เขาแปลกใจที่ทำไมเขาทำไม่ได้อีก
วันนี้ขอเล่าเรื่องการฝึกโยคะอีกวันนะคะ ตามที่อาจารย์ท่านบอกไว้ โยคะป็นการฝึกอบรมกายใจ ให้เป็นหนึ่งเดียว ตามรู้อาการแห่งกาย ใจ ตลอดเวลา ดังนั้นสิ่งที่ได้ คือสมาธิ อันเป็นพื้นฐานของวิปัสสนาต่อไป
โยคีจะไปได้ถึงฌาณ ๘ ฉะนั้น การฝึกโยคะสม่ำเสมอ จึงพัฒนาจิตใจไปในตัว ตามประสบการณ์ที่ผ่านมา ก็ขอยืนยันว่า เราต้องตามจิตให้อยู่กับปัจจุบันตลอดเวลาจริง มิฉะนั้น จะเกิดอาการทำไม่ได้ กับท่าต่างๆที่แสนจะพิสดาร ท่าไหนตั้งใจจริง ก็จะทำได้หมด
ชอบใจสถานที่ฝึกมาก คือโรงพยาบาลสมเด็จ ณ ศรีราชา อาคารที่ใช้ก็ติดชายทะเล มองต่ำลงไป จะเห็นผืนน้ำ เวิ้งว้าง สุดลูกหูลูกตา มองเห็นคลื่น แบบท็อปวิว ทำให้รู้สึกเหมือนนกที่ถลาบินอยู่เหนือทะเล
เวลาอาจารย์ อ้อ ท่านให้เรียกว่าครู เวลาครูให้พัก เราจะมายืนสูดอากาศกันเรียงราย บนชานที่ยื่นออกไป มีเพื่อนคนหนึ่งเป็นผู้ชาย ซึ่งมีชายเพียงสองคน เขาบินมาจากเกาะสมุย เพียงเพราะต้องการเรียนกับครูกวี แต่เดิมเขาก็ฝึกและสอนโยคะอยู่ก่อนแล้ว แต่ไม่ได้ฝึกแบบฝึกจิตด้วย ด้วยความศรัทธาจึงต้องไปกลับ ทั้งสามสัปดาห์ เพราะเราจะเรียนกันแค่ สัปดาห์ละสองวัน
เพื่อนคนนี้ เขาดูเรียบร้อย น่าตาสงบดี เขาทำท่าที่ครูสอนได้ดีมากๆ เพราะฝึกมาก่อน เขาเล่าว่า แม้เขาจะไม่ได้รับการสอน ให้ฝึกจิตตามรู้ เท่าที่ครูกวีสอน แต่เขาก็เสมือนได้ทำสมาธิโดยปริยาย และทำให้ชีวิตเขาเปลี่ยนอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ ด้วยสมาธิจากโยคะนี้
เมื่อเขาเล่าอดีตให้ฟังทำให้ผู้เขียน ต้องชั่งใจ มองเขาอยู่นาน เขาว่า "แต่ก่อน ผมมีอาชีพฆ่าหมู" ผู้เขียนไม่อยากเชื่อหน้าตา ท่าทางสงบอย่างนี้หรือ ที่มีใจเคยฆ่ามาก่อน "ผมฆ่ามาหลายร้อยชีวิต หลายปี เพื่อนๆฆ่าหมู แล้วตายช้าทรมาน ส่วนผมจะฆ่าอย่างรวดเร็ว ตายเร็ว" เขาทบทวนกรรมดำให้ฟัง "ทุกครั้งผมจะลูบหัวหมู และว่าเป็นหมูต้องถูกฆ่าตาย เพราะเป็นอาหารมนุษย์" เขาตัดสินลงความเห็นให้หมู"เจ้าตายหนึ่งตัว ทำให้คนอิ่ม มีอาหารกินไปอีกหลายคน ได้บุญ" ผู้เขียนฟังเรื่องราว ความคิดของเขาไปเรื่อยๆ เขาบอกว่า ฆ่าด้วยความกรุณา และเป็นการประกอบอาชีพ
ต่อมาเขาอยากเรียนวิชาโยคะ จึงตั้งใจเรียน จนชำนาญและสอนคนได้ แต่สิ่งที่ทำให้เขาเลิกฆ่าหมู ไม่ใช่เพราะจะได้อาชีพใหม่ แต่เขาบอกว่าระหว่างฝึกโยคะ เกิดใจสงบ และมีความรู้สึกว่า เริ่มฆ่าไม่ลง ทำไม่ได้เหมือนเดิม จึงหยุดอาชีพนี้ในที่สุด เขาแปลกใจที่ทำไมเขาทำไม่ได้อีก ต่อมาได้ป่วยเป็นตับอักเสบ มีความเจ็บปวดมาก และได้ฝึกโยคะ จนอาการหายไป และสุขภาพแข็งแรงดังเดิม
เขามักจะเกิดอาการ จิตรวมเห็นแสงสว่าง ขณะฝึก จิตสงบมาก และ เขาตั้งใจจะไม่หวนกลับไปทำบาปอีกแล้ว จะทำดี ช่วยเหลือผู้คนมากๆเป็นการถ่ายบาป
เมื่อเล่าจบ ผู้เขียนก็เลยนึกได้ ตามที่ศึกษาเรื่องกฏแห่งกรรม และว่า" บาปและบุญ ทดแทนกันไม่ได้ เมื่อทำบาปไปแล้ว ก็ต้องรับกรรมตามกฎ และเมื่อหันมาสั่งสมบุญ ก็ย่อมได้รับบุญเช่นกัน อยู่ที่ อย่างไหน จะมีกำลังแรงกว่ากัน เพื่อจะได้ชิงให้ผลก่อน" เขาก็พยักหน้าเข้าใจ "นี่แหละอัตภาพมนุษย์ สามารถเป็นอะไรก็ได้ในแต่ละวัน อยากเป็นยักษ์อสุรกาย ก็ทำบาปเข้า อยากเป็นเทวดา ก็ทำดี ละเลิก ละอายต่อบาป สุดแต่จะเลือกเอา" เขายิ้มขอบคุณที่ได้แลกเปลียนกัน ก่อนเข้าห้องฝึกต่อไป
โยคะเป็นศาสตร์ที่ทำให้ใจอ่อนโยนลงได้ ทำให้คิดดี คิดบวก พัฒนาจิตใจ ซึ่งให้พบความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต เหมือนกับที่เพื่อนของผู้เขียน ได้เล่าให้ฟัง
นำมาฝาก ในค่ำวันพุธ
เมื่ออ่านเรื่องนี้จบลง ขอให้บุญรักษาทุกๆท่านตลอดไป
เข้ามาเรียนรู้ครับ
สวัสดีค่ะ พี่รุ่ง
น่าสนใจจังค่ะ ชักอยากฝึกบ้างแล้วสิคะ
ป้าแดงเคยไป ฝึกสมาธิ ตามที่ที่ทำงานเขาให้ไป แล้วก็ไปนั่งสมาธิ พอจิตสงบ แสงสว่างมาจริงๆด้วย ตัวก็เบาใจก็สบาย แต่ทำได้แค่ประเดี๋ยวเองค่ะ
โยคีน้อย
เป็นโยคีแล้วต้องรู้จักรักษาสมดุลย์ของจิตด้วย โดยเฉพาะโยคีในเมือง
สาธุครับ
สัวัสดีค่ะพี่บางทราย
เป็นอีกมุมหนึ่งของชีวิต ที่คิดไม่ถึง แต่โชคดีที่การฝึกโยตะทำให้เกิดสมาธิ และใจอ่อนโยนลงได้ บาปนี้น่ากลัว ทำแล้วเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ตกเป็นสมบัติกรรมของเราคนเดียวค่ะ
สวัสดีค่ะป้าแดง
เท่าที่ทราบมาเขาว่าสมาธิ ให้ฝึกสม่ำเสมอ สบายๆ ไม่คาดหวังอะไร
ส่วนโยคะ นำไปใช้ดูแลสุขภาพคนทั่วไปได้ค่ะ ไว้พบกัน แล้วจะถ่ายทอดให้ฟังดีไหมคะ มันละเอียดอ่อนมากเหมือนกัน
สวัสดีค่ะพี่โยคี
เห็นกุศลในอกุศล
เห็นอกุศลในกุศล
รักษาใจให้อยู่ที่แกนกลาง อย่าให้เอียงไปทางขาว หรือดำ จนตาช่างใจ เอียง
จำได้ พี่โยคีสอนไว้
ขอบคุณพี่โยคี ที่ให้ความเมตตาชี้แนะตลอดมาค่ะ
สวัสดีค่ะพี่รุ่ง
สวัสดีค่ะ
สวัสดี หมอ
สวัสดีครับคุณตันติราพันธ์
ใจซ่อนใจ คิดให้ไกล ไปให้ถึงนะครับ
ขอให้โชคดีครับ
คุณโยคีน้อย
แณณก็เรียนโยคะ ค่ะ ที่เรียนเนื่องจากตอนทำงานเครียดค่ะ นั่งโต๊ะทั้งวัน ทำให้ปวดหลัง ปวดไหล่ พอไปว่ายน้ำ ก็ยังไม่หายปวดไหล่ แต่ก็รู้สึกดีขึ้นที่ได้ออกกำลังกายบ้าง
ภายหลังได้ฝึกโยคะ ที่ทางที่ทำงานจัดให้หลังเลิกงาน แบบราคาไม่แพง ตามอัตภาพข้าราชการ และครูผู้สอน skillful มากๆ แณณรู้สึกดีขึ้นเลยค่ะ แล้วก็จิตใจสงบขึ้น จริงๆด้วยค่ะ
ตอนนี้แณณมาอยู่บังกลาเทศแล้ว แณณ ก็ยังซื้อ วีซีดี มาฝึกเองที่บ้านที่นี่ (บังกลาเทศ) เพราะไม่แน่ใจว่าที่นี่จะมีคลาสโยคะ ดีดี ในสถานที่ที่สะดวกกับเราหรือไม่
ขอบคุณสำหรับเรื่องเล่าดีดีนะคะ
แณณค่ะ
ดิฉันเคยฝึกโยคะ ตอนนี้ก็ทำเกือบทุกวันด้วยตนเองตอนเช้หรือเย็น ทำให้ร่างกายดีค่ะ
ขอตัวไปทำโยคะก่อนนะคะ
สวัสดีค่ะน้องกุ้ง
พี่ว่าเริ่มแรกครมีครูสอนใกล้ชิดนะคะ การดูจาก vcd ถ้าสงสัยไม่สามารถสอบถามได้ บางครั้งเราอาจเข้าใจผิดต่อการกระทำนั้นๆก็ได้ ด้วยเป็นการฝึกทั้งกายและใจ จึงต้องละเอียดพอสมควร
โยคะที่ถูกต้องยึกหลัก 4 ประการ คือ สบาย ออกแรงน้อย นิ่ง มีสติค่ะ ลองหาโอกาสเข้ฝึกอบรมเป็นครู ก.ก่อนค่อยขยายผล ดีกว่าค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ ผึ้งงาน_SDU
โยคะไม่ได้ยากเหมือนคิดหรอกค่ะ ที่ว่ายากอาจไม่ได้เป็นการศึกษาจากครูโดยตรงหรือเปล่าคะ แล้วท่ายาก เราก็พยายามทำกัน ที่จริงมีพื้นฐาน 14 ท่าก่อน ที่นำเราไปสู่ท่า ที่เราดูยากๆ ค่ะ ให้สังเกตว่า ท่าไหนฝืน ตึงมากไป เหนื่อยไป หรือเจ็บปวด ไม่ใช่วิธีที่ถูกเลยค่ะ
ทำโยคะได้ประโยชน์ ฝึกทั้งกายใจดีมากค่ะ
สวัสดีค่ะพี่เกษตรยะลา
ที่จริงข้อหนึ่งของการฝึกโยคะคือ ความวิเวก ถ้าพี่รู้สัก สอง สามท่านะ ฝึกได้ทั้งคืนเลยค่ะ ได้สมาธิ ได้ทั้งสุขภาพ อยู่เวรก็ไม่ต้องหลับต้องนอน จิตตื่น ตาตื่นตลอด ดีไหมคะ
ใครมาวางระเบิด จะได้ถ่ายรูปทัน ทันเหตุการณ์ดีค่ะ.............
เผ่นแย้ววววว..................
สวัสดีค่ะนายช่างใหญ่
ถึงกับจุดธูปอธิษฐานกันเลยนะ ขอให้เข้าถึงใจที่ซ่อนไว้ในตรุษจีนนี้ทีเถอะทั้งพี่ ทั้งน้องเลย เพี๊ยง....
สวัสดีค่ะคุณแณณ
ยินดีที่คุณแณณรู้จักโยคะแล้ว ดีจริงๆเลยค่ะ เหมาะกับคนทุกวัย เพราะออกแรงน้อย ได้สุขภาพ เส้นสายยืดหยุ่นดีค่ะ
คุณแณณอยู่ต่างถิ่น เข้าใจใช้เวลาว่างนะคะ จะได้ไม่คิดถึงบ้านมาก ขอบคุณที่แมเยี่ยมค่ะ
สวัสดีค่ะคุณอุบล
ขอบคุณที่เข้ามายืนยัน เรื่องประโยชน์โยคะค่ะ ความจริงตื่นเช้ามา ก็ไม่ต้องเตรียมอะไรเลย จัดการกันบนที่นอนได้ทุกท่าเลยนะคะ ระบบประสาทตื่นตัวดีด้วย สมองโปร่งเบา สบาย...ค่ะ
สวัสดี ค่ะน้อง suksom
ใจร้อนหรือ ถ้าขณะทำโยคะ คงจะเย็นไปเอง เพาะต้องตั้งสติให้ดี คอยเอาใจไปดูส่วนนั้น ส่วนนี้ ความใจร้อนน่าจะลดลง ไม่เช่นนั้น เผลอไผล อาจฝึกไม่สำเร็จ นะคะ
ลองดู หาโอกาสได้เรียน แล้วนำมาบอกกล่าวกันนะ