เพื่อให้คนอื่น ๆ ได้มาเก็บเกี่ยวความรู้ในทางภูมิปัญญาท้องถิ่น และการเพียรพยายามที่จะสะท้อนภาพคุณค่าของชุมชนให้คนในชุมชนได้เห็นคุณค่าของตัวเอง

บันทึกที่แล้วผมเล่าถึงการนำนิสิตไปสัมผัสเรียนรู้ ลำพังชู  ลำห้วยแห่งชีวิตของชาวบ้านเม็กดำ   โดยให้ทุกคน กินกลางดิน ...เดินดิ้นไปตามห้วย   จากนั้นก็ติดปีกทะยานขึ้นบกไปเรียนรู้ภูมิปัญญาในวัดอันเป็นที่ตั้งของ ธรรมาสน์เสาเดียว.. 

 

ผมนำเข้าสู่บทเรียน  เพื่อให้นิสิตได้รับรู้ว่าธรรมาสน์เสาเดียวนั้น   เป็นแรงบันดาลใจให้ผมได้คิดไอเดียโครงการ ห้องเรียนชุมชนคนรักษ์ท้องถิ่น  ขึ้นมา  เพื่อต่อยอดสถานีแห่งการเรียนรู้ของชุมชนให้ดูหนักแน่นขึ้น  ทั้งการมานั่งสกัดความเป็นมาร่วมกับชาวบ้าน,  ศึกษาคติชนของชุมชนที่มีต่อธรรมาสน์  ศึกษาบทบาทของธรรมาสน์ที่มีต่อชุมชนทั้งในด้านจิตใจและสังคม  สนับสนุนงบประมาณเพื่อการบูรณะในส่วนที่ผุพัง  รวมถึงการบันทึกไว้ในรูปของหนังสือเล่มงาม  แล้วเผยแพร่ไปยังส่วนผู้นำชุมชน, โรงเรียน, องค์กรชุมชมและหน่วยราชการต่าง ๆ  อย่างมากมาย

ส่วนบนของธรรมาสน์ที่บูรณะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

นอกจากนี้  ผมและทีมงานยังบรรจุเนื้อเรื่องลงในนิทรรศการเคลื่อนที่มอบให้กับชุมชน  เพื่อให้ชุมชนได้ใช้เป็นสื่อในการจัดแสดงให้คนอื่น ๆ ได้มาเรียนรู้ร่วมกับชาวบ้าน  และอาจคาดหวังเป็นการส่วนตัวว่า  ในอนาคตอันใกล้นี้   เรื่องราวของธรรมาสน์เสาเดียวของชุมชนเม็กดำจะมีความแจ่มชัดในทางประวัติศาสตร์ความเป็นมามากกว่าที่เป็นอยู่

 

กรณีนิทรรศการเคลื่อนที่นั้น  คงต้องพูดแบบตรงไปตรงมาว่า  นิทรรศการที่ผมและทีมงานได้ทำขึ้นนั้นดู สวยงาม  และ  คลาสสิค  ไม่ใช่ย่อย  และนั่นยังหมายรวมถึงว่า  ในอนาคตอันใกล้นี้   เราจะยังร่วมใจกับชาวบ้านขับเคลื่อนให้ห้องเรียนบนศาลาการเปรียญนี้ดูมีชีวิตและเป็นสถานีแห่งการเรียนรู้ที่ทรงคุณค่าสืบต่อไป  ซึ่งขึ้นอยู่กับว่า...  ชาวบ้านจะให้ความร่วมมือและร่วมใจเปิดเผยข้อมูลในครัวเรือนกี่มากน้อย  เพื่อนำมาสู่การจัดทำ  แผนที่การเรียนรู้ชุมชน   อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

 

การมาเยือนครั้งนี้ไม่เพียงพบเจอธรรมาสน์เสาเดียวที่ได้รับการบูรณะอย่างสวยงามเท่านั้น  แต่ยังโชคดีมหาศาลเมื่อชาวบ้านได้นำบันไดที่หายสาปสูญไปแสนนานมาแสดงให้ได้ดูชมอย่างอิ่มตา  ซึ่งจากสภาพที่เหลือให้เห็นนั้น  ก็น่าจะยืนยันได้ว่า   ลวดลายการแกะสลักบันไดธรรมาสน์ดูจะงดงามและงามล้ำในทางศิลปะไม่แพ้ที่อื่น ๆ อย่างแน่นอน

 

 

ภายหลังการนำเข้าสู่บทเรียนและพูดคุยให้ความรู้ในเรื่องเกี่ยวกับธรรมาสน์ทั้งในด้านประวัติความเป็นมาและบทบาทที่ถูกใช้ใน ฮีตคอง ของชาวบ้านแล้ว  ผมก็ไม่ลืมที่จะโยนให้พ่อผู้ใหญ่และผู้เฒ่าผู้แก่  ตลอดจนนิสิตที่เคยมาฝังตัวศึกษาเรื่องนี้ได้แสดง ภูมิรู้  ต่อยอดให้ผู้นำนิสิตได้รับฟังเพิ่มเติม  ซึ่งหลายคนก็แสดงออกชัดเจนว่า ...สนใจ  ไม่แพ้การเรียนรู้ที่ ลำพังชู  และปล่อยวางให้ทุกคนได้เดินเข้าสู่การเรียนรู้ในห้องเรียนนี้ด้วยตนเอง .. จากนั้นผมก็ถอยห่างออกมาสังเกตพฤติกรรมของนิสิตอยู่ห่าง ๆ ว่า  ...  บัดนี้พวกเขาได้ขยับเข้าหาขุมทรัพย์ทางปัญญาด้วยกลยุทธ์ใดบ้าง ?

 

พ่อใหญ่ดากำลังให้ความรู้เพิ่มเติมกับนิสิต

เราใช้เวลาในการร่วมเรียนรู้ในเรื่องธรรมาสน์เสาเดียวอยู่ไม่นานนัก  จากนั้นก็ล้อมวงทานอาหารเย็นกันบนศาลาวัดอย่างอิ่มท้อง  และล่วงเข้าสู่การเป็นส่วนหนึ่งของการนำวงโปงลางมาแสดงให้ชาวบ้านได้ดูชม  อันเป็นกิจกรรมหนึ่งของโครงการ ห้องเรียนชุมชนคนรักษ์ท้องถิ่น ...  พร้อมด้วยการส่งมอบนิทรรศการเคลื่อนที่ให้กับชุมชน  เพื่อให้ชุมชนได้ใช้เป็นสื่อการเรียนรู้ร่วมกับคนต่างถิ่น,  ... 

และที่สำคัญคือการเป็นสื่อแห่งการที่กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ต่อยอดร่วมกันระหว่างคนในชุมชนด้วยกันเองสืบต่อไปอย่างไม่รู้จบ    ซึ่งผมก็ยืนยันว่า  นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ... เรายังจะต่อยอดสร้างสื่อการเรียนรู้ให้มากกว่านี้...  (ขึ้นอยู่กับว่าชุมชนพร้อมแค่ไหน ..ทั้งในแง่ของการให้ข้อมูลและการให้ความสำคัญในเรื่องเหล่านี้)

 

วงแคนตั้งวงเล่นกับพื้นลดต้นทุนค่าใช้จ่ายเรื่องเวทีและเพื่อความใกล้ชิดกับผู้ชม

 

ค่ำคืนนั้น (23  กุมภาพันธ์ 2551)  บรรยากาศคึกคัก สนุกและเป็นกันเอง  ถึงแม้วงแคน  จะมาเพียงน้อยนิด  เพราะส่วนหนึ่งเดินสายไปช่วยงานที่จังหวัดสุรินทร์  แต่ก็มากล้นด้วยสปิริตที่จะโชว์การแสดงของตนเองอย่างเต็มกำลัง ..แถมพ่วงด้วยการร้องลำอย่างสนุก  เรียกได้ว่าไม่เลิกก็ไม่กลับบ้านเลยทีเดียว   จากนั้นเราทั้งหลายก็กลับเข้าที่พัก ณ  โรงเรียนบ้านเม็กดำ  โดยก่อนนอนก็มีการสรุปบทเรียนประจำวันกันอีกรอบ ...

 

 

ผมใช้เวลาสักพักเล่าความเป็นมาว่าทำไมผมถึงพยายามเหลือเกินกับการพานิสิตมาทำกิจกรรมที่นี่อย่างต่อเนื่อง  และส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่มาเพื่อการเรียนรู้อย่างเดียวแต่มาเพื่อการต่อยอดเพื่อให้ชุมชนได้มีต้นทุนในการเรียนรู้ตัวเองไปพร้อม ๆ กับเรา  และยังพยายามที่จะสร้างสื่อการเรียนรู้ให้เป็นรูปธรรม  ทั้งเพื่อให้คนอื่น ๆ ได้มาเก็บเกี่ยวความรู้ในทางภูมิปัญญาท้องถิ่น  และการเพียรพยายามที่จะสะท้อนภาพ "คุณค่าของชุมชน"  ให้ "คนในชุมชน" ได้เห็น "คุณค่าของตัวเอง"   และพร้อมที่จะลุกขึ้นมามาเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลชุมชนตนเองด้วยหัวใจอันกล้าแกร่ง  ดังกรอบคิดที่ผมเรียกว่า ห้องเรียนชุมชน :  คนรักษ์ท้องถิ่น  ซึ่งหมายถึง คนในท้องถิ่น "รัก"  ที่จะดูแล (รักษ์)  ท้องถิ่นด้วยตนเอง, เป็นสำคัญ

 

 

                       บันไดที่เพิ่งค้นพบเมื่อไม่นาน

ส่วนหนึ่งของนิทรรศการที่ตั้งอยู่อีกมุมหนึ่งของสถานที่แสดงวงโปงลางของ "วงแคน"

เหนือสิ่งอื่นใด ...
ผมก็ยังไม่ลืมที่จะลากเข้าสู่บทเรียนของตนเองในทำนองว่า  ห้องเรียนชุมชน ฯ ที่ผมคิดขึ้นนั้น  คือแนวคิดที่กำลังจะบอกกับชาวค่ายทั้งหลายว่า  เราไม่เพียงมาในฐานะผู้เรียนรู้จากชาวบ้านเท่านั้น  แต่ยังหมายถึงการตอบแทนชาวบ้านอย่างมีเหตุผล   ไม่ใช่มา (เอา)  แล้วก็จากไป .. สร้างแล้วก็จากจรโดยไม่คืนย้อนกลับมาดู   ...  และที่สำคัญ  เราต้องไม่ทำตัวเป็นรัฐบาลในฝันหว่านเงินสร้างกระแสนิยมอย่างเปล่าเปลือง    โดยไม่สนใจว่าวิธีเช่นนั้นจะยั่งยืนแค่ไหน ?    ช่วยให้ชุมชนตระหนักในความเป็นตัวตนของตนเองบ้างหรือเปล่า ?   ไม่ใช่ทำตัวเป็นผู้ให้จนทำให้ผู้รับรู้สึกราวกับว่าปราศจากศักดิ์ศรีและคุณค่าในตัวเอง

 

 

และท้ายที่สุด..
ผมก็ทิ้งปมไว้สั้น ๆ  ว่า ... การไปออกค่ายในแต่ละครั้ง
  ถ้าเป็นไปได้ก็ขอให้แบ่งเวรกันไปตักบาตรที่วัดบ้าง   เพราะวัดเป็นศูนย์รวมของผู้คน  ศาลาวัดก็เป็นประหนึ่งศาลาประชาคมของหมู่บ้าน  ใครมีอะไรก็จะมานั่งเล่าให้กันฟัง  นิสิตไม่เพียงได้เรียนรู้วิถีของชาวพุทธ (ที่อาจคุ้นเคยอยู่แล้ว)  เท่านั้น  แต่ยังจะได้พบพานผู้คนต่างวัยและเรื่องราวหลากรสจากเวทีนี้อย่างไม่ต้องสงสัย   รวมถึงฝากการบ้านให้คิดว่า  จากอดีตถึงปัจจุบันศาลาวัดได้ทำหน้าที่อะไรบ้าง   ... การมาของศาลาประชาคม  และหอกระจายข่าวอันทันสมัยได้ลดบทบาทของศาลาวัดลงบ้างหรือไม่  ...  รวมถึงเจ้าอาวาสยังอยู่ในฐานะของผู้นำชุมชนเหมือนอดีตหรือเปล่า ? 

 

เป็นคำถามที่ผมไม่ต้องการคำตอบ ... แต่ก็ขอให้นิสิตได้ตอบตัวเองในใจกันทุกคน !

 

 

นี่ก็เป็นอีกครั้งที่ผมและทีมงานพานิสิตเรียนรู้ด้วยกระบวนการ KM .. แบบ งู ๆ  ปลา ๆ  (ของตนเอง) ...

 



...................................................................

 

 

 

ข้อมูลเพิ่มเติม :  บันทึกอันเป็นที่มาที่ไปก่อนถึงวันนี้

 

 

 

http://gotoknow.org/blog/pandin/92060 
เม็กดำ ภาคสอง (1) : อนุรักษ์ใบลาน ..ขอเพียงชุมชนพร้อม ผมก็พร้อม !

 

http://gotoknow.org/blog/pandin/92248
เม็กดำ ภาคสอง (2) : ธรรมาสน์เสาเดียว ความฝันที่มีชีวิตของชาวบ้านที่รอการบูรณะและสร้างใหม่

 

http://gotoknow.org/blog/pandin/79357
เม็กดำ (จบ) : สู่สถานีชีวิต ห้องเรียนชีวิต ห้องเรียนธรรมชาตินอกรั้วโรงเรียน

 

http://gotoknow.org/blog/thaiphon/130571

ธรรมาสน์เสาเดียว หนึ่งในเครื่องมือวัดความเข้มแข็งของชุมชน  (ออต)