งานนี้ต้องข่มใจ ห้ามขัดขืน

      เมื่อวาน (28 ก.พ. 2551) ที่ office สคส. เขาชวนไปขูดหินปูนกัน   ตัวเองตอนแรกกะว่าจะไม่ไปเพราะพิจารณาแล้วว่าเรายังไม่มีหินปูนเท่าไหร่    แต่แล้วก็เปลี่ยนใจไปซะหน่อย.....ตามเพื่อนค่ะ (เปลี่ยนใจตอน 8.30 น.  หาหมอตอน 9.00 น.)

        พอไปถึง  ได้เข้าห้องหมอคนแรกก่อนเพื่อนๆ เลยค่ะ    หมอดูไปดูมาก็บอกว่ามีฟันอยู่ซี่หนึ่งน่าเป็นห่วง  คือ ฟันคุด ที่เราอุตสาห์เก็บไว้ 3-4 ปีแล้วนั่นเอง   หมอบอกว่าควรเอาออก (หาหมอฟันมาหลายที่ ก็บอกอย่างนี้หมดแหละ  แต่เรายังเก็บไว้)    วันนี้หมอบอกอีกว่า "ไม่แน่นะ ฟันซี่ข้างๆ จะพลอยผุเพราะแปรงไม่ได้ไปด้วย"     เอาก็เอา....ผ่าฟันคุด ฉลองวันปิด สคส.  ไปเกิดใหม่เป็นมูลนิธิ สคส. เลยละกัน (ทำไม๊..คิดซาดิสไปได้ขนาดนี้)

        ก็เลยตัดสินใจบอกหมอว่า  "เอาฟันคุดออกได้เลยค่ะ"   หมอก็ไม่คิดจะนัดให้มาตอนเย็นหรือวันอื่นเลยนะ    เอาเลย  พาไป x-ray มาดูเสร็จ  ก็บอกว่าฟันมันล้ม 180 องศา  และเหมือนมีจุดอะไรดำๆ เกรงว่าฟันข้างๆ จะผุ (เดี๋ยวค่อยดูกันต่อแล้วกัน)     ก่อนฉีดยาชา...แล้วลงมือผ่า  หมอก็ถามว่า "เป็นโรคประจำตัวอะไรไหมครับ?   แพ้ยาอะไรหรือเปล่า?"     ก็เลยตอบไปว่า "ตอนนี้เป็นโรค ขี้ขลาด  กลัวเจ็บค่ะ  เคยมีประสบการณ์ผ่าฟันคุดตอนวัยรุ่นแล้วเจ็บไปเป็นอาทิตย์"     หมอก็หัวเราะเบาๆ บอกว่า "คราวนี้อาจจะเจ็บแค่ 4 วันครับ (ไม่ถึงอาทิตย์)"   แล้วหมอก็ลงมือฉีดยา....ผ่า....แล้วก็งัดๆๆๆ....ครั้งแรกไม่ออก....สองไม่ออก....ก็เรียกพยาบาลให้มาจับหน้าเราไว้...แล้วก็งัดๆๆๆอีก....จนออกมา.         

         ระหว่างนั้น หมอก็คอยถามว่าเจ็บไหมเป็นระยะๆ.... จริงๆ แล้วก็ไม่เจ็บมากหรอกค่ะ   แต่มันรู้สึกเหมือนต้องโดนถูกกระทำ โดยต้องข่มใจ ไม่ต่อสู้ขัดขืนอะ......ปกติ อ้อ ไม่ยอมนะ  (เป็นเหตุผลว่าไม่ชอบถูกเจาะเลือด หรือถอนฟัน)    คราวนี้ต้องจับมือตัวเองแน่นเลยค่ะ ...เป็นวิธีสงบใจไว้   เสร็จแล้วโชคดีว่าฟันข้างๆ ยังไม่ผุ   และก็เลยขอฟันคุดที่ถูกผ่ากลับมาด้วย (เย็บ 2 เข็ม)   เลยซาดิส ถ่ายรูปมาให้ดูอีกค่ะ ติดเนื้อเยื่อเหงือกเรามาด้วย   ซี่ขนาดพอๆ กับเหรียญห้าสิบสตางค์.........55555

 

อ้อ_สคส.