ความเปลี่ยนแปลงเป็นอนิจจัง ตราบใดที่โลกยังหมุนไปเรื่อยๆ โจทย์ชีวิต โจทย์สังคมเปลี่ยนไป วิถีชุมชนยากที่จะฉุดรั้งไว้ได้ ส่วนจะสรุปอย่างไรนั้นไร้ขอบเขต ไม่อาจที่จะตีความคลอบคลุมได้ละเอียด แต่ก็มีวิธีวิเคราะห์ประมวลผลเชิงวิชาการ เพื่อหาคำตอบว่า ตอนนี้มวลมนุษย์ที่อยู่ในแต่ละส่วนซีกโลก นำพาสังคมไปในทิศทางใด

·        ความเปลี่ยนแปลงในระดับชาวบ้าน

น้ำกะบ่ได้ตัก        น้ำก็ไม่ได้ตัก         :  เปิดก๊อก

ผักกะบ่ได้ปลูก      ผักก็ไม่ได้ปลูก      :  ซื้อจากรถพุ่มพวง

ลูกกะบ่ได้เลี้ยง     ลูกก็ไม่ได้เลี้ยง      :  ส่งลูกมาให้แม่เลี้ยง

เฟียงกะบ่ได้ตี       ฟางก็ไม่ได้ตี         :  ใช้รถนวดข้าวแทน

หนี้กะบ่ย่าน         หนี้ก็ไม่กลัว           :  ไม่กลัวการมีหนี้ กู้แหลก

ซ้ำคร้านเฮ็ดกิน     ขี้เกียจทำมาหากิน   :  เป็นคุณชะลอหลังยาว 

 ·        ความเปลี่ยนแปลงในระดับชาวเมือง

ทาแป้งก็บ่ได้    -ทาแป้งแต่งหน้าเองไม่ได้

สระผมก็บ่ได้     -สระผมเองไม่ได้

เขียนคิ้วก็บ่ได้   -เขียนคิ้วเองไม่ได้

ทาปากก็บ่ได้    -ทาปากเองไม่ได้

ตัดเล็บก็ไบ่ได้  -ตัดเล็บเองไม่ได้

..แล้วจะทำอะไรเป็น ถ้าอ่อนแอพึ่งพาคนอื่นทุกเรื่อง

: ต้องเข้าร้านเสริมสวย สวยให้ได้ สวยทุกวัน สวยไว้ก่อน

: ไม่งั้นไม่มั่นใจ ไม่สบายใจ

: พยายามพัฒนาการความสวย ตัด แต่ง เสริม สัก สอด ตามอวัยวะ

: แฟชั่นไม่หยุดนิ่ง วิ่งนำกระแส สวยในซอย สวยที่สุด ไปเรื่อยๆ

มีข้อเสนอแนะไหม?

มีสิ! ชุดการแต่งกายแต่งตัว ที่เรียบง่ายและประหยัดแบบพอเพียง ที่ดีที่สุดคือ..ชุดหลวงพ่อ! แต่งกันมาเป็นพันๆปี แฟชั่นนี้ก็ยังเป็นยอดนิยม อิอิ!

“อันนินทากาเลเหมือนเทน้ำ ไม่ชอกช้ำเหมือนเอามีดมากรีดหัว”