ทำไมเราต้องเขียนบล็อกกันบ้าง?

 

     เมื่อก่อน (ราวก่อนเดือน พ.ย.ปี 50) ผู้เขียนไม่เคยทราบว่า Blog คืออะไรจนกระทั่งมีเพื่อนรักคนหนึ่งแนะนำให้มาท่อง Web G2K เค้าเล่าให้ฟังว่าสังคมที่นี่มีแต่ความเป็นมิตร มีแต่ความจริงใจ หวังดี ให้แก่กัน มีทุกเรื่อง ทั้ง สุข เศร้าเหงา รัก เรื่องสนุกสนาน วิชาการ มีทั้งนั้น เป็น Blog ที่ใช้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างคนวัยทำงาน ช่วงนั้นผู้เขียนกำลังว่าง ๆ ก็ลองเข้ามาอ่าน Blog ต่าง ๆที่มีผู้คนมากมาย เขียนบันทึกเอาไว้ เห็นบันทึกแต่ละท่านมีเรื่องน่าอ่านมีคนเข้ามาเขียน comment เจ้าของ Blog ก็ตอบกลับไปกลับมา เป็นไปในแนวสนุก ๆไม่ค่อยซีเรียส บางบันทึกเขียนได้สนุก อ่านไปขำไป บางบันทึกอ่านแล้วหายโง่ไปหลายขุมอิอิ หูตาสว่างไปได้เยอะ หลังจากที่ไม่ได้อยู่ในสังคมคนทำงานแบบออฟฟิศมานานเพราะมาทำธุรกิจของที่บ้านตัวเองหลังจากอ่านแต่บันทึกของคนอื่น ทำให้สนใจอยากมีบันทึกของตัวเองบ้างทำไงล่ะที่นี้ ด้วยความใจร้อน ก็ลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง มั่วไปเรื่อยเมื่อเข้ามาเขียนแล้ว ก็ไม่ผิดหวังจริงๆ มีผู้มีน้ำใจหลายท่านแนะนำวิธีการเขียน Blog อย่างถูกวิธี แนะนำโน่นนี่นั่นให้ผู้เขียน มีทั้งร้องขอและไม่ได้ร้องขอ แต่ก็มีน้ำใจหลั่งไหลมาล้นเหลือ บอกได้คำเดียวว่า ประทับใจมาก ๆ ทำให้การเขียน Blog ของผู้เขียน พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มลงรูปเป็น เริ่มทำ link เป็น ฯลฯแต่ถึงตอนนี้ก็ยังแค่หัดเดินอยู่นั่นเอง 555!!!

 เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผู้เขียนได้ไปอ่านเจอที่มาของคำว่า บล็อก ในนิตยสารเล่มหนึ่งมา เห็นว่าน่าสนใจดี เลยจะเอามาบอกต่อ ใครที่ทราบแล้ว ก็อ่านได้ ใครที่ยังไม่ทราบ ก็ดีใจที่เป็นส่วนหนึ่งที่ได้เฉลยให้ทราบ หนังสือเขาเล่าให้ฟังอย่างนี้

     คำว่าบล็อก หรือ Blog  เดิมคือคำว่าWeb log ซึ่งในตอนนั้นมันก็คือหน้าเว็บเพจที่บรรดาโปรแกรมเมอร์เขาสร้างขึ้นมาเพื่อแจกโปรแกรมที่พวกเขาคิดกันขึ้นมาฟรี ๆ ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นวิทยาทานให้คนอื่น ๆ หรือเพื่อโชว์ว่าเขาคิดอะไรเจ๋ง ๆ ออกมาได้ก็แล้วแต่ ทีนี้เขาก็เลยเอามาแจกกันที่เว็บ ล็อก ที่เปิดขึ้นมาและเขาก็คิดกันต่อว่ามันน่าจะมีการร่วมกันพัฒนากันต่อไปอีก ก็เลยเปิดโอกาสให้คนอื่น ๆ เข้ามาเอาโปรแกรมไปพัฒนาต่อ แล้วเอากลับมาโพสต์ต่อในเว็บ ล็อกที่สร้างขึ้นมา ถ้าคนต่อ ๆ มาที่เข้ามาในเว็บ ล็อกอีก เกิดไอเดียใหม่ ๆ อยากพัฒนาต่อไปอีกก็สามารถเอาไปสร้างต่อได้ ต่อกันไปเรื่อย ๆ โดยมีเจ้าของหน้าเว็บ ล็อก นั้นดูแลอยู่ด้วย ทีนี้เวลาที่ใครก็ตามที่เข้ามาร่วมพัฒนาต่อ ๆ กัน ทุกคนก็จะต้องเขียนกระบวนการทางความคิดและสร้างสรรค์งานออกมาทั้งหมดลงไปด้วย เพื่อที่ว่าคนที่มาทำต่อจะได้รู้ว่า งานมันไปถึงไหนแล้ว และไอเดียของเว็บ ล็อก นี้มันก็เจ๋งมากตรงที่มันเปิดกว้างให้กับคนทุกคนบนโลกใบนี้ ทุกคนสามารถเข้ามาช่วยกันได้แล้วเรื่องมันก็เริ่มพัฒนามาจากการพัฒนาโปรแกรม มาสู่เรื่องส่วนตัวที่ใครก็สามารถสร้างเว็บ ล็อก แล้วก็ใส่ทุกสิ่งอย่างในชีวิตที่อยากจะให้คนอื่นรับรู้ได้ลงไปในเว็บ ล็อก และเมื่อเรียกกันไปเรียกกันมา จากเว็บ ล็อก ก็กลายเป็น บล็อก ในที่สุด

     และในยุคนี้ บล็อก ก็ดูจะกลายเป็นสัญลักษณ์ของป๊อปคัลเจอร์อีกอย่างหนึ่ง จะว่าไปเมื่อหลายปีก่อนเรารู้จักกับไดอารี่ออนไลน์มาก่อน แต่ทุกวันนี้ไดอารี่ออนไลน์หายไป กลายเป็นบล็อก เพราะอะไร? เพราะคำว่า ไดอารี่ ในความหมายมันคือสิ่งที่เป็นส่วนตัวมาก ๆ เวลาที่เราเขียนไดอารี่เราคงไม่อยากให้ใครมาแอบอ่าน แม้ว่ามันจะขึ้นไปอยู่บนโลกไซเบอร์แล้วก็ตาม ดังนั้นพอเป็นคำว่า ไดอารี่ออนไลน์ มันก็เลยฟังดูจะไม่ค่อยถูกสักเท่าไร เพราะคนที่เขียนไดอารี่ก็คงต้องกลั่นกรองความคิดของตัวเองมากขึ้นว่า สิ่งที่เขียนลงไป มันคือสิ่งที่ใครก็ไม่รู้บนโลกนี้สามารถเข้ามาอ่านได้ มันไม่ใช่ความลับอีกต่อไป มันเป็นเหมือนสิ่งที่นำเสนอความเป็นตัวเราอีกอย่างหนึ่ง คำว่า ไดอารี่ออนไลน์ จึงค่อย ๆ หายไป เปลี่ยนเป็นคำว่า บล็อก ที่ในภาษาคอมพิวเตอร์เขาว่ามันคือ 2.0 คือไม่ใช่แค่เจ้าของคือผู้สร้างเว็บนั้นเท่านั้นแต่คนอื่น ๆ ที่เข้าไปอ่านก็สามารถร่วมแต่งเติมเสริมแต่งหน้าบล็อกนั้น ๆ ได้ด้วย คุณอาจจะทิ้งคอมเมนท์ของคุณ เป็นภาพกราฟฟิกลวดลายต่าง ๆ รูปที่คุณไปเที่ยว วิดีโอคลิป หรือเพลงที่คุณชื่นชอบก็ยังได้

 ทำไมเราต้องเขียนบล็อกกันบ้าง?

เพื่อโอกาสในการทำงาน :

พอร์ตโฟลิโอบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

     ไม่ว่าคุณจะทำอาชีพอะไรก็ตาม ทุกอาชีพสามารถเขียนบล็อกได้หมด ยกตัวอย่างเช่นอาชีพหมอ คนเป็นหมออาจจะไม่เก่งนักในเรื่องการใช้ภาษา แต่ไม่ได้หมายความว่า หมอจะเขียนบล็อกไม่ได้ มันอาจจะเริ่มจากหมอจะเขียนว่า วันนี้ได้รักษาคนไข้รายหนึ่ง แล้วเจอเคสประหลาดทีเดียว คุณหมอท่านนี้อาจจะเขียนบล็อกโดยยกเคสนี้ขึ้นมา เขียนหมดทุกกระบวนการ ตั้งแต่ ตรวจพบอาการ กระบวนการรักษา ซึ่งจะเกิดผลดีถ้ามีคุณหมอท่านอื่นมาอ่านเจอและอาจจะเคยเจอเคสเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน ก็จะได้มีข้อมูลไปรักษาต่อ เป็นการเผยแพร่ความรู้ต่อ ๆ กันไป

     หรือในอีกกรณีถ้าคุณเป็นคนที่กำลังมองหางานใหม่ หรืออยากสร้างโอกาสในการหารายได้เพิ่มเติม บล็อกนี่ล่ะคือช่องทางสุดสะดวกและไฮเทคของคุณ ทำไมนะเหรอ? ก็คุณสามารถอัพโหลดผลงานทุกชิ้นของคุณขึ้นไปบนบล็อกได้เลย รวมทั้งคุณสามารถเขียนอธิบายกระบวนการทำงานทั้งหมดลงไป หรือถ้ามันไม่ใช่ผลงานแต่เป็นโครงการงานอะไรสักอย่าง คุณก็สามารถเขียนบล็อกขึ้นมาใหม่แล้วเล่าขั้นตอนการทำงาน ไอเดีย ความคิดของคุณลงบล็อกได้ ที่นี้ไม่ว่าคุณจะพบโอกาสหรือช่องทางหางานให้คุณที่ไหนก็ตามบนโลกใบนี้ เช่น ในผับ งานปาร์ตี้ บ้านเพื่อน วัด โบสถ์ หรือแม้แต่บนรถไฟฟ้า คุณก็สามารถแนะนำตัวได้ทั้งหมด โดยคุณอาจจะพกนามบัตรที่มีไอพี บล็อกของคุณ หรือส่ง sms ให้คนที่อยากดูผลงานของคุณก็ได้ หรือถ้าคุณไปสมัครงานคุณอาจไม่จำเป็นต้องพกพอร์ตโฟลิโอเล่มยักษ์เพื่อใส่ผลงานทั้งหมดของคุณไปโชว์เขาก็ได้ เพราะทุกวันนี้คงไม่มีบริษัทไหนที่ไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้หรอกนะ ไม่ว่าคุณจะอยู่ส่วนไหนของโลก ขอแค่มีอินเตอร์เน็ตคุณสามารถอวดผลงานของคุณได้ และที่สำคัญผลงานของคุณมันก็จะอยู่บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตนั่นแหละ ผลงานของคุณจะไม่มีวันหายไปไหน จะไม่มีวันเปื่อย เหลือง กรอบ ยุ่ย หรือแตกหักเสียหาย (ยกเว้น เน็ตล่ม เปิดไม่ออก อิอิ)

     แต่ สำหรับ G2K เค้าห้ามโฆษณาขายของกันในบล็อกนะจ๊ะ เพราะฉะนั้นก่อนที่คุณจะเข้าไปเขียน Blog ในเว็บเพจไหน คุณควรศึกษาถึงกฎกติกามารยาทของเว็บนั้น ๆ ให้ถ้วนถี่ก่อนค่ะ 

เพื่อชี วิ ต ส่ ว น ตั ว  :

พื้นที่ระบายอารมณ์

     การได้เขียนอะไรออกมาจากความรู้สึกนึกคิด ถือเป็นการระบายอารมณ์อย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะอกหัก รักตุ๊ด เอ๊ย รักคุด เจ้านายสุดโหด ใช้งานเยี่ยงทาส สะใจได้แกล้งลูกน้อง ฟุตบอลทีมโปรดแพ้อีกแล้ว น้องหมาสุดที่รักตาย ร้องไห้สามวันสามคืน ก็ตาม แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ส่วนตัวมาก ๆ ไม่อยากให้ใครมาอ่านเจอ คุณก็ต้องเข้าไปเซ็ทเป็นไพรเวซี่ (privacy) เอาไว้ หรืออาจจะเซ็ทไว้ว่าต้องเป็น permission ก็แล้วแต่ผู้ให้บริการบล็อกจะตั้งขึ้นมา

อัพเดทกับเพื่อน ๆ

     ถ้าตอนนี้คุณเรียนอยู่ต่างประเทศ หรืออาจจะไปทำงานเมืองนอกเมืองนาสักปีสองปี หรือแม้แต่ในประเทศเดียวกัน แต่หาเวลาติดต่อโดยตรงกับเพื่อน ๆ ได้ยากเย็นเหลือเกิน บล็อกก็เป็นอีกตัวช่วยให้คุณได้อัพเดทชีวิตของคุณตอนนี้กับเพื่อน ๆ ได้ เข้าไปเขียนวันละบล็อก หรือสองสามวันอัพเดทบล็อกสักทีเพื่อบอกเล่าประสบการณ์ชีวิตสนุก ๆ หรือน่าสนใจให้เพื่อน ๆ ญาติพี่น้องพ่อแม่ได้รับรู้ว่า ตอนนี้คุณเป็นยังไงบ้าง สบายดีแค่ไหน หรือกำลังเครียดกับการเรียนจนแทบจะบ้าตายก็ว่าไป และพวกเขาก็จะได้โพสต์คอมเมนท์ข้อความถึงคุณได้ด้วย คุณอาจจะถ่ายรูปคุณและสิ่งต่าง ๆ ที่คุณอยากบอกเล่าเรื่องราวชีวิตของคุณตอนนี้ด้วยก็ทำได้ ทุกคนจะได้เห็นว่าตอนนี้ คุณอ้วนขึ้นหรือผอมลง หน้าเครียดกำลังเป็นบ้าหรือหลั่นล้าฮาตรึม..

บันทึกการเดินทาง

     ข้อดีอีกอย่างของบล็อกคือ การที่เราเดินทางไปเที่ยวที่ไหนก็ตามที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้ เวลาว่าง ๆ ก่อนเข้านอนหรือช่วงนั่งพักกินกาแฟในร้านหนังสือน่ารัก ๆ สักแห่งในมิลาน เราก็สามารถเขียนเล่าได้ว่าวันนี้ไปเที่ยวที่ไหน ทำอะไรมาบ้าง เกิดเหตุการณ์อะไรกับเรา และเราคิดเห็นกับมันยังไง พร้อมอัพโหลดรูปขึ้นไปได้เลย โดยไม่ต้องกลัวว่าจะลืม หรืออะไรจะหายไป เข้าไปดูเมื่อไรก็เข้าไปดูได้ เป็นบันทึกการเดินทางที่เพื่อน ๆ เราก็เข้าไปร่วมแชร์ความคิดกับเราได้ด้วย คุณอาจจะได้รับคอมเมนท์ประมาณว่า โหย..อิจฉาแกจัง ได้กระทบไหล่เจ.โลซ้าด้วยยยย..

เลิฟบล็อก

     บนโลกไซเบอร์คุณก็สร้างความโรแมนติกให้กันได้ ลองสร้างบล็อกที่อัพเดทแต่เรื่องของเราสองคนสิ ถ้าคุณกำลังอินเลิฟกับใครสักคน และเขาเองก็อินเลิฟกับคุณอยู่เช่นกัน ก็สร้างบล็อกร่วมกันเสียเลย เข้าไปเขียนกลอน อัพโหลดเพลง หรืออะไรหน่อมแน้ม ให้กันก็ได้ตามแต่ใจปรารถนา  ถ้าคุณอยากให้มันเป็นแค่ความลับของเราสองคน ก็ตั้งรหัสผ่านที่เรารู้กันแค่สองคนเท่านั้นพอ แล้วมันน่ารักและตื่นเต้นดีเวลาที่เข้าไปในเลิฟบล็อกของเราแล้วเห็นเค้าอัพโหลดบล็อกอะไรใหม่ ๆ ถึงอาการอินเลิฟของเขาขึ้นไปบนนั้น แล้วก็ได้ทำอะไรแบบนั้นบ้างเหมือนกัน สาดความรักลงไปบนบล็อกเพื่อเชื่อมช่องทางความรักเพิ่มขึ้นไงล่ะ ยิ่งถ้าเป็นรักทางไกล บล็อกนี่ล่ะเป็นอีกตัวช่วยให้หัวใจเราใกล้กัน.. 

Blog’s Rule!

     มันไม่ใช่กฎอะไรหรอก แต่ว่าคุณก็ควรจะแยกเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวออกจากกันในชีวิตจริง และในชีวิตบล็อกก็เช่นกัน ถ้าคุณสร้างบล็อกที่เป็นเรื่องงาน คุณก็ควรจะมีแต่เรื่องงานอยู่ในนั้น ไม่ควรจะเขียนบล็อกที่เป็นเรื่องทะเลาะกับแฟน หรือเรื่องไร้สาระลงไป และก็ไม่ควรใส่รูปที่คุณไปเที่ยวเล่นชู 2 นิ้วอาโนเนะลงไป มันจะทำให้คุณดูไม่เป็นมืออาชีพ และในขณะเดียวกัน เพื่อนที่เข้าไปอัพเดทชีวิตหรือเรื่องขำ ๆ ที่คุณมักจะเขียนเป็นประจำ พวกเขาก็คงไม่อยากอ่านว่าโปรเจ็คท์งานใหญ่เบิ้มของคุณไปถึงไหนแล้ว และมันมีปัญหาอุปสรรคอะไรขัดขวางอยู่บ้างหรอก จริงมะ!! เพราะฉะนั้น แยกบล็อกออกไปเป็นเรื่อง ๆ ไม่ควรเขียนสะเปะสะปะ งงไปงงมา อ่านแล้วงงไปกันใหญ่จ้า.. 

     อ่านถึงตอนนี้ คงพอจะทราบบ้างแล้วซินะ ว่า Blog (บล็อก) คืออะไร ถ้าเราจะเขียนบล็อก ควรศึกษาให้ดีก่อนว่า web ที่เราจะเข้าไปเขียนนั้น เค้ามีแนวทางในการเขียนกันอย่างไร สำหรับใครบ้างที่เขียน หรือสำหรับใครบ้างที่จะเข้ามาอ่าน        

     web ดัง ๆ ที่ฮิตกันก็มีอยู่หลายเจ้า ลองคลิกเลือกกันได้ตามความสนใจนะคะ เช่น

  • www.blogger.com สำหรับเว็ปนี้คุณสามารถใช้ได้เลยถ้าคุณใช้บริการอีเมล์ของ Gmail
  • www.facebook.com เว็ปนี้ลูกเล่นเยอะดี มีอะไรสนุก ๆ ให้ทำ แต่แรก ๆ อาจจะงงสักหน่อย 
  • หรือถ้าคุณใช้บริการ hotmail ก็จะมีบริการ spaces ให้กับทุกแอคเคานท์ที่ใช้บริการของ hotmail อยู่แล้ว
  • www.bloggang.com เว็ปของคนไทย
  • etc.

     แต่สำหรับผู้เขียนเว็บในดวงใจคือGotoknow.org (G2K) ตอนนี้ กลายเป็นโรคติดบล็อก วันไหนเน็ตล่ม เข้าไม่ได้ หรือติดธุระงานยุ่ง เข้ามาอ่านบล็อกไม่ได้ มีอาการลงแดงเชียวนา   เอ้า..!! จริง ๆ ไม่ได้พูดเล่น โดยเฉพาะใน G2K ถ้าใครหลงเข้ามาไม่ว่าจะโดยตั้งใจ หรือ ไม่ตั้งใจก็ตามแต่ เป็นต้องติดงอมแงมแทบทุกรายไป เรื่องจริง..ไม่ได้โม้..ม..ม…!!! 55555

     ผู้เขียนเอง มีบล็อกของตัวเองอยู่ใน G2K นี้  3 บล็อก ไม่ว่าจะเป็น เรื่องหมา ๆ แบบฮันนี่ (เป็นเรื่องราวของบ้านแสนสุข ชีวิตหมา ๆ แมว ๆ ที่จะเล่าเรื่องโดยหมาน้อยฮันนี่ หรือไม่ก็แม่หมามาเล่าเอง อิอิ) , เร่เข้ามาจะพาไปเที่ยว (เป็นเรื่องเกี่ยวกับประสบการณ์ในการท่องเที่ยว ไปไหนมาก็จะเอามาเล่าสู่กันฟัง)  หรือ ซุ้มสอยดาว  (เรื่องคัน ๆ ที่อยากบอกต่อ) เหล่านี้เป็นต้น ถ้าสนใจลองไปหาอ่านดูนะจ๊ะ อย่าลืม comment กันบ้างละกันค่า..รับรองจะตอบทุกคนที่ฝากร่องรอยไว้จ๊ะ    

เรื่องราวเกี่ยวกับบล็อก คงมีแต่เพียงเท่านี้ ใครสนใจหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่..

ที่มา นิตยสาร CLEO ฉบับธันวาคม 2007 P.232