เชื่อมั่นในความเป็นครูของเพื่อนพ้องน้องพี่ครูไทยทั้งประเทศ เพียงว่าเราต้องกล้าเผชิญกับความจริง ไม่ใช่ลอยไปตามลมปากของใครๆแบบไร้จุดยืน

           

                                   ท่ามกลางข่าวความเคลื่อนไหว หลากหลายรสชาติในบ้านเมืองเรา  ซึ่งก็คงจะนำเอาความยินดีปรีดา  ความเศร้าสร้อยเหงาหงอย  ความตื่นตระหนกตกใจ  ความสุขสบายใจ   ความไร้กังวล  รวมไปจนถึงบางคนก็พบกับความสับสนวุ่นวายมากขึ้น 

   

             ในมุมหนึ่งของบ้านเมืองไทย   จะมีโรงเรียนบ้านนอก ที่รับภาระในการพัฒนาคุณภาพลูกหลานไทยมาได้มาช้านานแล้ว ความรักความผูกพันของผู้คนที่มีต่อโรงเรียนในชุมชนของตนเอง กลายเป็นคำบอกคำสอนที่ทุกคนพร่ำบอกลูกหลานให้สืบสานต่อกันมา 

   

             และ ณ  เวลาหนึ่ง  สิ่งที่เราเรียกกันอย่างภาคภูมิว่า  การพัฒนา  ได้นำมาอะไรมาให้พวกเราต้องคิดและทำมากมาย  ซึ่งแน่นอนว่า การพัฒนาย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย    แต่สิ่งที่ปรากฏในปัจจุบัน ทำไมมันจึงสร้างความอ่อนเพลียให้ครูไทยทั้งประเทศเหลือเกิน  

   

                ข่าวเรื่องแพเธค   ข่าวเรื่องเด็กและเยาวชนรวมตัวกันแข่งรถ         ข่าวเรื่องนักศึกษาพลอดรักกันในห้องสมุด  ข่าวการเดินขบวนขับไล่ครูและผู้บริหารโรงเรียน  และอื่นๆอีกมากมาย  ทำให้ถามตัวเองว่าเราเป็นครูที่ดีแล้วหรือยัง  เพื่อนพ้องน้องพี่ครูไทยทั้งประเทศคิดอย่างไร  กระบวนการเรียนรู้ในระบบโรงเรียน  ไม่เกิดประโยชน์ต่อลูกหลานเราบ้างหรือ 

  

             อย่างไรก็ตาม ผมยังเชื่อมั่นในความเป็นครูของเพื่อนพ้องน้องพี่ครูไทยทั้งประเทศ เพียงว่าเราต้องกล้าเผชิญกับความจริง  ไม่ใช่ลอยไปตามลมปากของใครๆแบบไร้จุดยืน