ของเหลือใช้ก็กลายเป็นทรัพย์
มีโอกาสได้นำกระดาษที่เหลือใช้แล้วไปขาย ปรากฏว่าใช้เวลาในการขนกระดาษและนำไปขายนั้น ไม่เกินชั่วโมง ได้เป็นเงินมา 1,170 บาท ซึ่งผู้เขียนเองก็ไม่นึกเหมือนกันว่าการขายกระดาษ หรือของเหลือใช้จะได้เงินเยอะขนาดนี้ และความคิด ความอยาก ก็เกิดขึ้น
ปัจจุบันผู้เขียนเองก็ดูแลเรื่องทุนการศึกษา ซึ่งการดูแลทุนการศึกษา ก็จะมีระบบที่ชัดเจน คือ
- ประกาศให้นิสิตมาสมัครขอรับทุนการ
- คัดเลือกนิสิตที่ขอรับทุนการศึกษา
- ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับทุนการศึกษา
- นำนิสิตเข้ารับทุนการศึกษา
- ส่วนด้านการส่งเสริมปลูกจิตสำนึกนิสิตทุนการศึกษา คือ จัดโครงการเยี่ยมบ้านนิสิตทุน โครงการอบรมนิสิตทุนการศึกษา นำนิสิตบำเพ็ญประโยชน์ และให้นิสิตเข้าร่วมกิจกรรมกับทางมหาวิทยาลัย หรือเข้าร่วมกิจกรรมคณะต้นสังกัด
เมื่อผู้เขียนเองได้เข้ามารับผิดชอบด้านทุนการศึกษา ได้เกิดมีความคิดที่อยากให้นิสิตที่ได้รับโอกาส กลายมาเป็นผู้ที่ได้ให้โอกาสกับเพื่อน ๆ นิสิตภายในมหาวิทยาลัย หรือชุมชนที่อยู่รอบมหาวิทยาลัย
โดยการให้นิสิตจัดตั้งชมรมทุนการศึกษา รวมนิสิตทุนการศึกษาผู้ที่มีแรงและพลังในการทำกิจกรรม จัดตั้งเป็นชมรมขึ้นมา เพื่อจะทำโครงการที่มีประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัย หรือชุมชน
และโครงการแรกที่จะทำคือ โครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รณงค์ให้นิสิตและบุคลากรภายในมหาวิทยาลัย ช่วยกันแยกขยะลดภาวะโลกร้อน นำของเหลือใช้มาฝากธนาคารขยะของชมรม...............(ฝันที่รอให้เป็นจริง)
และ นี่คือความคิดที่อยากจะทำให้สำเร็จ เนื่องจากทุนที่ได้จากมหาวิทยาลัย ห้างร้าน บริษัท หรือมูลนิธิ ก็ยังไม่เพียงพอต่อนิสิตที่เข้ามาศึกษาภายในมหาวิทยาลัย ซึ่งในอนาคตอันใกล้จำนวนนิสิตก็เพิ่มมากขึ้นทุก ๆ ปี ทางผู้เขียนเองก็อยากจะเห็นโครงการการที่คิดไว้สำเร็จ เพื่อที่จะได้มีโอกาสช่วยนิสิตที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการศึกษาเล่าเรียน ไดสำเร็จเป็นบุคคลที่มีคุณภาพต่อไป
ผู้เขียนเองก็หวังหว้งไว้เสมอว่าจะมีผู้ที่เห็นความสำคัญของการนำเสนอความคิดที่อาจจะช่วยให้โลกหายไปได้ไม่มากก็น้อยได้สำเร็จไปด้วยดี ......
"ความสำเร็จจะวิ่งเข้าหา สำหรับผู้ที่ลงมือทำเท่านั้น"
เยี่ยมมากคะ ป้าหมูขอเป็นกำลังใจให้นะค่ะ
คิดถึงนะค่ะ
ขอบคุณค่ะป้าหมู ถึงวันจะแจ้งอีกรอบค่ะ
รักษาสุขภาพด้วยค่ะ
เป็นเรื่องที่สนใจเหมือนกันเลย
แต่พี่ว่าจะให้นิสิตกลุ่มอิสระ ที่สนใจเรื่องนี้ ออกหน่วยประชาสัมพันธ์การแยกขยะ และรับซื้อขยะตามหอพัก เพื่อนำมาขายได้กำไรจากผลต่างเพื่อนำมาเป็นทุนในการจัดกิจกรรม ดีกว่าการฉายหนังเพราะไม่ได้ลงทุนอะไร แถมได้สร้างวินัยในการจัดการขยะ ไม่ใช่แค่เรื่องกำจัดขยะ
แต่คิดไปคิดมา หลังจากได้ฟังเรื่องการจัดการและการกำจัดแล้ว พี่เลยคิดใหม่ อยากชวนเด็กๆหัดทำสมุดหรือหนังสือทำมือในเชิงอนุรักษ์ นอกจากจะเพิ่มมูลค่าเพิ่มแล้ว ยังได้ใช้กระดาษอย่างคุ้มค่าด้วยลองไปดูที่นี่นะ โครงการคืนชีพให้กระดาษ (Paper Ranger) และ ข่าวและกิจกรรม เลยมาชวนหาแนวร่วมทำค่ะ
สวัสดีค่ะ แดนไท
กระดาษคงเยอะมากเลยนะนั่น อิอิอิ
คิดดี ทำดี ชื่นชมค่ะ
เราอาจจะได้มีโอกาสได้ร่วมงานกัน ถ้าสวรรค์มีตา ขอบคุณเจ้หนิงมากสำหรับคำแนะนำที่ดี ขอเป็นกำลังใจให้เจ้ด้วยเช่นกัน
สวัสดีครับ
ดีครับ แต่ก็คงต้องรบเรื่องกระดาษกับแม่บ้านอยู่มากโข
และขอแลกเปลี่ยนกับเจ้..ว่า
กรณีการฉายหนังขององค์กรต่าง ๆ นั้น ต้องเข้าใจเงื่อนไขอันจริงแท้ว่า องค์กรเหล่านั้นเป็นองค์กรที่ต้องใช้ต้นทุนทำกิจกรรมในแต่ละโครงการค่อนข้างมาก โดยส่วนใหญ่ก็เป็นองค์กรในวิถีค่ายกันทั้งนั้น การจะให้เก็บเล็กผสมน้อยจากสิ่งเหล่านี้เป็นไปได้ยาก หากแต่หลังการฉายหนังฯ แล้ว พวกเขาได้จัดการกับขยะโดยที่ไม่เป็นภาระของงานอาคาร , ผมก็ถือว่าเยี่ยมแล้ว
...
กรณีหนังสือทำมือนั้น ตอนนี้งานกิจกรรมดำเนินการมา 2 โปรเจคใหญ่ ๆ แล้ว ด้วยการนำกระดาษเหลือใช้ให้ชมรมฯ ไปเย็บเป็นเล่ม ๆ โดยมีค่าตอบแทนเล่มละ 10 บาท ไม่เพียงหารายได้ให้ชมรม, ส่งเสริมให้ชมได้ทำงานร่วมกัน นั่นก็คงช่วยลดภาวะการตัดไม้ทำลายป่าได้บ้างกระมังครับ