"วิชาธรรมมะในธรรมชาติ ถ้าไม่เข้าใจก็อยากที่จะอยู่บนโลกนี้ใบนี้ได้ปกติสุข" 

เมื่อมายุ่งเกี่ยวกับการผกผันชีวิตเกษตรกร มีการบ้านให้ย้ำคิดย้ำทำอยู่เสมอ โดยเฉพาะการวางรากฐานการดำเนินชีวิตแบบนกน้อยทำรังแต่พอตัว ในสภาพสังคมสีเทาที่มีหลังฉากเป็นหน้าฉากเต็มไปด้วยภาพลวงตาและลวงใจ ประกอบกับพวกเราสุขสบายมานาน ติดนิสัยใจคอที่คิดง่ายๆยังไงก็ได้ มาวันนี้โอกาสที่จะปล่อยวางแบบชะลอหลังยาวทำยากขึ้นแล้ว ประเภทเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อโดนกระทบก่อนเพื่อน ต้องดิ้นรนกระเสือกกระสน

ดังนั้น โจทย์ที่ชวนฉุกคิด คงต้องมองเรื่องใกล้ตัวใกล้ใจ เรารู้อะไร เราคิดยังไง เราติดกับตรงไหน ..จุดตั้งไข่ให้ครุ่นคิดนี้เองเป็นสารบัญหน้าแรกยากที่สุด ..ไม่ใช่ก่อนหน้าที่จะมีการเปลี่ยนแปลงในสังคม ชาวบ้านไม่คิดนะ เขาคิดจนอ่อนล้า คิดจนสมองแฉะ คิดกระทั่งจนมุมจนแต้ม ที่ไม่สำเร็จเพราะโจทย์มันใหญ่กว่าที่เขาเคยเผชิญมา ชาวบ้านไม่สามารถสาวถึงข้อมูลที่ซ้ำซ้อน ประกอบกับเป็นคนซื่อง่ายๆ จึงตายน้ำตื้น

ครั้นจะชวนใส่เกียร์ถอยก็ยากอีก เพราะถลำไปทั้งตัวและหัวใจ โดยเฉพาะไปติดรสความทันสมัย สะดวกสบาย หยิบโย่ง แถมมีทางเลือก ระหว่างไร่นา กับ โรงงาน เมื่อระบบและสังคมต้อนไปตรงนั้น มันก็ไม่ต่างกับควายถูกจูงเข้าโรงงานลูกชิ้น ที่กล่าวนี้ไม่ได้ว่าชาวบ้านไม่รู้คิด แต่เขาถูกกระทำอย่างเลือดเย็น เป็นหนูลองยา เป็นทาสรองรับการเอารัดเอาเปรียบ เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงจึงเข็นยากกว่าอุ้มช้างอาบน้ำ

ถ้าจะอธิบายตรงนี้มันซอกซอนยืดหยาด เอาเป็นว่า..ตั้งต้นที่การพึ่งตนเอง วันนี้จะเสนอเรื่องการพึ่งตนเองด้านที่อยู่อาศัย บอกไว้ก่อนนะตาหวาน ..บ้านใครบ้านมันไม่จำเป็นต้องถอดแบบกันเป๊ะ ที่เล่าถึงนี้เป็นบ้านของข้าน้อยเอง ที่ใฝ่ฝันมานานอยากจะมีบ้านไม้ไผ่หลังเล็กๆซ่อนตัวอยู่ในสุมทุมพุ่มไม้..จึงเตรียมการมานานเป็นสิบๆปี ปลูกไผ่ชนิดต่างๆ พันธุ์ลำเล็กลำใหญ่มีหมด ต้นไม้ที่ปลูกไว้อายุ20ปี เลือกมาเลื่อยกระดานปูพื้นไว้แล้ว แต่จนแล้วจนรอดไม่ได้สร้างสักที

เรื่องดีๆจะเกิดได้ บางครั้งต้องรอสวรรค์ตัดริบบิ้น ตอนผมไปนอนที่บ้านหนองบัวแปะ เห็นพ่อใหญ่สังข์ฝากฝีมือช่างรุ่นเก๋าส์ สร้างบ้านด้วยไม้ไผ่หลังคามุงตองตึง มีฝายกเปิดปิดได้รอบด้าน ชาวบ้านใช้เป็นที่ประชุมกลุ่มย่อย รับแขก เป็นศาลาเอนกประสงค์ที่เกิดจากภูมิปัญญาที่ภาคภูมิใจ พ่อใหญ่เล่าว่า..ผมไม่ใช้ตะปูสักตัว ทำเป็นเดือยสอดโยงกัน ผมไปนอนมาแล้ว1คืน ฝันดีฝันหวาน ตื่นมาอารมณ์วาบหวาม สดชื่นเหมือนยืนอยู่ริมหาดเกาะภูเก็ตกับนางเงือกลืมใส่อันเดอร์แวร์

ช่วงที่พ่อใหญ่มาอบรมที่นี่ เราพูดกันเรื่องจะระดมปลูกไม้ไผ่ ตอนหลวงพ่อไหลมาเยี่ยมก็จัดต้อนรับท่านที่ร่มไผ่ วันปิดการอบรมได้พาไปดูหลวงพ่อปลูกไผ่แบบประณีต ทุกคนเข้าใจ ปีนี้กุลีกุจอที่จะปลูกไผ่กัน20 รายเป็นปฐมฤกษ์

ด้วยความชื่นชมในความสามารถและฝีมือของพ่อใหญ่สังข์ ผมเลียบเคียงท่านว่า..พ่อใหญ่มาสร้างบ้านไม้ไผ่โชว์ฝีมือสักหลังดีไหม ผมจะอยู่เอง..พ่อใหญ่หัวเราะอารมณ์ดี ได้สิ..ผมจะขนลูกหลานไปสัก3-4คนระดมแรงกัน4วันก็เสร็จ พร้อมเมื่อไหร่บอกมาเลยนะครับ ผมจะได้ไปขุดเหง้าไผ่บงหวานเอามาชำปลูกที่นี่ ยังขาดอยู่ประมาณ 1,000 หน่อ

ชาวบ้านเขาคุยกันไม่นานหรอกนะครับ

ทุกอย่างจบภายใน14 นาที

สร้างบ้านเสร็จภายใน4 วัน

เราจะไปอาศัยอยู่นานได้400 ปี

สรุป: ทั้งหมดนี้เป็นความพอเพียง ด้านการประสานความคิด ความรู้ ความเข้าใจ และความตั้งใจ ที่เกิดพลังใจที่นำไปสู่ความพอใจด้วยกันทุกฝ่าย ชาวบ้านสามารถเข้าถึงจุดพอดีและเพียงพอได้อย่างแท้จริง ถ้าเรามีโจทย์ที่เกิดจากความจริงในพื้นที่นั้นๆ

อาจารย์นิธิ เอี่ยวศรีวงศ์: อธิบายว่า..เรากำลังแสดงความเชื่อมั่นหรือศรัทธาต่อเทคโนโลยีอย่างสูง แต่กลับแสดงความไม่เชื่อมั่นและศรัทธาต่อมนุษย์เอาเลย ไม่คิดว่ามนุษย์สามารถคิดเองเป็น ภายใต้เงื่อนไขที่แตกต่างกันกับการที่เทคโนโลยีนั้นมีอยู่ แต่เขาไม่ได้ใช้ จึงไม่จำเป็นว่า เกิดขึ้นเพราะความโง่หรือความไม่รู้เท่านั้น  แต่เพราะมีเงื่อนไขหลายต่อหลายอย่างในชีวิตที่มนุษย์สามารถคิดออกเองเป็น จึงทำให้เขาเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมที่สุดภายใต้เงื่อนไขนั้นๆ.