เรื่องความตาย ทำไมของสองสิ่งนี้ เกิดและตาย เป็นของคู่กัน หรือ ของที่แตกต่างกันสิ้นเชิงนะ

   เมื่อวานไปตรวจร่างกาย แล้วไปประชุมต่อที่ จังหวัดระยอง แล้วกลับมางานเลี้ยง ที่สัตหีบ กว่าจะถึงบ้าน ก็เลยเที่ยงคืนไปหน่อยๆ พอรุ่งเช้า ก็ต้องไปงานทำบุญ บ้านน้า น้องสาวแม่คนเล็ก ที่มีอายุตั้ง ๗๔ ปีพอดี เห็นภาพรวมพี่ รวมน้องแล้วก็ดีใจ ลูกๆส่วนใหญ่ อยู่ออสเตรเลีย แต่ละปีจะกลับมาจัดงานวันเกิดให้แม่ บางครั้งก็พากันรับแม่ไปอยู่เป็นปีที่ต่างประเทศ เมื่อได้สนทนาประสาญาติ แลกเปลี่ยนเรื่องราวกัน มากมาย ที่สุดก็ลงท้ายเรื่องงานบุญ และการร่วมบุญผ้าไตร ที่จะส่งไปบังกลาเทศ เป็นการต่อสัมพันธ์ญาติมิตรด้วยบุญจริงๆ

    ขณะที่นั่งรับประทานอาหารร่วมกัน ก็มีเรืองที่คุยกันไป จากเรื่องวันเกิดสนุกสนาน จนถึงเรื่องความตาย ทำไมของสองสิ่งนี้ เกิดและตาย เป็นของคู่กัน หรือ ของที่แตกต่างกันสิ้นเชิงนะ แต่เราก็พากันมาเชื่อมโยงอย่างไม่รู้สึกตัว

  การตายของญาติ ทางพี่สะใภ้ ที่ผู้เขียนเองก็ไปเผาศพเขาทันพอดี คือเพิ่งทราบข่าวก็เป็นวันเผาแล้ว รู้สึกดีที่ไปทันเวลา และได้ไปส่งสังขาร อันไม่น่าพึงปรารถนาในชาตินี้ ของเจ้าของ แต่ กับสภาพสังขารที่กล่าวถึงนี้ ก็ทำให้เธอได้อาศัย สร้างบารมี สมชาติเกิดทีเดียว

  เล็กคือชื่อขื่อผู้จากไป เธอเป็นธาลัสซีเมีย โรคเลือด ที่ใครๆ คงเคยเห็น ผู้เป็นโรคแบบแสดงอาการนี้ จะมีร่างกายที่ซูบซีด การสร้างเม็ดเลือดน้อย ทำให้ต้องมีการให้เลือด แต่โชคดี ที่โรคนี้ไม่มีผลต่อสมอง เช่นปัญญาอ่อน

 เล็กเป็นคนกตัญญู เท่าที่รู้จักมา ขยันทำงาน ช่วยพ่อแม่มาตลอด สะอาดมากๆ บ้านเรือน เรียบร้อย จนคนชม มีน้ำใจโอบอ้อมอารีย์ ผู้เขียนประทับใจเธอมาก มาสี่ปีสุดท้ายของชีวิต เธอกลับมีอาการทางโรคไตมาแทรกอีก ทำให้สังขารที่เสื่อมอยู่แล้ว ต้องมาเป็นภาระมากขึ้นไปอีก ต้องล้างไตสัปดาห์ละ ๒ ครั้ง แม่และพี่น้อง มีน้ำใจน่าสรรเสริญ เธอได้รับความเมตตามาก ต่างก็ช่วยกันทำงาน เก็บเงินไว้ให้เล็กล้างไต แม้ฐานะครอบครัวก็ไม่ดีนัก แต่ไม่มีใครบ่น นานนับวัน บางครั้งขัดสน ต้องขายที่บางผืน เพื่อช่วยค่าล้างไต ครั้งหนึ่ง เธอช็อคคาเครื่อง แต่แพทย์ช่วยไว้ได้ เธอกลับบอกว่า ที่จริงปล่อยเธอไปได้แล้ว ตายเสียขณะนี้ กรรมดี ที่เธอสั่งสม ที่มีความกตัญญู ดูแลความเป็นอยู่แก่ครอบครัว เมื่อยามที่มีเรียวแรง หลังการล้างไต เธอว่า บุญจะได้ส่งผลให้เธอ ไปเกิดและได้อัตตภาพร่างกายที่ดีกว่านี้ เธออธิษฐาน

  ผู้ที่ใกล้ชิดเล่าต่อว่า เล็กจดบันทึก ไว้ ตั้งแต่เริ่มล้างไต เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ สี่ปีที่แล้ว จนถึงครั้งสุดท้าย ก่อนเสียชีวิต คือเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ครบสี่ปีพอดี เป็นเงินค่าใช้จ่าย สี่แสนบาทเศษ

 เธอคิดว่าเป็นภาระมากแล้ว แต่วันเผาศพ ผู้เขียนได้พูดคุยกับแม่เธอ แม่กลับบอกว่า ถึงจะต้องล้างกันอีกสักกี่ปีก็เต็มใจ หมดไปเท่าไหร่ไม่เคยคิด ขอเพียงให้เห็น ให้ได้อยู่ใกล้ลูกก็พอ....

  ผู้เขียน เรียบเรียงเรื่องราวของเล็ก ที่ได้รับทราบมาทั้งหมด มาบันทึกไว้ แม้เล็กจะเป็นผู้ทุกข์ยากคนหนึ่งในสังคม การมีชีวิต หรือจากไป อาจไม่มีผล หรือกระทบใครในสังคมเลย แต่ผู้เขียน กลับรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ ของชีวิตของเล็ก ประทับใจความกตัญญู ที่ยามมีกำลังจะดูแลครอบครัว ประทับใจพ่อแม่ พี่น้อง ที่พากันทำมาหากิน แล้วเก็บออมไว้ ช่วยเหลือเยียวยาโรคของเล็ก ประทับใจ ความรัก ที่ต่างมีต่อกัน อย่างไม่มีข้อแม้ และสุดท้ายประทับใจ ที่ไม่มีใครสักคน จะหลุดปากว่า เรารักษาโรคให้เล็ก นานเท่านี้ พอหรือยัง?

   ผู้เขียนขอสดุดี เล็กผู้จากไป และหมู่ญาติ ที่มีใจประเสริฐ ผู้ทำให้เห็นว่า แม้สังขารไม่อำนวย แต่ก็ไม่ได้ทำในจิตใจ ของคนเรานั้น ต้องอ่อนแอต่อการสร้างความดีเลย............