ได้เห็น พลังรักที่ยิ่งใหญ่ แฝงอยู่ในตัวอักษรทั้งที่เป็นตัวบันทึกของท่าน ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ เจ้าสำนัก สวนป่ามหาชีวาลัยอิสาน ที่ผม รัก เคารพ และ ศรัทธา อย่างยิ่ง ....

      ผมห่างหายไปจากการอ่านและเขียนบันทึกลง Blog นาน จนรู้สึกไม่ค่อยดีกับตัวเองที่ไม่อาจทำตามคำมั่นที่แอบตั้งไว้ในใจว่าจะเขียนทุกวัน หรือหากเป็นไปไม่ได้ก็ขอเป็น วันเว้นวัน แต่แล้วเรื่องราว เหตุการณ์ ปัญหา และความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน ทั้งส่วนตน และส่วนรวม ทำให้ผมต้องเลือกว่าจะเอาอย่างไหน ระหว่าง เขียนบันทึกให้ได้ตามคำมั่นที่ให้ไว้กับตัวเอง และ สุขภาพที่เสื่อมทรุดเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ ในที่สุดผมก็เลือกที่จะถนอมตัวไว้ทำหน้าที่ไปนานๆครับ  ยอมห่าง Blog ไปบ้าง เพื่อผลดีระยะยาว  แต่ก็ตั้งใจไว้ว่า เมื่อเงื่อนไขเปลี่ยนไป ผมจะต้องกลับมาใช้เวลาอ่าน และขีดเขียนสิ่งที่คิด ที่ทำให้บ่อยเหมือนที่เคยทำให้ได้ครับ

     วันนี้ทางคณะศึกษาศาสตร์นัดประชุมบรรดาอาจารย์นิเทศก์นักศึกษาฝึกสอนมาประชุมเพื่อพูดคุยถึงปัญหาที่พบ และแนวทางแก้ไข ตลอดจนการปรับเกณฑ์มาตรฐานในการประเมินผลที่ยังไม่ชัดเจนให้ สมบูรณ์ยิ่งขึ้น  ว่ากันมาตั้งแต่ 9.30 น. จนเที่ยง ทานอาหารกลางวันไปด้วย คุยไปด้วย จนตอนท้ายได้แยกกลุ่มคุยกันตามวิชาเอก  ตัวผมนั้นดูแลนักศึกษาเอกภาษาอังกฤษอยู่ 3 คน ก็ฝากให้เขาคุยกันไป ส่วนตัวเองแยกมาทำหน้าที่ที่สำคัญมาก คือตามอ่านบันทึกสำคัญ เรื่องนี้  ทั้งนี้เพราะเจ้าน้องชาย นาย ขจิต ฝอยทอง ไปแจ้งข่าวดีไว้ท้าย บันทึกนี้ ของผมครับ

     ผมรีบตามไปดูคร่าวๆ และได้เห็น พลังรักที่ยิ่งใหญ่ แฝงอยู่ในตัวอักษรทั้งที่เป็นตัวบันทึกของท่าน ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ เจ้าสำนัก สวนป่ามหาชีวาลัยอิสาน ที่ผม รัก เคารพ และ ศรัทธา อย่างยิ่ง และข้อความที่เป็นความคิดเห็นของพันธมิตร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากเครือข่ายของ " คนแซ่เฮ " ทั้งหลาย  ผมรีบนำ Notebook คู่ชีพไปให้ท่านคณบดีได้อ่านข้อความคร่าวๆพร้อมแจ้งว่ากำหนดการเราจะไม่เปลี่ยนแล้ว นั่นคือ 15 - 16 - 17 มีนาคม 2551

     ในช่วงเวลาดังกล่าว กลุ่มนักศึกษา ครู 5 ปี จากคณะศึกษาศาสตร์ ม.ราชภัฏจันทรเกษม จะเดินทางไปใช้เวลาเรียนรู้เรื่องราวที่ควรรู้ ณ มหาชีวาลัยอิสาน และแหล่งเรียนรู้ในเครือข่าย  ซึ่งผมเชื่อมั่นว่ามันคือช่วงเวลาที่มีค่ายิ่งของพวกเขา ในการเตรียมตัวเป็น ครูพันธ์ใหม่ ให้สังคมไทย

     พลังรักที่ยิ่งใหญ่ ที่ผมพูดถึงนั้น ขอย้ำว่ามันยิ่งใหญ่จริงๆครับ  ใช่ว่าจะเป็นแค่ความรัก เมตตา ปรารถนาดี ต่อนักศึกษา ว่าที่ครูของชาติ ที่กำลังจะเข้าร่วมโครงการเท่านั้น แต่ผมรู้สึกได้ชัดเจนว่าทุกท่านกำลังแสดงความ รัก เมตตา ปรารถนาดี ต่อสังคมไทยในอนาคตกันไปด้วยพร้อมๆกัน เพราะต่างเล็งเห็นว่า ครูคือผู้มีอิทธิพลอย่างยิ่ง ต่อการสร้าง คนดี มีปัญญา เพื่อให้เกิดสังคมที่ดี และมีปัญญาเป็นเครื่องนำทาง ให้เกิดขึ้นในอนาคต ... ผมเชื่อว่าผมคิดไม่ผิดครับ