%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88%e0%b8%9a%e0%b8%8d

"ถ้าจะไปคุยกับชาวบ้าน ฟังชาวบ้านพูดก่อนดีไหม?"

ไม่ทราบว่าเป็นข่าวดีหรือข่าวร้าย!! เมื่อเช้าอีกาคาบข่าวมาบอกว่า คณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ จะขอมาดูการฝึกอบรมหลักสูตรเศรษฐกิจเพียงสไตล์มหาชีวาลัยอีสาน ในรุ่นที่เราจะจัดข้างหน้านี้ แต่คณะทำงานยังปรับขยับแผนกำหนดวันแต่ละรุ่นยังไม่เรียบร้อย คาดว่าจะชัดเจนในเย็นนี้ แล้วจะแจ้งข่าวไปถึงท่านที่รัก ที่อยากจะไหว้วานมาช่วยเป็นพี่เลี้ยงยืนข้างๆเวที อาจารย์บัวปริ่ม เล่าฮูแสวง ท่านบางทราย อาจารย์แป๋ว ครูวุฒิ สิงห์ป่าสั ดร.ประทีป วีระพัฒนนิรันดร์ มาแน่ ส่วนท่านอิ่นว่างไหมหนอ ใจจริงอยากชวนท่านไร้กรอบ แต่มิกล้า ด้วยรู้ว่าภาระท่านนั้นมากจนแกะไม่ออก แต่ยังไงก็ขอบอก..ถ้าท่านมา..มีไก่ย่างที่ชูชกเคยสะอื้น..เตรียมไว้ให้ หรือท่านอื่นที่ร้อนวิชา ก็มากันได้นะครับ  

ทุกหน่วยงานขานรับเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง และพยายามส่งเสริมกันไปต่างๆนานา ดูเหมือนจะยังไม่ราบรื่นเท่าที่ควร พูดกันไปคนละทิศละทางในเรื่องเดียวกัน จัดประชุมและทดลองทำแผนมะรุมมะตุ้มหมดเงินงบประมาณไม่รู้กี่พันล้าน ก็ยังคุยกันไม่รู้เรื่อง งานยังเป็นขยะหาสาระไม่ค่อยจะเจอ มีเหตุและปัจจัยแวดล้อมที่ยังไม่เดินอยู่ในร่องรอยเดียวกัน เว้นที่งานที่ชุมชนเข้มแข็งเขาเดินหน้าคิดเองทำเอง จะก้าวไปเรื่อยๆ

ฝ่ายกระทรวงฯก็คิดแบบกระทรวง เอาหลักการ หลักเกณฑ์กระทรวงมาจับ เอาความคิด ความรู้สึก ความต้องการของฝ่ายราชการมากำหนดกรอบงาน อ้างว่าระเบียบราชการเขาว่าไว้อย่างนี้ แค่โจทย์จากฝ่ายราชการที่ตั้งแท่นแข็งทื่อ ก็เป็นจุดเริ่มที่อลอวลเสียแล้ว สร้างปัญหาให้คนที่คิดและทำงานจริงๆเหนื่อยหน่ายกับเรื่องที่เป็นตัวถ่วง ผลงานในส่วนราชการทำกันเองจึงกล้อมแกล้มยังไงละ  

ถ้าเป็นดินพอกหางหมู ก็คงเป็นหางหมูที่พอกด้วยคอนกรีต!

เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงจึงเละตุ้มเปะอย่างที่เป็นอยู่เดี๋ยวนี้ ขอเสนอใดๆบอกไปก็ไลย์บอย ในเมื่อมีคำตอบรอไว้หมดแล้ว การจัดประชุมจึงเป็นเพียงพิธีกรรมบังหน้าเท่านั้น!! ใครจะคิดจะเสนออะไรก็ช่าง ฉันมีคำตอบไว้แล้ว!! ใครอยากจะทำจริงๆ จัดอะไรที่นอกเหนือไปกว่าที่ราชการกำหนด ก็ต้องดิ้นรนควักเงินทำเองเหนื่อยยากเอง แต่ถ้าทำดีมีผลงาน ก็บอกเล่ากันบ้างนะ

พวกอีแอบคิดเช่นนี้จริงๆ ครับท่านผู้ชม!!

 "สิ่งที่เขาคิด ต้องการให้ทำพอเป็นพิธี ทะลึ่งมาทำจริงๆทำไมละคุณเซ่อ!"

อยากจะบอกว่า..ถ้าจะคิด ทำ หรือเขียนอะไรถึงผู้คนในอีสาน โดยที่ตนเองเคยไปไกลสุดแค่โคราช  ไม่ควรนั่งยกเมฆจุดเทียนเขียนแผนส่งเสริมและพัฒนา จะใช้พื้นที่ใดก็ควรตั้งอยู่บนความจริง  ไม่ใช่การแสดงลิเกนี่ จะใช้อยู่ฉากเดียว ทั้งปราสาทราชวังหรือป่าดงพงไพร เดินเข้าเดินออกทั้งเรื่อง งานส่งเสริมและพัฒนาถ้าทำแบบการแสดงนาฏดนตรี ไม่ดีหรอก ยิ่งไปขนไปเกณฑ์กันมาให้ได้จำนวนตัวเลขเยอะๆ นึกหรือว่าจะอบรมได้ผลในวิธีง่ายๆอย่างนั้น มันเป็นบทเรียนที่ซ้ำซากแต่ไม่จำ!

ในการยกร่างแผนเพื่อการวิจัยและพัฒนา ถ้ายกเอากรณีการศึกษา ที่เข้าถึง เข้าได้ เข้าที่เข้าทางมาศึกษาน่าจะพอไปได้ แต่กรณีตัวอย่างว่านี้มักจะไม่ค่อยมี เพราะเราติดนิสัยทึกทักว่าตัวเองรู้แล้ว คิดแล้ว เพียงพอแล้ว ภายใต้ทฤษฎีที่แห้งตาย ชอบชี้นิ้ว1-2-3 ทั้งๆที่เรื่องชีวิตและสังคมดิ้นได้360องศา มันเป็นเรื่องอยู่นอกกติกา อยู่เหนือระบบ ผู้ร้ายไม่ได้มีใบพกปืน จะยิงใครไม่ต้องคำนึงถึงกฎหมายมาตราอะไร

ตอนนี้วิธีคิดวิธีทำของชาวบ้านก็เป็นเช่นนั้น ใครขืนเอาบทเรียนสำเร็จรูปใส่กระเป๋าไปดำเนินการ  มันก็จะประจานสติแตกให้อาย ยกตัวอย่างเรื่องเอากระถางยางรถยนต์มาเข้าแถวริมถนนปลูกผักสวนครัวในหมู่บ้านต่างๆ  มันตลกกว่าโครงการปลูกผักสาวครัวรั้วกิน ได้สมัยแจกเมล็ดผักซองละพันเสียอีก

บุคลากรในส่วนส่งเสริมพัฒนาและวิจัยชุมชน เมื่อถูกชวนคิดชวนออกแบบงานวิจัยและพัฒนา ที่หวังผลได้จึงอึ้งกิมกี่ ไปเปิดดูของเก่าก็มีแต่ขยะ อธิบายออกมาไม่มีอะไรใหม่ เอาแก่นสาระก็ไม่ได้ จะเดินหน้าอย่างไรละทีนี้ นี่คือผลพวงของการขาดวิญญาณการวิจัย ไม่คิดที่จะสร้างชุดความรู้ที่เป็นเอกลักษณ์ในพื้นถิ่นนั้นๆ วกไปวนมาเหมือนปีศาจสุราหาทางกลับเคหาไม่ถูก ไม่รู้จักมักจี่ว่าตัวตนชุมชนเป็นอย่างไร ป่วยการไปพูดถึงวิธีคิดของชาวบ้าน ในเมื่อเรื่องที่ควรฉุกคิดก็คิดไม่เป็น พวกสมองและหัวใจพลาสติกเป็นเช่นเองหนอ

วิทยุทีวี เขามีทั้งเครื่องรับ และเครื่องส่ง ทั้ง2ส่วนนี้ต้องพัฒนาให้มีศักยภาพสอดรับกัน จะมารักเขาข้างเดียวเหมือนเกลี่ยวเชือก ไม่ได้แอ้มหรอก ต้องมองงานส่งเสริมวิจัยและพัฒนาควรมีองค์ประกอบอย่างน้อย 3 ส่วน

เครื่องรับ

เครื่องส่ง

สถานีเชื่อมสัญญาณ

เครื่องรับหมายถึงอะไร?

หมายถึงภูมิสังคมหมู่บ้านนั้นๆ อย่างน้อยต้องพิจารณาถึงจารีตประเพณี วัฒนธรรมพื้นถิ่น ภูมิปัญญาท้องถิ่น ตัวตนคนที่อยู่อาศัยและคนที่ไปหารายได้ภายนอกมาจุนเจือครอบครัว พิจารณาศักยภาพ ปัจจัยแวดล้อม ร่องรอยย้อนหลัง ได้รับการพัฒนาอะไรมาบ้าง ทัศนคติ นิสัย ใจคอ จะแบบมือขอหรือฉุกคิดใหม่ๆได้บ้างรึเปล่า ต้นทุนชีวิต ต้นทุนธรรมชาติ ต้นทุนทางศาสนาวินัยทางสังคม เป็นอย่างไร

บริบทสังคมและระบบสารสนเทศชุมชนอยู่ในระดับไหน ข้อมูลพื้นฐาน เอาจากที่มหาไทยทำมาปรับได้ จำนวนคน ไร่นา สระน้ำ สัตว์เลี้ยง แรงงาน หนี้ กิจกรรมหลัก รอง ปัญหาแทรกซ้อน ฯลฯ

ความเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงชาวบ้าน เขารู้สึก-คิด-มอง-เข้าใจว่าอย่างไร อธิบายแบบ3ห่วง100เงื่อนไข ฟังกันรู้เรื่องจริงหรือ เหมาะแล้วหรือ ถ้าไม่เหมาะจะทำอย่างไรถึงจะคุยกันรู้เรื่อง ถ้าคุยกันไม่รู้เรื่องจะหลับหูหลับตาดันทุรังอบรมกันอย่างนั้นหรือ? ช่วยสอนผมหน่อยเถอะ..จะอบรมกันอย่างไรมันถึงจะได้ผลจริงๆ และมีความสุขกับการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้

ผู้รับผิดชอบจัดอบรม จะใช้น้ำลายอย่างเดียวไม่ได้หรอก สมควรที่จะลงไปศึกษาข้อมูลในหมู่บ้านเป้าหมาย ไปคุย ไปดู ได้เห็น ไปพิจารณาแง่มุมต่างๆ ให้รู้เขารู้เรา แล้วจึงจะเอาข้อมูลเหล่านั้นมาออกแบบจัดการฝึกอบรมให้เหมาะสมในแต่ละรุ่น จะได้ตรงกับความต้องการของชาวบ้าน โดยยึดเอาชาวบ้านเป็นหลัก เมื่อเราทราบภาพรวมของชุมชนนั้นๆ เราจึงจัดหาวิทยากรที่ตรงกับเนื้อหาที่ระบุไว้ในการกำหนดการ

วันที่1ปฐมนิเทศ จัดรายการจูงใจและจูนใจ บอกไปเลยว่า ที่นี่ไม่ได้ทำเล่นๆเหมือนที่ผ่านๆมานะ ขอให้ตั้งใจ จะได้มีความรู้ความคิดไปปรับแก้วิถีชีวิตให้ลืมตาอ้าปากได้ วางปัญหาทุกอย่างไว้ อย่าเอามากังวล ตั้งต้นรับเรื่องราวและวิธีคิดใหม่ๆ ไม่รักไม่ชวนมาหรอกนะ ขอให้เรียนจริง ทำจริง ใครทำเล่นเป็นบาป ถ้าทำจริงจะได้บุญ ได้เกิด พบแสงทองของชีวิต

วันที่2คุยเรื่องความมุ่งมั่นใจ จำลองแบบคนสู้ชีวิตให้ชมCD. แล้วไปไปดูนักสู้ชีวิตตัวจริง ช่วงกลางคืนจัดเสวนากลุ่ม ให้มาสะท้อนคิดว่า ไปดูคนที่อายุ67ปีทำเศรษฐกิจพอเพียงด้วยตัวเองได้ทะลุทะลวงแล้ว..

: รู้สึกอย่างไร

: ทำไมเขาทำได้

: ทำไมเราจะทำไม่ได้

: ขอทราบเหตุผล

: ยินดีรับฟังทุกแง่มุมด้วยความเห็นใจ

วันที่3จัดให้เจอวิทยากรพิเศษมืออาชีพเฉพาะเรื่อง เช่น การปลูกไผ่ การเลี้ยงโค ปลูกป่าไม้ เลี้ยงปลาบู่ การเลี้ยงไก่ไข่ การปลูกผักยีนต้น การจัดการน้ำ ดิน ปุ๋ย การทำวิจัยย่อยเปรียบเทียบ : วิชาการ+อาชีพ=วิชาชีพ=มืออาชีพ

วันที่4ฝึกงานจัดสาธิต การอัดอิฐดินซีเมนต์ การทำอาหารสัตว์ การสร้างบ้านด้วยไม้ไผ่ การทำอาหารและขนม การเลี้ยงไก่ไข่ เลี้ยงปลาบู่ กลั่นน้ำมันยูคาลิปตัส การแยกหน่อไผ่ ตอนไผ่ เพาะชำกล้าไม้ การกรีดยางพารา ทำยางแผ่น ฯลฯ (จัดให้ตามความสนใจผู้เข้าอบรม)

วันที่5 ย้ายขบวนไปนอนในหมู่บ้าน จัดเวทีเสวนาชุมชน เพื่อประมวลผล ดังนี้

1 เพื่อให้ผู้คนในชุมชนมารับรู้ว่า ..ต่อไปนี้ หมู่บ้านแห่งนี้มีพิมพ์เขียวความคิดความรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงของชุมชนอย่างนี้นะ มาบอกกล่าวทุกผู้ทุกคนให้รู้ว่าเราจะทำอะไร และก้าวเดินไปในทิศทางใด 

: รู้แล้วบอก ไม่มิบเม้ม นำออกสู่สาธารณะชน ใครอ่านแล้วจะได้ช่วยแนะนำเรา หรือช่วยแก้ไขให้ดีขึ้น

2 เพื่อให้ชาวบ้านตระหนักว่าเราเอาจริงนะ เป็นเพื่อนกันนะ พึ่งพากันคิดกันทำไม่ได้อบรมนับชั่วโมงแล้วเดินปัดก้นทิ้งกัน

: ชาวบ้านมีเพื่อนแท้ มีที่ปรึกษา มีปัญหาถามได้

3 เพื่อตีแตก "คำว่าเศรษฐกิจพอเพียง" ว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องทำไร่ทำนา ทำมาหากิน แต่มันเป็นการยกระดับการดำเนินชีวิตเข้ากับการเรียนรู้ โดยมีหลักธรรมภิบาลเป็นกรอบ

: มีชุดความรู้-มีทุน-มีคุณธรรม-มีใจ-มีความรับผิดชอบ

4 ออกเดินไปเยี่ยมชมหมู่บ้าน ไปดูพื้นที่ ดูจุดเลือกทำกิจกรรมตัวอย่าง

: ไปร่วมวางแผน ไปให้กำลังใจ ไปแนะนำว่ามีเขาจุดดีอะไรอยู่แล้วบ้าง ควรจะเน้นทำกิจกรรมอะไร ระยะต้น ระยะกลาง ระยะยาว

5 ภาคกลางคืนรอบกองไฟให้แต่ละกลุ่มออกมาเล่าเรื่องประทับใจ จัดสันทะนาการกลุ่มละ1เรื่องมาแสดง

: ติดต่ออาจารย์ (แผ่นดิน) ฝ่ายกิจกรรมนิสิตนักศึกษา ด้านต่อต้านยาเสพติด มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จัดทีมมาโต้กลอนลำท่ามกลางแสงจันทร์กับแม่ใหญ่-พ่อใหญ่

6 ไปกิน ไปนอน ไปอ้อน ไปกอด ไปพร่ำพรอด ให้ตระหนักรู้ ว่าสิ่งที่ชาวบ้านลงแรงกายแรงใจทั้งหมดนี้เป็นคุณูประการอย่างไร

: ผู้อาวุโสได้วางแผนมอบมรดกแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงให้กับลูกหลานสืบทอด

: ตระหนักว่า..สิ่งที่ทำนี้เป็นการทำบุญถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะพสกนิกร ที่ไม่ได้รักพระองค์ท่านแต่เพียงลมปาก แต่ได้มอบของขวัญที่เกิดจากการสนองพระราชดำริ ทุ่มแทกายใจถวายผลงานให้พระองค์ท่านได้ทอดพระเนตร

7 การจัดอบรมที่เข้าถึง เพื่อไปดึงเอาความเข้าใจ มาพัฒนาให้เป็นความตั้งใจ

: ถ้าได้ใจเสียแล้ว จะชวนทำอะไรชาวบ้านก็เอาด้วย และเต็มใจทำ

Wey Word

"ถ้าการงานดี มีคุณภาพ ถูกต้องตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

ความอยู่ดีกินดีจะไปไหนเสีย"