การได้ไปไหว้พระธาตุประจำปีเกิดถือว่าเป็นสิริมงคลของชีวิต

                     พระบรมธาตุดอยสุเทพเป็นปูชนียสถานที่สำคัญยิ่งของเมืองเชียงใหม่  ประดิษฐานอยู่บนดอย สุเทพ สูงจากระดับน้ำทะเล  ๑๐๐๐ เมตร  ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของตัวเมือง ห่างจากตัวเมืองเก่าประมาณ  ๑๐  กิโลเมตรสามารถมองเห็นจากตัวเมืองได้ชัดเจน และเมื่อขึ้นไปอยู่ที่พระบรมธาตุก็จะเห็นตัวเมืองเชียงใหม่ได้ทั้งหมดมีบันไดนาคเจ็ดเศียรทอดจากทางขึ้นไปถึงซุ้มประตูวัด จำนวน  ๓๐๐  ขั้น      ครูบาศรีวิชัยได้บอกบุญชักชวนชาวเหนือ ให้ช่วยกันสร้างถนนจากเชิงดอยไปจนถึงยอดดอย ณที่ตั้งพระบรมธาตุ          

            ตามตำนานกล่าวว่าเป็นที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า  ซึ่งได้เสด็จมายังดอยอุจฉุปัพพตเพื่อฉันภัตตาหาร พร้อมด้วยพระสาวก ณที่นี้มีย่าแสะแม่ลูกได้ตักบาตรถวายภัตตาหารแด่พระพุทธเจ้าพระองค์จึงมอบพระเกศาธาตุให้ประดิษฐานไว้ที่ดอยแห่งนี้ตามประวัติพระเจ้ากือนากษัตริย์พระองค์ที่ ๘ ของ ราชวงศ์เชียงราย ได้พระบรมสารีริกธาตุส่วนพระเศียรจากพระมหาเถรองค์หนึ่งที่ได้นำมาจากเมืองสุโขทัย ในชั้นต้นพระองค์ได้ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุนี้ไว้ที่วัดสวนดอก            

            ต่อมาปรากฎว่าพระบรมสารีริกธาตุได้แสดงปาฏิหารย์  แยกออกเป็น ๒ องค์  ขนาด       เท่าเดิม  พระเจ้ากือนาจึงได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุดังกล่าวขึ้นบนหลังช้างทรง และตั้งบารมีเสี่ยงช้าง   ช้างทรงได้เดินขึ้นไปบนดอยสุเทพ ครั้นถึงบริเวณที่ตั้งวัดพระบรมธาตุ ฯ  ปัจจุบันช้างทรงนั้นก็กระทืบเท้าส่งเสียงร้องไปทั่วบริเวณ  แล้วล้มลง ณ ที่นั้น    พระเจ้ากือนา จึงให้สร้างพระบรมสารีริกธาตุขึ้น ณ ที่นั้น  เมื่อปี พ.ศ. ๑๙๒๗  เป็นเจดีย์แบบเชียงแสนผสมลังกา                                   

                                องค์พระบรมธาตุประดิษฐานอยู่ใต้ดินลึกลงไป๘ ศอก ดังนั้นจึงห้ามมิให้สตรีเข้าไป ภายในฐานเจดีย์  และก่อนที่จะเข้าสู่ภายในบริเวณองค์พระบรมธาตุ   ต้องถอดรองเท้าไว้ที่เชิงบันไดเสียก่อน                        

                             มีงานนมัสการในวันเพ็ญวิสาขฤกษ์ในวันวิสาขบูชาของทุกปี  โดยชาวเชียงใหม่จะถือคบไฟเดินขึ้นดอยและเวียนเทียนรอบองค์พระบรมธาตุ ฯ