การปฏิบัติธรรม
บางครั้งจิตเราก็มึนงง สับสน จึงต้องกลับมาทบทวน มีหนังสือดีๆคอยเตือนสติโดยเฉพาะ เรื่อง การดำรงอยู่เหนือกาล ผมอ่านแล้วรู้สึกเหมือนมีใครมาสะกิดใจ ทำให้เข้าใจตนเองมากขึ้น และอยากให้ท่านที่ยังไม่ได้อ่านได้อ่านบ้าง
การดำรงอยู่เหนือกาล
- ก่อนหน้าที่มนุษย์และสัตว์จะอุบัติขึ้นในโลก ธรรมชาติ ท่านได้ดำเนินอยู่ เมื่อมนุษย์และสรรพชีวิตได้ถือกำเนิดแล้ว ธรรมชาติท่านยังดำเนินอยู่ หลังจากวงค์วานมนุษย์และสรรพสัตว์สลายหมดแล้ว ธรรมชาติท่านคงดำเนินการอยู่ ทางดำเนินของท่านไม่ชะงักงันแวะวกหรือรั้งรอต่อมนุษย์หรือสิ่งไหนๆ แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะเกิดขึ้นมาหรือหาไม่ ธรรมนั้นยังเป็นอยู่เช่นนั้น
- กาละอุบัติขึ้นควบคู่กับมนุษย์และชีวิต จากความกลัวว่าจะสิ้นสุดการดำรงอยู่ สัตว์จึงมีหน้าและหลัง อดีต - อนาคต อยู่หรือตาย กาละเป็น คุณะ (Value) ของจิตที่ยังอยู่ในอุ้งมือของอัตตา แต่กาละ หามีอยู่กับธรรมล้วนๆไม่
- ธรรมชาติ ทิ้งตัวอยู่ในห้วงเวหา นอกเหนือกาลอวกาศ (Space - Time) ปราศจากการเกิดดับ มีแต่สภาพแปรไป ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่โปรยความแปรจะต้องทรงอยู่นิรันดร์เป็นเสมือนกฎ - โองการเฉียบขาด ไม่อาจมีสิ่งไหนต้านได้ มิไยใครจะคำนึงว่า อนิจจํ เกิดได้อย่างไร จบลงอย่างไร มิไยสรรพสัตว์จะคร่ำครวญ ร่ำไห้ ต่อความพลัดพรากจากสิ่งที่รัก หรือการเรียกหาสิ่งประโลมใจให้ถาวร ทุกสิ่งจักต้องจืดจาง สลายไป แล้วเวียนเกิดอยู่เช่นนี้ มันไม่อาจสนองตัณหาใครได้จริงเลย
- จิตของมนุษย์แนบเนื่องอยู่กับกาย กายคือวัตถุ มนุษย์จึงคิดด้วยระนาบของวัตถุและไม่อาจหนีพ้นภาษา มโนภาพและสัญญลักษณ์ของวัตถุ ที่ตั้งแห่งเหยื่อ ให้ทุกข์ คร่ำครวญอาลัย ว่าพลัดพรากจากหน้าตาหรือรูปทรง จนกว่าปัญญาเติบกล้า เห็นจิตและกายเป็นของว่าง ไร้กาล เป็นสมบัติร่วมรากกับธรรมชาตมาแต่ต้น เขาจะทราบว่าไม่เคยมีสิ่งไหนพลัดพรากจากสิ่งใดได้โดยแท้ ชีวิตก็จะทิ้งตัวลงในห้วงเวหา แทรกตัวกลับสู่ธรรมชาติ ไม่ว่าเขาจะแทรกกลับได้ก่อนวัตถุที่ประกอบเป็นกายจะแตกแยกหรือยังประสานกันอยู่หรือหาไม่ เขาจะต้องได้รู้ถึงการ เรียกกลับสู่พระองค์
- เพราะว่า เมื่อความดำรงอยู่ ของชีวิตของมนุษย์ได้สิ้นสุด ความดำรงอยู่ที่เหนือกาลก่อนหน้าความเป็นมนุษย์อุบัติก็ประจักษ์ ช่วงนี้มิใช่ครั้งปุริมกาล (Primitive) เลย แต่เป็นปัจจุบันขณะแห่งความว่างจากอัตตา
- การค้นพบการดำรงอยู่นอกเหนือกาลของสรรพสิ่ง ก็คือการค้นพบธรรม ธรรมก็คือความดำรงทรงอยู่ การทรงอยู่ก็คือการดำเนินร่วม มีสมภาพ สมานฉันท์ต่อทุกสิ่ง ซึ่งถูกขนานชื่อว่า ธรรมชาติ
คุณอาจหยั่งรู้ความข้อนี้ได้ ในปัจจุบันขณะแห่งความว่างลงของอัตตาแม้ขณะเดียว
*************************
จากหนังสือ ชีวิตของคุณมีอยู่เพียงขณะเดียว โดย รุ่งอรุณ ณ.สนธยา
เห็นด้วยมากๆ เลยค่ะ คุณลุงสุข
"ก่อนหน้าที่มนุษย์และสัตว์จะอุบัติขึ้นในโลก ธรรมชาติ ท่านได้ดำเนินอยู่ เมื่อมนุษย์และสรรพชีวิตได้ถือกำเนิดแล้ว ธรรมชาติท่านยังดำเนินอยู่ หลังจากวงค์วานมนุษย์และสรรพสัตว์สลายหมดแล้ว ธรรมชาติท่านคงดำเนินการอยู่ ทางดำเนินของท่าน"
มุมมองของมนุษย์มักเป็นมุมมองเปรียบเทียบจากตัวเราออกไป เห็นว่าตัวเองมีกายเป็นของแ่น่นอน แต่ลืมคิดไปว่ามันไม่แน่นอน เพราะปัจจุบันที่กำลังคิดนี้กายยังดีอยู่ ตราบใดที่กำลังป่วยอยู่บางคนถึงจะเริ่มรู้สึกถึงอนิจจัง ว่ามันไม่แ่น่..ประมาณไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา
การมีสติเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากที่จะทำให้เราไม่หลุดไปกับสิ่งที่ไม่เป็นจริงและอยู่กับสิุ่งที่เป็นจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เท่านั้น
"การค้นพบการดำรงอยู่นอกเหนือกาลของสรรพสิ่ง ก็คือการค้นพบธรรม"
ขอบคุณที่นำมาฝากกันนะคะ
สวัสดีครับอาจารย์
เวลาใดที่จิตเริ่มฟุ้ง พอรู้ว่าฟุ้ง รู้ว่าหลุดอีกแล้วหรือนี่ ผมมักจะกลับมาทบทวน หากัลยาณมิตรที่ดีที่สุดคือหนังสือดีๆสักเล่ม ไม่นานนักก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ แต่หากปล่อยไว้ไม่รีบหาหลักเกาะให้ดีๆ กว่าจะกลับมาที่เดิมได้ต้องใช้เวลา อาการนี้อาจจะเป็นเฉพาะตัวผมเองคนเดียวก็ได้
ขอบคุณครับที่มาร่วมแสดงความคิดเห็น
สวัสดีค่ะปู่หลง
การมีสติของตนเอง ดีที่สุด และการหมั่นเพียร ในการสร้างบุญกุศล สะสมบุญ และขอให้หลุดพ้นจากกิเกสค่ะ
สวัสดีครับ อาจารย์ MSU-KM :panatung
คิดดี... แท้จริงแล้ว เป็นเรื่องของจิตใจ ทัศนคติ ความเข้าใจชีวิต การจัดการกับปัญหา ที่จะทำให้ชีวิต ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป แต่กลายเป็นโอกาสในการเรียนรู้ สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา