สำเร็จก็ถอดบทเรียนเพื่อขยายผลต่อเนื่อง หากไม่สำเร็จก็ต้องถอดบทเรียนเพื่อหาทางเลือกที่เหมาะสม เรามีเวลาเสมอสำหรับการเรียนรู้

 

ผมถูกตั้งคำถามบ่อยครั้งเกี่ยวกับประเด็นประสบการณ์การทำงาน ในหนังสือเล่มที่ผมเขียนล่าสุด กระบวนการเรียนรู้ สู่เส้นทางสีขาว

 

 เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ เล่าถึงประสบการณ์การทำงานพัฒนาชุมชน โดยใช้ กระบวนการเรียนรู้ในการขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น(ยาเสพติด)ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน  มี งานวิจัยเพื่อท้องถิ่น เป็นเครื่องมือในการพัฒนา  จากสงครามยาเสพติด ไปจนถึง ชุมชนเข้มแข็ง

 

 ดร.แสวง  รวยสูงเนิน หลังจากท่านได้อ่านหนังสือแล้ว ตั้งคำถามกับผมว่า 

  •  กระบวนการที่ทำที่แม่ฮ่องสอนนั้น จะนำไปใช้กับพื้นที่อื่นได้อย่างไร
  •  จุดไหนเป็นจุดสำคัญในการเข้าไปทำงานกับชุมชน
  •  หากใช้กระบวนการแบบนี้กับที่อื่นจะสำเร็จเหมือนที่แม่ฮ่องสอนหรือไม่
  •  ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการพัฒนาชุมชนโดยใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนาแบบมีส่วนร่วมนั้น คืออะไร  

 

 

คำถามใหญ่ๆแบบนี้  ความจริงแล้ว มีบทสังเคราะห์เล็กๆที่แทรกในหนังสืออยู่บ้างแล้ว แต่คิดว่าไม่เพียงพอต่อการทำความเข้าใจ เพราะงานที่ทำ (ประเด็นยาเสพติด) ที่แม่ฮ่องสอนในขณะนั้นเป็นประเด็นเฉพาะ ที่สอดคล้องทั้งสถานการณ์ ทั้งกลุ่มคนทำงาน พื้นที่ ระยะเวลา จึงเป็นความสำเร็จภายใต้บริบทที่แม่ฮ่องสอน(ในขณะนั้น)  หลักใหญ่ใจความจึงอยู่ที่ ตัวกระบวนการหลักๆ ของงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นมากกว่า หากนำไปใช้กับพื้นที่อื่นก็คงต้องปรับให้เข้ากับบริบทพื้นที่นั้นๆได้อย่างเหมาะสม

 


 

 เมื่อวานได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนกับ นศ. มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยการพูดคุยผ่านโทรศัพท์ออนไลน์ ไปถึงห้องเรียน (จากเชียงใหม่ ไป ขอนแก่น) ปฏิสัมพันธ์ออนไลน์แบบ Real time  พูดคุยเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวนี้

 

 ผมเน้นย้ำในสามประเด็นหลักๆ ที่เป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จ(ส่วนหนึ่ง) และเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง สำหรับการเข้าไปชุมชนเพื่อพัฒนาโดยใช้ การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม โดยขอต่อยอดอ้างอิงจากหนังสือที่ผมเขียน

 

Community1

 

 ประเด็นที่ ๑ การพัฒนาโจทย์วิจัย 

 

 ประเด็นนี้สำคัญมาก ในการทำงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น โจทย์ที่ชัด เป็นเหมือนการเปิดประตูสู่การพัฒนาที่ถูกทิศ สอดคล้องกับปัญหาชุมชน โจทย์ที่ชัดหมายถึง โจทย์หรือว่าคำถามงานวิจัยนั้นเป็นปัญหา(ที่จะพัฒนา แก้ไข)หรือ ศักยภาพ(ที่จะเสริมต่อ) ของชุมชน จริงหรือไม่? เป็นโจทย์ที่คิดโดยใคร? แล้วโจทย์นั้นมีที่มาจากไหน?

 

 แล้ว โจทย์ไม่ชัด คือยังไง

 

 เป็นโจทย์ที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งในชุมชน กว้างเกินไป แคบเกินไป 

ไม่สอดคล้องกันระหว่าง คำถาม วัตถุประสงค์ ผลที่คาดว่าจะได้รับ และการกำหนดทีมงานที่เกี่ยวข้อง

 

 โจทย์ที่ดีต้อง คมชัด และเหมาะสมกับทุนเดิม และศักยภาพของชุมชนเป็นสำคัญ

 

 

 ประเด็นที่ ๒ ความหลากหลาย

แน่นอนว่าการทำงานกับชุมชน สิ่งที่เราต้องเจอคือ ความหลากหลาย ไม่ว่าจะหลากหลายเรื่องของแนวคิด ผู้คน ความเชื่อแล้ว ยังหลากหลายในส่วนของทุนที่มีอยู่ในชุมชนด้วย สิ่งที่ท้าทายของคนทำงานชุมชนนั้น จะจัดการกับความหลากหลายอย่างไร?

 

 ผมแลกเปลี่ยนกับหลายท่านว่า สิ่งสำคัญนั้น คือ มุมมองของเราเองต่อความหลากหลาย  

  • เรามองในมุมโรแมนติก ว่า หลากหลาย นั้นเป็นเรื่องที่ดี  
  • เป็นหน้าต่างแห่งโอกาสในการเรียนรู้และเชื่อมประสาน ร้อยรัดสิ่งต่างๆเข้าด้วยกันเพื่อความเป็น Unity  
  • ให้คิดถึงระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ มีสรรพสิ่งเอื้อการเป็นชีววิถีที่ยิ่งใหญ่ มีชีวิตชีวา 

 

 

ความหลากหลายจึงเป็นทุนที่สำคัญในการทำงาน และเป็นเช่นนั้นจริงๆครับ ความหลากหลายมากับพลังความสามารถที่แตกต่างที่เราสามารถนำมาใช้ในทุกช่วงกระบวนการได้เป็นอย่างดี


 

 

 ประเด็นที่ ๓ การนำกระบวนการไปใช้

 

 ประเด็นนี้ตรงใจ ตรงวัตถุประสงค์ผู้เขียนเป็นอย่างยิ่ง ผมตั้งใจไว้ว่าเขียนหนังสือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่อ่านแล้วนำไปคิดต่อ เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้รูปแบบ งานวิจัยเพื่อท้องถิ่น ในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป

 


 

 การนำไปใช้นั้นผมไม่ได้เน้นไว้ในหนังสือ แต่หากร้อยเรียงออกมาเป็นกระบวนการที่ผมใช้ รวมถึงผลที่เกิดขึ้น ดูเหมือนตรงไปตรงมา แต่ว่าภายใต้กระบวนการเหล่านั้นมีปัจจัยมากมายที่ส่งผลโดยตรง โดยอ้อม

 

การนำกระบวนการไปใช้ จำเป็นต้องประยุกต์ให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นบริบทของประวัติศาสตร์ท้องถิ่นตรงนั้น ความคิด ความเชื่อ ศักยภาพที่เราเรียกว่า ทุน  สร้างสรรค์ให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เป็นธรรมชาติ และเกิดการมีส่วนร่วมที่แท้จริงของคนท้องถิ่น รวมถึง การ Empowerment นักวิจัยชาวบ้านแบบ on the job training

 


จะสำเร็จหรือไม่นั้น ไม่สำคัญมากเท่ากับในกระบวนการนั้นเราได้เรียนรู้อะไรไปบ้าง ผลึกผลแห่งปัญญาจึงเกิดขึ้นตลอดเวลาในการจัดการความรู้แบบธรรมชาตินี้

 


สำเร็จก็ถอดบทเรียนเพื่อขยายผลต่อเนื่อง หากไม่สำเร็จก็ต้องถอดบทเรียนเพื่อหาทางเลือกที่เหมาะสม เรามีเวลาเสมอสำหรับการเรียนรู้ครับ


ทั้งสามประเด็นนี้ผมขอต่อยอดจากหนังสือที่ผมเขียน และ ต่อยอดให้กับ นศ.มหาวิทยาลัยขอนแก่นที่ผมได้แลกเปลี่ยนทางการเรียนแบบ Online real-time เมื่อวานนี้

 



 

หนังสือ กระบวนการเรียนรู้สู่เส้นทางสีขาว เป็นหนังสือที่ผมได้เขียนจากประสบการณ์การทำงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น ในชุดโครงการพัฒนาศักยภาพชุมชนในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหายาเสพติดที่แม่ฮ่องสอน ...บทหนึ่งที่ทำให้ผมได้ก้าวต่อ และเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง