ธรรมชาติบำบัดในผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย
สืบเนื่องจากที่ดิฉันได้ไป
ซึ่งมีชื่อ โครงการเรียนรู้ดูกายใจด้วยธรรมะ ธรรมชาติ (โครงการเพื่อผู้ป่วยโรคมะเร็ง)
เป็นกลุ่มผู้ป่วยที่ยินดี...มาร่วมโครงการ โดยการรับประทานอาหารชีวจิต ตำรับ อ. รสสุคนธ์ และปฏิบัติธรรม โดยการวิปัสสนากรรมฐาน เป็นเวลา 32 วัน
วันสิ้นสุดโครงการฯ... ก็มาถึง คือวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2551
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2551
พระอาจารย์วิโรจน์ จกกวโร จัดให้มีการเปิดใจหรือถอดบทเรียนสำหรับผู้ที่เข้าโครงการฯ ในครั้งนี้
ก่อนจะให้ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ...เปิดใจ
พ่อครัว...ที่ผ่านการเรียนการทำอาหาร ตำรับ อาจารย์รสสุคนธ์ ที่มาทำอาหารให้ตลอดโครงการฯ
ก็มาเปิดใจ...เช่นกันและทบทวนการทำน้ำเอนไซม์ เพื่อให้ผู้ป่วยนำกลับไปใช้ในการดื่ม ล้างหน้า ล้างตา ล้างหูก็ได้ ทำให้สุขภาพดี
ซึ่งน้ำเอ็นไซม์... ผู้ป่วยทุกคนจะได้หัวเชื้อ คนละ 3 ลิตร แล้วพ่อครัวจะสอนวิธีขยายโดยระเบิดต่อ จะได้น้ำเอ็นไซม์ใช้ไปเรื่อยๆ
หลังจากนั้น,,พระอาจารย์ก็ให้ผู้ป่วยเปิดใจ
ผู้ป่วยที่เล่าให้ฟัง... ส่วนมากรู้สึกว่าได้ชีวิตใหม่กลับมา ร่างกายแข็งแรง จิตใจเข้มแข็ง ความทุกข์ทรมานจากความปวดลดลง จะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปนำปฏิบัติต่อไป
โครงการนี้...
ทำให้ผู้ป่วย...มีความสุข ทุกคนได้ผ่านการสอบอารมณ์จากพระอาจารย์
ผู้ที่เป็นอาสาสมัคร...รู้สึกอิ่มบุญ ผู้เข้าร่วมโครงการฯไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น
การประเมินโครงการฯ
เปรียบเทียบผลการตรวจเลือดก่อนและหลังเข้าร่วมโครงการฯ
ค่าคะแนนผลการประเมินสุขภาพจิตก่อนและหลังเข้าร่วมโครงการฯ
สุขภาพทั่วไปหลังเข้าร่วมโครงการฯ
จะเห็นว่าโครงการฯนี้...เป็นการผสมผสานธรรมมะและธรรมชาติบำบัด มาใช้ในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายได้ผลดี
อย่างน้อยสิ่งที่เห็น คือ ทุกคน...มีความสุข...ที่ได้เข้าร่วมโครงการ ส่วนผลเรื่องอื่นๆ คงจะต้องติดตามกันต่อไปนะคะ
สวัสดีค่ะป้าแดง
ทุกคนที่ผ่านโครงการนี้ บอกว่ามีความสุข ที่สำคัญสามารถลดความทุกข์ทรมานจากความปวดได้ หน้าตามีชีวิติชีวาขึ้น ริมฝีปากสีชมพูขึ้น
ขอบคุณที่เข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดค่ะ
สวัสดีครับ...
ผมเพิ่งกลับจากการไปราชการ หากแต่รุ่งเช้าของวันนี้ก็จะเดินทางอีกรอบ...
.....
รอยยิ้มของคนป่วยไข้ มักสดใส และมีค่าต่อตัวเอง...
มาชื่นชมการทำงานที่ทำให้ชีวิตของเจ็บคนป่วยมีพลังชีวิต...
เป็นกำลังใขให้ นะครับ
ป้าแดงคะ
นอกจากผู้ป่วยทุกคนมีความสุขแล้ว จากการปฏิบัติแล้ว เขายังรู้สึกอบอุ่นเพราะมีแพทย์ พยาบาลอยู่ใกล้ๆ
อาสาสมัครที่ไปร่วมดูแล โดยเฉพาะพยาบาลหลายคนที่ได้ไปร่วมดูแล พยาบาลประจำหน่วยวิสัญญี รพ ศรีนครินทร์ รวมทั้งหัวหน้าภาคฯ ศ นพ สมบูรณ์ เทียนทอง ก็ดูมีความสุขด้วย
เรามีโอกาสได้เรียนรู้การทำวิปัสสนา การเดินจงกลม การทำสมาธิจากพระอาจารย์วิโรจน์ เราจะได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ค่ะ
สวัสดีค่ะ
ขอให้เดินทางอย่างมีความสุขนะคะ
ถ้าจะสุขยิ่งขึ้น พระอาจารย์สอนว่าเราสามารถกำหนดจิตได้ในทุกสถานที่ ทุกเวลา จะทำให้เรามีสติตลอดเวลาค่ะ
ขอบคุณค่ะ ที่ให้กำลังใจ
เมื่อจิตเข้าใกล้ธรรมชาติ ก็จะอ่อนโยน เมื่อจิตเป็นสมาธิ ก็เกิดปัญญา เป็นพลังแห่งการเยียวยาที่ดีครับ
สวัสดีค่ะคุณหมอโรจน์
จริงค่ะ เพราะทุกคนที่เข้าโครงการนี้ บอกว่าได้ชีวิตใหม่กลับคืน เป็นการเยียวยาที่ดีจริงๆ
พยาบาลที่ไปร่วมปฏิบัติธรรม ทุกคนบอกว่านี่แหละ Palliative care อย่างแท้จริงค่ะ
ทำงานแล้วมีความสุข เป็นความสุขที่ยั่งยืนที่ไม่ต้องไปแสวงหาที่อื่นนะครับ
อ่ิมใจไปด้วยครับ
สวัสดีค่ะ
วันนี้ไปเยี่ยมคุณหน่อย (ดอกแก้ว) หลังผ่าตัด เรายังคุยถึงคุณหมอเต็ม อยู่เลยค่ะ ว่ารูปใน blog ดูขึงขังมาก ตัวจริงหน้าตาเด็กมาก
พูดถึงโครงการฯที่พระอาจารย์สำนักเวฬุวัน ทำเป็นหลัก พวกเราไปมีส่วนช่วยมากกว่าค่ะ แต่ทำให้คนไข้มีความสุข เราก็สุขไปด้วย สุขเพราะความคิดค่ะ คิดดีมีความสุข
เห็นทีมวิสัญญีเล่าถึงพี่แก้วค่ะ...คนอะไร ขยันจังเลย......โครงการดีๆอย่างนี้น่าทำต่อนะคะ
สวัสดีค่ะคุณติ๋ว
พีมีบุญที่ได้ไปร่วมโครงการฯ
แต่น้องพยาบาลวิสัญญีแต่ละคนคงอิ่มบุญมากกว่า เพราะมีโอกาสไปร่วมปฏิบัติธรรมด้วย
สวัสดีค่ะ พี่อุบล...น่าปลื้มใจเป็นอย่างยิ่งแทนผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายนะคะที่มีโอกาสได้ร่วมโครงการดีๆแบบนี้...ถึงแม้ว่า มะเร็ง จะเป็นวิกฤต แต่นั่นก็ทำมีโอกาสที่ดีๆเข้ามาในชีวิตด้วย โอกาสที่จะได้ "เรียนรู้ดูกายใจด้วยธรรมะ ธรรมชาติ" ที่หลายๆคนยังไม่มีโอกาส...ขอให้มีความสุข อิ่มบุญไปทั่วกันนะคะ...สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะคุณไพรินทร์
คนไข้และเจ้าหน้าที่ที่มีโอกาสได้เข้าไปในโครงการฯนี้ต่างมีความสุขและอิ่มบุญ
หลังจากกินอาหารกายมานาน ได้มีโอกาสไปกินอาหารใจ เหมือนอิ่มทิพย์
แต่การกินอหารใจ พระอาจารย์บอกว่า ก็ต้องหมั่นฝึก เหมือนเรากินขาวเข้าไปทุกวันค่ะ
สวัสดีค่ะน้องอ้อย
พระอาจารย์วิโรจน์ สอนว่าโชคดีที่เป็นมะเร็ง ทำให้เรากลับมามองตนเอง และมีโอกาสได้ปฏิบัติธรรม
มะเร็งหายได้ อยู่ที่ใจเราคิดว่าจะหายไหม
ถ้าจิตใจดี ร่างกายมีความพร้อมที่จะต่อสู้กับโรคนี้ได้ค่ะ
สวัสดีค่ะคุณทหาร
สังขารไม่แน่นอนค่ะ
มะเร็งเกิดจากการดูแลตนเอง 95% นอกนั้นเกิดจากกรรมพันธุ์เพียง 5% จะเห็นว่าโรคนี้เกิดจากการปฏิบัติตัวเองล้วนๆค่ะ
ดิฉันได้พบโครงการนี้
โดยบังเอิญ จะมีการจัดอบรมอีกไหม ถ้ามีดิฉันขอสมัครร่วมอาสาด้วยคะ เพราะเป็นทั้งผู้ป่วยและเป็นพยาบาล อยากรู้วิธีดูแลตัวเองและเพื่อนที่เป็นมะเร็งด้วยกัน โดยใช้วิธีชีวจิต ขอความกรุณาส่งข่าวให้ทราบด้วยนะคะ ขอบพระคุณล่วงหน้าคะ
สวัสดีค่ะคุณสมถวิล
ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมเวฬุวัน มีการสอนทุกวัน แต่ไม่ได้จัดเฉพาะกลุ่มผู้ป่วย คุณสามารถไปทดลองเข้า Course ฝึกได้ค่ะ
จะไปได้วันไหนบ้างค่ะ