วาทกรรมทางการเมือง เป็นสมุทัยที่สำคัญในการสร้างความแตกแยกและขัดแย้งทางการเมือง

 

          

               การเมืองเป็นเรื่องของทุกคน   จะรู้จักการเมือง ต้องรู้จักเรื่องของวาทกรรม    เพราะวาทกรรมทางการเมือง เป็นเรื่องของการใช้คำพูดเพื่อสร้างและขยายพื้นที่ทางการเมืองของตนเองและพรรคที่สังกัด เพื่อเอาชนะคู่แข่งทางการเมือง และแสวงหาความชอบธรรมให้เกิดการยอมรับอย่างกว้างขวาง

            จากนิยามดังกล่าว ดูเหมือนว่าวาทกรรมทางการเมืองจะเป็นแค่การสร้างกระแสและความชอบธรรมทางการเมืองเท่านั้น  แต่หารู้ไม่ว่าผลกระทบที่ตามมา กลับกลายเป็นวาทกรรมที่สร้างความปั่นป่วนให้กับสังคมและการเมืองอย่างคาดไม่ถึง  ประมาณว่า เด็ดดอกไม้ สะเทือนถึงดวงดาว อะไรประมาณนั้น     ทั้งนี้  เพราะส่วนหนึ่งเป็นเพราะ   วาทกรรมที่บิดเบือน

            วาทกรรมที่บิดเบือน  จึงเป็นต้นเหตุที่สำคัญของการสร้างความขัดแย้งและแตกแยกให้กับสังคมและการเมือง จนยากที่จะเยียวยา

            ดังนั้น หากจะสร้างสมานฉันท์ในทางการเมือง  จึงต้องรู้เท่าทันเรื่องของวาทกรรม เพราะวาทกรรมนั้นมีมายา

           จะรู้จักมายาของวาทกรรมได้  อย่างน้อยจะต้อง

            1.  ใจกว้าง  มีใจเป็นกลางๆ    ไม่เกลียดใครสุดขอบ  ไม่ชอบใครสุดขีด  เพราะทั้งนักการเมืองที่เราเกลียด และ  ที่เรารัก  ต่างก็มีส่วนดี และ ส่วนที่ไม่ดีด้วยกันทั้งคู่    การมองกลางๆ อย่างน้อย ก็พอมองให้รู้เท่าทันวาทกรรมของแต่ละฝ่ายได้บ้าง ว่าเป็นวาทกรรมที่บิดเบือนไหม

            2.  ใจเย็น  อย่าด่วนรีบสรุปฟันธงว่า คนนั้นดี คนนี้เลว   ให้พิจารณาอย่างลึกซึ้งและรอบคอบ  โดยมีมุมมองในเรื่องนี้  2  มุมมอง ทั้งฝรั่งและไทย

                -   ฝรั่งเขาก็มีมุมมองของเขาในเรื่องของโพสท์ โมเดิร์น  นั่นคือ หลักการของการไม่มีข้อเท็จจริงใด ใช้ได้กับทุกเหตุการณ์ ทุกเวลา ทุกโอกาส  และเชื่อว่าเหตุผลหรือความเป็นจริง ไม่ใช่ข้อสรุปเดียว แต่อยู่ภายใต้เงื่อนไขและบริบทของสังคมที่เปลี่ยนไป  

              -    คนไทยก็มีหลักการว่าด้วยเรื่องของธรรมาธิปไตย นั่นคือ  ไม่ให้เชื่อด้วยกระแส หรือ อารมณ์ แต่ให้เชื่อด้วยเหตุผลตามความเป็นจริง

            ดังนั้น  สมานฉันท์ในทางการเมืองนั้นไม่ยาก  หากรู้เท่าและรู้ทัน

            วาทกรรมทางการเมือง

 

 ขอบคุณครับ