สังเกตจากการฝึกอบรมที่ผ่านมา ชาวบ้านความรู้ไม่แม่น ความคิดกระท่อนแท่น ประสบการณ์จิบจ้อย พฤติกรรมจะโผล่ออกมาให้เห็นในช่วงฝึกงานภาคสนาม ที่ทุกคนต้องแสดงฝีไม้ลายมืออกมาให้เห็น..ว่ามีใจแค่ไหน ใส่ใจแค่ไหน ทำงานรับผิดชอบแค่ไหน บังเอิญว่า..สังคมไทยอยู่กันมาอย่างถูลู่ถูกัง พักหลังนี่พลิกแพลงจนบ้านเมืองสะอื้น
เห็นได้จากตัวอย่าง เมื่อระบบการศึกษาทำการประเมินมาตรฐาน พบว่าไม่มีความจริงเท่าไหร่นักมาให้ประเมิน มาตรฐานวิชาการวิชาชีพไปอยู่ขุมไหนก็ไม่รู้ นักวิชาการบางพวกแหละตัวดี ไปสนองใบสั่งพวกอีแอบหอคอยงาช้าง เป็นการยืมมือหมกเม็ดในระบบสั่งการเป็นทอดๆ พัฒนากระบวนการรู้หลบเป็นปีก-รู้หลีกเป็นหาง สังคมที่ไม่มีฐานความรับผิดชอบอย่างแท้จริง จะทำให้งานพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อีแลแปแป๊ดหนักข้อขึ้น
จะใช้ศาสตร์แหละศิลป์อะไรมาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ จะต้องรบนอกระบบ ใช้วิชามารผสมด้วยรึเปล่า ถึงจะสู้กับวิกฤติชะหลอหลังยาวแห่งชาติได้ มันตื้อไปหมด
ชาวบ้านก็โหล่ยโท้ย
นักวิชาการก็โหล่ยโท้ย
นักการศึกษาก็โหล่นโท้ย
ผมเองยิ่งโหล้ยโท้ยมากกว่าคนอื่น !
ทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง
รู้สึกว่าหมดแรงข้าวต้มแล้ว
ถ้าลดละเลิกภารกิจต่างๆ มานั่งๆนอนๆอยู่ตูบน้อยที่จะสร้าง
น่าจะเหมาะสมกับสภาพสังขารของตัวเอง
ตอนนี้ตัดสินใช้เกียร์เดินหน้าน้อยลง
หันหาเกียร์ถอยมากขึ้น
ยกให้เรื่องเดียว ที่มุ่งมั่นและกระดี๊กระด๊า
ตั้งใจไปกอดอัยการถึงเกาะภูเก็ต
พวกเราจะไปฟังท่านร้องเพลง มีดนตรีประกอบเป็นเสียงลมและครื้นซัดซาด
นอนชายหาดในเต็นท์
ยามเย็นออกมาเดินเล่นกับตาหวาน
เช้าถึง-บ่าย ไปไหนไปกัน จะให้แวะใจที่ไหนมิขัดข้อง
ไปกับนักร้อง นักกฎหมาย ..นักเลงหัวไม้รึจะกล้ามาแซว!!
ขอร้องให้ท่านบรรยายวิชาว่าด้วยการ กอด
มีกฎหมาย-มาตราไหน อย่างไร?
รู้ไว้ใช่ว่า ..จะได้กอดแบบไร้มลพิษและมลทิน อิอิ
รึจะจัดโต้วาที .. ครูอ้อยอยู่ฝ่ายเสนอ ท่านสะมะนึกะอยู่ฝ่ายค้าน
"กอดลับล่อๆ หรือจะสู้กอดประจ๋อประแจคนแซ่เฮ"
เมื่อเจาะจงลงเช่นนี้ ควรตัดสินใจได้แล้วนะตัวเอง
ไปได้กอด ไม่ไปอดกอด
เมื่อ อ. 11 มี.ค. 2551 @ 08:48
571534 [ลบ]
และหากให้ชื่นมื่นม่วนนำกันก็ตามไปกอดที่ภูเก็ต อิอิ
ครูฯครับ เป็นห่วงครูฯมากครับ พักผ่อนเสียบ้าง ผ่อนคลายสักนิด ดีครับ
อีกเรื่องหนึ่งอยากให้ ครูฯ ทำบันทึกทุกขั้นตอนในการปฏิบัติการหรือ ขบวนการเรียนรู้ ไว้นะครับ เผื่อคนรุ่นหลังได้ศึกษาเพื่อเป็นแนวทางต่อไป เก็บไว้เป็นแผ่น ซีดี ก็ได้ครับ
เรื่องที่ทำยังเหลวแป่ว ครับ
เห็นด้วยกับความคิดเห็นของคุณสิทธิรักษ์ครับ ถอยเพื่อรุกก็ดีนะครับ เพราะการเดินหน้าอย่างเดียวอาจจะไม่ได้เก็บสิ่งที่ตกหล่นอยู่ระหว่างทางครับ ถอยมาเติมพลังแล้วเดินต่อครับ ผมเชื่อว่าถึงจะไม่ถึงเส้นชัยก็ยังส่งไม้ต่อให้ลูกหลานข้างหลังได้เดินต่อเร็วขึ้นครับ
สำหรับเรื่องของการกอดกระผมก็เพิ่งจะได้รับการกอดจากท่านผู้อำนวยการประเสริฐ หอมดี ในวันเลี้ยงส่งที่ท่านจะไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยภาคเหนือ ทำให้ได้รับรู้ถึงความห่วงใย แล้วทำให้รู้สึกอบอุ่นใจครับ คล้ายๆกับตอนที่กอดคุณพ่อคุณแม่เวลาจะกลับมาทำงานที่ประจวบฯเลยครับ
ส่วนการกอดที่ภูเก็ตกระผมก็จะติดตามต่อไปครับ
ติดตามกอด รึจะสู้กอดด้วยตนเอง !!
เรียน คนชอบวิ่ง
ผู้อุปการะคุณเราเสมอมา
การเขียนบล็อก
ครึ่งแรก เสนอเรื่อง พันธกิจ หน้าที่ อบรม ต่างๆ
ครึ่งหลังจะเขียนถึงงานกลุ่ม คนแซ่เฮ
มันจึงดู เหมือนหัวมงกุฏ ท้ายมังกร
ผมจึงชอบหมอมากที่มาแซวเล่น ฮาลึกเชียวละครับ
หัวข้อหนึ่ง เขียนไปทางหนึ่ง ลงรูปไปอีกด้านหนึ่ง
อิอิ
พ่อครูบาฯครับ ขืนให้ผมเป็นฝ่ายค้าน สงสัยได้เดินนับหมอนรถไฟกลับบ้านแน่เลย..อิอิ
โอ้ หมาย กอด (oh my god) ครับ
ไปคนละทาง ในเส้นรอบวง เดี๋ยวก็เจอกัน
ท่านครูบาคะ
กราบขออภัยนะคะที่ 14-17 มีนานี้ยังไม่สามารถไปกับอาจารย์ดวงพรได้ค่ะ ได้พยายามคิดหาทางหลายวิธีแล้วติดหนักตรงที่จะกลับมาไม่ทันภาระทางนี้
ส่วนอาจารย์ดวงพรและคณะครูคงไปกันด้วยรถส่วนตัวค่ะ
กราบครูบาและอาจารย์ Handy ทางบล็อกนะคะ
กราบสวัสดีค่ะพ่อครู
จะมาบอกว่าไม่สามารถไปกับคุณหมอในวันที่ 14 ได้คะ เลยทำให้พี่สุไม่ได้มาด้วย (รู้สึกสำนึกผิด) แต่แก้ตัว ไว้เจอกันที่ภูเก็ตดีกว่าอิอิ.
มารายงานตัว เตรียมไปกอดที่ภูเก็ตคะ ชาว2 แคว ไป7ชีวิตคะ
คุณหมอ+ครอบครัว 3ท่าน
พี่สุ
ราณี+หลาน(nina)
พี่นิด
งานนี้เอาหลานไปด้วย ให้ครูบาไว้กอด อิอิ.
รักษาสุขภาพนะคะ