ประสบการณ์บนเครื่องบินจากนาริตะไปดีทรอยท์..

ตามกำหนดการแล้วจากนาริตะบินไปดีทรอยท์จะใช้เวลา ๑๑ ชั่วโมง ๕๕ นาที   flight นี้เป็น flight ใหญ่ แถวหนึ่งมี ๑๐ ที่นั่ง แบ่งเก้าอี้เป็น ๓ แถว แถวริมแถวละ ๓ ส่วนแถวกลาง ๔ ที่นั่ง ตัวเองได้ที่นั่งค่อนข้างดี(ดีมาก) คือนั่งติดทางเดิน (Aisle seat - คำนี้ไม่ออกเสียงตัวเอส ออกเสียง"อายเอิล ซีท") ของเก้าอี้ ๓ ตัวที่อยู่ติดหน้าต่างด้านขวาของเครื่อง (Starboard Side) แล้วไม่มีคนนั่งด้านในเลย เย้..ซื้อหนึ่งได้สามที่นั่ง (จริงๆ ตั๋วก็ฟรีนะ ขอบคุณ Fulbright มากๆ ค่ะ)  สามารถลงไปนอนได้เลยค่ะ ^ ^  ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่สายการบินนอร์ทเวสท์ที่ได้กรุณาจองที่นั่งดีๆ ให้ค่ะ โดยเฉพาะใน flight ยาวๆ ถ้าได้ที่นั่งด้านใน แล้วจะต้องลุกไปห้องน้ำ หรือยืดเส้นยืดสายบ้าง ก็จะลำบากค่ะ เพราะต้องรบกวนคนที่นั่งริมทางเดินให้ลุกให้เราตลอด

Nrt-dtw1

ข้อเสียอย่างนึงคือเครื่องนี้ไม่มีจอวีดีโอส่วนตัวค่ะ ไม่เหมือนเครื่องที่บินมาจากกรุงเทพไปนาริตะที่มีจอส่วนตัว สามารถเลือกดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ตามใจเราได้เลย  ตอนที่ยังไม่ขึ้นเครื่องไปดีทรอยท์ยังคิดอยู่เลยว่าจะดูหนังต่อที่ยังดูไม่จบน่ะค่ะ ^ ^ แล้วก็เล่นเกมส์ เพื่อบังคับเวลานอนแบบปรับตัวไปบนเครื่องเลย ไปถึงโน่นจะได้ไม่เกิดอาการ Jet Lag มากนัก  แต่พอไม่มีก็ใช้วิธีฝืนๆ แล้วก็ลุกบ่อยๆ ไปห้องน้ำ กับยืดเส้นยืดสายบ้างค่ะ ที่เหลือก็นอน เที่ยวนี้ลืมไป ว่าจะซื้อ Reader's Digest ไปอ่านระหว่างทางก็ลืมค่ะ เพราะมัวแต่ไปรับของที่สนามบินสุวรรณภูมิ แล้วก็รีบผ่าน security เพื่อไปที่เกทน่ะค่ะ

เครื่องจากนาริตะไปดีทรอยท์นี้คนส่วนใหญ่เป็นญี่ปุ่น กับคนจีนค่ะ เพราะเครื่องนี้ตั้งต้นมาจากเซี่ยงไฮ้ มาแวะที่นาริตะ ลืมบอกไปว่าเครื่องที่ตัวเองนั่งมาจากกรุงเทพนั้น พอแวะนาริตะแล้วจะบินไปซานฟรานซิสโกต่อค่ะ 

เข้าเรื่องสำคัญต่อค่ะ พอขึ้นเครื่องจากญี่ปุ่นแล้ว ทางสายการบินก็จะฉายวีดีโอเทปเรื่องความปลอดภัยบนเครื่องบินตามปกติที่เราเคยเห็นกันน่ะค่ะ แต่ดูนางแบบนายแบบของเขาแล้วสู้การบินไทยหรือสิงค์โปร์แอร์ไลน์ไม่ได้เลยค่ะ แ่ต่แอร์ที่อยู่บนเครื่องก็อัธยาศัยดีค่ะ แม้จะอายุมากหรือน้อยก็ตามค่ะ 

พอเขาฉายวีดีโอความปลอดภัยเสร็จ ก็จะฉายวีดีโอจากหน่วยงาน"โฮมแลนด์ซีเคียวริตี้" ไม่รู้เรียกภาษาไทยว่าอะไรเหมือนกันค่ะ "กระทรวงความมั่นคงภายใน"* ดูแลความมั่นคงในประเทศเขา ประมาณนั้นมังคะ  บอกถึงเรื่องการเข้าประเทศสหรัฐ เอกสารที่ต้องกรอกต่างๆ กรณีนี้มีเอกสาร ๒ ใบที่ต้องกรอกค่ะ ใบแรกคือ I 94 หรือใบตรวจคนเข้าเมืองสำหรับ visitor ค่ะ ใบนี้จะมี ๒ ส่วนเหมือนเมืองไทย คือมีขาเข้ากับขาออกอยู่ในใบเดียวกัน แต่จะฉีกออกจากกันได้ เราก็ต้องเขียนข้อมูลของเราให้ครบถ้วนค่ะ ส่วนใหญ่ก็เป็นชื่อนามสกุล วันเดือนปีเกิด หมายเลขพาสปอร์ต หมายเลขวีซ่า ฯลฯ เข้าประเทศทางไหน  flight อะไร เข้าวันที่เท่าไหร่ ฯลฯ  โดยเขาให้กรอกทั้งขาเข้าและออกไว้ให้เรียบร้อยเลย โดยตอนผ่าน ตม. ของสหรัฐฯ เจ้าหน้าที่เขาจะดึงไปขาเข้าไป และเย็บใบขาออกไว้ในพาสปอร์ตเราค่ะ

อีกใบหนึ่งคือใบ customs immigration ประมาณว่าเป็นใบที่เราแจ้ง (declare ดีแคล์ร) ว่าเราพกอะไรติดตัวเข้าประเทศเขาบ้าง เอาอาหารมาด้วยไหม เอาเนื้อสัตว์มาด้วยหรือเปล่า ก่อนหน้านี้ไปอยู่ไกล้ๆ live stocks (สัตว์มีชีวิต) มาบ้างหรือเปล่า (เขากลัวเราพาเชื้อโรคมาด้วย สงสัยกลัวไข้หวัดนก ^ ^ ) พกเงินดอลล์มาเกิน ๑๐.๐๐๐ เหรียญหรือเปล่า ถ้าเอามาเกินหรือพกของต้องห้ามมา ต้องดีแคล์ร ถ้าบางคน x-ray กระเป๋าแล้วตรวจพบภายหลัง อาจถูกปรับและเป็นความผิดทางแพ่งหรือทางอาญา ประมาณนี้น่ะค่ะ เขาใช้คำว่า serious defense เลยค่ะ คือทำนองขู่ว่าเอาของต้องห้ามเข้าประเทศเขาถือเป็นความผิดร้ายแรงมากๆ  ของตัวเองไม่ได้พกอาหารมาเลย ก็เลยสบาย ติ๊กช่อง No อย่างเดียวเลย แล้วก็ลงชื่อ ลงวันที่

ช่วงแรกที่ขึ้นเครื่องพักนึงเขาก็จะแจกอาหารเย็น (เครื่องออกที่นาริตะประมาณบ่าย ๓ โมง ๔๐ นาที เวลาญี่ปุ่นซึ่งเร็วกว่าบ้านเรา ๒ ชั่วโมง) ก็พอดีค่ะ คือตัวเองหิวพอดี ก็กินเต็มที่ บินไปสักพัก จะเริ่มมืดค่ะ แล้วตลอด flight ก็จะมืดเกือบตลอด จนกระทั่งมาเห็นแสงบ้างก็ตอนชั่วโมงหลังๆ แล้วค่ะ เครื่องออกที่นาริตะประมาณบ่าย ๓ โมง ๔๐ นาที ไปถึงที่ดีทรอยท์ประมาณบ่ายโมง ๒๕ วันเดียวกัน  ตลกดีไหมคะ เหมือนย้อนเวลาหาอดีตค่ะ เวลาที่ดีทรอยท์ตอนช่วงนี้อยู่ตามหลังที่เมืองไทย ๑๒ ชั่วโมงพอดี หมุนนาฬิกากันวุ่นเลย

ก่อนเครื่องลง สว่างแล้ว เขาแจกอาหารเช้าอีกครั้ง กินจนอิ่มเหมือนกันค่ะ เพราะรู้ว่าจะไ่ม่ได้กินข้าวกลางวันแน่ และกว่าจะถึงดีซีก็คงเย็นแล้ว กินเสร็จก็ถ่ายรูปไว้ดูเป็นที่ระลึกค่ะ ข้างล่างนี้เป็นแผนที่ เอาไว้ดูประกอบค่ะ

Detroit-dc

แผนที่แสดงเมืองดีทรอยท์ จะเห็นวอชิงตัน ดีซี (ดิสทริกออฟโคลัมเบีย) อยู่มุมล่างขวา

เป็นเป้าหมายสุดท้ายของทริปนี้ค่ะ

รูปข้างล่างนี้เป็นพื้นดินที่ปกคลุมด้วยหิมะบางส่วนค่ะ ตัวเองนั่งจ้องอยู่ตั้งนาน นึกว่าน้ำในทะเลสาปใน great lakes แต่พอเห็นเส้นตรงๆ แบบไม่ธรรมชาติ เหมือนรอยแตกบนน้ำแข็ง แต่มันตรงเกิน ก็เลยนึกออกว่า อ๋อไอ้เจ้าเส้นตรงๆ นั้นคือถนนนั่นเอง  ในจอวีดีโอเขาแสดง flight path ให้เห็น ก็เลยเห็นว่าเครื่องกำลังจะบินข้าม great lakes ๒ ทะเลสาปด้วยกันคือ Lake Superior กับ Lake Michigan ก็เลยได้ถ่ายรูปตอนจะบินเข้า Lake Superior มาให้ดูกัน จะเห็นน้ำแข็งบนน้ำ กับบนดินต่างกันพอสมควรค่ะ

Nrt-dtw2

Nrt-dtw3

Nrt-dtw4

ไว้จะมาเขียนต่อตอนตรวจคนเข้าเมืองที่ดีทรอยท์ค่ะ บันทึกนี้ยาวจัง ^ ^

* ขอบคุณคุณ Conductor ผู้ช่วยแปลชื่อโฮมแลนด์ซีเคียวริตี้ค่ะ