมา พิมพ์เป็นหนังสือค่ะ ขายดีค่ะ....  is a humor blog, published by Michael Malice and S. Morgan Friedman, that documents snippets of conversation heard by passersby in New York City.

Overheard%20in%20new%20york

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณ นพดล

มีหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่ฮิตมาก เป็นเรื่องวิจารณ์การเมืองอเมริกันAll the President's Spin ค่ะ พิมพ์เมื่อ 2004 โดย  Ben Fritz, Bryan Keefer, and Brendan จากบล็อก ที่ : www.spinsanity.org  ซึ่งขณะนี้ไม่ได้เขียนต่อแล้วค่ะ

 A critique of what they say are the Bush Administration's use of half truths and questionable statistics to "spin" the media and the public.

Fritz is a reporter for Variety.

Keefer is assistant managing editor of Columbia Journalism Review's Campaign Desk, which monitors media coverage of politics.

And Nyhan is a PhD candidate in political science at Duke.

All_presidents_spin

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณ jaewjingjing

ขอบคุณมากที่สนใจบันทึกนี้ค่ะ พอดีพี่เองก็สนใจอยู่ค่ะ เลยลงลึกหน่อยว่า มีอะไรที่น่าศึกษาต่อจากที่เห็นแค่โปรแกรมดีๆ ที่ Blurb นำเสนอไหม ก็เรียนรู้ไปด้วยกันค่ะ พี่เอง ก็ไม่ได้รู้อะไรมากนักค่ะ

การจะพัฒนาอะไรคงต้องใช้เงินนะคะ  Blurb.com ได้ระดมทุนมาแล้ว ครั้งแรก2 ล้านเหรียญ และได้ระดมทุนครั้งที่ 2 แล้ว

ได้มีการทำsoftware ขึ้นมาที่ชื่อว่า  Slurper สำหรับที่จะเปลี่ยน blogs มาเป็น  books 

 Slurper จะช่วยดูดมาหมดค่ะทั้งเนื้อหาใน blog ทั้ง hyperlinks, comments, และ pingbacks...

ต่อจากนั้น บล็อกเกอร์จะสามารถนำ blooks มาใส่ใน designed templates ได้ง่ายขึ้น มีtemplate สำหรับ cookbook หรือ  a book of poetry เป็นต้นค่ะ

จริงๆแล้ว ไม่มีอะไร ที่จะสามารถพัฒนาขึ้นมาได้โดยไม่ใช้เงินนะคะ ทุกอย่างมีค่าใช้จ่าย

 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณ เอื้องแซะ

การที่มีคนพยายามที่จะนำเรื่องที่ตนเองเขียนในบล็อก มาทำเป็นหนังสือ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเกรงว่า เนื้อหาที่เขียนไว้ในบล็อกจะหาย ถ้ามีการปิดweb site ที่เขียนลง

 Fabrice Gadaud ชาวฝรั่งเศส จาก  LJBook.com ของเขาเองสามารถที่จะให้คนที่เขียนบล็อกที่ LiveJournal.com สามารถนำเนื้อหาทุกอย่างของตนที่มีมาลงใน a printable PDF file ได้  Gadaud ได้พัฒนา Web serviceนี้ขึ้นมา เมื่อเขาทราบว่า LiveJournal.com's French blog on society กำลังจะปิดตัวลง เขาเสียดายสิ่งที่เขียนไปแล้วทั้งหมดค่ะ ก็เลยกลายเป็นประโยชน์สำหรับคนอื่นๆด้วย ลองคลิกดูตัวอย่างค่ะ

LJ Book

Up to Security: (entries to include) Private (All), Friends (Friends Only + Public), Public (only Public)
To Include: Mood, Security Level (Private, Friends, Public), Music.
Language: Words such as "Chapter", "Content", and the months are translated into the selected language.
Images: Retrieve all IMG links and include pictures in LJBook.
(No LaTeX source at this time)
Comments: Include all comments (LiveJournal & InsaneJournal ONLY).

Archive (Donors ONLY): These options produce big PDF files!

High Resolution Images: This archive mode will convert all your pictures to a non lossy format. Many tools will allow you to retrieve these pictures from your PDF later.
Community: You can NOT distribute the PDF produced without prior agreement of ALL posters of the community.


Limitations

Lines breaking: lines without any space will run over the page.





>Make sure your journal has been converted to UTF8.<

Options

Paper Size: A4, US Letter, 6in x 9in, 7.5in x 9.25in, B5
From Year to 2005: Entries from selected year
(included) to 2005 (included)

 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ ครูวุฒิ

เรื่องความคิดพัฒนางานและความคิดสร้างสรรค์ต่างๆนี่ คนไทยก็ไม่ได้แพ้ใครหรอกค่ะ มีการคิดค้นอะไรดีๆออกมามากเหมือนกันค่ะ

แต่เรื่องนี้ เขาคิดออกมาได้ดี โดนใจคนเยอะ เพราะบางที คนที่เขียนบล็อกมานานๆและเป็นเรื่องราวต่อเนื่องที่สามารถรวมเล่มได้ เกิดมีโปรแกรมดีๆมาsupport ก็เป็นเรื่องที่เกิดความคิดว่า เออ เรื่องของเรา ก็น่าทำได้

แต่ไม่ใช่ว่า เรื่องที่เขียนในบล็อก นำมาทำเป็นหนังสือแล้วจะดีไปหมดนะคะ ประเด็นสำคัญอยู่ที่คุณภาพของเนื้อหาค่ะ

ส่วนใหญ่ที่เห็นจากตัวอย่างที่นำมาให้ชม มักเป็นเรื่อง ค่อนข้างแปลก และไม่เหมือนใคร เช่นเรื่อง My War และเรื่องJulie and Julia เป็นต้นค่ะ ทั้งสองเรื่องนี้ มีจำนวนพิมพ์ค่อนข้างสูงและได้รางวัลด้วยค่ะ

เขียนเมื่อ 
  • ครับ  คุณพี่ครับ
  • จุดนี้จะเป็นส่วนที่สามารถช่วยให้คนที่แม้ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะเขียนหนังสือได้  สามารถพัฒนาตัวเองไปเป็นนักเขียนได้ในวันหนึ่งข้างหน้า  โดยอาจจะเพิ่มความพิถีพิถันในการเลือกเนื้อหาและเติมความละเมียดละไมลงไปมากยิ่งขึ้น
  • เอ... ผมว่าคุณพี่ศศินันท์น่าจะมองหาบรรณาธิการได้แล้วนะครับเนี่ย...
  • ผมอยากอ่านแบบเป็นเล่มๆนะครับ  จะได้หยิบติดตัวไปไหนมาไหนได้ด้วย (โดยเฉพาะบันทึกช่วงแรกๆของคุณพี่ยังตามอ่านไม่ครบเลย  ปัญหาก็คือมีเวลาตรงหน้าจอน้อยครับ)
  • จะรอนะครับ
เขียนเมื่อ 
  • ตามมาขอบคุณครับพี่
  • พี่อักษร
  • บอกว่า จะเขียนหนังสือให้ทันปีนี้ครับ
เขียนเมื่อ 

คุณครูวุฒิคะ

ที่เมืองไทย ยังเห็นมีแต่การเขียนในบล็อกอยู่ ยังไม่ค่อยเห็นเรื่องจากบล็อก ไปเป็นหนังสือค่ะ

ที่อเมริกา พี่อ่านจากข่าวต่างๆ ขณะนี้ พวกสำนักพิมพ์ต่างๆ มีบ้างที่เริ่มจะคิดแล้วว่า บล็อกที่เป็นที่นิยม อาจไม่ได้เป็นหนังสือขายดีทุกเล่มก็ได้

นักเขียนอิสะหลายคนให้ความเห็นว่า อะไรๆก็ไม่สำคัญเท่ากับ คุณภาพของเนื้อหา ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ หรือเป็นข้อเขียนในบล็อก

 Will Leitch  นักเขียนคนหนึ่งที่เป็นทั้งนักเขียนหนังสือจริงๆ และเขียนบล็อกDeadspin ใน sports website  Gawker Media ด้วย พูดไว้ว่า 

 "A good writer is a good writer," ไม่ว่าจะนำเนื้อหาจากบล็อกไปเขียนเป็นหนังสือ หรือจะเขียนหนังสือขึ้นมาจริงๆเลย ถ้าเนื้อหาดี ขายได้เสมอ

เขียนเมื่อ 

 

คุณขจิต ฝอยทอง

จากข้อเขียนของ  Kara Warner | Special to amNewYork

1:58 PM EST, December 11, 2007

สรุปว่า...ในความเห็นของเธอ คิดว่า อนาคตของบล็อกเกอร์ ที่จะนำเรื่องในบล็อกของตนเองมาเขียนเป็นหนังสือและสามารถขายได้ดีจริงๆ   อาจไม่ค่อยรุ่งเท่าไรนัก ในภาพรวม ยกเว้นเฉพาะเรื่องที่เด่นๆจริงๆ ตัวอย่างหนังสือจากบล็อกที่ประสบความสำเร็จมาก....

Julie Powell, Julie and Julia: 365 Days, 524 Recipes, 1 Tiny Apartment Kitchen: How One Girl Risked Her Marriage, Her Job, & Her Sanity to Master the Art of Living
Blog book derived from: The Julie/Julia Project

หนังสือของJulie Powell ค่ะ เขียนจากhttp://www.juliepowell.blogspot.com/

รูปหนังสืออยู่ในความเห็นที่ #101

สำหรับผู้ที่สนใจโปรแกรมที่นำมา แนะนำนี้ คิดว่า พิมพ์ออกมาในแวดวงของของเราเอง ก็ไม่มีปัญหาคะ

สวัสดีค่ะ

แวะมาดูรูปเล่มหนังสือสวย ๆ ค่ะ น่าสนใจมากเลยค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะน้อง อ้อยควั้น

ถ้าสนใจ ลองศึกษาดูนะคะ คนในครอบครัวเคยเห็นหนังสือที่พิมพ์ออกมาจากบล็อกจริงๆ เป็นหนังสือที่จัดทำได้อย่างสวยงาม มีคุณภาพมากค่ะ

มีหนังสือที่พิมพ์มาจากบล็อกที่เล่านิทานเรื่องผีๆ ก็มีค่ะ

Four_twenty_blackbirds

เขียนเมื่อ 
  • ตามมาอ่านอีก
  • มาขอบคุณด้วยครับ
  • ตั้งใจว่า
  • อยากมีหนังสือของตัวเองสักเล่ม
  • ตอนนี้กำลังเขียนครับ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณ ขจิต ฝอยทอง

อีกweb siteหนึ่งที่ดังมากคือ Lulu  เป็น self-publishing company headquartered in Morrisville, North Carolina offering print-on-demand publishing and online order fulfillment.

เจ้าของเรื่อง เป็นเจ้าของ copyright และ  ISBN ค่ะ ส่วนการซื้อขาย on lineก็มีได้ด้วยค่ะ

วิธีการคือ ผู้เขียนหรือเจ้าของเรื่อง  upload  files เรื่องของตัวเองไปให้ Lulu's web site เลือกแบบรูปเล่ม และ options ต่างๆ พร้อมคุยเรื่องผลประโยชน์กันให้เรียบร้อย ว่าต้องการกำไรเท่าไรต่อเล่ม

ถ้าfileที่จะส่งให้Lulu ยังไม่เป็น PDF format   Lulu จะช่วยจัดการให้เป็น PDF ราคาที่จะตั้ง ก็ขึ้นว่าหนังสือมีกี่หน้า จะเป็นรูปเล่มแบบไหน ปกแข็ง ปกอ่อน  ปกติ 80% ของกำไร ไปเป็นของผู้แต่ง อีก 20%  เป็นของ Lulu

ในการนี้  Lulu เป็นผู้ที่ให้บริการ technical support via online เท่านั้นค่ะ

พี่ว่า อีกไม่นานก็คงแพร่มาที่เมืองไทยค่ะ เพราะคนที่เขียนบล็อกก็มีมากขึ้นทุกวัน

บางคนก็เตรียมตัวแล้วนะคะ  คือควรเขียนเป็นseriesค่ะ จะได้รวมเล่มได้ คุณขจิต มองๆไว้ก็ได้นะคะ

แต่ที่สำคัญที่สุด ที่ทุกสำนักพิมพ์พูดตรงกัน คือ เรื่อง เนื้อหาค่ะ

สวัสดีครับพี่ศศินันท์

     ขอบคุณครับสำหรับการแบ่งปัน ที่มีคุณค่ายิ่ง  ทำให้สามารถสร้างงานเขียนได้อย่างรวดเร็วและงดงาม เป็นประโยชน์มากสำหรับผมจะนำไปใช้และเผยแพรต่อคนอื่น ๆ ต่อไปครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ ดร. ดิศกุล เกษมสวัสดิ์

พอดีวันนี้ ได้ไปอ่านพบบล็อกของชาวต่างประเทศคนหนึ่ง เป็น Enterprise Architect เขาเริ่มเขียนบล็อกมาตั้งแต่  March 18, 2007 

 ในวันแรกที่เขาเขียนบล็อก เขาเขียนในหัวข้อ Why I started blogging  ที่http://blogs.ittoolbox.com/  ซึ่งเป็นProfessional IT Community  ไม่ได้เป็นบล็อก คนทำงาน แบบรวมๆเหมือนเรา

ซึ่งตอนแรกเขาบอกว่าเขาก็ไม่สนใจ แต่เพื่อนๆร่วมอาชีพ ชวนและบอกว่ามีประโยชน์ในด้านการงานมาก เขาเลยลองเขียนดูค่ะ และก็ประหลาดใจที่ กลับพบเพื่อนมากมายขึ้น  มีการพูดคุยกันเกิดขึ้นใน  cyberspaceมาก โดยเฉพาะกับเพื่อนร่วมอาชีพ มีการup date ข้อมูลกันมากขึ้นในบล็อก

สิ่งที่เขารู้สึกคือ  หนังสือ based on the past where as blogs are based on the now

ในวันครบรอบ 1 ปี เขาเลยเขียน ข้อดีของการเขียนบล็อก ในงาน ของเขาดังนี้ค่ะ....

...I have benefited from it in many ways:

  1. It has taught me how to write better.
  2. It forces me to research topics thoroughly.
  3. I have built a network with some top notch people in the industry.
  4. It allows folks at my work to see what my thoughts are on different topics (I lead the architect group)
  5. I get feedback (good & bad) on my thoughts and opinions.
  6. I am able to see other point of views. People tend to challenge ideas more readily in blogs then they would face to face.
  7. Most importantly, I learn from other people's experiences

ที่ยกมานี่ เพราะมีอะไรคล้ายคลึงกับบล็อกของคุณดิสกุล อย่างมากค่ะ ใช้บล็อก ให้เป็นประโยชน์กับงานการ       ขอแสดงความยินดีกับเขาด้วยค่ะ

Em-happy-anniversary-1

เขียนเมื่อ 

 

 

Feelgood%20manual

มีหนังสือพวก How to ที่เกี่ยวกับเรื่องของ วิธีการทำตัวเองให้มีความสุขในชีวิตด้วยค่ะ ขายเป็นเล่มที่พิมพ์ออกมาแล้ว หรือจะดาวน์โหลดจากบล็อกก็ได้ (คงทำเป็น pdf fileไว้เรียบร้อยแล้ว )

How to 

Feel better    Think better    Act better

Dramatically    easily    quickly

  • Paperback book $10.00
    Add to Cart
  • Download $3.61
    Add to Cart

Printed: 93 pages, 6.14" x 9.21", perfect binding, black and white interior ink

Download: 1 documents, 1220 KB

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณพี่ศศินันท์

  • เรื่องนี้น่าสนใจมากเลยค่ะสำหรับผู้ที่ต้องการมีหนังสือเป็นของตัวเอง  ได้ออกไอเดียเอง  ได้ทำตามความนึกคิดตามความฝันของตัวเอง  หลายๆ คนต้องยิ้มแก้มปริแน่ๆ สำหรับฝันที่จะเป็นจริง
  • ช่วงนี้หนูไม่ค่อยได้เข้ามาเยี่ยมเยียนเลยค่ะ  งานค่อนข้างมากนิดนึงแล้วก็เครียดๆ ด้วย  ก็มีโอกาสได้ไปพักผ่อนสมองบ้าง  ไปอยุธยามาค่ะ  ไปให้ธรรมชาติบำบัดใจมาค่ะ  รู้สึกสบายใจดีจังค่ะ  มีภาพมาฝากคุณพี่ศศินันท์ด้วยค่ะ  เป็นหมู่บ้านเรือนไทยในศูนย์ศิลปาชีพบางไทรค่ะ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณพี่ศศินันท์ นุชเข้ามาอ่านอีกรอบ นุชว่านุชโพสความเห็นไปแล้วตอนเข้ามาครั้งที่สอง ยังจำได้ว่าพูดถึงเรื่องแรงบันดาลใจจากสิ่งแวดล้อม เอ แต่มาไล่ดูไม่เห็นเลยค่ะ

เทคโนโลยีนี้เป็นสิ่งที่ช่วยปลดปล่อยศักยภาพของคนให้ได้แสดงออกเป็นอย่างมากเลยนะคะ อยากให้มีภาษาไทยจัง รับรองหากมีชาวโกทูโนว์คงมีหนังสือทั้งขายและแลกเปลี่ยนกันคึกคัก

หนังสือที่นุชเขียนให้เครือข่ายเบาหวานก็ได้อาศัยบล็อกที่เหล่าแพทย์และพยาบาลของโรงพยาบาลพุทธชินราช เขียนสะสมเรื่องราวไว้เช่นกันค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณ ทะเลดาว

 ตอนนี้เข้ามาอ่านบันทึกนี้ แสดงว่า สบายใจขึ้นมาเยอะแล้วนะคะ อย่าไปเครียดอะไรเลยค่ะ เดี๋ยวเวลาผ่านไป ที่เรารู้สึกเครียดมาก่อนก็จะดีขึ้นค่ะ

ลองศึกษาเรื่องการทำหนังสือไว้บ้างก่อนก็ได้ค่ะ ไม่แน่ว่า วันหนึ่งเราอาจจะอยากทำหนังสือเองบ้างนะคะ

พอดีไปอ่านหนังสือของท่านติช นัท ฮันท์ มาค่ะ ขอนำมาฝากค่ะ

มนุษย์เกิดมาต้องขัดเกลา

ให้มีชีวิตมั่นคงอย่างภูเขา

จิตใตเบิกบานอ่อนโยนอย่างดอกไม้

มั่นคงและมีความสุขกับปัจจุบัน

ไม่โศกเศร้าเสียใจกับอดีต

ไม่คาดหวังเกินควรกับอนาคต

เขียนเมื่อ 

 สวัสดีค่ะอาจารย์ คุณนายดอกเตอร์

หนังสือที่อาจารย์เขียนๆเป็นชุดๆ คิดว่า มารวบรวมได้เป็นเล่มเลยค่ะ โดยเฉพาะเรื่อง เบาหวาน

สำหรับความเห็นของพี่นะคะ    แรงบันดาลใจ ส่วนใหญ่ เกิดมาจาก การที่เราได้ไปพบเห็นเจอะเจออะไร ที่เราประทับใจ ซึ่งอาจจะเป็นอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติ แม่น้ำลำธาร เพลง ละคร หนังสือ  เหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง     คน ๆ หนึ่ง   เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มของชนชาติใด ที่เราไปเห็นเขาสวมใส่ แล้วชอบ   

เมื่อเราพบเห็นสิ่งที่เราชอบ  ตรงใจดังกล่าว และจะต้องเป็นความชอบถึงระดับหนึ่งด้วยนะคะ  ก็จะทำให้เราเกิดพลังพิเศษบางอย่าง ที่มีอำนาจในการกระตุ้นความรู้สึก ให้มีความกระตือรือล้น อยากที่จะทำในสิ่งที่เราเองก็คิดฝันอยู่ในใจอยู่แล้วอยากทำ แต่ยังไม่ได้ทำ 

แรงบันดาลใจเป็นแรงขับให้คนคิดสร้างสรรค์ได้ในแบบที่ต่างออกไป ในลักษณะที่เป็นแบบเฉพาะตัว  ซึ่ง ก็ไม่ใช่การลอกเลียนแบบมาทั้งหมดค่ะ

พี่คิดว่า ทุกคนมีแรงบันดาลใจของตนเองทั้งนั้นค่ะ

บางคน เป็นสิ่งสำคัญมากในลำดับต้นๆ ของการดำเนินชีวิตของเขาด้วยค่ะ

 

 

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ  คุณพี่ศศินันท์..

เข้ามาอ่านบันทึกนี้หลายรอบแล้ว  ชอบมากค่ะ  เป็นความฝันเลยนะคะ สำหรับใครหลายคนที่อยากจะมีหนังสือเป็นของตัวเอง    ต้อมก็อยากจะมีบ้างเหมือนกัน   มีตั้งหลายแบบในฝันที่นึกอยากจะทำ  เสียดายแต่มันก็ติดโน่น - ติดนี่  จนบางทีความฝันเลยฝ่อและห่อเหี่ยวไปซะงั้น  ก็เลยมักจะเข้ามาอ่านบันทึกนี้เพื่อเสริมสร้างขวัญและกำลังใจให้ตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า  กับเรื่องการทำหนังสือ  ^^ 

 

ขอบคุณค่ะ  ....

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะน้อง เนปาลี

ขอบคุณที่มาอ่านค่ะ และก็นึกถึงน้องมากๆ เพราะ คิดว่าตรงใจคนที่อยากทำหนังสือของตัวเองอย่างน้องนะคะ ต้องหาเวลาค่ะ ไม่ต้องรีบเพราะมันเป็นเรื่องของการใช้ความคิดอย่างประณีตมากๆค่ะ

แต่สิ่งที่ต้องคำนึงสำหรับคนที่เขียนบล็อกและคิดว่า จะพิมพ์ออกมาเป็นหนังสือในอนาคต คือ จะเขียนเรื่องในแนวไหนดี....

พี่ได้ไปอ่านผ่านๆหัวข้อของเรื่องต่างๆที่อยู่ในบล็อกต่างประเทศ  และกำลังจะไปพิมพ์เป็นหนังสือ ก็พบว่า มีหัวข้อหลากหลายค่ะ เช่น..

เป็น  บันทึกต่างๆ/  เป็นหนังสือนิยายแบบต่างๆ/ เป็นเรื่องเบาสมอง /เรื่องเกี่ยวกับการเมือง /โคลงกลอนต่างๆ/เรื่องการจ้างงาน การบุคคล /เรื่องเกี่ยวกับกฏหมาย /  กีฬา อาหาร ท่องเที่ยว/เรื่องเกี่ยวกับสุขภาพทุกชนิด/เรื่องการเลี้ยงดูลูก/การเรียนภาษา/เรื่องเทคนิคทางคอมพิวเตอร์/เรื่องเกี่ยวกับนักเรียน โรงเรียน/การออกกำลังกาย/การบริหารธุรกิจ /เรื่องประวัติศาสตร์-ภูมิศาสตร์ และเรื่อง ทางด้านศาสนาจิตวิญญาณเป็นต้นค่ะ

แต่ที่สำคัญ อาจต้องเขียนเกี่ยวเนื่องกัน จนรวมเล่มได้น่ะค่ะ

ของน้องเนปาลี ก็มีแล้วใช่ไหมคะ ลองเตรียมๆไว้ก็ได้ค่ะ รวมเล่มแล้ว อย่าลืมบอกบ้างนะคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ... ห่างหายไปนานเนื่องด้วยภาระหน้าที่อีกแล้ว - ความจริงเป็นคนชอบเขียนบทความต่างๆ สนุกกับการเอาประสบการณ์มานั่งเขียน - แต่ยังรู้สึกว่าความสามารถยังไม่ถึง - เห็นหนังสือของคนอื่นที่ออกเป็นรูปเล่มแล้วยังรู้สึกดีแทนเลยค่ะ - ก็ขอเป็นกำลังใจให้นักเขียนท่านอื่นๆ แล้วกันนะคะ - ถ้ามีโอกาสจะตามไปค่ะ ด้วยความระลึกถึงเสมอนะคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณ  น้ำผึ้ง

นั่นซีคะว่าหายไปนาน คิดถึงจริงๆ

ส่วนใหญ่ที่โกทูโนนี่ คนชอบขีดๆเขียนๆนะคะ มีต่างๆแบบกัน ถ้าใครสนใจโปรแกรมนี้ จะทดลองทำรวมเล่มก็ไม่เลวค่ะ ท่าทางจะสนุกดีเหมือนกันค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะพี่ศศินันท์

ไม่ได้เข้ามาเยี่ยมเลย สบายดีนะคะ ช่วงนี้ยุ่งๆนะคะ เคยคิดเหมือนกันเรื่องรวมเล่ม แต่ไม่ใช่ของตัวเองหรอกค่ะ กะจะรวมเล่มของคนอื่น แบบว่าทำเซอร์ไพร์ส แต่จนแล้วจนรอดเวลาก็ล่วงเลยมาจนวันนี้ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า อิอิ

ขอบคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณมะขามอ่อน/ครูมิม

วันนี้คงพอว่าง เลยเข้ามาเยี่ยมนะคะ

คนเราถ้าจะทำอะไรแบบนี้ คือการรวมงานเขียนของตัวเอง ก็คงต้องมีแรงบันดาลใจหน่อยค่ะ เพราะงานปกติก็มากอยู่แล้ว มีเวลา ก็อยากจะพักผ่อน เดี๋ยวก็ต้องไปทำงานอีก และคนเราทุกคนชอบทำอะไรตามความเคยชิน  ก็เลยยังไม่มีอะไรแปลกใหม่ขึ้นมา พี่เองก็ชอบทำอะไรที่ทำจนชินแล้ว  เช่นเดียวกันค่ะ

แต่บางที ก็อยากลุกออกมาทำอะไรแปลกๆเหมือนกัน ซึ่งจริงๆ มันต้อง มีแรงกระตุ้น บางอย่าง ที่มีอิทธิพลกับเรา

จริงๆ แล้วคนทุกคนมีศักยภาพที่มหาศาล  แต่เราไม่ค่อยเห็นศักยภาพในตัวเอง

บางที เราก็ต้องพยายามออกมาจาก ข้อจำกัดในชีวิตบ้างเหมือนกัน ถ้าเราอย่างจะทำอะไรใหม่ๆบ้าง

ซึ่งมันก็ทำให้เรา มีชีวิตชีวาดีเหมือนกันนะคะ

 

เขียนเมื่อ 

ต้องขอยกนิ้วให้กับบันทึกนี้เลยครับว่ายอดเยี่ยม สดใหม่ใสกิ๊กทีเดียว เป็นความลงตัวที่ยอดเยี่ยมระหว่างคุณแม่กับคุณลูก เห็นได้ว่าคุณแม่เป็นคนใจกว้าง ทันสมัย และพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคุณลูกได้อย่างไม่ขัดเขิน

เนื้อหาที่นำมาแบ่งปัน เป็นประโยชน์อย่างมากเลยครับ สำหรับสมาชิกชาว Blog ของเรา ผมเชื่อว่าน่าจะมีหลายคนที่ไฝ่ฝันว่าซักวันจะมีหนังสือที่เป็นของตนเองบ้าง

ผมจะลองเข้าไปศึกษาเพิ่มเติม และทดลองทำดูบ้างครับ ขอบคุณมากครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณจำลักษณ์Oscar

ขอบคุณมากๆสำหรับคำชมที่ให้กำลังใจมากๆค่ะ รู้สึกสอชื่นเป็นพิเศษจริงๆเลยนะคะ ที่มาเยี่ยมและชอบบันทึกนี้ค่ะ

มีหลายคนที่โกทูโนค่ะ ไฝ่ฝันว่าซักวันจะมีหนังสือที่เป็นของตนเองบ้าง ซึ่งไม่แปลกอะไร ทุกคนมีสิทธิ์เสียด้วยซีคะ

ลูกไปเห็นหนังสือของเพื่อนๆที่ฮ่องกงค่ะ เขาบอกว่า สวย มีคุณภาพแบบหนังสือดีๆเลยค่ะ  แต่สั่งเท่าไรก้แล้วแต่เรา เพื่อนๆเขา ทำให้เป็นของขวัญครบรอบวันแต่งงานบ้าง เป็นบันทึกของลูกบ้าง เป็นคู่มือในการPresent งานของตัวเองบ้างค่ะ

Lulu Blooker Prize คือชื่อของรางวัลที่ตั้งขึ้น เพื่อให้แก่  "Blooks" (books based on blogs), ค่ะ รางวัลนี้เริ่มให้ตั้งแต่ ปี 2006

การให้รางวัลแบ่งหนังสือเป็น 3 ประเภทคือ ประเภทนิยาย ประเภทอื่นๆที่ไม่ใช่นิยาย และเรื่องเบาสมอง แต่ต้องเป็นเรื่องที่ มาจากบล็อกหรือที่เขียนในweb site เท่านั้น และได้ตีพิมพ์ตามเวลาที่กำหนด คือไม่ใช่เรื่องเก่าๆ

มีนักวิจารณ์หนังสือ ประเภทนี้โดยเฉพาะด้วยค่ะ ที่เกี่ยวกับ  aspiring writers and publishers who employ print-on-demand technology

และได้วิจารณ์เรื่อง The Doorbells of Florence Author: AndrewLosowsky เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นล้วนๆค่ะ
Publisher: Lulu.com

หนังสือนี้ได้คะแนนดังนี้ค่ะ....


สำหรับปี 2007 มีผู้ได้รับรางวัลในแต่ละประเภทคือ...

  • My War: Killing Time In Iraq by Colby Buzzell (Overall Winner and Non-Fiction Winner)
  • The Doorbells of Florence by Andrew Losowsky (Fiction Winner)
  • Mom's Cancer by Brian Fies (Comics Winner)
  • สรุปว่า การเขียนบล็อก จะเขียนแบบใดก็ได้นะคะ แต่ในโกทูโน จะเขียนเรื่องการทำงานเป็นส่วนใหญ่ค่ะ
  • เรื่องที่น่าสนใจอีกเรื่อง เป็นเรื่องที่เขียนเกี่ยวกับการเจ็บป่วยของมารดาผู้เขียน http://www.momscancer.com/
  • ซึ่งเขียนในรูปของบล็อกและได้รับรางวัล หลายรางวัลค่ะ

จะเข้ามาเรียนรู้อีกที่ blog นี้อีก ขอบคุณน่ะครับสำหรับการให้

เขียนเมื่อ 

ดีจัง สวยจัง จะทำได้ไม๊เนี่ย

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณ นาย เอกราช แก้วเขียว

ขอบคุณที่เข้ามาทักทายนะคะ ดิฉันก็เข้าไปอ่านที่บล็อกคุณด้วยแล้วค่ะ

ลองเขี่ยนดูก็ดีนะคะ  เขียนได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องครอบครัว ท่องเที่ยว การทำกับข้าว ถ่ายรูป กวี โคลงกลอนต่างๆ เรื่องราวที่เกี่ยวกับกิจการงานของตัวเอง  สัตว์เลี้ยง นิทานต่างๆ เป็นต้น แล้วแต่แรงบันดาลใจค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณ คนโรงงาน

ถ้าเรามีแรงจูงใจที่จะทำ ก็ทำได้อยู่แล้วค่ะ
คิดเป็นเรื่องของความสนุกสนาน ถ้าสิ่งที่คุณอยากจะทำเป็นเรื่องที่สนุกสนาน จะดีกว่าคุณทำเพื่อจุดประสงค์อื่นค่ะ และก็แล้วแต่ความสะดวก ไม่จำกัดเวลาค่ะ

เขียนเมื่อ 
  • ตามไปอ่านมาแล้วค่ะน่าสนใจจริงๆ
  • เทคโนโลยีทำให้คนเราสะดวกขึ้นนะคะ
  • เมื่อก่อนการมีหนังสือสักเล่มเป็นเรื่องแสนยาก
  • จะลองทำดูบ้างค่ะเอาใว้แจกน่าจะดีนะคะ
เขียนเมื่อ 
  • เป็นเรื่องที่โดนใจมากค่ะ  เพราะว่าจะ จะ อยู่หลายรอบ ทั้งๆที่สำนักพิมพ์ส่งรายการยาวเหยียดมาให้พิจารณา แต่มัวไปทำหนังสือวิชาการซะมากกว่า เลยไม่ได้ทำหนังสือที่ตัวเองอยากทำ ยกเว้น 2 เล่มเกี่ยวกับอาหารที่ทำไปแล้ว 
  • อ่านแล้วมีแรงขึ้นมาอีก รายการแรกคือจะทำเรื่องที่ค้างไว้ให้เสร็จ แต่ไม่ได้ตั้งใจจะขายหรอกค่ะ  จะทำแจกเพื่อนๆ เพื่ออุทิศ และเทิดทูน ยกย่อง คนที่เป็น "แม่" ทุกคนในโลกนี้ ค่ะ  ปลายปีนี้มีแจกแน่
  • กะว่าใครอ่านจบต้องวิ่งไปกอดแม่เลย อิ อิ ..
  • พอดีสงกรานต์ปีนี้ ครอบครัวป้าเจี๊ยบอยู่กันเกือบครบ เลยถ่ายภาพหมู่รวมใจส่งความปรารถนาดีและมิตรภาพมายังคุณ Sasinandha และครอบครัวนะคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ ป้าเจี๊ยบ

ดีใจเหลือเกิน ที่ป้าเจี๊ยบมาเยี่ยมและบอกว่า ชอบบันทึกนี้

เห็นด้วยมากๆๆๆค่ะ ถ้าป้าเจี๊ยบจะทำหนังสือของตัวเองขึ้นมา ในเมื่อวัตถุดิบมีพร้อมหมดทุกอย่าง ทำได้เลยละ ถ้ามีเวลา ค่อยๆทำก็ได้ กะเสร็จตอนปลายปี ยังมีเวลาถมไปค่ะ

อ้อ หนังสือที่ป้าเจี๊ยบพิมพ์ไปแล้ว ชื่ออะไรคะ สงสัยเรื่องอาหาร หรือเรื่องเที่ยว จะไปหาที่ร้านค่ะ

ถ้าจะพิมพ์อีก บอกด้วยนะคะ จะไปหาเป็นเจ้าของซักเล่มนึง

รูปครอบครัวน่ารักๆๆมากๆๆค่ะ อบอุ่นจริงๆเลย ชื่นชม ครอบครัวแบบนี้มาก

แวะมาเยี่ยมและเก็บความรู้นะคะ

เขียนเมื่อ 

147. นาง ลักษมี สารบรรณ

สวัสดีค่ะ ดีใจที่มาเยี่ยมค่ะ
การจะทำหนังสือขึ้นมาเล่มหนึ่ง แม้จะอ่านกันในหมู่ญาติสนิทมิตรสหาย ไม่ได้ไปขายในร้านอะไร ก็ต้องมีแรงบันดาลใจเหมือนกันนะคะ
แรงบันดาลใจ อาจเกิดขึ้นจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา หรือ เราอาจได้รับการ ถ่ายทอด พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ก็ได้ อย่างเช่น ดิฉันเอง ก็ได้รับการถ่ายทอดรากฐานการคิด และอุดมคติในชีวิต มาจากครูบางท่านค่ะ
และลูกของดิฉันเอง ก็ได้รับแรงบันดาลใจบางอย่าง ถ่ายทอดไปจากดิฉันเหมือนกัน กรณี ของคุณลักษมีฯ ถ้าสนใจในการเขียนแลทำหนังสือของตนเองขึ้นมาเล่มหนึ่ง ก้ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะโดยงานประจำที่ทำอยู่ทุกวัน เอื้อ ให้ได้ถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือ ได้มากมายค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณ naree suwan

ขอบคุณค่ะ ที่มาเยี่ยม
คุยเรื่องแรงบันดาลใจต่อนะคะ เพราะเป็นเรื่องที่ สร้างสรรค์อะไรๆๆ ที่ดีงามมามากแล้ว
ได้ไปอ่านเรื่องที่ คณะกรรมการเอกลักษณ์แห่งชาติได้คัดเลือก ร.ต.ต.วิชัย สุริยุทธ หรือดาบวิชัย เป็นบุคคลดีเด่น สาขาอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประจำปี 2549
ดาบ วิชัยทำคุณงามความดีมาเป็นเวลากว่า 18 ปี ด้วยการปลูกต้นไม้ในที่สาธารณะและรางวัลนี้เป็นหนึ่งในหลายรางวัลอันทรง เกียรติที่เขาได้รับ ดาบวิชัยบอกว่า แรงบันดาลใจที่ทำให้เขาปลูกต้นไม้ในที่สาธารณะมาจากการอบรมในโครงการแผ่นดิน ธรรมแผ่นดินทองเมื่อปี 2530 เขาคิดว่าการกระทำของเขาจะเป็นประโยชน์ต่อแผ่นดิน
แม้แต่ อับดุล คาริม ในอินเดีย
  ก็ได้ปลูกป่าติดต่อกันมาเป็นเวลาเท่าๆ กับดาบวิชัย และเป็นแนวคิดที่ก่อให้เกิดองค์กรเอกชนชื่อ "Trees for the Future" ซึ่งก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือประชาชนในประเทศด้อยพัฒนา ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม องค์กรนี้รายงานว่า ได้ช่วยชาวบ้านในหมู่บ้านราว 7,000 แห่งทั่วโลก ปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 35 ล้านต้น

ดังนั้น สำหรับ อาจารย์นารีแล้ว เรื่องแรงบันดาลใจ ที่จะเขียนหนังสือ ของตนเองออกมาสักเล่ม หรือ หลายเล่ม เป็นเรื่องง่ายๆเลยนะคะ เพราะ เฉพาะเรื่องการท่องเที่ยว ไปในโลกกว้าง ก็พบปะอะไร ที่จะใช้เป็นวัตถุดิบในการเขียนได้อย่างมากมาย สำคัญ ไม่ค่อยมีเวลาเสียมากกว่านะคะ


รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น