รักของแม่ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>            เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ภาควิชาผมจัดกิจกรรมจริยธรรมสาธกแก่แพทย์ใช้ทุนและแพทย์ประจำบ้าน ซึ่งกิจกรรมแบบนี้เรามีปีละ 3 ครั้ง แต่ละครั้งก็จะมีหัวเรื่องที่แตกต่างกันออกไป เป็นต้นว่า การบอกข่าวร้ายแก่ผู้ป่วย สิทธิ์ผู้ป่วย การจัดสรรทรัพยากรแก่ผู้ป่วย เป็นต้น ครั้งนี้ก็เป็นอีกคราหนึ่งที่บรรดาลูกศิษย์ต้องมานั่งคิด วิเคราะห์และแสดงความเห็นของแต่ละคนโดยอิงหลักเวชจริยศาสตร์ร่วมด้วยเสมอ หัวข้อเรื่องในปีนี้คือ การตัดสินใจแทนผู้ป่วย ฟังดูแล้วอาจจะงงงงครับ ดูตัวอย่างกันดีกว่า เช่น คนไข้ที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย แสดงเจตจำนงว่าจะไม่ให้หมอช่วยชีวิตหากเขาหัวใจหยุดเต้น เรื่องนี้อาจจะไม่มีปัญหาหากทุกคนเห็นตรงกัน แต่บางครั้งญาติต้องการให้หมอช่วยชีวิตให้ได้ หรือว่าหมอรู้ว่าภาวะวิกฤติที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยนั้นสามารถช่วยได้ อย่างนี้เป็นต้น แล้วเราควรทำอย่างไร อะไรเป็นหลักในการคิด เราจึงต้องมานั่งถกกันไงครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">            ก่อนที่จะมีกิจกรรมแต่ละครั้ง บรรดาอาจารย์ก็ต้องมานั่งคุยกันก่อน มาปรับความรู้ และทัศนคติร่วมกัน ก่อนที่จะไปนั่งฟังเด็กๆเขาคุยกัน แล้วมันก็มาถึงเรื่องหนึ่งซึ่งพวกเราไม่เคยคิดกันมาก่อน นั่นก็คือการตัดมดลูกในเด็กที่เป็นดาวน์ซินโดรม </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">            โดยปกติ เด็กที่มีภาวะดาวน์ซินโดรมจะมี IQ ต่ำกว่าปกติ มากน้อยแตกต่างกัน คนที่ IQ ต่ำมากๆก็จะประสบปัญหาเรื่องการดูแลตัวเองในกิจวัตรประจำวัน โดยเฉพาะสาวๆที่จะต้องดูแลความสะอาดของตัวเองในขณะที่มีระดู ซึ่งบางรายนั้นมีปัญหามาก ประเภทที่ว่าเดินเลือดอาบไปทั่วบ้านเลยเชียว พ่อแม่หลายท่านจึงตัดสินใจพามาหาหมอสูติเพื่อช่วยให้เราตัดมดลูกออก จะได้ไม่ต้องมีระดูอีก แต่บางคนคิดไปมากกว่านั้น เขากลัวลูกจะถูกล่วงละเมิดทางเพศ ก็ทราบกันดีนี่นาว่า เด็กๆเหล่านี้มีความเสี่ยงมากขนาดไหน การตัดมดลูกจะช่วยได้ทั้ง 2 ปัญหาดังที่กล่าวมาแล้ว </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">            แล้วปกติพวกเราทำยังไง ตำตอบก็คือ ทำตามคำร้องขอของพ่อแม่โดยไม่ได้คิดไปไกลเกินกว่าการให้บริการเขาอย่างดีที่สุดเท่านั้น จนกระทั่งเมื่อเราต้องมานั่งคุยกันจึงมีคนถามขึ้นมาว่า ทำไมเด็กที่มี IQ ต่ำจึงไม่สามารถตัดสินใจเกี่ยวกับตัวเองได้ (อย่าลืมสิว่า IQ ต่ำในบางคนนั้นสามารถดูแลตัวเองได้ดีจะตาย) หรือว่า แล้วทำไมต้องตัดมดลูกในเมื่อเรามีวิธีที่ทำให้ไม่มีระดูได้นี่ ฉีดยาคุมซะเดี๋ยวเลือดก็ไม่ออกมาเองแหละ หรือว่าหากเรากลัวเด็กท้องก็ทำหมันซะสิ กลายเป็นว่า ที่ผ่านมานั้นเราทำไปโดยใช้ไขสันหลังคิดมาตลอดเลยหรือ มันก็ไม่ใช่ซะทีเดียวครับ เพราะการที่เราจะตัดมดลูกเด็กแต่ละครั้งนั้นเราคุยกับพ่อแม่เขาอยู่นานเลยเชียวล่ะ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">            คุยกันนอกเรื่องบ้าง ในเรื่องบ้างตามประสาพวก abstract random จนกระทั่งอาจารย์ผู้ใหญ่มากด้วยประสบการณ์ท่านหนึ่งเล่าเรื่องของท่านให้พวกเราฟัง ในเรื่องของคน IQ ต่ำที่ถูกดูแลอย่างดีมาในอดีต ลองอ่านดูนะครับ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">            ในวันหนึ่งของการตรวจคนไข้ตามปกติ ก็มีหญิงชราวัย 70 คนหนึ่งเข้ามาหาท่านด้วยเรื่องเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด อาจารย์พยายามพูดคุยซักประวัติ แต่ปรากฏว่าไม่สามารถคุยกันรู้เรื่องได้เลย ดูสับสนยังไงชอบกล จึงหันไปถามลูกสาวว่า แม่มีอาการสับสนมานานหรือยัง คำตอบก็คือ แม่เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ลูกจำความได้แล้ว เขาคงเห็นหมองง จึงเล่าต่อไปว่า แม่เป็นคนปัญญาอ่อน พูดคุยไม่รู้เรื่องอย่างนี้มาตั้งแต่เกิดแล้ว เขาเคยถามยาย (แม่ของแม่ครับ) ก็ได้รับคำตอบว่า แม่ปัญญาอ่อน เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เด็กๆ ยายคงเห็นว่าอนาคตลูกสาวคนนี้คงลำบากหากตนตายไป ว่าแล้วก็จับลูกสาววัยสิบกว่าปีให้แต่งงานกับคนรู้จักที่อายุราว 40 ปี และก็เป็นดังที่ยายหวัง ก็คือ ลูกสาวมีลูกด้วยกัน 3 คน และโชคดีที่หลานทั้งสามคนไม่มีใครปัญญาอ่อนเลยสักคนเดียว และหลานๆก็ดูแลแม่ต่อมาอย่างดีที่สุด ยายก็ตายตาหลับไปด้วยประการฉะนี้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>            มาถึงตรงนี้ก็ทำเอาอึ้งกันไปพักหนึ่งเหมือนกัน นี่คือความคิดของแม่คนหนึ่งที่ดูแลลูกมาเมื่อ 70 กว่าปีที่แล้ว เขาคิดดี คิดไปไกล และสามารถสอนพวกผมได้เยอะ ถามว่าเขาทำได้ยังไงน่ะเหรอครับ ง่ายนิดเดียว รักลูกไงครับ เข้าใจไหม