เมื่อวานเห็นข่าวฆาตกรรมเจ้าแม่หมา.......คนขายหมาบ้านท่าแร่........บ้านนี้เมื่อ ๒๐ ปี ก่อน ครูพรรณาเคยไปขอซื้อเนื้อหมาแดดเดียว...ช่วงนั้นแพงมาก..ราคากิโลกรรมละ ๘๐ บาท....ขนาดต้องขอซื้อเลยนะ..เพราะเขาต้องทำส่งระหว่างโคราชกับกรุงเทพฯ...สัปดาห์ละ ๑,๖๐๐๐ กิโลกรัม...เฉพาะเนื้อหมาแดดเดียวนะจ๊ะ......ฉะนั้นใครอย่าหวังว่าจะหากินได้ง่ายๆ ....ยิ่งมีกระแสสิทธิสัตว์..เอ้ย! คุ้มครองสัตว์...ยิ่งหมดโอกาส....ครูพรรณาซื้อไปฝากครูผู้หลักผู้ใหญ่ที่โรงเรียน...เขาเรียกร้องนัก...ทำนองว่าอยู่สกลฯ ต้องกินหมา..อะไรเทือกๆ นั้นแหละ.......พอเราซื้อมาจัดการให้ฟรีเลย......ใครไม่กินถูกแช่ง..ราคาแพงนี่หว่า.....หอบขึ้นรถทัวร์อีกต่างหาก.....แถมหมาเห็น...ได้กลิ่น..ก็เห่าซะ....สุดท้ายครูบางลี่หลายคนกินเนื้อหมาแดดเดียวอร่อย ๆ ...บางคนขออีก...ใครซื้อมา...ซื้อจากไหน..จะไปซื้อบ้าง....พวกหลอกให้กินอร่อยซะก่อน...พอเฉลยก็อ้วกไม่ออกแล้ว.....ยังมีทีเด็ดนะ...ครูพรรณาเคยเสนอรายการจานโปรด..หัวหมาหม้อไฟเลยเพ่....พวกสยอง!!!!!!!!!!.......
วันนี้เกิดความคิดจะเขียนถึงหมาที่เรารู้จักสักหน่อย
ตัวแรกเลยก็อีเขียว..คำไอ้..อี..ของครูพรรณา..เป็นคำเรียกแบบประเภทติดใจ....รักใคร่...อยู่ในความคิดคำนึง....สรรพสิ่งในโลกนี้.....ครุพรรณามักมีคำนำหน้าร้องเรียกว่า..อี..ไอ้...เสมอ..และก็ไม่ได้จำกัดว่าเพศผู้ .เพศเมีย......เพราะบางทีก็สลับสับสนด้วยเหตุผลเดียวกัน.คือรักใคร่...ติดใจ.
ภาพนี้อีพะโล้กับลูกมันครอกปัจจุบันมีซะ ๑๐ ตัว ตาย ๑ ขอบอก.......ถูกกจองหมดตั้งแต่อยู่ในท้องตามประสาคนช่างจอง.......
กลับมาหาอีเขียวดีกว่า..มันเป็นหมาตัวเมียมีสีน้ำตาลแดง..เจ้าของมันคือแม่ใหญ่ทุเรียน....บ้านของเขาตั้งอยู่กลางที่โล่งๆ ที่ดินมาก...และมีสะพานเชื่อมต่อจากบ้านของแกมาสู่สะพานส่วนรวมยาวประมาณ ๑๐๐ เมตรเห็นจะได้......หน่วยวัดของฉันเอง.....วัดเป็นเมตรเห็นจะได้.......อีเขียวเป็นหมาตัวแรกที่ฉันประทับใจสุด ๆ ....มันจะนอนเฝ้าหน้าบ้านมันนั่นแหละ...แต่เวลาเด็ก ๆ เดินวิ่งผ่าน..ก็มักจะล้อเล่นให้มันวิ่งไล่กวด..ฉันก็แจ่มเลย......ปิดเทอมอากาศร้อน ๆ อาบน้ำปะแป้งแต่งตัว.ผ้าถุงลายดอกแจ่มๆ สีแดงแป๋...ผัดหน้าขาวจ้อกวอก.....เดินออกไปจะซื้อส้มตำกิน...ผ่านบ้านแม่ใหญ่ทุเรียน..ก็ปฏิบัติการล้อเล่นกับอีเขียว......นิดเดียว...นิดเดียวจริงๆ ....แล้วก็เดินทางต่อไป...อีเขียวมาจากไหน.....ก็จากบ้านมันนะซิ..แต่ตอนไหนไม่รุ้....เข้าประชิดตัวฉันแล้วก็เห่าแบบว่า.......ข้าอยากกัดเอ็งว่ะ!!!!!....ฉันก็แหกปากซะก้องโลกเลย..........คนมาช่วยพอเห็นฉันต่างก็........สมหน้ามึง...
นี่ก็ไอ้ขาว....หมาจอมโหล่.....ประจำบ้านพัก...ใครไปมาแม่ง....วิ่งชาร์ดเข้าไล่.....รถรามอไซค์จะคว่ำตายก็ถนนมันลื่นหิน......มันวิ่งเข้ามาใกล้พอจำได้มันก็หยุด....คนกับหมาก็เกร็งกันไม่ถูก......มันหลงมาตอนหน้าน้ำท่วม.....ไม่พูดไม่จากับใคร......โหล่อย่างเดียว.....แต่เดี๋ยวนี้มีเพื่อน...ทุกเย็นเดินออกกำลังกายกับลูกอีดำที่ขอบบ่อน้ำโรงเรียน.....มันเป็นหมันนะไอ้ขาวนี่
ต่อมาก็ไอ้ดำ......เมื่อบ้านฉันย้ายไปอยู่ในที่ลึกเข้าไปอีก ...จากปากซอยไปก้นซอย......ไอ้ดำก็อยู่หน้าบ้าน..นอนเฝ้าบ้านมันกับบ้านฉัน...หน้าบ้านมันประจันหน้ากัน..พื้นที่ว่างเป็นทางเดินประมาณ ๑ เมตรเห็นจะได้.....ทีนี้น้องสาวฉันมันชอบเลี้ยงแมว...แล้วแมวกับหมาก็เป็นศัตรูกัน....ไอ้ดำก็วิ่งไล่แมวเมื่อเห็น..อีแมว ( ตัวเมีย ) ก็ชอบออกมาเล่นเอาเถิดเจ้าล่อกับไอ้ดำ ...ฉันรำคาญมันที่เปิดบ้านไม่ได้
หลายปีต่อมาย้ายไปอยู่สกลนครก็เริ่มต้นรู้จักหมาใหม่อีก คือไอ้โอเล่ และอีขาว เป็นหมาของปั้มน้ำมันที่บ้านฉันเช่าร้านอยู่...อยู่ ๆ ไป ไอ้หมา ๒ ตัวนี้ก็กลายเป็นหมาบ้านฉันไป...ก็มันมากินข้าว...อีขาวเป็นหมาภูเขา...เจ้าของเขาว่าอย่างนั้น...อีนี่สะอาดมาก...อาบน้ำทุกวัน...วันละหลายหน...ที่ถ้ามันยังอยู่ที่ภูเขา....มันอาจถูกขับไล่ออกจากภูเขา ( หมู่บ้าน ) ฐานเสียผี...อาบน้ำมากเกิน..อยู่มามันก็ออกลูก..มีอีนวล...สีขาวเหมือนมัน...จากอีนวลก็เป็นขาวอีกรอบ...แล้วก็เป็นอีตาล....ระหว่างอีนวลขาวรอบ ๒ กับอีตาลนี่...มีวีรกรรมความรักระหว่างโครตเง่าของหมาให้เจ้าของร้านและลูกค้าได้หัวเราะกันอย่างมีความสุข.......เรื่องมีว่าอีหมา ๒ ตัวนี่เกิดตั้งท้องระยะเวลาใกล้กัน...และโรงพยาบาลของพวกมันตั้งแต่คุณทวด.....ก็คือใต้โรงถ่าน..ติดทางเดินไปห้องสุขา...พอเวลามันคลอดลูก...ใครจะไปสุขาก็ต้องระมัดระวังให้ดี...หมามันดุ....แล้วเหตุก็เกิด....อีตาลคลอดลูกก่อน...มีจำนวน ๘ ตัวอีหมาพวกนี้แปลก...เวลาคลอดลูกมันก็ไม่บอก....เล่นหายหน้าไปเฉยๆ......พวกคนก็ต้องเสาะหาซากมันเพื่อเก็บหัวไปทำหัวหมาหม้อไฟไง......ประมาณว่านึกว่ามันโดนซะแล้ว......หมู่บ้านนี้เต็มไปด้วยนักศึกษาครู...อาชีวะ...เกษตร..ทหารหลายกรมกอง.....สุดท้ายเราก็พบอีตาลอยูใต้โรงถ่าน....โดยมีอีขาวมาคอยให้กำลังใจ...แต่เหมือนอีตาลมันไม่พอใจ....คอยแฮ่ใส่อีขาวตลอดเวลา....เราก็เอาข้าวไปให้มันกิน...มันไม่ขึ้นมากินหรอก....สุดท้ายต้องเอายัดเข้าไปใต้โรงถ่านให้มัน......หลายวันเข้าอีตาลผอมหมดแรง....ทนไม่ได้อาหารมีไม่พอ....มันก็โผล่พรวดขึ้นมากินข้าวในอ่างสำหรับหมาปกติ........ใครจะคิดอีขาวเห็นอีตาลกำลังกินข้าวมันวิ่งพรวดเข้าไปใต้โรงถ่านแล้วดูแลหลานยายอย่างดี...หลานๆ หิวนม อีนี่ก็ให้นม ทั้ง ๆ ที่ไม่มีนมให้ ....พออีตาลกลับมาอีขาวก็ออกให้อีตาลดูแลลูกต่อไป......พ้นได้สักเดือน..ลูกหมาออกมาวิ่งเล่นไม่เกิน ๑๐ วัน ยังจำชื่อไม่ได้เลย...เพราะไม่ได้ตั้งชื่อฉันกลับบ้านอีกครั้งหมาไปหมดแล้วมีคนจองขอไปแล้ว
คราวนี้ก็ถึงคราวอีขาวออกลูกบ้าง...พฤติกรรมของมันก็สลับกันกับอีตาล....อีตาลมันก็ขอเวลาไปดูน้อง ๆ ของมันบ้าง...แล้วไม่นานลูกของมันก็หมด......
ตัวที่ ๓ ไอ้เบนจี้....ตัวดำปี๋...น้องสาวฉันตั้งชื่อให้...จะเป็นลูกของอีขาวหรืออีตาลก็ไม่แน่ใจ.....คราวนี้ทั้งบ้านมีมันตัวเดียวที่เป็นลูกหมา.......เราเอามันออกมาจากใต้โรงถ่านเลี้ยงด้วยนมขวด...ไวตามิ้นท์..ขอค่าโฆษณาด้วยค่ะ.....เอาใส่ขวดกระทิงแดง....ได้ค่าโฆษณาอีก.....แล้วก็เอาจุกนมของหลานชายที่ขาดๆ แล้ว ปิดปากขวด....ให้ไอ้เบนจี้กิน...ไอ้เจ้านี้ก็นอนหงาย..สองตีนหน้าประคองขวดนมใส่ปากดูดอั๊กๆ แข่งกับหลานชายฉันที่นอนอยู่ในเปลใกล้ๆ กันกับมัน....แต่มันอยู่ได้ไม่นาน..บ้านฉันมีกิจกรรมงานศพที่นครสวรรค์..ไม่มีใครอยู่บ้าน ( ร้าน) ....กลับมาอีกทีบ้านเงียบเชียว........หลายวันไม่มีใครเห็นไอ้เบนจี้.......แล้วเราก็พบหัวของมันไปอยู่ที่ใต้ต้นมะม่วงหลังบ้าน...เนื้อมันไม่เห็นซาก..แบบว่า หมดแล้ว...ส่วนมันจะถูกฆาตกรรม หรืออุบัติเหตุก็สุดวิสัย...เพราะคนที่กินมัน..จะไม่เล่าให้ฟัง......ถามไถ่ก็ได้คำตอบว่าไม่รู้ไม่เห็น
ตัวที่ ๔ ชื่อไอ้โก้..ที่ชื่อนี้เพราะเป็นหมาฝรั่งพันธุ์อัลเซเชี่ยล..พี่ชายฉันเอามันมาจากชัยนาท...ไม่มีใครสนใจขอไปเลี้ยง เพราะหมาพวกนี้ตอนเด็ก ๆ สภาพมันเหมือนหมาซกมก......พอมันโตมากขึ้น...นายทหารที่นานๆ มากินอาหารที่ร้านก็ถามไถ่ว่าได้มาจากไหน......พอเล่าให้ฟังก็เหมาเอาว่าพวกเราเอาไปซ่อนไม่ให้ใครเห็นกลัวถูกขอ.......ไม่ยอมรับว่าตนเองตาไม่ถึง..จะถึงได้ไงช่วงนั้นมีลูกหมาเกือบ ๒๐ ตัว......มั่วไปหมด.......ใครอยากได้ก็ขอไปเลี้ยง.....
ไอ้โก้นี่มีวีรกรรม....หมดบ้านมันไม่ฟังใครนอกจากพี่ชายฉันเท่านั้น..เวลาเขาดุมันเขาเอาจริง..มันเลยกลัวและรักเขามากด้วย....มันจะตามเขาไปตลาดเช้าทุกวัน...แล้วเหตุก็เกิดขณะวิ่งตามรถพี่ชายฉัน.. ๑๐ ล้อ มาจากไหนไอ้โก้หลบไม่ทัน...เป้งเข้าให้......ในเวลาเช้าเลย....ต่อหน้าต่อตาทุกคนในร้าน....ก็มันโดนที่ถนนหน้าร้าน..ไอ้โก้เงียบไม่ดุกดิก..พวกเราวิ่งหามไอ้โก้......พี่ชายรีบลงจากรถแบกไอ้โก้ไปส่งโรงหมอหมา......ปรากฏว่ามันรอด.....แต่มีเขี้ยวแสยะอยู่ที่มุมปากตลอดเวลา....ใครไม่เคยเห็นและรู้จักไอ้โก้ก็ไม่กล้าเข้าใกล้เพราะคิดว่ามันแยกเขี้ยวจะกัด....มันมีหน้าที่เฝ้าขวดเหล้าและอาหารบนโต๊ะของแขกประจำร้านผู้หนึ่ง...เขาไม่ได้ให้มันกินอะไรเลย...เพียงแต่เวลามาถึงร้าน.....เขาแค่ทักมันว่า...ไงสบายดีไหมมึง!!!! เท่านั้นจริง ๆ
ต่อมาไอ้โก้ตามพี่ชายฉันไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒิวิทยาเขตมหาสารคาม......ปรากฏว่ามันเป็นหมานักศึกษา...และหมาอาจารย์ไปด้วยในตัว...เวลาใครมาหาอาจารย์หรือพี่ชายของฉันที่บ้านอาจารย์.....คนคุ้นเคย......ก็จะกินข้าวด้วยกันแต่ไม่พร้อมกัน...แขกที่มาบ้านจะต้องถามก่อนว่าไอ้โก้กินข้าวหรือยัง..ถ้ายังจะได้แบ่งไว้ให้กิน...เข้าทำนองแย่งหมากิน...ซะงั้น
มีเรื่องเล่าต่อมาฉันก็ได้ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยนี้บ้าง...และได้อยู่บ้านอาจารย์นี่แหละ....ส่วนไอ้โก้มันอยากกลับสกลฯ แต่กลับไม่ได้เพราะอาจารย์ขอไว้.......มีสาว ๆ มาหาอาจารย์บ่อยมาก..แล้วก็มีนางหนึ่งมีอาการไม่ถูกชะตากับฉันตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้.....วันหนึ่งเธอมาหาอาจารย์ในวันหยุด...พร้อมสัมภาระถุงใหญ่.....พร้อมกับบอกว่าจะเอามาฝากอาจารย์...ฉันบอกว่าอาจารย์ไม่อยู่ไม่รู้จะกลับเมื่อไรไม่ได้บอกไว้...เธอวางถุงไว้ข้างประตูใกล้กองรองเท้าอาจารย์.....แล้วพูดว่า..งั้นฝากไว้ให้ไอ้โก้....เธอคงกลัวฉันกินมั้ง......วันรุ่งขึ้นอาจารย์กลับมาและสวมรองเท้าเพื่อไปเล่นกีฬาเหลือบเห็นถุงก็เปิดดูพร้อมกับหยิบกิน.....แล้วถาม.....ใครซื้อมาวะอร่อยดี....แล้วทำไมมาวางไว้ตรงนี้เดี๋ยวไอ้โก้ก็กินหมดหรอก......ฉันตอบอาจารย์....ไอ้โก้กินหมดไม่เป็นไรเพราะเขาเอามาฝากไอ้โก้......ตั้งแต่นั้นมาฉันไม่เห็นเธอผู้นี้มาบ้านอาจารย์อีกเลย.........
๕. ต่อมาก็อีฟู ( ตัวผู้ ) เป็นหมาเก็บได้จากสวนสาธารณะ.......พันธุ์พุดเดิ้ลสีขาว...มันเป็นหมาทารก...พี่สาวเก็บได้ประกาศหาเจ้าของผ่านเสียงตามสายของสวนฯ....รอจนค่ำก็ไม่มารับ.....นำมันกลับบ้าน.....เอาข้าวน้ำให้กินก็ไม่กิน...ไม่ร้องไม่เห่า.นั่งเจ่าอยู่นั่นแล้ว.....พี่สาวก็เลยเอามาให้น้องสาวและน้องเขยช่วยเลี้ยง.....ปรากฎว่าอีนี่แตหลอไม่เบา...มันกินแต่นม...มันเข้าส้วมใช้โถชักโครก....โถใช้เท้าเหยียบนั่งยอง ๆ มันไม่เข้าแถมน้องเขยก็รักมันซื้อเตียงนอนแบบทารกให้มันนอน.....มันเลยบรมสุข....เมื่อฉันไปเยี่ยมน้องสาวที่สกลครั้งสุดท้าย..อีฟูตื่นลุกขึ้นมาส่งฉันในวันขากลับ..มีอาการเอาสองขาหน้ามาเกาะเอวฉันแล้วเอาปากงับกระเป๋าสตางค์.....อีนี่งกเหมือนหลาน ๆ เลย.....ญาติๆ มักจะแจกเงินหลานเมื่อเวลาจะลากลับ....ฉันชอบแจกตอนเช้ามืด..จะได้แจกน้อยหน่อย.....ใครไม่ตื่นขึ้นมาร่ำลากันเป็นอันอด.....
นี่ก็อีปุย...หมาขาโจ๋ประจำโรงเรียน....ปัจุจบันมันอยู่บ้านยายทุเรียนและรักภารโรงทุกคนตาเริงอัวยายทุเรียนอยู่เวรยามอีปุยไปนอนเฝ้า.ตาบันอยู่เวรยาม.มันไปเฝ้า..ใคร ๆ อยู่มันก็ไปเฝ้า....มันกำลังถูกเลี้ยง...และรับค่านิยมแปลกๆ..จากสิ่งแวดล้อมต้วมัน..เพราะมันกำลังเสียหมา
ตัวที่ ๖ เป็นไอ้ลีโอกับอีโตโต้........ที่บ้านน้องสาวฉันซอยในหมู่บ้านมีคนหลากหลายอาชีพอยู่ด้วยกันที่มากหน่อยก็พวกทหารหมา...เขาก็เลยนิยมเลี้ยงหมา...ไอ้เฟด...เป็นหมาตัวผู้อยู่ท้ายซอยนาน ๆ เจ้าของจะพาออกมาเดินเล่นหัวซอย.....ก็ต้องผ่านหน้าบ้านน้องสาวฉัน......ไอ้เฟดเป็นหมาหัวสูง..มันไม่สนใจใครทั้งหมาและคน..และแล้วมันก็พ่ายแพ้แก่แม่ของฉัน...เพราะแม่ของฉันเขาเป็นคนเรียบร้อย...ประเภทไปลามาไหว้.....เจรจาไพเราะเสนาะจับใจ....แต่ใครอย่าบังอาจให้แม่ด่าเชียว...แหลก...แจก ...มีแถมด้วย.....
เช้าวันหนึ่ง...น้องสาวฉันก็ต้องตะโกนเรียกคุณยาย ( แม่ฉัน )ให้ออกมาไวๆ มาดูอะไรนี่เร็ว...ไอ้เฟด...มันมานั่งหน้าบ้าน...ยก ๒ ตีนหน้าขึ้นไหว้ประตูบ้าน....พอยายออกมาเท่านั้นแหละ...มันรีบวิ่งไปหาแล้วนั่งลงพร้อมหมอบและยื่น ๒ ตีนหน้าออกกราบยาย.....ซะงั้น....เสียงยายร้อง...ไอ้ห่...เฟด.....มึงนี่นิ..
แล้วมันก็มาหน้าบ้านทุกวันในเวลาเช้า...รอยายออกมาใส่บาตรแล้ว......มันก็แสดงอาการดังกล่าวทุกวัน....สุดท้ายน้องสาวและยายก็ต้องยอมให้ไอ้เฟดสมหวังกับอีโตโต้........

ภาพนี้เจตนาให้เห็นอีดำกับลูกมัน ดำเหมือนกันจนแยกไม่ออกถ้าไม่ดูขนาด อีดำออกลูกมา ๑๐ ตัว ดำเหมือนแม่มันทุกตัว .....ตาย ๑ ตัว ในช่วงแรก...ต่อมาพอน้ำลดเหลือลูกตัวเดียว..ไม่รู้ใครกินหมด...มันเป็นหมาที่อดทนและทนอด....ไม่มีใครเหลียวแลมัน..ขนาดภารโรงยังลำเอียง....เรียกอีปุยขึ้นรถอีแต๋น..อีปุยก็เล่นองค์ไม่ยอมขึ้น.....ส่วนอีดำกับลูกยืนเอียงคอมองขอให้เรียก.....ฉันคิดเองก็ไม่มีใครเรียก....สุดท้ายฉันทนไม่ได้..กระเจิงค่ะ..คนอะไรวะกับหมายังลำเอียงเลย..อีปุยเล่นตัวซะขนาดนั้น...ส่วนอีจรจัด ๒ ตัวนี่ สองตาก็ไม่มองเลยเหรอ.....พรืด!!!!! รถอีแต๋นถูกเร่งเครื่อง และขับออกไปอย่างรวดเร็ว.....
ในภาพนี้ก็จะมีอีปุย...หมาที่เสียหมา.....และอีหลง...นี่ก็หลงมาโรงเรียนแต่เช้า.....เจ้าของคงเอามาปล่อยหน้าถนน..มันเดินเข้าโรงเรียนพร้อมเด็ก ๆ ...เดินแบบกล้า ๆ กลัว ๆ ครูที่ยืนเวรหน้าประตู....วันนี้ลูกเสือเข้าค่ายมันมาเล่นกับนักเรียน..เด็กๆ เล่นจนมันหมดแรง.....คนเขาไปไหนกันหมดแล้ว....ฉันเห็นมันนอนอยู่ที่ถนนนตรงที่นักเรียนนั่ง....คิดว่ามันเฉามือตายซะแล้ว.......ครูดำรงไปอุ้มมันมา.....แล้วเอานมกล่อง...ยี่ห้อไม่บอกอยากไม่ให้ค่าโฆษณา.....พอกินอิ่มมันก็เล่นกับอีปุย
ตัวที่ ๗ ชื่ออะไรก็ไม่รู้จำไม่ได้....ไม่ใช่ชื่อหมา......ฉันจำไม่ได้ต่างหาก..เป็นหมาตัวแรกที่รู้จักเมื่อมาอยู่โรงเรียนบางลี่ฯ มันกัดลูกชายฉันที่หน้าบ้านฉันเลย...มันตามเจ้าของมา..และวิ่งเล่นอยู่หน้าบ้านลูกชายฉันก็ออกไปพอดี...หะแรกก็ไม่มีอะไร...ฉันไม่เอาความ...เจ้าของดีใจใหญ่หาว่าฉันโง่...สุดท้ายฉันเลยกัดกับเจ้าของหมาซะ.......งานนี้คุ้ม ......ฉันได้เงิน.....อย่างนี้เขาเรียกว่าเสียเงินเพราะปากหมา...
ตัวที่ ๗ ๘ ๙ ๑ ๐..... ก็มีอีวาโก้ อีพะโล้ อีปุย ไอ้ขาว ไอ้หลง..และอาจจะ........
เอาอีพะโล้ละกันนะ อีนี่งานนี้มาแจ่ม ออกลูก ๑๐ ตัว ตาย ๑ เหลือ ๙ ใครๆ ก็จองลูกตั้งแต่อยู่ในท้องแล้วครูดวงจันทร์ก็นำมันมาเลี้ยงไว้ที่บ้าน..ปกติมันจะคลอดลูกที่ส้วมร้างหลังโรงเรียน.....พวกภารโรงก็ซื้อหวยอีพะโล้ ถูกกันไปหลายคน..แต่ครูดวงจันทร์ไม่ถูก เพราะเล่นไม่ทุกชนิด...ภารโรงเขาเล่น ใต้ดิน บนดิน ออมสิน ธกส......รัฐฯ กะว่ารวมกันออกจะได้เล่นน้อย.....ที่ไหนได้เล่นทุกอย่าง.... นี่ก็มีหวยล้วงรายวันหลายสิบเจ้า.....เล่นกันทุกเจ้า...คงถูกกันบ้างหรอก...กลับมาอีพะโล้ดีกว่า.....ทุกวันนี้ครูพรรณาเริ่มเบื่อเสียงครูดวงจันทร์...เดี๋ยว ๆ เสียงแกก็แหวกอากาศแว้ด ๆ ๆ ...ไม่เป็นเวลาร่ำเวลา...ไม่ได้ดุหมาหรอก..แกชื่นชมหมาลูกอีพะโล้นี่แหละ...วันละหลาย ๆ เวลา...ขนาดคนมีลูกอ่อน...เขายังไม่ชื่นชมหรือเล่นกับลูกเสียงดังเท่าแกเลย...วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่ลูกอีพะโล้จะอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน ...เพราะเขานัดหมายแจกจ่ายหมาจ้า................
สงสารมัน...มันคงวิ่งวนไปวนมาหาลูก...เหมือนหมาตัวอื่น ๆ ที่ฉันรู้จัก...
ตัวสุดท้ายเลยละกัน...ตัวนี้ฉันเรียกไอ้หอยโข่ง...จริง ๆ แม่มันตั้งชื่อให้โข่งเฉยๆ หรือเปล่าก็ไม่รู้....ฉันรู้จักมันจากการเล่าเรื่องของแม่มันใน G2K นี่แหละ .....และทำท่าจะรู้จักดีกว่า นิกกับพิม และก็ไอ้มอม ของท่าน คึกฤทธิ์ ............
ตั้งใจเขียนตำยำหมารสแซบ..กะจะเสริฟร้อน ๆ แต่ต้องเททิ้งด้วยความเสียดาย...เจ้าลูกชายส่งอีเมลล์ยุทธการกินหมามาให้ ....เปิดดู....ไอ๋หยา...เป็นต้มจืดหมา....ซดคล่องคอกว่าเป็นไหนๆ ...แถมเป็นยาเย็นอีกต่างหาก..
ไปกินต้มจืดหมากันเถอะ
วิธีการกินหมา
ขั้นแรก นำหมาที่ต้องการมา...เลือกที่สะอาด หน้าตาน่าเอ็นดู และขนาดกะทัดรัด
ขั้นที่สอง คลุกคลีกับหมาเล็กน้อย เพื่อสร้างความคุ้นเคย หมาจะได้ไม่ตื่นตกใจ ...."แฮ่...แฮ่...หมาน้อยน่ารัก แกเสร็จชั้นแน่..."
ขั้นที่สาม หากหมายังตื่นเต้น จะทำให้ยากต่อการกิน ให้สร้างความคุ้นเคยต่อไป....."เอื๊อกกก...น้ำยายหยัย...กินได้ยังเนี่ย"
ขั้นที่สี่ จับหัวและบั้นท้ายหมา ยึดให้แน่น!!! อย่าให้หมาดิ้นรนขัดขืนได้....."ฮึบ!!!"
ขั้นสุดท้าย ไม่ต้องรีรออะไรแล้ว...หม่ำเลย....."งั่ม..."
จาก
.DOG EATER :: วิธีการกินหมา
posted on 07 Dec 2007 13:20 by penguinarmy in Relax
สวัสดีค่ะ อาจารย์
ขจิต ฝอยทอง
- ที่บ้านครูพรรณา ไม่มีสักตัวค่ะ
- ที่เล่ามาเพราะอาศัยมองมันทุกวันค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ
- ที่นครสวรรค์ไม่เคยได้ข่าวว่ามีขาย
- สมัยเด็ก ๆ อยู่ทีนครสวรรค์เคยได้ยินเนื้อช้าง
- เขาเอามาแนมกับข้าวเหนียว..ไก่ย่าง..ขายข้างรถไฟ
- โตขึ้นประมาณการว่าน่าจะเป็นเนื้อควายแก่ๆ ...ก็มันเหนียวนัก
- ช้างนี่ไม่แน่ใจ
อ่านเรื่องต้มยำกุ้ง...เอ้ยย! ต้มยำหมา...ของคุณครูแล้วสนุกมากครับ...เห็นอีพะโล้แล้วนึกถึงอีไวท์ของผมเลยเอา MV มาฝากคุณครูครับ http://www.krujongrak.com/clip01.html
มาเยี่ยม
เรื่องกินหมา...หากินยากนะครับ ผมไหนร้านไหนขายอาหารนี้ในสงขลา...
สวัสดีค่ะ
- ข้อสุดท้าย...พ่อทำใจลำบากนะคะ
-บอกลุกไปเลย...พ่อมันแย่แพ้.......ที่ลูกต้องการ
- ๕๕๕
- พูดอะไรก้ไม่รุ....แก่ๆ เก่อ...มันอันตรายนะ
- หมาดำ....เป็นตำราว่ากันเฉยๆ....
- มีอาแปะข้างบ้านไปกินมา...ตอนเช้าไม่ตื่น
- พวกเราเด็ก ๆ เข้าไปปลุกในมุ้ง......บรือ!!!! อีซี้เลี้ยวอ่า
-ขอบค่ะคุณที่ส่ง MV มาให้ดู
- แต่ยังเปิดไม่เป็นเลยค่ะ
- แล้วจะรายงานนะคะ...สัญญาค่ะ
- ลูกมันชอบว่า...อีกและแม่นี่...โ .... จริง........ของมัน
- กินหมาหายาก
- ระวังถูกหมาจ้องกินนะคะ
- แบบว่าโลกเราหมุนวนค่ะ
- เคยไปเที่ยวหาดสมิรา เมื่อปี ๒๕๒๓...เป็นค่าจ้างห้ามเรียนต่อ
-เอาวะ...ยังไงก็ไม่ให้เรียนอยู่แล้ว...พักไป ๒ ปี...แบบว่าผลัดกันเรียน...ที่บ้านคนจนเงินไม่จนใจค่ะ
- ยังจำบรรยากาศได้เลยดี