วันขอบคุณนักกิจกรรม ถือเป็นวัฒนธรรมอันดีที่มหาวิทยาลัยจัดขึ้นในภาคปลายปีการศึกษา เพื่อเป็นเสมือนการบอกกล่าวคำขอบคุณต่อมวลนิสิตที่รังสรรค์กิจกรรมต่าง ๆ ทั้งต่อมหาวิทยาลัยและต่อสังคม
ในปีที่ผ่านมารูปแบบกิจกรรมเน้นการพบปะสังสรรค์ จัดนิทรรศการ มอบทุนการศึกษา การแสดงดนตรีบนเวที มอบเกียรติบัตรแก่ผู้นำองค์กรนิสิต..ประมาณนี้
หากแต่ปีนี้ ผมได้เน้นย้ำทีมทำงานให้หยั่งคิดถึงกระบวนการกิจกรรมใหม่ ๆ ที่ให้เหมาะสมกับชื่อโครงการที่มุ่ง "ขอบคุณ หรือแม้แต่เชิดชู" คนของสังคมเหล่านี้ให้ชัดเจนและมีเกียรติประวัติมากกว่าที่เคยเป็นมา เพื่อวางรากฐานไปสู่การเสริมสร้างและพัฒนาให้นิสิตเติบโตอย่างมีคุณค่า และเพื่อใช้เป็นกลไกแห่งการสร้างวัฒนธรรมการเชิดชูคนดีให้เกิดขึ้นในสังคม
ในปีนี้, ผมได้ปัดฝุ่นรางวัล "ช่อราชพฤกษ์" ขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่เงียบหายติดต่อกันไปถึง 2 ปี
ปีนี้, เราเปิดให้มีการเสนอชื่อผู้นำองค์กรนิสิต หรือนิสิตที่ทำกิจกรรมเพื่อสังคม (สังคม : หมายถึงแต่เฉพาะ มหาวิทยาลัยและสังคมทั่วไป) รวมถึงการเสนอตัวเองเพื่อเข้าสู่กระบวนพิจารณาคัดกรองเชิดชูเกียรติเป็น "บุคคลในวิถีแห่งกิจกรรม" ที่ควรค่าต่อการยกย่องและเชิดชู
..........................................................................
นั่นคือส่วนหนึ่งของบันทึกที่มีชื่อว่า "วันขอบคุณนักกิจกรรม (1) : ได้เวลาแห่งการเชิดชูเกียรติคนของสังคม" ที่ผมเขียนขึ้นเมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2550 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผมได้นำระบบการเชิดชูเกียรตินักกิจกรรมกลับมา "ปัดฝุ่น" อีกครั้ง ภายใต้แนวคิดที่ผมมองว่า .. คนทำดีไม่เคยหวังสิ่งตอบแทน แต่ในมุมกลับกัน สังคมก็ควรที่จะยกย่องและตอบแทนต่อคนเหล่านี้บ้าง

(ส่วนหนึ่งของนิสิตที่ได้รับทุนนักกิจกรรม)
ปีนี้เป็นที่น่ายินดีอย่างมาก มีนิสิตและองค์กรนิสิตยื่นความประสงค์เข้ารับการพิจารณาการเชิดชูเกียรตินักกิจกรรมอย่างหนาตา และพอถึงวันงานก็มาลุ้นกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง โดยแต่ละคนแต่ละกลุ่มเกาะเกี่ยวกันมาลงทะเบียนรับหนังสือที่ระลึกตั้งแต่หัวค่ำ เรียกได้ว่าใช้เวลาลงทะเบียนกันยังไม่ถึงชั่วโมง ของที่ระลึก (มีความหมายใดในกิจกรรม..") ที่เตรียมไว้มากกว่า 200 เล่มก็หมดเกลี้ยงไปอย่างน่าชื่นใจ ซึ่งนั่นยังไม่รวมอีกเป็นร้อย ๆ ที่มาไม่ทันรับของที่ระลึก แต่ผมก็รับปากน้องนิสิตว่า "เราจะทำเพิ่มให้กับพวกเขาอย่างแน่นอน" ...
เป็นที่น่าสังเกตว่า, ปีนี้ไม่เพียงการแสดงนิทรรศการของกองกิจการนิสิตเท่านั้น แต่นิสิตจำนวนหนึ่งก็นำผลงานของตนเองมาร่วม "แจม" อย่างน่ายกย่อง และรูปแบบของนิทรรศการก็ดูดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา .. มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองอย่างเห็นได้ชัด
ในปีนี้ผมเปลี่ยนวิธีคิดจากเดิมในหลายเรื่อง เช่น แทนที่จะนำเสนอแต่เฉพาะนิทรรศการของงานกิจกรรมนิสิต ผมก็พ่วงเอางานต่าง ๆ ในหน่วยงานลงไปด้วย ซึ่งหมายถึงการนำเอาข้อมูลจากงานต่าง ๆ มาจัดกระทำอยู่ในภาพรวมอันเดียวกัน เพื่อให้นิสิตได้มองเห็นมิติอันหลากหลายขององค์กร และสื่อทีทำขึ้นก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการบันทึกประวัติศาสตร์กิจกรรมไปในตัวของมันเอง.. ปีหน้าฟ้าใหม่ ใครที่ก้าวเข้ามาแทนผมก็จะได้มี "ต้นทุน" ให้ต่อยอดและศึกษาได้อย่างไม่ยากเย็น ไม่ใช่สาละวนค้นหาเหมือนครั้งหนึ่งที่ผมก็ประสบชะตากรรมนั้นมาแล้วอย่างน่าขัน !


ปีนี้, มีการมอบของที่ระลึก (หนังสือทำมือและวีซีดีประมวลภาพกิจกรรม) และเกียรติบัตรแสดงความขอบคุณในความร่วมมือต่าง ๆ แก่ฝ่ายพัฒนานิสิตของแต่ละคณะ รวมถึงมอบของที่ระลึกเหล่านั้นแก่นายกสโมสรนิสิตคณะต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน
ปีนี้, ไม่เพียงมอบทุนนักกิจกรรม จำนวน 50 ทุนเท่านั้น แต่ยังมอบทุนอีก 30 ทุนแก่นิสิตที่สร้างชื่อเสียงในด้านกีฬาและศิลปวัฒนธรรม ซึ่งทุนนี้เกิดขึ้นจากแนวคิดของผมโดยตรงที่นำเสนอต่อมหาวิทยาลัย เป็นการคิดนอกระบบสายงาน ... แต่พอถึงกระบวนการดำเนินงานก็มอบหมายให้งานทุนการศึกษาเป็นผู้รับผิดชอบ

(ส่วนหนึ่งในนิทรรศการขององค์กรนิสิตที่นำมาแสดงในเวทีแห่งนี้)
เกี่ยวกับเรื่องทุนนักกิจกรรมนั้น, ในอดีตก็ย่ำอยู่ที่จำนวน 20 ทุนมาอย่างยาวนาน กระทั่งในช่วงที่ผมหันเหไปทำเรื่องทุนการศึกษาจึงเสนอต่อมหาวิทยาลัยให้เพิ่มจำนวนทุน "นักกิจกรรม" จากเดิม 20 ทุนเป็น 50 ทุน ... ตกมาปีนี้ขอเพิ่มใหม่อีก 30 ทุน ซึ่งมหาวิทยาลัยก็ได้ให้ความกรุณาเห็นชอบตามนั้น
ดูเหมือนจำนวนทุนที่กล่าวถึงนั้นจะน้อยนิดเมื่อเทียบกับจำนวนนักกิจกรรมที่มีในมหาวิทยาลัย แต่สำหรับคนข้างหลังอย่างผมก็ขอบอกด้วยเสียงอันดังผ่านบันทึกนี้ว่า "ภูมิใจและดีใจที่ยังมีโอกาสได้ขับเคลื่อนสวัสดิการแก่ผู้นำนิสิตอยู่บ้าง" ... (สำหรับผมแล้ว, "น้อยนิด - แต่มหาศาล")
ผมมีความสุขอย่างมหาศาลที่ได้ต้อนรับน้องนิสิตด้วยตัวเอง เดินแวะวนไปยังจุดต่าง ๆ ... มีหลายคนเข้ามาทักและหยอกเอินอยู่อย่างบ่อยครั้ง หลายคนแซวว่า "ต้องยิ้มให้มากขึ้น.." ซึ่งผมก็น้อมรับว่า "จะพยายาม ...จะพยายาม"
วันขอบคุณนักกิจกรรม ปีการศึกษา 2550 ปิดตัวลงภายหลังการกล่าวลาของนายกองค์การนิสิต ซึ่งผมเป็นคนเชื้อเชิญให้เขามากล่าวลาในเวทีนี้ เพราะถือว่าเขาควรจะได้รับเกียรติจากเวทีนี้อย่างมาก ไม่ใช่แค่เป็นเพียงคนมาร่วมงานธรรมดา ๆ .คนหนึ่งเท่านั้น
ภายหลังกิจกรรมยุติลง, นิสิตจำนวนหนึ่งช่วยจัดเก็บสถานที่อย่างน่ารัก ... ลมดึกพัดแรงและหนาวเย็นขึ้นทุกขณะ .. ผมเดินกลับมายังรถที่จอดอยู่ในมุมมืด ก่อนเปิดประตูรถก็แว่วยินเสียงสั่นไหวของโทรศัพท์คู่ชีพดังขึ้น ..
เสียงนั้นเป็นเสียงสัญญาณจากถาดรับข้อความ ผมใช้เวลาชั่วพริบตากดดูข้อความนั้น และข้อความนั้นก็ทำให้ค่ำคืนนี้เป็นค่ำคืนที่ผมมีความสุขเพิ่มทบทวีขึ้นอย่างแทบไม่น่าเชื่อ ..
"วันนี้เป็นขอบคุณนักกิจกรรม แต่คนที่อยู่เบื้องหลังกิจกรรมทุกอย่างก็คือพี่พนัสและพี่ก้อง..."
สวัสดีค่ะ
มาเยี่ยมพร้อมกับมามอบกำลังใจให้นักกิจกรรมครับ
--------------------------------------------------
สวัสดีครับ อ.ขจิต
สวัสดีครับ ครูอ้อย
สวัสดีครับป้าแดง..pa_daeng
สวัสดีครับคุณเอกจตุพร
ยังมีพลังสำหรับการทำงานเช่นเคย แต่ก็ปรารถนาถึงการพักผ่อนอยู่อย่างไม่ขาดหาย ทำดีที่สุดก็คือ เนรมิตการงานให้เป็นการพักผ่อนไปด้วยเลย..
...
สักครู่จะเดินทางกลับไปเลือก สว. ที่กาฬสินธุ์ครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์ ตอนนี้คงจะอยู่กาฬสินธุ์แล้วนะคะ
สวัสดีครับ..คนเดินดิน
กิจกรรมวันนี้ เราทำขึ้นมาไม่ใช่เหตุผลของ "หน้าที่" สถานเดียว แต่มันมีความหมายในทางจิตใจที่เรามีให้กับหมู่มวลนิสิตที่อุทิศตนให้กับการเรียนรู้นอกบทเรียน และอุทิศตนให้กับการทำคุณประโยชน์ต่อสถาบันและสังคม
ขอบคุณกับการมาเยี่ยมเยียน, นะครับ
เห็นด้วยกับน้อง "สายลม" เป็นอย่างยิ่งเลยว่า เมื่อจบไปแล้ว เราก็ปรารถนาให้พวกเขาประสบความสำเร็จในเร็ววัน เพื่อให้สามารถตั้งหลักกับชีวิตได้และมีความพร้อมในการที่จะคืนให้กับสังคม อย่างน้อยก็สังคมใกล้ ๆ ตัวของเขาเอง
กิจกรรมในวัยที่กำลังเรียนนั้น เป็นเสมือนการจำลองชีวิตในแง่มุมต่าง ๆ ให้เขาได้สัมผัสเรียนรู้ เป็นการซักซ้อมก่อนเผชิญกับโลกกว้างอันซับซ้อน ซึ่งสิ่งที่เขาได้สัมผัสเรียนรู้นั้นจะกลายเป็น "ต้นทุน" ที่ดีให้เขาได้เข้าใจในจังหวะแห่งชีวิต และตระหนักในพันธกิจที่พึงมีต่อการรับผิดชอบต่อสังคม
แต่สำหรับพี่จะพูดกับพวกเขาเสมอว่า หากยังไม่สามารถที่จะดูแลสังคมได้ อย่างน้อยก็อย่าทำตัวให้กลายเป็นภาระและปัญหาของคนอื่น ... เพราะภาวะเช่นนั้นก็ไม่ต่างไปจากการเป็น "ขยะของสังคม" เลยทีเดียว
..
ขอบคุณครับ,
สวัสดีครับ...เอื้องแซะ
ดีใจที่ค้นพบคนบล็อกที่เคยเป็นนักกิจกรรมอีกคน...
กิจกรรมจะช่วยให้ผู้เรียนเป็นได้ทั้งคนเก่งและคนดี.. เข้าใจสภาวะทางสังคม ซึ่งนั่นยังไม่รวมถึงการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ผ่อนคลายและค้นหาตัวตนของตนเอง
ในปีที่ทำกิจกรรมหนัก ๆ และเรียนหนัก ๆ เป็นปีที่ผลการเรียนของผมดีมาก ...
ทุกวันนี้ยังหลงรักกิจกรรมอย่างไม่รู้ตื่น ...
ขอบพระคุณครับ