สุขและทุกข์ คละเคล้า เล่าให้รู้ เพื่อให้ดู ว่ารู้ และให้เห็น เล่าด้วยเขียน เล่าด้วยอ่าน ด้วยพากเพียร ผลัดกันเวียน มาเขียนอ่าน แลกเปลี่ยนกัน

พ่อบ้าน  มีจมูกที่ดี ได้กลิ่นเหม็นของซากศพมาหลายวัน 

แต่เมื่อวานนี้  กลิ่นโชยมาแบบทนไม่ได้

แม่อ้อย.....น้องขวัญ  จัดการซิลูก  ทำตัวเป็น  มูลนิธิจัดการดึงสิ่งของออกมาก่อน  เราจะได้รู้ว่า...อะไรมันตาย 

น้องขวัญ กุลีกุจอ จัดการตามคำของแม่ 

ส่วนครูอ้อย  ก็ช่วยหยิบจับส่งที่ใช้ไม่ได้  ก็จัดการทิ้งซะ...

ปากก็บอกลูกว่า...อาถุงกอบแกบน่ะลูก  ใสในมือ  แล้วกวาดขยะออกมาทิ้งในถุงนี้ลูก.....

น้องขวัญก็ทำตามทุกประการ  จนเก็บของออกหมดแล้ว ก็ไม่เห็นซากศพอะไร   แต่กลิ่นก็โชยออกมาโหยหวน 

น้องขวัญก็กลัว  เพราะ แม่อ้อยบอกว่า...หรือว่าจะเป็น..เอ้อ..งู  น้องขวัญร้อง...อูยยยย แม่ก็  หนูยิ่งกลัวอยู่

ลองดึงกระดาษที่อยู่ใต้ซิงค์ล้างจานออกมาซิลูก  กลิ่นมันออกมาจากนี้นี่ล่ะ 

น้องขวัญก็เอาปลายไม้กวาด แหย่ แล้วพูดว่า...แม่จ๋า  อะไรไม่รู้  นิ่มๆค่ะ 

แล้วน้องขวัญก็ทำท่าขนลุก   ครูอ้อยก็ก้มลงดู  ด้วยเป็นคนอ้วน  จึงก้มไม่ได้มาก  ปากก็บอกลูก  ให้เอามือใส่ในถุง  แล้วดึงออกมา...น้องขวัญก็ไม่กล้า  กลัวจนเป็นตะตริวขึ้นที่เท้า...

ครูอ้อยก็เชียร์ลูก  น้องขวัญ สู้สู้  ...จนแล้วจนรอด  ต้องเอาโป๊ะไฟมาส่องดูว่ามันคืออะไรกันนะ...

แล้วน้องขวัญก็ร้อง อูยยยยย..ทั้งแม่และลูก ก็กลัวพอๆกัน  

หนูค่ะ หนูตัวเบ้อเร่อ  มันตายแล้ว  ตายคาท่อ  เน่าเหม็นแล้ว  อาการเหมือนถูกยาเบื่อแบบ..ไม่มีกระดูกแล้ว 

น้องขวัญก็ดึงไม่ออก...ตัดสินใจ  โทรศัพท์เรียกพ่อบ้านกลับมาช่วยด้วย...

พ่อบ้านก็ไม่รับสาย...แม่ลูก  ทำหน้าที่เก็บศพ แทนมูลนิธิ  ไม่สำเร็จค่ะ....

ตัดสินใจรอพ่อบ้านมาทำต่อ   เก็บของ  เอาถุงคลุมมันไว้ก่อน   แล้วล้างมือ....อุ่นกับข้าว  ออกมานั่งหน้าบ้านกินข้าวก่อน...

อิอิ..น้องขวัญ  กินไม่ลง 

แต่ครูอ้อย เรียบร้อย  เพราะเมื่อกลางวัน...ไม่ได้กินอะไรเลย   

เวลาต่อมา...พ่อบ้านมาแล้ว...ไชโย 

เธอ  เอากระดาษมาม้วน  ไฟแช็ค  ฌาปนกิจ..เอ้ย..เผามัน  เดี๋ยวเดียว..ก็เอาถุง ดึงซากของมันออกมาได้เลยค่ะ...

พ่อบ้านคือ..มูลนิธิตัวจริง...หรือ  สัปเหร่อ  ตัวจริง  เสียงจริง...ไปที่ชอบที่ชอบเถิด..ไม่ใช่..พ่อบ้านนะคะ...

ไปที่ชอบที่ชอบเถิด เจ้าหนูตัวใหญ่..ปีนี้ปีชวด  หนูอาละวาด