การค้าให้ได้ใจคน ทำงานให้ได้ใจผู่ร่วมงาน หัวหน้าพาทำ หัวหน้าพาไป ในการทำงานมีคนดีและคนชั่วปะปนกัน

สวัสดีครับ หายไปนานที่ไม่ได้มาเล่าเรื่องราว เพราะมีภาระกิจเรื่องการเรียน ช่วงนี้พอมีเวลาว่างเล็กน้อย ก็อยากเล่าเรื่องสำนวนของหนังเกาหลี เป็นช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ดูแล้วเกิดความคิดต่อจากสำนวนดังนี้ครับ

สำนวนของฮุนต๊อกจู ที่กล่าวกับอิมซังอ๊ก

huntogju

"ความจริงแล้วการค้าก็คือการได้ใจคน ไม่ใช่ได้เม็ดเงิน สิ่งที่ได้ไม่ใช่กำไร แต่เป็นการกุมหัวใจ ได้ใจคนได้กุมหัวใจนั่นแหละการค้า ถึงแม้ว่าข้าจะหมดตัว แต่ก็ไม่เสียแรงที่ได้ทำมา การค้าไม่ใช่เพื่อหวังผลกำไร แต่หวังได้ใจคน คือ จุดยืนที่ถูกต้อง ทั่วอาณาจักรโชซอนไม่มีใครมั่งคั่งเท่าข้าอีกแล้ว" ฮุงต๊อกจูกล่าว

แนวความคิดของผม

คนที่มีความสุข คือ คนที่ได้ทำในสิ่งที่ชอบ  

การทำกิจกรรมใดก็ตาม หากได้ใจผู้ที่เกี่ยวข้อง ย่อมเกิดประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ดังบางตัวอย่างต่อไปนี้

การรักษาพยาบาลผู้ป่วย

หาก แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ให้การดูแลผู้ป่วย ผู้รับบริการ อย่างเข้าใจ ใส่ใจ รักษาใจ ก็อาจจะช่วยให้สุขภาพของผู้ป่วยดีขึ้นหรือไปสู่ที่ชอบอย่างเป็นสุข(กรณีเป็นภาวะช่วงสุดท้าย ยากแก่การรักษา) ทำนองเดียวกัน ผู้ป่วย ผู้ใช้บริการ หากให้ความร่วมมือในการรักษา ให้กำลังใจผู้ดูแลรักษา ไม่เอาแต่ใจตัวเอง ก็ช่วยให้การดูแลรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น

การศึกษา

หาก ครู อาจารย์ เข้าใจ ใส่ใจ ได้ใจของนักเรียนนักศึกษา ย่อมช่วยให้พวกเค้าเหล่านั้น เกิดความรู้ ความเข้าใจ รักหรือสนในเนื้อหาวิชาที่ได้เรียนรู้ ทำนองเดียวกัน หากนักเรียนนักศึกษา ได้ใจครู อาจารย์ ย่อมทำให้เกิดการมีส่วนร่วมที่จะทำให้เกิดองค์ความรู้ ที่เป็นประโยชน์ทั้งสองฝ่าย เป็นต้น

การทำงาน

หากหัวหน้า ได้ใจลูกน้องหรือผู้ใต้บังคับบัญชา ย่อมทำให้ได้งาน ได้ความร่วมมือ หาก ลูกน้องหรือผู้ใต้บังคับบัญชา ได้ใจหัวหน้า ได้รับการส่งเสริม ได้รับการสนับสนุน

จากที่กล่าวมาอย่างเป็นบางส่วนของชีวิต ที่อยู่ภายใต้กรอบของคุณธรรม จริยธรรม ขึ้นอยู่ว่าจะมีการนำไปใช้ จัดการอย่างไร ในแต่ละองค์กร อย่างเหมาะสมลงตัว

kim

ส่วนต่อไปนี้เป็นคำกล่าวของ มีกึม ลูกสาวของฮุนต๊อกจู ที่กล่าวกับอิมซังอ๊ก ช่วงที่ฮุนต็อกจู ตายไปแล้ว ทำให้อิมซังอ๊ก เสียใจ ไม่มีกำลังใจทำงาน

"ข้าเชื่อว่าท่านพ่อ จะต้องไม่ปรารถนาเห็นนายห้างอิม จมอยู่แต่กับความเศร้าเสียใจเพราะท่าน ถ้านายห้างอิมเอาแต่เศร้าเสียใจ แล้วคนที่อาศัยกลุ่มกังซางล่ะพวกเขาก็จะหมดที่พึ่ง หมดสิ้นหนทางไป แต่ถ้าหากนายห้างอิม ชักนำกลุ่มกังซางอย่างเข็มแข็ง สิ่งนี้แหละถึงเรียกว่าสืบสานเจตนารมณ์ หวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าท่านคงจะสามารถสละทิ้งความเศร้าแล้วหันมามุ่งมั่นกับงาน ข้าเชื่อว่าท่านพ่อก็คงปรารถนาเช่นนี้เหมือนกัน" 

กำลังใจ

การคิดถึงใจเค้าใจเรา

เราอยู่ได้ เค้าอยู่ได้

พึงพาอาศัยกันและกัน

เป็นอีกเสี้ยวหนึ่งของชีวิตที่น่าพิจารณา หากดีแล้วทำต่อไป หากยังขาด กรุณาต่อเติมต่อไป

parh

ปารก์จูมง หัวหน้ากลุ่มซงซาง กล่าวกับลูกสาว ของตนเกี่ยวกับอดีตที่ผ่านมาในการทำการค้าของตน และต้องการให้ลูกสาวรับตำแหน่งหัวหน้า

"ข้าสร้างตัวจากมือเปล่าจนได้เป็นนายห้างกลุ่มซงซาง ท่ามกลางคนที่อิจฉาริษยา ท่ามกลางคนที่คอยจ้องจองล้างจองผลาญ ดังนั้นถ้ายึดหลักคุณธรรมการค้า ข้าก็อาจจะล่มจมไปแล้ว ในช่วงชีวิตที่ผ่านมา ถึงข้าจะได้หลายสิ่งหลายอย่าง แต่ก็สูญเสียไปมากเช่นกัน และสาเหตุที่ข้าเอ็นดูเจ้า ก็เพราะเชื่อมั่นว่าเจ้าอาจชดเชยทุกสิ่งให้กับข้าได้ จริงอย่างที่เจ้าว่าในอดีตกลุ่มซงซางเคยเป็นที่ยกย่องในวงการค้า แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต่อมาถึงกลายเป็นกลุ่มการค้าที่เจ้าเล่ห์คดโกง ซึ่งข้าควรมีส่วนรับผิดชอบ เพื่อไม่ให้กลุ่มจิงซางที่มีรากฐานกว่าร้อยปีกำเริบเสิบสานต่อไป เพื่อให้กลุ่มซงซางมีอิทธิพลที่สุดในวงการค้า ในช่วงวัยหนุ่มข้าจึงทำทุกวิถีทาง แต่ว่าบัดนี้กลุ่มซงซางได้เป็นกลุ่มที่ยิ่งใหญ่แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างจึงเปลี่ยนไป ปัจจุบันกลุ่มซงซางของเรายิ่งใหญ่ซะยิ่งกว่ากลุ่มจิงซาง เยาซางและนายซาง เจ้าจึงไม่ต้องทำเหมือนข้า และข้าก็จะไม่บังคับให้เจ้าทำเหมือนข้าด้วย ถึงเวลานี้กลุ่มซงซางจะยังคงต้องการคนอย่างจุงจิซู แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องการน้ำดีอย่างเจ้า ต่อไป จงนำพากลุ่มซงซางตามความคิดเจ้า จงพยายามอุดช่องโหว่ที่กลุ่มซงซางเคยมี ข้าต้องการเจ้ามาก กลับมาเป็นหัวหน้าใหญ่อีกครั้งเถอะ"

ในชีวิต ในการทำงาน เราอาจพบปะผู้คนที่มีพฤติกรรมแตกต่างกันไป มีดี มีเลว ปะปน สำหรับแนวคิดในชีวิตของแต่ละคน ก็เช่นเดียวกัน ทำให้ผมนึกถึงการเปรียบเทียบทางพุทธศาสนาที่เกี่ยวกับคน

มามืด ไปมืด

มาสว่าง ไปมืด

มามืด ไปสว่าง

มาสว่าง ไปสว่าง 

นี้แหละชีวิตที่เราสามารถลิขิตได้เอง

สำหรับท่านละครับคิดอย่างไร ก็เชิญแลกเปลี่ยนได้นะครับ สวัสดีครับ