การถ่ายทอดความรู้

การถ่ายทอดความรู้สู่เกษตรกรเป้าหมาย

<p>
วัตถุประสงค์                                </p><p>     1.  เพิ่มพูนความรู้ให้แก่เกษตรกร</p><p>     2.  แก้ไขปัญหา                                </p><p>     3.  กระตุ้นให้เกิดการรวมกลุ่มเป็นองค์กรเกษตรกร                                </p><p>     4.  สร้างและพัฒนาเวทีเรียนรู้ให้กว้างขวางด้วยวิธีต่าง ๆ </p><p>วิธีการดำเนินงาน                                </p><p>     1.  วิเคราะห์  ปัญหา  ความต้องการความรู้จากการสอบถามหรือจากปัญหาที่เกิดขึ้นจริง                                  </p><p>     2.  ตรวจสอบปัญหาความต้องการให้ถูกต้องตรงประเด็นจากเกษตรกรหรือผู้นำ                                </p><p>     3.  ร่วมกับผู้นำหรือเกษตรกร  เพื่อกำหนดสถานที่  ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการให้ความรู้                  </p><p>     4.  ร่วมกับผู้นำหรือเกษตรกรกำหนดประเด็นความรู้  วิธีการถ่ายทอด  เช่น  การบรรยาย     การปฏิบัติจริง  ทัศนศึกษาดูงาน  และอื่น ๆ                                </p><p>    5.  ร่วมกับผู้นำหรือเกษตรกร  กำหนดวิทยากร                                </p><p>     6.  หลังการให้ความรู้ทุกครั้งต้องสรุปผลและสอบถามที่ประชุม  เพื่อนำไปสู่กิจกรรม     การรวมกลุ่ม  หากเป็นกลุ่มอาชีพอยู่แล้ว  การถ่ายทอดความรู้ต้องนำไปสู่เป้าหมาย      กิจกรรมแก้ไขปัญหาอื่น ๆ  ต่อไป  </p><p>     7.  หลังการให้ความรู้ต้องติดตามประสานงานนำไปสู่กิจกรรมแก้ไขปัญหาตามความ     ต้องการ </p><p>ข้อแนะนำ</p><p>     1.       การให้ความรู้ควรกำหนดขอบเขตเนื้อหาและประเด็นความรู้ให้เหมาะสมกับเกษตรกร  ตามช่วงฤดูกาล  และสถานการณ์</p><p>     2.       รูปแบบการถ่ายทอดความรู้ควรเน้นการมีส่วนร่วมของผู้เข้ารับความรู้  เช่น     การแลกเปลี่ยนประสบการณ์  การฝึกปฏิบัติโดยเกษตรกรผู้รู้เป็นวิทยากร   การลงมติร่วมกันนำไปสู่กิจกรรมอื่น ๆ  เป็นต้น  </p><p></p><p align="center">กรณีการถ่ายทอดความรู้กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านดูซงรายอ  </p><p align="center">หมู่ที่ 3  ตำบลสะเอะ  อำเภอกรงปินัง  จังหวัดยะลา</p><p align="center">โดย   สำนักงานเกษตรอำเภอกรงปินัง  </p><p align="center">———————————–</p><p align="center"><hr></p>                    เทคนิคและวิธีการสร้างกระบวนการกลุ่มโดยการประชุมให้ความรู้  โดยสำนักงานเกษตรอำเภอกรงปินัง    <p>                   การส่งเสริมกิจกรรมกลุ่ม  เริ่มต้นโดยการนัดหมายจาก  นายดือราซะ  ดือราเซะ  ประธานศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลสะเอะ  แจ้งว่ามีกลุ่มสตรีหมู่ 3  ตำบลสะเอะ  ประสงค์จะตั้งกลุ่มแม่บ้าน  จึงนัดหมายให้มีการประชุมขึ้น    มัสยิดอัลมูบาร็อก  หมู่ 3  ตำบลสะเอะ  อำเภอกรงปินัง  จังหวัดยะลา </p><p>                             ประชุมครั้งแรก  เป็นการถ่ายทอดความรู้ของนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร  ผู้รับผิดชอบงานสถาบันเกษตรกร  เป็นผู้ดำเนินการประชุม  สาระสำคัญของการประชุมประกอบด้วย  3  ประเด็นหลัก  คือ  การตั้งกลุ่มและคัดเลือกคณะกรรมการบริหาร  กิจกรรมที่จะดำเนินการ  ทุนดำเนินงาน  ตามขั้นตอนดังนี้</p><p>          1.  ผู้ดำเนินการประชุมนำประเด็นเรื่องกิจกรรมที่กลุ่มจะดำเนินการมาหารือกับผู้เข้าร่วมประชุมก่อนว่าต้องการรวมกลุ่มเพื่ออะไร  และต้องการทำกิจกรรมอะไรบ้าง  เมื่อมีความต้องการหลายด้าน  ได้ให้ผู้ร่วมประชุมยกมือสนับสนุนกิจกรรมที่แต่ละคนสนใจมากที่สุด  เพื่อเรียงลำดับความต้องการของสมาชิกจากมากไปหาน้อย  และให้ที่ประชุมลงมติเลือกกิจกรรมที่จะเริ่มต้นดำเนินการก่อนเพียงกิจกรรมเดียว  นั่นคือ  กิจกรรมทำขนมโดนัท</p><p>          2.  เมื่อได้มติที่ชัดเจนแล้ว  ผู้ดำเนินการประชุมได้ให้ความรู้เกี่ยวกับแนวทางการจัดตั้งกลุ่ม  ว่าควรมีองค์ประกอบอะไรบ้าง  ซึ่งองค์ประกอบสำคัญคือคณะกรรมการบริหาร  ซึ่งอย่างน้อยควรมี  5  ตำแหน่งเพื่อความสะดวก  คล่องตัวในการทำงาน  และให้ผู้เข้าร่วมประชุมเสนอบุคคลจะเป็นประธาน  รองประธาน  เลขา  เหรัญญิก  และการตลาด  โดยแนะนำให้เลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับแต่ละตำแหน่งและมีความพร้อมในการทำงานจนสามารถเลือกได้ทั้ง  5  คน      </p><p>          จากนั้น  ตั้งชื่อกลุ่ม  แม่บ้านเกษตรกรบ้านดูซงรายอ  และร่วมกันวางระเบียบข้อบังคับกลุ่มอย่างง่าย ๆ  เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมมีความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันเป็นเบื้องต้น  โดยการดำเนินงานนั้น  สิ่งสำคัญที่สุดที่คณะกรรมการต้องยึดถือ  คือ  การดำเนินการใด ๆ  ในนามกลุ่มจะต้องดำเนินการตามมติที่ประชุมเสมอ</p><p>          3.  ผู้ดำเนินการประชุม  ได้แจ้งแก่ผู้เข้าร่วมประชุมว่า  สำนักงานเกษตรอำเภอกรงปินัง  ไม่มีงบประมาณสนับสนุนการตั้งกลุ่ม  แนวทางที่จะสามารถทำให้งานกลุ่มเดินหน้าต่อไปได้  คือ  สมาชิกต้องเสียสละเงินเพื่อเป็นทุนดำเนินงานของกลุ่มเอง  ซึ่งหากสามารถทำได้ย่อมแสดงถึงความตั้งใจที่จะทำงานร่วมกันซึ่งหากเลือกแนวทางนี้และสมาชิกมีความอดทน  ขยันร่วมกันทำงานอย่างต่อเนื่อง  ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานอื่น ๆ  เพิ่มขึ้นในอนาคต </p><p>          จาการสอบถามสมาชิกส่วนใหญ่เต็มใจที่จะให้มีการเก็บเงินเป็นทุนเริ่มต้น  จึงขอมติที่ประชุมว่าควรจะเก็บเงินจำนวนเท่าใด  สรุปที่ประชุมมีมติให้เก็บคนละ  50  บาท </p><p></p><p align="center">วิธีการส่งเสริมกิจกรรมการแปรรูป</p><p>                         สืบเนื่องจากการลงมติของกลุ่มว่าจะทำขนมโดนัท  และความสำเร็จในการรวบรวมทุนดำเนินงานของกลุ่ม  สำนักงานเกษตรอำเภอกรงปินัง  โดยผู้รับผิดชอบงานสถาบัน  ได้จัดอบรมสมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านดูซงรายอทำขนมโดนัท  และถั่วเคลือบ  วางจำหน่ายที่ร้านกาแฟของชุมชน  ขนมโดนัทรสชาติดีแต่แป้งแข็งไป  จึงเชิญนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร  ผู้รับผู้ชอบงานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร  จากสำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา  มาอบรมเพิ่มเติมพร้อมแนะนำเทคนิค  วิธีการทำขนมโดนัทที่ถูกต้อง  จนสามารถทำออกจำหน่ายได้อย่างแพร่หลาย</p><p>                          นอกจากนี้  ยังมีการเชิญวิทยากรจากสำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา  วิทยากรซึ่งเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในตำบล  ครูการศึกษานอกโรงเรียน  ให้ความรู้เรื่องการแปรรูปขนมแก่แม่บ้านอย่างต่อเนื่องรวมไปถึงการส่งตัวแทนกลุ่มเดินทางไปอบรมความรู้เรื่องการทำขนมเพิ่มเติม    ศูนย์อาหารและโภชนาการ  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  จนแม่บ้านมีความรู้สามารถผลิตขนมได้หลากหลายชนิดในปัจจุบัน </p><p align="center">วิธีการส่งเสริมการออมทรัพย์</p><p>                                    1.  ดำเนินการเดือนละครั้ง  เริ่มต้นจากการประชุมประจำเดือนของกลุ่มแม่บ้านฯ  ทีมตำบลได้แนะนำแนวทางการดำเนินกิจกรรมกลุ่มเรื่องการออมทรัพย์  เป็นแนวทางที่จะเสริมสร้างการทำงานกลุ่มให้มีความมั่นคง  เข้มแข็ง  และสามารถจำนำเงินที่ได้ไปฝาก  หรือนำไปขยายผลในรูปแบบของการกู้ยืมหรือกิจกรรมอื่น ๆ    ได้ตามที่สมาชิกเห็นสมควร  ในครั้งแรกสมาชิกมีท่าทีเล็กน้อย</p><p>                       2.  การประชุมประจำเดือนต่อมา  ทีมตำบลได้ถามความเห็นสมาชิก  กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรว่าได้มีการหารือกันเรื่องการออมทรัพย์หรือไม่  ประธานบอกว่าจากการพูดคุยระหว่างการทำขนมสมาชิกเห็นด้วย  แต่ยังได้ได้สรุปว่าจะดำเนินการอย่างไร  จึงได้มีการขอมติที่ประชุมว่าจะออมจำนวนเท่าใด  สมาชิกเสนอ  100  บาท  และ  50  บาท  ที่จะชุมมีมติให้ออมเดือนละ  50  บาท  โดยเริ่มเก็บวันประชุมประจำเดือนในเดือนถัดไป</p><p>                      3.  การประชุมประจำเดือนต่อมา  กลุ่มแม่บ้านฯ  ได้เริ่มเก็บเงินออมทรัพย์เป็นครั้งแรก  โดยมีการจดบันทึกลงในสมุดเบอร์ 2  จากนั้นที่ประชุมได้หารือประเด็นเรื่อง  การจัดทำระเบียบเงื่อนไขการออมที่ชัดเจนโดยสำนักงานเกษตรอำเภอกรงปินัง  นำตัวอย่างระเบียบเงื่อนไขการออมทรัพย์ของกลุ่มออมทรัพย์  หมู่ 3  ตำบลสะเอะ  ซึ่งเป็นกลุ่มที่ประสบความสำเร็จ  มาให้ที่ประชุมได้ใช้เป็นแนวทาง  ที่ประชุมเห็นด้วยกับเงื่อนไขส่วนใหญ่  และแก้ไขในบางส่วน  สุดท้ายที่ประชุมมีมติรับรองระเบียบเงื่อนไขการออมทรัพย์ที่ผ่านการพิจารณาของสมาชิก</p><p>                      4.  การประชุมประจำเดือนอีก  2  เดือนต่อมา  ประธานแจ้งว่าพบปัญหาในการรับฝากเงิน  สมาชิกแจ้งว่าส่งเงินออมแล้ว  แต่ฝ่ายเหรัญญิกระบุว่าสมาชิกดังกล่าวยังไม่มีการส่งเงินออม  ทีมตำบลจึงจัดทำสมุดคู่มือออมทรัพย์  แจกให้กับสมาชิกเพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันในการส่งเสริมออม  โดยให้เหรัญญิกลงชื่อรับเงินทุกครั้งที่มีการรับฝากเงินออม  ปัญหาจึงหมดไป </p><p align="center">วิธีการส่งเสริมกิจกรรมลงหุ้น</p><p>                     มีการส่งเสริมการลงหุ้น  แต่มีการเก็บเงินลงหุ้นครั้งแรกเท่านั้นยังไม่มีการลงหุ้นจริงจัง </p><p align="center">วิธีการส่งเสริมกิจกรรมรวมซื้อ</p><p>                         สืบเนื่องจากการอบรมการทำน้ำยาล้างจาน  และน้ำยาซักผ้า  โครงการพัฒนาองค์กรเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน  ทำให้สมาชิกกลุ่มได้ทดลองทำผลิตภัณฑ์  ทั้ง  2  ชนิดใช้เอง  และเมื่อสมาชิกมีความต้องการที่จะซื้อวัตถุดิบมาทำน้ำยาล้างจานและน้ำยาซักผ้าใช้อีก  ทีมตำบลแนะนำให้สมาชิกรวบรวมเงินซื้อชุดน้ำยาล้างจานมาผลิตรวมกันและแบ่งให้สมาชิกกับไปใช้ที่บ้าน </p>