ชีวิตในวันแรกๆ ที่ UCMP ....
หลังจากพักนอนคืนแรกที่บ้านหนึ่งคืน เช้ารุ่งขึ้นตื่นขึ้นมา น้องคนไทยที่อยู่ที่บ้านหลังเดียวกันก็อาสาพาไปดำเนินการต่างๆ (อย่างน้อยก็พาเดินไปถูกทาง ไม่ต้องงมเอง ^ ^ ) ที่มหาวิทยาลัย

โดยทั่วไปแล้ว เวลานักศึกษาต่างชาติมาใหม่ที่มาเรียนต้องมารายงานตัวที่มหาวิทยาลัย โดยมากก็ไปรายงานตัวที่ International office ของแต่ละมหาวิทยาลัย หรือไปรายงานตัวที่ภาควิชาที่จะมาเรียน ของที่ Purdue สมัยก่อนจะไปรายงานตัวที่ inter office แต่ที่ UMCP (University of Maryland College Park) นี้ เขารายงานตัวกันที่ภาควิชา
สำหรับตัวเองแล้ว มาในฐานะ Visiting Scholar ก็คือเป็น visitor คนหนึ่งนั่นเอง ไม่ได้มาเรียน ก็เลยไม่แน่ใจว่ารายงานตัวที่ไหน พอดีใน Fulbright package เอกสารที่เขาส่งมาให้ระบุชื่อคนๆ หนึ่งที่ inter office ก็เลยเดินไปที่ inter office ก่อน แต่ปรากฎว่า เขาบอกให้ไปรายงานตัวที่ภาควิชา ก็เลยเดินกลับมาที่ภาควิชาอีก
ระบบที่นี่ค่อนข้างดี เราแค่ไปเจอเ้จ้าหน้าที่ที่เป็น business manager ของภาควิชา เล่าเรื่องให้เขาฟัง เอา DS 2019 ให้เขาดู (ถ้าเป็นนักศึกษาจะเป็น I 20) เขาก็ถามเรื่องราวเราเล็กน้อย แล้วก็เริ่มกรอกประวัติเรา กับ status ของเราในมหาวิทยาลัยนี้ลงในระบบออนไลน์ อ้อ..สิ่งที่ต้องใช้อีกอย่างหนึ่งก็คือ social security number เปรียบไปก็คล้ายๆ กับเลขบัตรประชาชนของเราแหละค่ะ ต่างกันบ้างตรงที่ระบบที่นี่นิยมใช้ใบขับขี่ในการระบุตัวตนมากกว่า SSN ค่ะ ถ้าใครเพิ่งมาอเมริกาเป็นครั้งแรก ยังไม่มี SSN เขาจะให้เลขชั่วคราวมาก่อน แล้วต้องไปขอเลขจริงภายหลังค่ะ
พอเขาใส่ชื่อเราในระบบแล้ว จะสามารถสมัคร email ของมหาวิทยาลัยได้ด้วยตัวเอง และเราจะต้องรีบไปทำบัตรประจำตัวของมหาวิทยาลัย (University ID Card) เพราะบัตรนี้จะทำให้เราสามารถใช้ facility ต่างๆ เช่น รถโดยสารของมหาวิทยาลัย (ฟรี) ห้องสมุด recreational center (ยิมและสนามกีฬา ที่ออกกำลัง) ฯลฯ ได้..
รถโดยสารของมหาวิทยาลัยที่นี่ค่อนข้างดีค่ะ มีหลายสายมาก (ประมาณ ๒๐ สายได้) มีท่ารถหลักอยู่ที่ Student Union สามารถต่อไปยังส่วนต่างๆ ของในมหาวิทยาลัยและนอกมหาวิทยาลัยได้หลายทาง ไป Metro Station ได้หลายอันทีเดียว และวิ่งไปยังกลุ่ม apartments หรือที่พักที่มีอยู่รอบๆ และภายในมหาวิทยาลัย และมีวิ่งไปยังห้าง (Mall) หลักๆ แถวนี้ด้วย เรียกว่าสะดวกทีเดียว ระบบรถโดยสารที่นี่สามารถดูได้ออนไลน์ว่ารถอยู่ที่ไหน จะมาถึงป้ายไหนในเวลากี่นาที หรือโทรสอบถามเอา หรืออยู่ที่ป้ายก็กดดูไ้ด้ว่ารถสายไหนจะมาถึงในกี่นาที (เฉพาะบางป้าย) รถจะมีทุกๆ ๑๕-๒๐ นาทีในช่วงเช้า ช่วงเที่ยง และช่วงเย็น สำหรับนักเรียนที่จะใช้รถเดินทางไปมาจากบ้าน จนนานสุดเป็นชั่วโมงละคัน เวลาจะออกไปรอรถต้องดูตารางรถดีๆ ค่ะ ไม่งั้นยืนรอนาน ยิ่งอากาศติดลบแล้วลมแรงแบบวันสองวันนี้ละก็ หงิกเลยค่ะ อิอิ

สวัสดีค่ะอ.พิสูจน์
กะว่าเขียนไว้อ่านเองตอนหลังๆ แล้วก็เผื่อคนอื่นๆ ที่กำลังจะไปเรียนต่อที่อเมริกาด้วยค่ะ ชีวิตค่อนข้างจะสะดวก เพราะระบบเขาค่อนข้างดีค่ะ แต่ก็แตกต่างกันไปบ้างในแต่ละมหาวิทยาลัยนะคะ แล้วแต่ว่าเป็นมหาิวิทยาลัยระดับไหนน่ะค่ะ ถ้าชื่อเสียงดีๆ เงินทอง(จากการสนับสนุนภายนอก ศิษย์เก่า อุตสาหกรรม แล้วก็รัฐ) เยอะ ก็จะอู้ฟู่ ระบบแน่นหนาเป็นระบบดีค่ะ เทียบที่นี่กับที่เก่าที่เคยเรียนตอน ป.เอก แล้ว ที่เคยเรียนดีกว่านิดหน่อยค่ะ
ขอบคุณอาจารย์ที่อวยพรนะคะ แล้วจะเขียนให้อ่านกันเพิ่มเติมอีกค่ะ ^ ^
สวัสดีค่ะครูชา เปิงบ้าง
ยินดีต้อนรับนะคะ
เท่าที่เขียนนี้ยังไม่เข้าข่ายสารคดีเต็มรูปแบบมั้งคะ ^ ^ แค่เป็นบันทึกประสบการณ์ส่วนตัวอันหนึ่งเท่านั้น แต่ยินดีมากนะคะที่ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ให้หลายๆ ท่านที่สนใจได้รับรู้น่ะค่ะ
ขอบคุณครูชาที่แวะมาเยี่ยมเยียนนะคะ
สวัสดีค่ะอาจารย์ตุ๋ย
อ่านแล้วได้รับความรู้ ตื่นเต้น ชื่นชมไปด้วยค่ะ
รักษาสุขภาพนะคะ
สวัสดีค่ะครูอ้อย
คุณครูตื่นเช้ากันทุกคนเลย ^ ^ ดีใจแทนนักเรียนค่ะ
ขอบคุณที่แวะมา ลปรร นะคะ ครูอ้อยก็รักษาสุขภาพเช่นกันนะคะ ^ ^
สวัสดีค่ะอ.ตุ๋ย
โอ้โห..เดี๋ยวนี้การเรียนการสอนไปไกลแบบมีระบบ blackboard วันก่อนดูคอนเสริท์ (ช่วยด้วย ..สะกดแบบไม่แน่ใจค่ะ) ในทีวี เห็นเค๊าเล่นเปียโน หน้าจอมอนิเตอร์LCD เล็กๆ แทนสมุดโน๊ตดนตรี ไม่รู้เหมือนกันหรือเปล่า แต่สะดวกจริงๆค่ะ ทันสมัยจัง =)
อเมริกาเป็นเจ้าเทคโนโลยี มาเรียนมาทำงานวิชาการที่นี่เรียกได้ว่าสะดวกมากๆเลยนะคะ ทันสมัยจริงๆ การเข้าถึงข้อมูล การติดต่อสื่อสาร พอสะดวกมันทำให้ชีวิตไม่เคร่งเครียดนักนะคะ
สวัสดีค่ะพี่อุ๊
ระบบ blackboard เนี่ย ตัวเองเคยใช้ที่เมืองไทย ตอนยังเป็นของฟรีค่ะ บริษัทเขาเพิ่งเริ่มทำ ตอนหลังถูกใคร take over ไปก็ไม่รู้ เขาทำเป็น module ขายเลยค่ะ บ้านเราก็มีใช้่ รู้สึกว่าจะเป็นชื่อ Moodle หรืออะไรนี่แหละค่ะ ถ้าจะลงต้องลงระบบใหญ่เหมือน blackboard แล้วใช้ platform เดียวกันทั้งมหาวิทยาลัย
ตั้ง account ใ้้้ห้อาจารย์มาเปิด course เอา material การสอนมาลง พอเด็กลงทะเบียนวิชาโน้นนี้ เด็กก็จะมีสิทธิ์เข้ามา enroll ใน course ที่ตัวเองลงทะเบียนได้อัตโนมัติ
พื้นที่ของแต่ละ course จะเป็นพื้นที่ ที่เด็กๆ สามารถทำงานกลุ่มร่วมกัน ส่งงาน ส่งการบ้าน อาจารย์ assign งาน คืนการบ้าน โพสท์เกรด (แต่ละคนดูได้แต่เกรดของตัวเอง) สารพัดค่ะ มี link ไปค้นเอกสารที่ห้องสมุดด้วยค่ะ นับว่าสะดวก แต่ก็ต้องใช้เป็นนะคะ ไม่งั้นก็แย่เหมือนกันค่ะ ตามชาวบ้านเขาไม่ทัน นี่ก็พยายาม catch up เรียนรู้อยู่ค่ะ
สำหรับคำว่าคอนเสริต์นั้น ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ อิอิ ส่วนใหญ่จะเขียนเป็น concert ไปเลย 5555
สวัสดีค่ะพี่นุช
ที่นี่เรื่องข้อมูลข่าวสารล่ะก็ไม่ต้องห่วงค่ะ ได้ทุกอย่าง แต่ก็แพงนะคะ เทียบเป็นเงินเราน่ะค่ะ ตามโรงเรียนเด็กเสียค่าเทอมแพงนะคะ กว่าจะได้ระบบอย่างนี้มาใช้ แต่ก่อนยังจำได้เลยว่าค่าเทอมห้าพันขึ้น ไม่รู้ตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว ยังไม่รวมค่ากินอยู่นะคะ
ถ้าพูดถึงตามบ้าน ตอนนี้ระบบตามบ้านเขาใช้เป็นไฟเบอร์ออพติกเลย คือเส้นเดียวมาหน้าบ้าน แล้วต่อกับทีวี internet และโทรศัพท์ ซื้อทีเดียวเป็น package แต่ต้องเซ็นสัญญาเป็นปีเป็นอย่างต่ำ เดี๋ยวนี้โทรศัพท์ก็ผ่าน internet ... อะไรๆ ก็ internet ไปหมด.. แต่ตุ๋ยคิดว่ายังไงๆ ก็อยู่บ้านริมน้ำของเราดีกว่าใช่ไหมคะ
เทคโนโลยีดีอย่างไร ก็สู้ธรรมชาิติไม่ได้หรอกค่ะ ลองไฟฟ้าดับสักอาทิตย์สิ เป็นเรื่องแน่ๆ ^ ^
สวัสดีค่ะ อ.ขจิต
ได้บัตรตั้งแต่วันแรกๆ ที่มาถึงเลยค่ะ สะดวกมากจริงๆ
ระบบบริการ internet ถ้าพูดถึงในฐานะผู้ใช้ก็ต้องบอกว่าเร็วกว่า และ stableกว่าที่มหาวิทยาลัย (มจพ.) ค่ะ และเขาใช้ระบบ เป็น platform สำหรับ access ข้อมูลทุกอย่างเลยค่ะ ทุกหน่วยงานมีเวบหมด หาข้อมูลดูได้ตลอด มีประกาศปฏิทินมหาวิทยาลัยตลอดเวลาค่ะ เรียกว่าข้อมูลล้น ดูกันไม่ทัน และcorrespondences ส่วนใหญ่ก็ผ่าน internet ค่ะ โทรศัพท์ใช้น้อยกว่าเยอะค่ะ
ส่วนเรื่องการซื้อบริการใช้ internet ที่บ้าน ยังไม่เคยเห็นที่ตามร้านเขาขายชั่วโมง internet นะคะ ที่นี่ส่วนใหญ่เป็นระบบ wireless เพราะฉะนั้นจะซื้อ package ให้เขามาติดตั้งเป็นระบบ wireless เสียมากกว่า ยกเว้นคนที่ซื้อแบบ package ทั้งบ้านเลย คือ hook up ทั้งทีวี โทรศัพท์ internet ด้วยกันหมด แบบนี้จะเป็น fiber optics ค่ะ (อันนี้ฟังจากอาจารย์ต่ออีกที ไม่มีประสบการณ์ค่ะ) อาจารย์เขาติดตั้งที่บ้านเพราะเขาสอนทางไกลด้วยน่ะค่ะ
ขอบคุณที่ชมว่าดูเด็กนะคะ ดูตัวเองทีไรก็โทรมทุกที ^ ^ มองกันคนละมุมใช่ไหมคะ อิอิ
สวัสดีค่ะ
ที่อเมริกา ใครอยู่ก้ต้องติดใจเรื่องความสะดวกค่ะ ยอมรับ แต่เรื่องความมีน้ำใจสู้บ้านเราไม่ได้
สวัสดีข้ามโลกครับ อาจารย์กมลวัลย์ :)
Take Care Yourself ครับอาจารย์ :)
สวัสดีข้ามทวีปครับพี่กมลวัลย์
อ่านไป นึกภาพตามไป เหมือนได้ไปเอง
รักษาสุขภาพด้วยนะครับ
ทันสมัยจัง เมื่อไหร่มหาวิทยาลัยของบ้านเราจะเป็นแบบนี้บ้าง จริงๆ พวกนี้เป็นบริการพื้นฐานที่มหาวิทยาลัยควรมีเลยนะ ทำแล้วคนทำงานก็สะดวกขึ้น ทุกอย่างติดตามง่ายด้วย
สวัสดีค่ะคุณพี่ศศินันท์
อเมริกาเป็นเจ้าของความสะดวก แต่ขาด human contact จริงๆ ค่ะ อะไรๆ ก็มี drive through หรือมีเครื่อง/คอมพ์/ตู้อุปกรณ์ ไว้ให้ติดต่อ หาคนไม่ค่อยเจอ
ขนาดทำงานอยู่ข้างห้องกัน ยังเขียน email เอาเลยค่ะ 5555 วันก่อนอาจารย์คนนึงที่นี่เขาเล่าตอนประชุมกันให้ฟังว่า เด็ก email มาถามคำถามเขาในขณะที่เขากำลังสอนหนังสืออยู่หน้าชั้น แล้วเด็กก็นั่งเรียนอยู่ด้วย แล้วก็เปิด laptop เรียนไปด้วย แทนที่จะถามโดยการยกมือถาม ดันเขียน email มาถาม เอากะเขาสิ ^ ^
สวัสดีค่ะอ.วสวัติดีมาร
ถ้ามหาวิทยาลัยของเราเป็นแบบนี้...นึกไม่ออกค่ะ...5555
จะมีระบบแบบนี้ คนต้องพร้อม อุปกรณ์ต้องพร้อมค่ะ อย่างน้อยคนต้องพิมพ์สัมผัสกันได้หมด ใช้เทคโนโลยีกันได้ เครื่องกับระบบต้องไม่ิติดๆ ดับๆ ... ถึงได้บอกว่านึกไม่ออกว่ามันจะเกิดที่บ้านเราได้ยังไง อิอิ
เฉพาะวันนี้วันเดียว มี email ของที่นี่ที่เกี่ยวข้องกับเราประมาณ ๒๐ ฉบับ.. วันแรกมีฉบับเดียว ผ่านมาอาทิตย์นึงเรตติ้งชักดีแฮะ
สวัสดีค่ะอ.นารี
แหะๆ ถ้าพูดถึงผู้บริหารละก็..เดี๋ยวยาวค่ะ ^ ^
มีเน็ตเร็วๆ ไว้ใช้งานมันสะดวกจริงๆ ค่ะ ทำงานแล้วส่งงานได้ทันใจ ค้นหาอะไรก็ง่าย แต่พูดถึงที่บ้านเราก็ไม่ได้เลวร้ายมาก เพียงแต่มันแย่กว่าเท่านั้นเอง ดูง่ายๆ ก็ดู highway กับระบบขนส่งมวลชนของเขา ที่ดีกว่าเรา แต่บ้านเราก็ใช่ว่าจะไม่มี เพียงแต่ถนนเรามันขดไปขดมา แล้วก็เป็นหลุมเป็นบ่อบ้าง และก็แคบกว่าเขา ประมาณนั้น.. ระบบ internet ก็เหมือนกับถนนเนี่ยแหละค่ะ คือๆ กัน
สวัสดีค่ะน้องกบ
ขอบคุณที่แวะมาแสดงความห่วงใยกันนะคะ จะรักษาสุขภาพเป็นอย่างดีเลยค่ะ ไม่อยากป่วยเลย..เดี๋ยวจะไปนอนแล้วล่ะค่ะ เป็นเด็กอนามัยนอนเร้ว ตื่นเช้าค่ะ
สวัสดีจ้าน้องซูซาน
บ้านเรายังไม่มีแบบนี้ในเร็ววันนี้แน่ๆ เพราะพี่คิดว่าเรามี infrastructure ที่ไม่ค่อยสมบูรณ์ มันเหมือนคนมีตังค์ซื้อคอมพ์ แต่ไม่ได้ซื้อสายต่อน่ะ แล้วก็ไม่มีตังค์ซ่อมด้วย เจ๊งแล้วเจ๊งเลย...
ตอนนี้แค่ดูการเมืองก็รู้แล้วว่าการศึกษาจะลงเหวขนาดไหน..เฮ้อ..มั่วกันจริงจริ๊ง...อ้าว..ไปเรื่องนี้ได้ไงหนิ ^ ^
สวัสดีค่ะ รูปใหม่ สดใสและดูท่าจะหนาวนะคะ...ชอบรูปที่มาประกอบด้วยค่ะ
มหาวิทยาลัยต่างประเทศ..ส่วนที่ชอบคือห้องสมุดค่ะ ...ชอบที่เขาลงทุนให้กับนักศึกษาจริงๆ ก็ค่าลงทะเบียนมันแพง วารสาร on line เขามีหมด แต่มหาวิทยาลัยของไทย ต้องรอ ช่วงที่ เขา ให้ trial databased ไม่เช่นนั้น หาอะไรก็เจอแต่ abstract ทั้งๆที่เทียบค่าเล่าเรียนกับค่าเงินแล้ว พอๆกัน...
การลงทุนทางการศึกษาของไทย ไปลงที่ไหนบ้างไม่ทราบเหมือนกันค่ะ