สองวันที่แล้ว  ผมได้รับแจ้งจากเพื่อนชีวิตว่า ผมและเธอได้รับการพิจารณาคัดเลือกจากทางโรงเรียนที่ลูกชายแสนซนกำลังเรียนรู้ให้เป็นผู้ปกครองดีเด่นประจำปีการศึกษา 2550  ซึ่งต้องไปรับวุฒิบัตรในวันที่  8  มีนาคม  2551  ณ  โรงแรมในตัวเมือง  โดยทางโรงเรียนได้ประสานให้เขียนแสดงความรู้สึกลงในวารสารของโรงเรียนตามเห็นสมควร

 

 

และนี่คือ  ...เรื่องเล่าที่จะนำส่งในเช้าอันสดชื่นของวันนี้

 

เหนือสิ่งอื่นใด,  ก่อนอื่นผมและครอบครัวต้องขอขอบพระคุณทางโรงเรียนอนุบาลกิติยาเป็นอย่างสูงที่ให้เกียรติพิจารณาผมและครอบครัวเป็นผู้ปกครองดีเด่น ประจำปีการศึกษา 2550

 

ย้อนกลับไปสัก 3  ปีที่แล้ว  ผมและครอบครัว  ไม่ลังเลที่จะนำ "เด็กชายแผ่นดิน"  (น้องดิน)   ลูกชายคนแรกเข้ามาเป็นนักเรียนของโรงเรียนกิติยา  โดยก่อนหน้านี้เขาได้ใช้ชีวิตการเตรียมอนุบาลในมหาวิทยาลัยมหาสารคามมาเนิ่นนานพอสมควร   และในปีถัดมาลูกชายคนเล็กของเรา  ซึ่งหมายถึง "เด็กชายแดนไท" (น้องแดน)  ก็เดินต้อย ๆ  ตามพี่ชายเข้าไปวาดลวยลายเป็นนักเรียนแสนซนของโรงเรียนกิติยาอย่างไม่งอแง -

 

เราเลือก "ที่นี่"  ทั้งที่เรามีทางเลือกอันมากมาย   แต่การเลือก "พื้นที่ทางการศึกษา"  ให้กับลูกชายทั้งสองคนนั้น  เราเลือกอย่างไม่ลังเล   เพราะเราเชื่อเสมอมาว่า "ที่นี่"  น่าจะดูแลลูกเราได้อย่างที่ใจเราปรารถนา 

 

โดยส่วนตัวแล้วผมแทบไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวกับครูท่านใดเลย  (ยกเว้นครูประจำชั้นที่เป็นคู่ชีวิตของเจ้าหน้าที่ในสำนักงานที่ผมรับราชการอยู่ที่เท่านั้น)   เหตุที่กล่าวเช่นนี้ก็เพราะว่า   ผมแทบจะไม่มีเวลาก้าวลงจากรถ  หรือพาตัวเองเข้าไปสู่กิจกรรมต่าง ๆ  กับทางโรงเรียน  แต่ในทุกกิจกรรมที่ทางโรงเรียนจัดขึ้น  เราก็ได้รับการสื่อสารที่ดีเยี่ยมจากครูผู้เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ  และไม่เคยเกี่ยงงอนที่จะให้ลูกชายทั้งสองคนได้เข้าร่วมกิจกรรม  เพราะเราถือว่า  กิจกรรมที่โรงเรียนจัดขึ้นนั้น  เป็นกิจกรรมแห่งการเรียนรู้ที่เขาทั้งสองคนพึงจะต้อง "เรียนรู้"  และทุกครั้งที่เขาทั้งสองเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ กับทางโรงเรียน  เขาก็มักจะไม่ลืมกลับมาบอกเล่าให้ผมและครอบครัวได้รับฟังอย่างมีความสุข ...

 

โดยส่วนใหญ่ผมไม่ค่อยได้เดินทางไปรับไปส่งลูกชายด้วยตนเองนัก  หน้าที่ดังกล่าวส่วนใหญ่ภรรยาจะเป็นผู้จัดการเสียเอง  แต่เมื่อมีเวลาว่างผมก็ขันอาสาที่จะ "ไปส่งไปรับ"  พวกเขาด้วยตนเอง  ภาพของครูที่ยืนรอรับนักเรียนและหยอกล้ออย่างเป็นกันเองกับลูกศิษย์คือภาพที่ผมประทับใจเป็นที่สุด  และหลายครั้งที่ลูกชายคนเล็กแอบมาฟ้องผมอย่างน่ารักว่า   ทันทีที่ลงจากรถแล้วมักโดนครูกักตัวไว้  แล้วถูกกอดบ้าง  หอมแก้มบ้าง ...  หรือบางครั้งแกก็จะบอกว่าให้ซื้อหมูปิ้งไปเยอะ ๆ  จะได้แบ่งให้คุณครูกินด้วย ฯลฯ  แต่พอผมถามว่าครูคนไหน ?  ชื่ออะไร ?   แกก็ได้แต่ยิ้มแบบอาย ๆ  และในรอยยิ้มนั้นก็ฉายให้เห็นฝันหลออันน่าชังของแกอย่างเด่นชัด !

 

ผมไม่รู้จริงหรือเท็จ  แต่ลูกชายคนโตก็ยืนยันว่าเรื่องเล่าอันน่ารักเหล่านั้นเป็นจริงอยู่มาก .. ถึงกระนั้นก็เถอะ   ผมก็เชื่อว่าเด็กทุกคนจะได้รับการปฏิบัติจากคุณครูของพวกเขาด้วยความเอ็นดูอย่างเสมอภาคกันทุกคน  และเด็กทุกคนก็จะรู้สึกรักครูของเขาเหมือนกับที่ลูกชายของผมรักครูของเขานั่นเอง

 

ทุกวันนี้ลูกชายทั้งสองคนเอ่ยชื่อคุณครูในโรงเรียนได้หลายสิบคน เช่น   ครูนี  ครูหนึ่ง ครูเจี๊ยบ  ครูกระแต  ครูกบ ฯลฯ  ผมก็ได้แต่ถามว่าใครเป็นยังไง  น่ารักและใจดีหรือเปล่า ? ... ซึ่งผมก็ไม่รู้หรอกว่าที่เขาบอกเล่ามานั้นเป็นใครและหน้าตาเป็นอย่างไร  แต่ก็ไม่เคยกังขาต่อเรื่องที่เขาเล่า   และทุกครั้งที่เขาเล่าเรื่องครูของเขาด้วยภาษาอีสาน (อยู่บ้านเราสอนให้ลูกพูดด้วยภาษาอีสาน)   ผมก็จะฟังเรื่องเล่าเหล่านั้นอย่างสนุก  ..ขบขันและมีชีวิตอย่างที่สุด

 

ผมเคยอิจฉาแม่บ้านของตนเองที่มีโอกาสได้ไปดูลูกชายทั้งสองถือพานไหว้ครู  แข่งกีฬา  หรือแม้แต่ห้วงเวลาที่ลูกชายทำกิจกรรมหน้าเสาธงผมก็ยังไม่เคยได้พบเห็น   แต่ก็เห็นแววตาอันเปี่ยมสุขของเขาที่เกิดจากกิจกรรมเหล่านั้นอย่างน่าต่อเนื่อง  ในบางเวลาที่เขาไม่สบายและไปโรงเรียนไม่ได้  เขาก็ยังบ่นเสมอในทำนองว่า "อยากหายเร็ว ๆ  จะได้ไปพาเพื่อน ๆ  ทำกิจกรรมหน้าเสาธง"

 

ผมและครอบครัวชื่นชมเสมอเมื่อรู้ว่าลูก ๆ  มีโอกาสได้ทำกิจกรรมกับทางโรงเรียน   เพราะสิ่งเหล่านั้นน่าจะเป็น "ต้นทุนชีวิต"  ที่ดีสำหรับอนาคตของพวกเขา 

 

ทุกวันนี้ผมและครอบครัวยังมีความสุขที่จะขับรถจากมหาวิทยาลัยฯ  มายังโรงเรียนกิติยาเพื่อรับส่งลูกทั้งสองคน  และยังจะเป็นเช่นนี้ไปอีกพักใหญ่ ๆ  เพราะที่นี่ยังเป็นพื้นที่ที่เราเชื่อว่าเหมาะกับลูกของเรา  และลูกของเราก็รักที่จะอยู่ที่นี่

 

ท้ายที่สุด,  ผมและครอบครัว  ขอขอบพระคุณทางโรงเรียน ฯ อีกครั้งที่ได้ให้การดูแลและเพาะบ่มลูกชายทั้งสองคนด้วยดีเสมอมา  และขออวยพรให้โรงเรียนกิติยาได้กลายมาเป็นพื้นที่แห่งการศึกษาเรียนรู้ที่มีคุณภาพของเด็กนักเรียนสืบต่อไปอย่างไม่รู้จบ

 

 

 

ด้วยความประทับใจ
พนัส - เยาวภา  ปรีวาสนา  

 

 

 

(หลับแบบสิ้นสภาพ..หลังการเดินป่าอันยาวนาน)