เมื่ออาทิตย์ก่อน ครูเอไปอัดรูปที่ร้านในริมปิงตรงกาดรวมโชค ระหว่างที่รอรูปกำลังอัดอยู่นั้น ก็เลยถือโอกาสเดินเล่นที่ตลาดนัด ( มีวันจันทร์-อังคาร ) เดินไปเลยๆ บังเอิญเจอคนรู้จัก เป็นหญิงพิการ เธอนั่งรถเข็นที่เรียกว่าวินแชร์ จริงๆแล้วเธอเดินเองได้ เพียงแต่มือของเธอสั้นเพียงแค่ข้อศอก ขาและข้อเท้าขอเธอผิดรูปร่าง เท่านั้นเอง เธอได้เอาเก้าอี้วินแชร์มาทำเป็นโต๊ะ สำหรับวางล๊อตเตอร์รี่ขาย เธอชื่อ น้องก้อย หากจะเป็นเด็กสาวหน้ารักคนหนึ่ง ถ้าไม่ได้มองที่อวัยวะที่ไม่ได้สัดส่วนของเธอ ตอนนี้เธอมีลูกแล้ว 1 คน และเป็นเหมือนกับน้องก้อย จริงๆแล้วครูเอเคยบอกตอนน้องก้อยก่อนหน้านี้ว่า หนูมีลูกไม่ได้นะค่ะ เพราะเขาจะเหมือนหนู มันเป็นกรรมพันธุ์
และครูเอเข้าไปทักทาย เราจะคุยกันเสมอเมื่อพบเจอ ตามถนนคนเดิน สอบถามสาระทุกข์สุขดิบ ตาผาสะคนคุ้นเคยกัน ก็เลยถาม ว่า "สามีหนูเป็นอย่างัยบ้าง เขาดูแลหนูดีไหม " เธอก็ก้มหน้า แล้วเหมือนน้ำตาของเธอกำลังเออะ อยู่ขอบตา ครูเอเอ๋ย...ไม่น่าจะถามเลย.... แค่รู้สึกห่วงใยเขา กลัวผู้ชายจะไม่รักเขาจริง จะทำร้ายเขา เพราะเห็นว่าเขาอ่อนแอ... ก็เลยบอกว่า "ถ้าทนเขาไม่ได้ ก็เลิกเขาซะ หนูอยู่ได้ใช่ไหม แต่หากหนูยังรักเขาก็ต้องอดทน " นึกเสียใจในคำพูดของตัวเอง ทำให้คนอื่นเป็นทุกข์ โหย...อยากถอนคำพูดเหลือเกิน
สวัสดีค่ะครูเอ
ฟังดีออกค่ะ ให้ข้อคิด และทางเลือก ใครถูกถามอย่างนี้ จะพยายามหาคำตอบให้ตัเองค่ะ เมื่อตอบตัวเองได้ ก็จะตัดสินใจได้ในเลาต่อมา....ชีวิตที่เขาต้องเลือกเอง
ก็เป็นคำพูดที่ตรงดีค่ะ เพียงแต่ เขาน่าสงสารค่ะ
หนูนึกว่าไม่มีใครอยู่ ว่าจะไม่เขียนแล้วนะ แต่ใจยังพะวงถึงเขาอยู่ เป็นมา2-3 วันแล้ว และบังเอิญวันนั้นเห็นเขาที่หน้าธนาคาร ก็เลยคิดถึงเรื่องราวของเขา อยากให้สังคมดูแลเขาบ้าง พวกเขาน่านับถือนะค่ะ บางคนมาจากครอบครัวที่มั่งมี บางคนมาจากครอบครัวที่ยากจน แต่ทุกคนที่ครูเอทำงานด้วย บอกว่าไม่อยากมีชีวิตอย่างขอทาน พวกเขาทำงานได้ พวกเขามีศักดิ์ศรี ถ้าสังคมให้โอกาส
ถ้าหนูมีเงินเยอะๆจะช่วยเหลือพวกเขาค่ะ แต่พวกเขาต้องช่วยเหลือตัวเองก่อนค่ะ
แทงใจดำ .. เข้าเป้าพอดี ครับ ... :(
หายไปนานนะค่ะ
เป็นกำลังใจให้ คนมีความทุกข์เพราะรัก ทุกคนค่ะ
เอ มีดก็ไม่ได้ถือนะค่ะ จะไปแทงหัวใจใครได้ อิอิ
ขอบคุณ สำหรับข้อคิด จริงด้วย การพูดอย่างไม่รู้จักยั่งคิด เป็นความผิดอย่างมหันต์
แต่..ครูเอไม่ได้เจตนานะค่ะ เพียงแต่ห่วงเขาจริงๆ หากเขามีหัวใจที่รักน้องเขาจริง น้องก้อยคงไม่ต้องร้องไห้หรอกค่ะ
มวลมนุษย์อันเกิดแล้ว ชีพยัง อยู่เฮย
สูงต่ำดำขาวดัง เด่นด้อย
ย่อมมีที่จักหวัง ฝันใฝ่ อยู่แล
เหลือแต่กรรมมากน้อย จ่องห้อย หนุนเสริม
น่าสงสารเขานะค่ะ เพราะผลกรรมเก่าที่เขาเลือกเกิดไม่ได้ แต่เขาเลือกเป็นคนดีได้ ครูเอเชื่ออย่างนั้นค่ะ
บางครั้งเรื่องบางเรื่องที่เห็นตำตารู้เต็มอก แต่รู้ว่าพูดแล้วเราไม่สามารถช่วยเปลี่ยนอะไรให้ดีขึ้น และไปกระตุ้นส่วนที่เจ็บของเขามันก็ไม่ควรไปพูดถึงค่ะ ไม่ช่วยให้ดีขึ้น เป็นการตอกย้ำบอกเขาว่าเขามีปัญหาซึ่งเขารู้อยู่แล้ว เหมือนคนตกอยู่ในโคลนจะขึ้นก็ไม่ได้ จมก็ไม่จม เราเดินมาเห็นแล้วบอกว่านี่คุณกำลังตกโคลนอยู่นะ มันสกปรก ควรจะขึ้นมา แต่ไม่ยื่นมือลงไปช่วยฉุด จากนั้นก็เดินจากไป คนคนนั้นก็ยังคงอยู่ในโคลนอยู่ดี เพียงแต่เรารู้สึกว่าเราได้ทำหน้าที่บอกเขาแล้วเท่านั้น ขอแลกเปลี่ยนด้วยความเคารพอย่างจริงใจค่ะ คำพูดออกจากปากเมื่อไหร่มันเป็นนายเราอย่างที่คนด้านบนๆ คอมเม้นท์ไว้
อ่านแล้วเข้าใจครับ ผมมองว่าอย่างน้อยเขาก็ได้ระบายเรื่องที่เอ่อท้นหัวใจที่อยากระบายให้ใครบางคนฟัง
ไม่ผิดครับด้วยความรักความปรารถนาดีของเราทำให้เขาเข้มแข็งขึ้น
ให้กำลังใจกันไป---ทุกอย่างคือละครชีวิต ครับ
สวัสดีครับครูเอ...
คนเป็นครูก็อย่างนี้ละครับ...จิตใจจะเอื้ออาทรคนรอบข้างไปหมด พูดไปในใจไม่ได้คิดอะไร เพียงสอบถามสารทุกข์สุกดิบกันธรรมดา....ไม่ต้องเครียดครับ
โชคดีครับ
ผมไม่ได้รู้สึกว่าครูเอผิดนะครับ และยังรู้สึกว่าเขาจะรู้สึกดีขึ้นเมื่อมีคนเข้าใจเขาบ้าง น้ำตาทำให้เขาระบายความเครียดได้ส่วนหนึ่งครับ และผมก็จะแนะนำชาวบ้านตรงๆเหมือนกัน ว่า คุณลองทบทวนดูอีกทีนะครับว่า คุณยังรักเขาหรือเปล่า ถ้าคุณรักเขาคุณทนอยู่กับเขาได้อยู่หรือเปล่า ถ้ายังทนได้ก็ทนต่อไป แต่ถ้าทนไม่ได้ไม่ต้องรีรอเลย เมื่อเขากลับไปเขาจะมีความสุขว่าอย่างน้อยหากเขาเลิกกับสามีไม่ได้ ก็ยังมีคนเข้าใจเขาอยู่ ครับ
ครูเอ..ครับ
มีคนจำนวนมากที่ยินยอมที่จะรัก ..และยังรัก ทั้ง ๆ ที่รู้ดีว่า วิถีแห่งนั้นนั้นดำเนินไปอย่างเจ็บปวด..
เจ็บปวดอย่างยาวนาน และเพียงความรักมาสะกิดเพียงชั่ววูบ ความเจ็บปวดนั้นก็จากหาย... และผันเปลี่ยนเป็นเช่นนั้นเรื่อยไป บ้างจบลงด้วยดี, บ้างดำเนินไปเช่นนั้นจริง ๆ ...
นี่กระมังครับ, ฤดูกาลของความรัก
จำได้ซิค่ะ รออยู่ว่าเมื่อไหร่จากมาเยี่ยมกันบ้างค่ะ