การทอผ้าเป็นงานสำคัญในอดีต เพราะเป็นการผลิตหนึ่งในปัจจัยสี่ของมนุษย์เรา การทอผ้านอกจากเป็นการผลิตเครื่องนุ่งห่มแล้ว ยังเป็นงานช่าง งานศิลปะที่น่าสนใจจนทุกวันนี้
เห็นกี่ทอผ้าของญี่ปุ่น จากภาพพิมพ์ไม้ ของ Yanagawa Shigenobu (ค.ศ.1825-1832) จาก วิกิพีเดียภาษาอังกฤษ http://en.wikipedia.org/wiki/Image:Japaneseweavera.jpg เลยนำมาฝากให้ดูกันครับ
จะเห็นว่ากี่ของญี่ปุ่นคล้ายกับของบ้านเรามาก มีคันโยงข้างบน (ปรับระดับได้) สำหรับห้อยฟืม และมีคันโยงห้อยตะกอ (เขา) สำหรับการยกลาย ส่วนด้านล่างก็มีที่เหยียบสำหรับกด หรือยกตะกอ
สังเกตมือขวาของสาวทอผ้า กำลังจับฟืม ส่วนมือซ้ายจับกระสวย หน้าตาของกระสวยก็คล้ายๆ กับที่เราเคยเห็น เป็นรูปรีๆ คล้ายเรือ คนวาดภาพไม่ได้เน้นรายละเอียดของเครื่องมือมากนัก จึงไม่เห็นช่องสำหรับพุ่งกระสวย ซึ่งจะต้องเป็นช่องเส้นด้ายยืน ที่ไขว้กันสองแนว เพื่อขัดเส้นพุ่ง
ด้านหลัง เส้นยืนคงจะขมวดขึ้นไปข้างบน ไม่ได้ม้วนเป็นลูกเหมือนบ้านเรา ภาพนี้ถือว่าให้รายละเอียดของเครื่องมือทอผ้าได้มากพอสมควรทีเดียวครับ

ด้านล่างนี้เป็นภาพกี่ทอผ้าของไทย จากจิตรกรรมวัดภูมินทร์ โดยหลักการก็คล้ายๆ กันครับ สังเกตได้ว่าฟืมของเราสวย มีลวดลาย (มือขวาของช่างทอจับอยู่)
กว่าจะได้ผ้าทอแต่ละผืนนี่ช่างดูลำบากเหลือแสนเลยนะคะ ไหนจะเรื่องลวดลาย คุณภาพสี คุณภาพไหมอีก เอ้อเฮอ....
สวัสดีครับ
คิดถึงห้วงยามที่แม่นั่งทอผ้าอยู่ใต้ถุนบ้านมาก ... เคยเห็นตั้งแต่การปลุกต้นหม่นไว้หลังบ้าน, การเลี้ยงไหม และการสาวไหมตามวิถีของชาวบ้าน ซึ่งนั่นก็ทำให้รับรู้และเข้าใจว่า การทอผ้าเป็นคุณสมบัติส่วนตัวที่ผู้หญิงไทยควรจะ "มี" ..หรือ "ทำเป็น" ..
ปัจจุบัน, เรื่องราวและภาพเหล่านี้ยังมีให้เห็นบ้าง แต่การซื้อสำเร็จก็กลายมาเป็นทางเลือกที่คนนิยมเสียมากกว่า และจากากรผลิตในครัวเรือนก็ขยายใหญ่ไปสู่โรงงานในวิถีอุตาหกรรมสิ่งทอ ฯ
...
ภาพนั้น, ... ด้านล่างที่เท้ากำลังเหยียบอยู่นั้น เป็นเส้นด้าย หรือครับ
สวัสดีค่ะ อาจารย์
การทอผ้าด้วยกี่คงมีหลักการคล้ายๆกันทำให้เครื่องมือหน้าตาคล้ายๆกันไปด้วยนะคะไม่ว่าจะมาจากประเทศอะไร ต่างกันในรายละเอียดที่ซับซัอนในการทำให้ผ้ามีเอกลักษณ์เฉพาะหรือเปล่าคะ
สวัสดีครับ คุณต้อม เนปาลี
ตกลงว่าได้ซิ่นสวยๆ มานุ่งหรือยังครับ
งานทอผ้าเป็นงานประณีต สายตาไม่ดีก็ทำไม่ได้
เคยไปเป็นที่หนึ่ง คนทอเพิ่งหัด หน้าผ้าเอียงกะเท่เร่ ขำกันใหญ่
ใช้เทคนิคมากครับ แต่ว่าเป็นเทคนิคที่ถ่ายทอดต่อๆ กันมา
จะหายไปก็แถวๆ ศตวรรษนี้แหละมั้งครับ
สวัสดีครับ อ.แผ่นดิน
ไปเยี่ยมบ้านแถบอีสาน มีหม่อนปลูกมากมาย
หลายแห่งมีกี่ทออยู่ใต้ถุนบ้าน สมัยนี้ก็หายๆ กันไปแล้ว
ที่เหยียบดูเหมือนเส้นดาย แต่คิดว่าไม่ใช่แน่ๆ
น่าจะ้เป็นวัตถุแข็งนะครับ
สวัสดีครับ ป้าแดง
นั่นสิครับ เหมือนมากจนไม่น่าเชื่อ
แต่ตำนานเล่าว่ากำเนิดไหมอยู่ในเมืองจีน
แล้วญี่ปุ่นก็เอาไปจากจีน
ไทยจะเอามาจากจีนหรือเปล่าก็ไม่ทราบ
แต่กี่โดยมากก็คล้ายๆ กันนะครับ เว้นแต่ของชาวเขา (
จะนำภาพมาให้ชมเร็วๆ นี้ครับ)
น่าสนใจมากค่ะ
มีโอกาสได้ไปคลุกคลีกับชาวบ้านที่ประสบภัย Tsunami อยู่แป็บนึงค่ะ ไปเห็นกลุ่มทอผ้า Saori ค่ะ เป็นคนญี่ปุ่นมาสอนเทคนิคนี้ให้ชาวบ้านในชุมชนค่ะ ทอออกมาสวยมากๆ เก๋มากๆ ทอไม่ยากด้วยค่ะ (มีโอกาสได้ลองนิดหน่อยค่ะ) ชอบผ้าแบบนี้มากเลยค่ะ ตอนนี้มีขายที่ ร้านภูฟ้าด้วยค่ะ งามแต้ๆค่ะ ใครสนใจก็อุดหนุนกันได้ค่ะ รายได้ช่วยชุมชนค่ะ
สวัสดีครับ คุณพี่นุช
หลักการทอผ้า ก็คือ ด้ายสองแนว ตั้งกับนอน ขัดสลับกัน
คล้่ายๆ การทอเสื่อ หรือฝาขััดที่ทำมาจากไม้ไผ่
คงพัฒนาจากแนวคิดเดียวกันนะครับ แต่ว่าคิดตรงกัน
สำหรับรายละเอียดปลีกย่อยนั้น มีมากจริงๆ ครับ
แต่ผมเชื่อว่าการพัฒนาในแต่ละแนวจะค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปอย่างช้าๆ
จึงยังคงเอกลักษณ์ของแนวคิดอยู่ แม้ว่ามีลวดลายที่แปลกใหม่เรื่อยๆ ก็ตาม
สวัสดีค่ะ..คุณครู
กี่ทอผ้าของญี่ปุ่นก็เหมือนของบ้านเรานะคะ
เดี๋ยวนี้ในโรงเรียนมีการพลิกฟื้นนำภูมิปัญญาชาวบ้านในเรื่องการทอผ้าเข้ามาสู่การเรียนรู้ด้วยค่ะ..ในกลุ่มการงานและพื้นฐานอาชีพ โดยมีชาวบ้านที่เป็นผู้รู้ผู้ปฏิบัติมาเป็นวิทยากรในการถ่ายทอด ลวดลายผ้าที่ทอก็แตกต่างกันตามชาติพันธุ์ของชนเผ่า ซึ่งมีความสวยงามแตกต่างกันออกไป
และที่น่าทึ่งไปกว่านี้อีกคือในระดับมัธยมเด็ก ๆ ก็จะใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ออกแบบลวดลายผ้าได้สวยงามมากเชียวค่ะ แต่ยังคงใช้กี่ทออยู่ จึงเป็นงานฝีมือที่มีคุณค่ามากค่ะ
ขอบคุณค่ะ..สำหรับความรู้ที่คุณครูแบ่งปัน
สวัสดีค่ะอาจารย์
ตามคนข้างบนมาค่ะ คริ..คริ..
ดูจากภาพแล้ว กว่าจะได้ผ้าสวยๆสักผืน ต้องใช้ความพยายามและสมาธิน่าดู
ยังไม่เคยเห็นกี่ทอผ้าของจริงสักทีค่ะ
ตอนเด็กๆเคยเห็น แต่กี่ทอเสื่อ(เอ๊ะ..เรียกกี่เหมือนกันหรือเปล่า) แถวบ้านนิยมทอกันค่ะ บ้านครูตุ๊กแกก็มี
กว่าจะได้เสื่อแต่ละผืนใช้เวลาหลายวันวันค่ะ ตั้งแต่เตรียมอุปกรณ์ เช่น ตัดกกมาตากแห้ง ย้อมสี ตั้งเชือกปอสำหรับทอและตั้งลายเสื่อ เวลาทอต้องมีคนช่วยสอดเส้นเสื่อ คนทอต้องใช้แรงมากพอสมควรในการกดเส้นเสื่อให้เรียบเสมอ โอ๊ยเยอะแยะจำไม่ค่อยได้แล้วแต่ตอนนี้ก็ไม่มีให้เห็นแล้วค่ะ หายไปกับกาลเวลาและความเจริญของสังคม (เสียดายจัง)
อิ..อิ..พูดเรื่องกี่ทอผ้ายาวไปถึงทอเสื่อเลย
สวัสดีครับ คุณ
doubtful mind
ญี่ปุ่นสนใจงานหัตถกรรมของไทยมากเลยนะครับ ให้ทุนช่างทอผ้าของไทยไปจัดแสดงงานถึงญี่ปุ่น สั่งซื้อเครื่องจักสานของเราไปก็มาก
ถ้ามีภาพผ้าทอญี่ปุ่น นำมาเผยแพร่ไว้ก็ได้ครับ หลายท่านคงสนใจ
สวัสดีครับ
อาจารย์วัชราภรณ์ วัตรสุข
ปัจจุบันมีการรื้อฟื้นภูมิปัญญาท้องถิ่นหลายอย่าง เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม แต่คงต้องใช้เวลา และความเข้าใจเป็นอย่างดี
เคยไปดูงานในโรงฝึก สวนจิตรลดาฯ เขาแกะลายผ้าโบราณมาให้ช่างทอใหม่ ของเก่าๆ จึงไม่สูญหายไป
อาจารย์พูดถึงกี่บ้านเรา ก็เลยนำภาพจิตรกรรมแสดงผ้าทอของเรามาเปรียบเทียบให้ดูกันด้วยครับ
อาจารย์หายป่วยแล้วใช่ไหมครับ รักษาสุขภาพนะครับ
ช่วงนี้หัวยุ่งครับ เหมือนกันช่วยทำ นวัตกรรม อาจารย์ 3 อิๆ
สวัสดีครับ
ครูตุ๊กแก
นึกว่าครูตุ๊กแกจะเคยเห็นกี่ทอผ้ามาบ้างแล้วเสียอีก
กี่ทอเสื่อ ผมไม่แน่ใจว่าเขาเรียกยังไงครับ
เคยเห็นสองที่ ทางอีสาน กับทางใต้ ก็คล้ายกันครับ
แต่ขนาดย่อมกว่า
ตอนเด็กๆ เคยเห็นยายสานเสื่อ ใช้วิธีขัดสานบนพื้น
ไม่ได้ใช้หูก (กี่) มีหลายลาย
ทอเสื่อกับทอผ้า ก็คล้ายๆ กันนะครับ
มีผ้าจากลาวใส่ลูกปัดเข้าไประหว่างทอก็สวยดี
บางที่ก็สอดวัสดุอื่นๆ เข้าไประหว่างเส้นด้าย
ต้องไปดูๆ ไว้จะชี้จุดให้ครับ ว่าใกล้บ้านครูตุ๊กแกหาดูได้ที่ไหน
เผื่อจะได้พานักเรียนไปเยี่ยมชมทัศนศึกษาด้วย
สวัสดครับ
คุณotd
งานหัตถกรรมที่ประณีตหายไปมากครับ
เพราะพอมีความต้องการผลิตมาก
ก็มีความพยายามตั้งรับให้ได้
ซึ่งรับไม่ไหว
สุดท้ายก็ต้องหย่อนความประณีตลง
เพื่อจะได้ปริมาณมากพอและรวดเร็วพอ
ถ้ามีเวลาก็ว่าจะหัดทอบ้างเหมือนกันครับ ;)
สวัสดีครับ
อ.... RAK-NA ...
รีบมา รีบไป
ดูฉับไวดีนะครับ
ปิดเทอมหรือยังครับ ;)
สวัสดีครับ ไม่ได้แวะมาอ่านนาน
กี่ทอผ้าญี่ปุ่นดูมีเส้นตรงเยอะดีนะครับ ของไทยเน้นเส้นร่างมากกว่า
รูปล่างนี่น่าสนใจครับ