การบนบานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์

(โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน ผู้มีอายุน้อยกว่า ๒๐ ปีควรได้รับการแนะนำ...)

      ก่อนที่ผมจะเขียนแสดงความคิดเห็นอะไรต่อไปขอนำเสนอคำศัพท์ สำนวนที่เกี่ยวข้องดังนี้(จากพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน)
     ๑. คำว่า "บน และ บนบาน" เป็นคำกริยา มีความหมายเหมือนกันคือ ขอร้องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยโดยให้คำมั่นว่าจะให้สิ่งของตอบแทนหรือทำตามที่ให้สัญญาไว้เมื่อเป็นผลสำเร็จ
     ๒. สำนวนว่า "บนบานศาลกล่าว"  เป็นกริยา หมายถึงขอร้องให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยเหลือ
     ๓. สำนวนว่า "บนข้าวผี  ตีข้าวพระ" เป็นกริยา หมายถึง ขอร้องให้ผีสางหรือเทวดาหรือสิ่งสักดิสิทธิ์ช่วยเหลือโดยจะแก้บนเมื่อสำเร็จ
     ๔. คำว่า "แก้บน" เป็นกริยา หมายถึง เซ่นสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามที่ตนได้บนบานไว้
     ๕. คำว่า "ใช้บน" มีความหมาย เหมือน "แก้บน"


      เมื่อทราบความหมายกันแล้วก็มาคุยกันเรื่องการบนบานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์กันต่อไป ผมถามจริงๆเถอะครับในฐานะชาวพุทธ ท่านเชื่อเรื่องนี้ไหม?
     พระพุทธเจ้าสอนว่า อตฺตาหิ อตฺตโน นาโถ ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน แล้วจะไปบนบานกันทำไม แต่เชื่อไหมพวกเรารวมทั้งผมด้วยก็ยังฝ่าฝืนพุทธพจน์แอบไปบนกันจนได้....แถมบน...พระอนุสาวรีย์พระพุทธเจ้า(ก็คือพระพุทธรูปซึ่งเป็นอุเทสิกเจดีย์)นั่นแหละ
     ถามว่าบนด้วยอะไร ที่ผมเห็นมา บ้างก็บนด้วยทองคำเปลว บ้างก็บนด้วยประทัด บ้างก็บนด้วยละคร บ้างก็บนด้วยว่าว บ้างก็บนด้วยมหรสพต่างๆเช่นลิเก เพลงพื้นบ้าน เคยมีประชาชนหาเพลงอีแซวโรงเรียนบางลี่วิทยา ไปเล่นแก้บน หลายปีติดต่อกัน บางเจ้าสอบบรรจุได้บนไว้เจ็ดคืนก็มี


     คราวนี้ถามว่าพระพุทธรูปองค์ไหนที่คนนิยมไปบนบาน ก็ตอบว่าก็พระพุทธรูปที่คนไทยนับถือกันมากๆนั่นแหละครับ เช่นถ้าอยู่นครปฐมก็หลวงพ่อวัดไร่ขิงถ้าอยู่แปดริ้วก็หลวงพ่อโสธร ถ้าอยู่แม่กลองก็หลวงพ่อวัดบ้านแหลม น่าสังเกตว่าพระพุทธรูปที่กล่าวมานี้มีตำนานว่าลอยน้ำมา ถ้าเป็นที่สุพรรณบ้านผมก็ต้อง
เป็นหลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์

     ที่เลื่องลือกันมากสำหรับครูที่ทำผลงานอาจารย์ ๓ ระดับ ๘ ระดับ ๙ สมัยก่อนหรือ ครูชำนาญการพิเศษ ครูเชี่ยวชาญ สมัยนี้นิยมมาบนบานกันมาก มาจากต่างจังหวัดไกลก็เคยได้ยิน พระพุทธรูปองค์นี้คือหลวงพ่อวัดอาน อยู่ที่บ้านบางแม่หม้าย  ตำบลบางใหญ่ อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี คุณครูบางท่านเตรียมบนหลวงพ่อ...มากกว่าเตรียมข้อมูลทำผลงานเสียอีก
      เมื่อมาคิดให้ดี สิ่งของที่นำมาแก้บน ไม่ว่าจะเป็น ประทัดก็ดี ละครก็ดี มหรสพอื่นใดก็ดีหรือว่าวก็ดี ล้วนเป็นข้าศึกแก่พรหมจรรย์ของพระพุทธเจ้าทั้งนั้น พระพุทธเจ้าชอบความสงบ ไยจึงจุดประทัด พระพุทธเจ้าบัญญัติศีล ๘ ศีล ๑๐ หรือศีลอื่น ให้ละเว้น ดูละครดูการละเล่นไยนำละครมาให้ทอดพระเนตร แล้วว่าว จะนำมาให้ทรงว่าวหรือ นี่คิดเล่นๆแต่ก็น่าคิด
      และแล้วผมก็คิดขึ้นได้ว่า...ที่จริงพระพุทธเจ้าท่านไม่รู้ไม่เห็นอะไรไม่ยินดียินร้ายกับสิ่งเหล่านี้ แต่อาจมีผู้อื่นมารับสินบนแทนตามความเชื่อของคนโบราณเชื่อกันว่า พระธาตุเจดีย์ต่างๆจะมีเทวดารักษา พระพุทธรูปก็เป็นอุเทสิกเจดีย์ย่อมต้องมีเทวาดารักษา

   เรื่องนี้ผมเคยได้ยินว่ามีฝรั่งคนหนึ่งมาเที่ยวชมพระปรางค์วัดอรุณฯแล้วเกิดประทับใจเก็บเศษกระเบื้องที่ตกอยู่ใส่กระเป๋ากลับต่างประเทศไป ปรากฏว่าทุกคืนจะมีเทวดาไปเข้าฝันแล้วก็ทวงกระเบื้อง ให้เอาไปคืน กล่าวกันว่าฝรั่งคนนั้นต้องเดินทางมาประเทศไทยอีกครั้งเพื่อเอากระเบื้องมาคืน
      จากเรื่องนี้ผมจึงคิดว่าผู้ที่รับการบนบานแทนพระพุทธรูปคือเทวดาที่รักษาพระพุทธรูปนั่นเอง เทวดาท่านเป็นปุถุชนยังมีกิเลสเหมือนมนุษย์ท่านก็เห็นใจมนุษย์มาเป็นพลังเสริมให้ แต่คนที่บนบานต้องช่วยตนเองก่อนท่านจึงจะช่วยให้ประสบความสำเร็จ


      นางสุชาดาเคยเข้าใจว่าพระพุทธเจ้าเป็นเทวดานำภัตตาหารไปถวาย ครั้งพุทธกาล มาวันนี้ผู้ที่ไปบนบานหลายคนก็เข้าใจว่าเทวดาเป็นพระพุทธเจ้า....น่าคิด..ตามประสาครูพิสูจน์คิดครับ