GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

สวนสุนันทา MPA รุ่น 4

สวนสุนันทา MPA รุ่น 4

 

                ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศได้รับเชิญสอนวิชา การบริหารทรัพยากรมนุษย์แก่นักศึกษาปริญญาโท หลักสูตร MPA ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาเป็นรุ่นที่ 4 ตั้งแต่วันที่ 3-24 กุมภาพันธ์ 2551

                ในการนี้ จึงได้จัดทำblogนี้ให้นักศึกษาและผู้สนใจร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์ต่อไป

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 163250
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 376
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (100)

รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น   
  • ดาโต๊ะ อิหม่ามพัฒนา หลังปูเต๊ะ (ตัวแทนกลุ่มที่ 1)
    IP: xxx.9.153.48
    เขียนเมื่อ 

 เรียนท่าน  ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมณ์ และท่านผู้อ่าน ทุกท่าน

รายชื่อกลุ่มที่ ๑

  1. พระนิธิสิทธิ์                 นอขุนทด
  2. ดาโต๊ะ อิหม่ามพัฒนา    หลังปูเต๊ะ
  3. ด.ต. ณรงค์                 พึ่งพานิช
  4. พต. หญิงประไพศรี        บุญรอด
  5. นาง นพมาศ                 แก้วแหยม
  6. น.ส. สุภานุช                นุพงค์
  7. น.ส. ดนิตา                  มูลละออง
  8. นาง ดวงตา                  ม่วงเกตุยา
  9. นาย อรุณ                     สุขสมบูรณ์วัฒนา

1.  ความคิดสร้างสรรค์   Creativity   จะเกิดขึ้นได้อย่างไรในระบบราชการอุปสรรคคืออะไร

 

Creativity   คือ   กระบวนการพัฒนาความคิด (Idea) แนวความคิด (Concept) สินค้า การบริหารใหม่ ๆ หรือการค้นพบทัศนะใหม่ ๆ โดยผู้คิดสร้างสรรค์   

ความคิดสร้างสรรค์  คือ  การคิดในเรื่องใหม่ที่แตกต่างจากสิ่งเดิมที่มีอยู่แล้ว  ให้เป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์โดยภาพรวม

ความคิดสร้างสรรค์เกิดโดย

  •  ขั้นที่ 1 การตระหนักถึงโอกาสและปัญหา (Opportunity of problem recognition)
  •  ขั้นที่ 2 การมีจิตใจจดจ่อกับปัญหา (Immersion)
  • ขั้นที่ 3 การใช้ความคิด (Incubation)
  •  ขั้นที่ 4 การเข้าใจอย่างลึกซึ้ง (Insight)
  • ขั้นที่ 5 การพิสูจน์ว่าเป็นจริงได้และนำไปใช้ได้ (Verification and application)

 จุดแข็งของหน่วยงานราชการ

  1.   มีนโยบายการพัฒนาที่ชัดเจน
  2. มีเครือข่ายเชื่อมโยงและประสานงานกับกลุ่ม  (ภาคเอกชน) อย่างต่อเนื่อง
  3. ราชการทำงานเป็นระบบ
  4.  มีสวัสดิการให้แก่ข้าราชการ และครอบครัวของข้าราชการ
  5. มีความมั่นคงในการทำงาน

 

อุปสรรคของความคิดสร้างสรรค์ในระบบราชการ

  • การทำงานยังถูกกำหนดด้วยกฎ ระเบียบเดิมที่ไม่ทันสมัย
  • การบูรณาการการปฏิบัติงานของหน่วยงาน   ต่าง ๆ ยังต้องได้รับการพัฒนา
  • ระบบสารสนเทศในระบบราชการยังต้องการได้รับการพัฒนาให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
  •  ขาดการนำข้อมูลที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด
  • ความไม่ยอมรับของผู้บริหาร    ขาดความเป็นภาวะผู้นำ
  • ข้าราชการ ขาดความรู้ ไม่มีพัฒนาตัวเอง    ขาดทักษะ  ขาดวิสัยทัศน์
  • ขาดงบประมาณในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
  • ข้าราชการขาดแรงจูงใจในการทำงาน

 

เสนอแนะ   ความคิดสร้างสรรค์เกิดขึ้นได้ เราต้องสร้างทัศนคติใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ไม่ใช่เฉพาะงานศิลปะ และไม่ใช่พรสวรรค์ แต่เป็นสิ่งที่ทุกคนมีอยู่ในตัว อยู่ในทุกๆด้านของชีวิต การปฏิสัมพันธ์กันของคนเราทำให้เกิดคำถาม คำตอบใหม่อยู่เสมอ เพราะคนเราความคิด มุมมองไม่เหมือนกันอยู่แล้ว ความคิดสร้างสรรค์จึงเป็นการผสมผสานของความรู้ ประสบการณ์หลายๆอย่างเข้าด้วยกัน จนเกิดเป็นสิ่งใหม่ขึ้นมา สิ่งประดิษฐ์ต่างๆในโลก ไม่ได้เกิดจากการคิดครั้งเดียวแล้วเกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ของโลกเลย ต้องผ่านการขัดเกลา ลองผิดลองถูกหลายครั้ง เช่นการประดิษฐ์หลอดไฟ ของเอดิสัน

                ความคิดสร้างสรรค์ โดยเนื้อแท้แล้วก็ล้วนมาจากการฝึกฝนสมองให้คิดอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพ้อฝันหรือเรื่องที่เป็นเหตุเป็นผล การคิดบ่อยๆจะทำให้เกิดการขัดเกลาความคิด ให้อยู่บนฐานความเป็นจริงและคนในสังคมยอมรับได้ การบ่มเพาะเลี้ยงดูจากพ่อแม่ ด้วยการให้ลูกคิดด้วยตนเองบ่อยๆ จึงเป็นส่วนสำคัญที่จะให้สมองของลูกเติบโต มาเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ได้ ทุกคนก็คิดอย่างสร้างสรรค์ได้ถ้าเริ่มใช้สมองคิด

 

2.  วิเคราะห์เรื่อง  Speed   of  trust.

            ปัจจัยสำคัญในตลาดโลก  ความเร็วสู่ตลาด  นับเป็นอาวุธทรงพลังในการแข่งขัน  ความวางใจต่ำ ก่อให้เกิดแรงเสียดทาน  ไม่ว่าจะเกิดจากพฤติกรรมไร้จริยธรรม  หรือจริยธรรมที่ขาดไร้ฝีมือ  เจตนาดีไม่อาจแทนที่ดุลยพินิจเลวได้ ความวางใจต่ำเป็นตัวการของวาระซ่อนเร้น  การเล่นการเมือง  ความขัดแย้งระหว่างบุคคลการตั้งตัวเป็นศัตรูกันระหว่างแผนก  แนวคิด  ชนะ/แพ้    ความวางใจสูง  ความวางใจเหมือนแอ่งน้ำใต้ดิน  แอ่งใหญ่ใต้พื้นผิดโลกที่จะป้อนน้ำให้ทุกบ่อบนพื้นผิด  หนึ่งเดียวที่เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง  ความวางใจ  ความวางใจเป็นคุณสมบัติจับต้องได้  นำมาใช้งานได้  สร้างขึ้นมาได้ ไม่มีอะไรเร็วไปกว่าความเร็วของความวางใจ  ความเร็วเกิดขึ้น  เมื่อสองฝ่ายวางใจกันอย่างแท้จริง  คุณจัดการเรื่องความวางใจได้อย่างเต็มที่  เรียนรู้ที่จะสร้างความวางใจขึ้นมา

                เมื่อใดที่ความวางใจสูง  ปันผลที่คุณจะได้รับเหมือนตัวคูณยกระดับทุกมิติในชีวิตในชีวิตส่วนตัวและองค์กรให้สูงได้อย่างไม่น่าเชื่อความวางใจสูงเหมือนผลฟูในขนมปัง  ความวางใจเป็นผลจากปัจจัยสองอย่าง  คุณลักษณะ และฝีมือ

                ความวางใจ  5 ระลอก  ระลอกคลื่นแรก: ความวางใจตนเอง  จะเป็นการรับมือกับความเชื่อมั่นในตนเอง  ความสามารถที่จะกำหนดเป้าหมายและทำเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น การผูกมัดตนเองกับคำสัญญา การทำตามที่ปากพูดและยังรวมถึงการแผ่ความวางใจไปให้ผู้อื่น  แนวคิดก็คือ  การวางตนให้เป็นคนที่ควรค่าต่อความวางใจ  ทั้งต่อตนเองและผู้อื่นหลักการสำคัญในความวางใจข้อนี้จะเป็น  ความน่าเชื่อถือ  ผลลัพท์ท้ายสุดของคุณลักษณะสูง  ฝีมือสูง  จะเป็นความน่าเชื่อถือ  ดุลยพินิจ  และอิทธิพล  ระลอกคลื่นที่สอง : ความวางใจความสัมพันธ์  จะเป็นการสร้างและเพิ่มยอดฝากของ บัญชีความวางใจ ที่เรามีต่อผู้อื่นหลักการเบื้องหลังระลอกคลื่นนี้คือ  พฤติกรรมคงเส้นคงว่า  ในระลอกคลื่นนี้  เราจะอภิปรายกันถึง  13  พฤติกรรมนี้จะเกิดจากหลักการที่ควบคุมบัญชาความวางใจในความสัมพันธ์พฤติกรรมที่มีรากฐานจากการนำไปปฏิบัติใช้งานจริง  และยืนยันโดยงานวิจัย  ที่น่าตื่นเต้นที่สุด  13 พฤติกรรมนี้  เรียนรู้ได้ นำไปปรับใช้ในสถานการณ์จริงทุกระดับ ไม่ว่าจะอยู่ในครอบครัวหรือองค์กรธุรกิจ  ผลลัพธ์ท้ายสุด จะเป็นการเพิ่มความสามารถในการแผ่ความวางใจออกไปรอบข้าง  เพื่อจะเสริมความสัมพันธ์ให้แกรงขึ้น ร่วมมือกันทำงานสู่เป้าหมายที่สูงขึ้น  ระลอกคลื่นที่สาม : ความวางใจองค์กร  กล่าวถึงการที่ผู้นำแผ่ความวางใจไปในองค์กรทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นองค์กรธุรกิจองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร  หน่วยงานราชการ สถาบันการศึกษาหรือครอบครัว  รวมตลอดไปถึงทีมงานและหน่วยย่อยในองค์กรหากคุณเคยทำงานกับคนที่คุณวางใจได้ หลักการสำคัญเบื้องหลังระลอกคลื่นที่สามคือ  การจัดเรียงให้สอดคล้อง  ช่วยให้ผู้นำวางโครงสร้างและระบบกำหนดสัญญาลักษณ์แห่งความวางใจองค์กรที่จะกำจัดหรือลด 7 ภาระภาษีขององค์กร  และเพิ่ม 7 ปันผลจากความวางใจองค์กร  ระลอกคลื่นที่สี่ : ความวางใจตลาด  หลักการที่อยู่เบื้องหลังระลอกคลื่นที่สี่  จะเป็น  ชื่อเสียง  เรื่องของการสร้างแบรนด์บริษัท  สะท้อนความวางใจของลูกค้า  นักลงทุน และอื่นๆ ที่มีต่อตัวคุณ  ความวางใจสูง  ลูกค้าซื้อมากขึ้น  บอกต่อ  ภักดีต่อแบรนด์นานมากขึ้น  นอกจากจะช่วยสร้างชื่อของคุณ  สร้างแบรนด์ส่วนตัวแล้วยังช่วยสร้างแบรนด์และชื่อเสียงของบริษัทในตลาดด้วย  ระลอกคลื่นที่ห้า : ความวางใจสังคม  กล่าวถึงการให้คุณค่าต่อผู้อื่น  และต่อสังคมโดยรวม  หลักการเบื้องหลังระลอกคลื่นนี้คือ การทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น  จะช่วยขจัดความระแวงความสงสัย  และภาระภาษีที่เกิดจากความวางใจต่ำ  ยิ่งไปกว่านั้นยังช่วยจะประกายให้ผู้อื่น สร้างค่านิยม  และการทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นเช่นกัน   

                                                                                                ขอขอบพระคุณอย่างสูง

 

 

 

  • ส.ต.ท.ธรรมศักดิ์ มณีโชติ รหัส 50038010028 รปม. รุ่น 4
    IP: xxx.121.166.159
    เขียนเมื่อ 

เรียน ศ.ดร.จิระ หงส์ลดารมภ์ อาจารย์ยม นาคสุข และเพื่อนๆ ชาว รปม. รุ่น 4 ทุกท่าน

        เมื่อวันเสาร์ที่ 23 กพ. 51 ท่านอาจารย์ยม ได้ถ่ายทอดความรู้ประสบการณ์เกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ยุคใหม่ ศตวรรษที่ 21 และการวางแผนกลยุทธ์ ด้านทรัพยากรมนุษย์ สิ่งที่ผู้เขียนได้รับจากการศึกษาครั้งนี้ อาจพอสรุปได้ดังนี้

        ข้อ 1 ทิศทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ยุคใหม่ ศตวรรษที่ 21 จากการอ่านบทความหนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 23 กพ. 51 คอลัมภ์ รู้เขารู้เรา "เทรนด์ใหม่ของโลก" ของศีล มติธรรม ผู้เขียนเห็นว่า...ทิศทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ยุคใหม่ ศตวรรษที่ 21นั้น มีนักวิชาการหรือผู้รู้หลายท่านค่อนข้างให้ความสำคัญกับการดำรงชีวิตแบบพอเพียง กล่าวคือ การพัฒนาอย่างมีรากเหง้าจะเริ่มขึ้นได้เราจะอยู่รอดอย่างไร ต้องรู้ตัวเองก่อน และต้องใช้สิ่งที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ บุคลากรในองค์กรต้องเป็น "คน" ที่มีคุณภาพอาจกล่าวได้ว่าทิศทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ยุคใหม่ ศตวรรษที่ 21 ที่ยอมรับกันทั่วโลกนั้นสอดคล้องกับ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ขอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเทรนด์ใหม่ของโลกมีแนวทางในการปฏิบัติที่เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนค่านิยมการทานอาหารจากเดิม Fast Food มาเป็นแบบ Slow Food ฝรั่งเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับเรื่องพวกนี้ เพราะเขามองว่าเขามีอาหารที่ดีอยู่แล้วจุดมุ่งหมายก็คือปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและปรับเปลี่ยนการพัฒนาแบบเร่งรีบ ซึ่งทำให้คนไม่มีความสุข

        จากการศึกษาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (HMC) ในการพัฒนางานในองค์กรนั้นประกอบด้วย 1 การบริหารคนเก่งและคนดี (Talent management) 2 การเรียนรู้และการพัฒนา (Learning and development) 3 การบริหารความรู้ (Knowledge management) 4 การบริหารสมรรถนะ (Competency management) 5 การบริหารการทำงาน (Performan management) 6 การบริหารความเชื่อมั่น ความศรัทธา (Trust management) 7 การบริหารความรัก (Love management) ผู้เขียน...ขอมองภาพรวมของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในองค์กรของผู้เขียน...คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการนำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบริหารปกครองบ้านเมืองว่า "ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้"

        ผู้เขียนเห็นว่า...ทิศทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ยุคใหม่นั้น เป้าหมายการพัฒนา "คน" น่าจะต้องพัฒนาทั้งตัวผู้นำและบุคลากรในองค์กร กล่าวคือ เพื่อให้มีอุดมการณ์แห่งชีวิต และมีรูปแบบวิถีชีวิตที่ดีงาม โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นหลักในการดำเนินชีวิต "ผู้นำ" จะต้องมีคุณธรรม จริยธรรม มีจิตสำนึกที่รับผิดชอบต่อตนเอง และหน้าที่การงาน และคนในองค์กรจะต้อง "ร่วมมือร่วมใจช่วยเหลือซึ่งกันและกัน"

        ข้อ 2 การวางแผนกลยุทธ์ด้านทรัพยากรมนุษย์ จากการอ่านบทความวารสารการบริหารสำหรับนักบริหารงานบุคคลมืออาชีพปีที่ 26 "ฅน" ในเรื่องบทบาทของ HR ในประเทศไทยกับการบริหารทรัพยากรบุคคลเชิงกลยุทธ์ ทำให้ทราบว่าในการวางแผนกลยุทธ์ด้านทรัพยากรมนุษย์นั้นในองค์กรส่วนใหญ่ผู้บริหารระดับสูงจะทำการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเพื่อกำหนดทิศทางกลยุทธ์ขององค์กรแต่ผู้ปฏิบัติงานทรัพยากรบุคคล ก็ไม่ควรแต่ทำหน้าที่ให้การสนับสนุนการทำงานของสายการปฏิบัติการเท่านั้น ในทางปฏิบัติผู้บริหารงานทรัพยากรบุคคลควรจะอยู่ในคณะกรรมการบริหารของบริษัทด้วย ดังนั้น จึงเป็นความจำเป็นที่จะต้องกำหนดและตระหนักในบทบาทของผู้ปฏิบัติงานทรัพยากรบุคคลในการเป็นหุ้นส่วนกลยุทธ์ที่จะนำเรื่องปัญหาบุคคลและปัญหาธุรกิจมาบูรณาการเข้าด้วยกันเพื่อที่จะนำไปสู่ความได้เปรียบในการแข่งขัน

        กลยุทธ์...หมายถึง วิธีการดำเนินงานที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่ได้วางไว้หรือวิธีการที่ชาญฉลาดที่ผู้บริหารคิดได้ และช่วยให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล จนบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ตั้งไว้ รูปแบบแนวคิดการวางแผนกลยุทธ์ด้านทรัพยากรมนุษย์ยุคใหม่ กล่าวคือ เน้นความต้องการในปัจจุบันของพนักงานมุ่งสู่ความสำเร็จของพนักงานในอนาคต มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้หรือปรับกระบวนการทำงานความเป็นผู้นำของ HR ในแต่ละบทบาทการประสานความร่วมมือกับ Line Manager การกำหนดมาตรฐานด้านกลยุทธ์และการพัฒนาให้เป็นระบบการจัดการที่ดี (Corporate Governance)

        ผู้เขียนเห็นว่า...จากการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจทำให้การบริหารการจัดการในองค์กรและการบริหารการจัดการทรัพยากรมนุษย์มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ที่ว่าคนและองค์กรมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันนั้น หมายความว่า โครงสร้างขององค์กรที่ดีนั้นต้องมีส่วนทำให้คนในองค์กรมีความสุขกับงานในหน้าที่และสามารถแสดงความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่และความจำเป็นในการบริหารงานการจัดการคนกับการบริหารงานจัดการองค์กรนั้น ต้องพัฒนาแบบคู่ขนาน ทั้งนี้เพื่อให้ผู้มีบทบาทต่อการบริหารงานจัดการองค์กรทั้งในฐานะผู้ประกอบการ ผู้บริหาร และพนักงาน ได้เข้าใจว่าการพัฒนาองค์กรและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เป็นหน้าที่ของทุกคนในองค์กรไม่ใช่เพียงแต่ "คนที่เป็นผู้นำ" เท่านั้น

ญานิสา  เวชโช 50038010013

เรียน ศ.ดร.จิระ  หงส์ลดารมภ์  อาจารย์ยม  นาคสุข และทีมงาน รวมถึงเพิ่อนๆ รปม.4 และท่านผู้อ่านทุกๆท่าน

       จากการเรียนเมื่อวันเสาร์ที่  23 กุมภาพันธ์  2551 เรื่อง

เทรนด์ใหม่ของโลก  ทิศทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ในศตวรรษที่ 21 

       อาจารย์ยม ได้ให้  high light ไว้ว่า ไม่มีองค์กรใดจะประสบ

 ความสำเร็จได้โดยไม่ใส่ใจเรื่อง คน การบริหารงานที่ดีต้องมีการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ รวมทั้ง โมเดลการพัฒนาการอบรมและรูปแบบการพัฒนาคนเก่ง 5 ขั้นตอน

1.    การประเมินความรู้และทักษะ

2.    การวิเคราะห์

3.    การวางแผนพัฒนา

4.    การดำเนินการตามแผน

5.    การประเมินความก้าวหน้า

     สมรรถนะหลักของผู้นำในยุคปัจจุบัน แบ่งเป็น 4 กลุ่ม

        1.    สมรรถนะในการบริหารคน ( HR. Management )

-        ทักษะการสื่อสาร  คือการสื่อสาร 2 ทาง ให้มีประสิทธิภาพ

-        การมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี

2.    สมรรถนะในความรอบรู้ทางการบริหาร ( General Management  Knowledge )

-        การบริหารการเปลี่ยนแปลง 

-        การมีจิตมุ่งบริการ

-   การวางแผนกลยุทธ์

       3.    สมรรถนะในการบริหารอย่างมืออาชีพ ( Working like the Professionnal Management  Level )

-        การตัดสินใจ 

-        ความเป็นผู้นำ

-        การคิดเชิงกลยุทธ์

4.    สมรรถนะการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ ( Management by

 Result, MBO )

-        การทำงานให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ 

-        การบริหารทรัพยากร

-        การบริหาร CEO

     วิธีการพัฒนาคนในอนาคต ทำอย่างไร ?

         วิธีการฝึกอบรม และพัฒนาคนเก่ง มี 15 วิธี  แต่ขอยกตัวอย่าง

มา 5 วิธี

 1.     การสอนงาน เป็นกลยุทธ์ที่ใช้เพื่อการพัฒนา คนเก่ง  ใช้ในกรณีที่คนเก่ง ต้องการมีที่ปรึกษา มีครู  ผู้ฝึกอบรม และผู้แนะแนวทาง ที่ประสบความสำเร็จมาช่วยเหลือในการสอนงาน เพื่อให้สำเร็จในงานที่ทำ

2.     การมอบหมายให้คนเก่งเป็นผู้สอน เป็นรูปแบบการเรียนรู้อีกรูปแบบหนึ่ง  โดยให้คนเก่งเข้าไปสอนงานให้กับผู้อื่น เป็นการฝึกให้เป็นผู้เชี่ยวชาญไปในตัว

3.     การพัฒนาในลักษณะการให้เรียนรู้ด้วยตนเอง  โดยใช้เวลาว่างในการอ่านหนังสือ การเปิดโลกในอินเตอร์เน็ต ที่องค์กรแนะนำเพื่อเพิ่มความรู้และทักษะ  เพราะคนเก่งมักเป็นผู้กระตือรือร้น มีแรงจูงใจในการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา

4.     การสอนทักษะการสื่อสาร  สร้างความเชื่อมั่น  สร้างภาวะผู้นำ เน้นประสบการณ์ สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้

5.     การส่งคนเก่งไปรับการพัฒนาอบรมจากภายนอกองค์การ  เป็นระยะสั้น ๆ ประมาณ 2 - 3 วัน เพื่อกลับมาพัฒนาองค์การและคนในองค์การ

การจัดการเชิงกลยุทธ์ 8 เรื่อง  

1.     ความต้องการของลูกค้า

2.     การวางแผนกลยุทธ์ ยุทธวิธี

3.     การให้ความสำคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้เสีย

4.     การวัดผล การวิเคราะห์และการจัดการความรู้

5.     การบริหารการพัฒนาทุนมนุษย์

6.     การพัฒนากระบวนการ

7.     ความพึงพอใจของลูกค้า ความพึงพอใจของทีมงานและผลประกอบการ 

8.  วิสัยทัศน์  พันธกิจ วัตถุประสงค์ขององค์การ

         สุดท้ายนี้  ขอขอบพระคุณ อาจารย์ยม  นาคสุข ที่ให้คำแนะนำดี ๆ ในการเขียน BLOG และแนวทางในการเขียน-ตอบ ข้อสอบ ว่าต้องมี

หลักเกณฑ์  และมีประเด็นอะไรบ้าง

       สุดท้ายจริง ๆ ค่ะ  รู้สึกว่า ตัวเองเป็นผู้มีบุญจริง ๆ ที่อาจารย์ได้มาเพิ่มพูนความรู้ใส่ในสมองให้มีรอยหยักเพิ่มมากขึ้น ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ

 

 

Workshop

 

กลุ่มที่ 6

 

1. น.ส.มัลลิกา  โสดวิลัย  2. นางอนงค์  มะลิวรรณ์  3. นางสมจิตร  ส่องสว่าง  4. นางวีรยาพร  อาลัยพร  5. นางบังอร  ภูมิวัฒน์  6. น.ส.ลาวัลย์  ลิ้มนิยม   7. น.ส.มะลิวัลย์  โพธิ์สวัสดิ์

 

หัวข้อเรื่อง

1.  ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) จะเกิดขึ้นได้อย่างไรในระบบราชการ

     อุปสรรคอย่างไร

2.  ให้วิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง

3.  ความคิดสร้างสรรค์จะทำให้เกิดอย่างไร ในแต่ละขั้นตอน

 

        ความคิดสร้างสรรค์ หมายถึง ความสามารถทางสมองที่คิดได้กว้างไกล หลายทิศทาง แปลกใหม่ สามารถผสมผสานความคิดเดิมให้เป็นความคิดใหม่ได้

 

ปัญหาหรือจุดอ่อนของระบบราชการ

1.  โครงสร้างซับซ้อน กฎ ระเบียบ และสายการบังคับบัญชายาว

2.   ด้อยโอกาสทางการศึกษา

3.  ไม่คำนึงถึงการให้บริการแก่ลูกค้า คือ ประชาชนและผู้รับบริการ

4.  งบประมาณมีจำกัด

 

จุดแข็งของระบบราชการ

1.  ระบบการทำงานดี

2.  มีความมั่นคงในอาชีพ

3.  มีสวัสดิการที่ดี

4.  การบริหารงานไม่หวังผลกำไร ซึ่งเน้นทางด้านการให้บริการ

 

        องค์กรด้อยประสิทธิภาพ                    องค์กรสมรรถนะสูง

1.ไม่ได้บริหารคนเก่ง-ดี         1. บริหารคนเก่ง-ดี

2. ขาดความรู้                     2. บริหารความรู้และการ

                                         พัฒนา

3. ขาดภาวะผู้นำ                 3. พัฒนาภาวะผู้นำ

4. ขาดการจัดการทุนมนุษย์   4.พัฒนาประสิทธิภาพการ

                                        บริหารทุนมนุษย์

5.ขาดการวัดผลการทำงาน    5.ประเมินผลการทำงาน

   ของทุนมนุษย์                    ทุนมนุษย์     

 

 

ขั้นตอนที่ทำให้เกิดกระบวนการความคิดสร้างสรรค์ มีดังนี้

1. เกิดจากการคิด  โดยจินตนาการ

2.  เกิดจากการฟัง ถ้าเรายิ่งฟังมากเท่าไร ความคิดสร้างสรรค์ก็จะเกิดขึ้น

3.  เกิดจากการอ่าน อ่านให้มากที่สุด อ่านทุกอย่าง เพื่อเป็นการฝึกสมองให้เกิดแรงบันดาลใจและได้ข้อมูลไปเชื่อมต่อกับสิ่งที่เราคิดได้อย่างดี

4.  เกิดจากการจดบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ หรือการจดจากความคิด สิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดปัญญา

5.  เกิดจากการสนทนากับบุคคลอื่น เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น จะทำให้ได้ความคิดที่หลากหลาย  (สนทนาโดยไม่เป็นทางการ)

6.  เกิดจากการระดมสมอง เช่น การประชุมเพื่อหาแนวทางจากความคิดที่หลากหลาย มาประมวลเป็นความคิดรวบยอด แล้วจะได้ความคิดใหม่เกิดขึ้น  (อย่างเป็นทางการ)

7.  เกิดจากความต้องการแก้ไขปัญหา พยายามหาว่าปัญหาคืออะไร

8.  เกิดจากการเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการเดินออกกำลังกาย จะทำให้สมองปลอดโปร่ง ความคิดก็จะบรรเจิดเกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ เกิดขึ้นมา

 

        จากความคิดสร้างสรรค์ที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น จึงสรุปได้ว่าในระบบราชการนั้น มีจุดอ่อนหลายอย่าง เช่น ทางด้านโครงสร้างขององค์กรมีความซับซ้อน กฎ ระเบียบ และมีสายการบังคับบัญชาที่ยาว รวมทั้งงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรมีอย่างจำกัด แต่ระบบราชการจะมีความมั่นคงในชีวิต รวมทั้งไม่มุ่งผลกำไร แต่การที่จะทำให้ระบบราชการมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลนั้น ผู้บริหารจะต้องมีภาวะผู้นำ มีความคิดสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดแนวคิดของการทำงานในระบบใหม่ที่สอดคล้องกับโลกในอนาคต คือโลกยุคโลกาภิวัฒน์ นั่นก็คือ ต้องพัฒนาคนให้เก่งและดี รวมทั้งการพัฒนาความรู้ความสามารถ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารทุนมนุษย์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อองค์กรและประเทศชาติต่อไป

 

เรียน ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์  อ.ยม  นาคสุข  และทีมงานทุกท่าน

นักศึกษา รปม.รุ่น 4  และท่านผู้อ่านทุกท่าน

                จากการเรียนเมื่อวันที่  23-24   กุมภาพันธ์  2551 ที่ผ่านมา นักศึกษา รปม.รุ่น 4 ของ ม ราชภัฎสวนสุนันทา ได้รับเกียรติจาก   อ.ยม  นาคสุข     ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมงานของท่าน ศ.ดร. จีระ   หงส์ลดารมภ์   ได้เข้ามาสอนให้นักศึกษา รปม.รุ่น 4 เรื่อง แนวทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในศตวรรธที่ 21 ดังที่ทราบในกลุ่มนักศึกษาแล้วนั้น อ.ยม ได้บรรยายเรื่องต่างๆเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรมนุย์ ทำให้เรารู้หลายๆสิ่งหลายอย่างเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพย์กรมนุษย์ ซึ่งในปัจจุบันโลกของเรามีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก หรือเรียกว่า อยู่ในโลกยุคโลกาภิวัตน์ ยุคแห่งโลกไร้พรหมแดน ยุคของโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง เป็นยุคเศรษฐกิจฐานความรู้ ยุคของการแสวงหาและการพัฒนามนุษย์  ยุคของการแสวงหาคนเก่ง ปัญญาดี ที่จะนำพาองค์กร ประเทศชาติ ให้รอดพันจากความเดือดร้อนอันมีผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของโลก  ซึ่งเป็นผลทำให้องค์การทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สังคมทุกระดับ ต้องมีการบริหารการเปลี่ยนแปลงและแสวงหาทิศทางใหม่ ในการดำเนินชีวิต ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนทั่วโลก ยกตัวอย่างประเทศที่แข่งขันกันเพื่อที่จะให้เป็นมหาอำนาจของโลก คือ ประเทศจีน และอินเดีย ซึ่งก็ได้นำมาวิเคราะห์สิ่งต่างๆทีเป็นองค์ประกอบแล้วประเทศที่จะก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจนั้นก็คือ ประเทศอินเดีย เพราะประเทศอินเดียนั้นจะมุ่งเน้นพัฒนามนุษย์มากกว่าประเทศจีน และในการที่จะนำมนุษย์ไปขับเคลื่อน ประเทศ องค์การ นั้นต้องประกอบด้วยหลายๆสิ่งหลายอย่าง เช่น

 

-          การบริหารคนเก่ง + คนดี     และวิธีการฝึกอบรมและพัฒนาคนเก่ง

-          การเรียนรู้และการพัฒนา

-          คุณลักษณะที่ประเมินบุคลากร

-          การบริหารความรู้

-          สมรรถนะในการบริหารคน และการบริหารอย่างมืออาชีพ

-          การบริหารการทำงาน

-          การบริหารความเชื่อมั่น

-          การบริหารความรัก

-          ฯลฯ

ซึ่งแต่ละหัวข้อจะมีรายละเอียดย่อยลงไปอีกมากมาย สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวประกอบ

ในการพัฒนาบริหารทรัพย์ยากรมนุษย์ให้มีความรู้ ความสารถ คนเก่ง เพื่อที่ขับเคลื่อนพัฒนาองค์การให้ไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและสมบูรณ์ที่สุด และสุดท้าย อ.ยม ยังสอนถึงเรื่องการเกิดปัญญาของคนเรา ซึ่งจะสามารถเพิ่มพูน ทุนทางปัญญา ได้อีก ตามแนวพุทธศาสตร์ ซึ่งปัญญาของคนเรานั้นสามารถเกิดขึ้นได้ 3 ทาง ดังนี้

1.    สุตะมะปัญญา  ปัญญาที่เกิดจากการได้ยิน ได้ฟัง ได้อ่าน

2.    จินตะมะยะปัญญา ปัญญาที่เกิดจากความหมั่นตรึกตรอง ความนึกคิด

3.    ภาวนามะยะปัญญา ปัญญาที่เกิดจากการพัฒนาจากการกระทำให้เกิกด ทำให้มี

โดยการวิจัยและพัฒนาทั้งวิจัยและพัฒนาร่างกายภายนอกของตัวตน และภายในจิตใจของตน การฝึกจิตฝึกสมาธิ และการสั่งจิตใต้สำนึกประกอบการหมั่นทบทวน หลักธรรม คำสอนของพระพุทธเจ้า

         

 

  • สุภานุช นุพงค์ รหัส 50038010022 เลขที่ 22 รปม.รุ่น 4 สวนสุนันทา
    IP: xxx.9.153.48
    เขียนเมื่อ 

 กราบเรียนท่าน  ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมณ์ และท่านผู้อ่าน ทุกท่าน

           Innovation  นวัตกรรม คือสิ่งใหม่ที่เกิดจากการใช้ความรู้ และความคิดสร้างสรรค์ ที่มีประโยชน์ ต่อเศรษฐกิจและสังคม นั่นคืออะไรก็ตามที่คิดขึ้นมา แล้วนำมันมาใช้ประโยชน์ได้ นั่นคือ นวัตกรรม


               

Learning Organization  หมายถึง องค์กรที่ประกอบด้วยกลุ่มคนที่มีความมุ่งมั่นที่จะขยายขีดความสามารถของตน โดยมีการเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีบรรยากาศในองค์กรที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และสามารถใช้แนวคิดการจัดการความรู้และเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ที่มีคุณค่าต่อตนเอง ทีมงานและองค์กร โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้เป็นองค์กรที่มีคุณภาพและสามารถดำรงอยู่ได้ในสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

                เนื่องจากตัวหนูยังไม่ได้ทำงาน  จึงขอยกตัวอย่างอุปสรรคในการสร้าง  Innovation และ Learning  organization และ  HR ของหน่วยงานน้าชาย  ซึ่งเป็นคุณครูอยู่โรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่ง ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ

                รากเหง้าปัญหาของการสร้างนวัตกรรมของข้าราชการไทย  หรือคนในองค์กรในระบบราชการคือองค์กรไม่ค่อยรังสรรค์นวัตกรรม  ซึ่งมักมาจากพื้นฐานเรื่องของระบบการศึกษาที่สอนให้ท่องจำ และทำตามมากกว่าที่จะให้คิด ที่เห็นได้บ่อยๆ  คือ  ไม่มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างเป็นทางการในที่ประชุม,  ไม่กล้าที่จะเสนอแนะความคิดในที่ประชุมเพราะเกรงว่าพูดในสิ่งที่คิดไปแล้วกลัวว่าจะผิด  เกรงว่าคนอื่นมองว่าตนเอง  ไม่รู้เรื่องนั้นอย่างแท้จริง หรือกลัวว่าจะไปขัดกับคนอื่นแล้วเกิดผลเสียต่อตัวเองฯลฯ มันทำให้คนในองค์กรติดอยู่ในกรอบ 

 

เสนอแนะ   แนวทางการสร้างให้เกิดนวัตกรรมคนในองค์กรที่สำคัญ และควรนำเข้ามาใช้ตั้งแต่เริ่มต้น ตัวแรกคือการสร้างวัฒนธรรมเรื่องนวัตกรรมให้กับบุคลากรในองค์กร ซึ่งทำได้โดยมีการสื่อสารเกี่ยวกับความคาดหวังขององค์กร เช่นว่าเราคือองค์กรแห่ง นวัตกรรม เป็นต้น เพื่อให้พนักงานมีความคิดที่จะ ปรับตัวเองให้กับบุคลากรในองค์กร ซึ่งทำได้โดยมีการสื่อสารเกี่ยวกับความคาดหวังขององค์กร เช่นว่าเราคือองค์กรแห่ง นวัตกรรม เป็นต้น เพื่อให้พนักงานมีความคิดที่จะ ปรับตัวเองให้เหมาะสมกับวัฒนธรรมขององค์กร

 2.       ดูเทป  Innovation  แล้วได้อะไรบ้าง 

        องค์กรนวัตกรรมแห่งชาติ  จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ประมาณ พ.ศ.  2540  นวัตกรรมการใช้ความรู้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญในยุคปัจจุบัน  แต่ละประเทศมีนวัตกรรมที่ต่างกัน  เช่นอินเดียและจีน  จีนมีการส่งเสริมนวัตกรรมให้ทั่วทั้งประเทศ  แต่ ประเทศอินเดียส่งเสริมนวัตกรรมบางจุดกับคนเฉพาะกลุ่ม  ประชาชนส่วนใหญ่ของอินเดียยังมีความยากจน  ส่วนจีนนั้นมีการนำนวัตกรรม  ไปใช้ทั่วประเทศ ความเป็นอยู่ของประชาชนประเทศจีนจึงมีสภาพที่ดีขึ้น
          คำจำกัดความของคำว่า นวัตกรรม  คือสิ่งใหม่ หรือ การทำสิ่งใหม่ ต้องมีการใช้ความรู้และความคิดสร้างสรรค์ แบ่งเป็น  2  ด้าน นวัตกรรมเศรษฐกิจ    นวัตกรรมสังคม  นวัตกรรมจึงเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา  ความรู้เป็นระบบต้องเน้นก่อนแล้วจึงจะมีความคิดสร้างสรรค์  นวัตกรรมทำแล้วอาจจะไม่สำเร็จก็ได้ ดังนั้นจึงควรทำบ่อยๆ  นวัตกรรมไม่ใช่เพื่อธุรกิจอย่างเดียวต้องเพื่อสังคมการเรียนรู้ด้วย

                                                                                                                                                                                                                 ขอขอบพระคุณอาจารย์  มากค่ะ

 

 

 

สวัสดี อาจารย์ ยม นาคสุข และเพื่อน รปม.รุ่น 4 และท่านผู้อ่านทุกท่าน

จากการที่ได้ศึกษาสิ่งที่ได้ ไม่ใช่เรื่องเรียน วิชาการอย่างเดียว เราได้หลายอย่างในตัวอาจารย์  ในความคิดของอาจารย์  การเขียน Blog นะ ต้องเป็นอย่างนี้ การเขียนตอบ ต้องเริ่มจากประเด็น ว่าเป็นประเด็นอะไร  ดำเนินเรื่อง  สรุปข้อเสนอแนะ นี้คือสิ่งที่ได้

เรื่องที่ได้จากเรียน 1. ทิศทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ในศตวรรษที่ 21

                                 2. การวางแผนกลยุทธ์ ด้านทรัพยากรมนุษย์

สิ่งที่ได้จากการเรียน   " ไม่มีองค์กรใด  จะประสบความสำเร็จได้ โดยไม่ใช่ใส่ใจเรื่องคน

เขาบอกว่าตัวรากเหง้าของปัญหาคือ "คน" หรือ " มนุษย์ ที่เขาว่า เป็นตัวปัญหา ฉะนั้นการจะแก้ไขหรือบริหารคนในองค์กร  จะต้องมีทุนมนุษย์   ทุนมนุษย์ที่ว่า คือ ต้องมีทักษะ มีสมรรถนะ มีความรู้ และมีความสามารถ  โดยใช้หลักของธรรมะ คือ ศีล สมาธิ ปัญญา  ในการแก้ไขตัวคนโดยเอาปัญหา หรือรากเหง้า  ซึ่ง ต้องใช้ทฤษฎี ต้นไม้แห่งความสำเร็จ  เช่น การที่จะพัฒนาองค์ของเรา ต้องรู้ว่าตัวปัญหาคืออะไร  อะไรคือตัวปัญหา ต้องแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ องค์กรนั้นขาดอะไร  เพราะอะไรถึงขาด  เราต้องรู้จักตัวต้นเหตุ รากเหง้าของปัญหา

        การแก้ไข ปัญหาโดยใช้  ทฤษฎี ต้นไม้แห่งชีวิต  เริ่มจากการวางแผน  วิเคราะห์หาสาเหตุ เลือกเอาแนวทางใดแนวทางหนึ่งที่ต้องนำมาแก้ไข  เลือกแนวทางที่จะปฏิบัติ  กำหนดตัวชีวัดลงไปให้จัดเจน มีเจ้าภาพ ดูแล  ต้องมีงบประมาณในการทำงาน มีระยะเวลา มีการประเมินผล

        การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม ใช้ หลัก P E S T

        P  political คือปัจจัยทางการเมือง หรือ คนในองค์กร มีนิวรณ์  มี Ego  มีอุปสรรคหรือไม่

        E economy คือ  ปัจจัยมีผลต่อทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจในระยะนั้นมีปัญหาหรือไม่ เมื่อมีปัญหาโครงการที่จะทำ และ ส่งผมต่อภาพรวมในองค์กรหรือไม่

        S social คือ ปัจจัยทางสังคม  ต้องมองคนในองค์กร มีความต้องการอย่างไร

                T  Technology คือ มีการนำเอาระบบเทคโนโลยี มาใช้กับ คนในองค์กรเพื่อให้เกิดกระตุ้นในการทำงานโดยการสร้างอำนาจในการบริหารทรัพยากรมนุษย์สมัยใหม่ 5 ข้อด้วยกัน         

  • อำนาจสร้างได้ด้วยการให้ เช่นให้โอกาสให้ความรู้ ให้อภัย ให้ทาน และให้ความรัก        
  • อำนาจสร้างได้ด้วยการติ เช่น ติเพื่อปรังปรุงข้อบกพร่องให้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้องดูเวลาสถานที่บุคคลให้เหมาะสม
  • อำนาจสร้างได้ด้วยการเป็นผู้รู้มากกว่า เช่น เมื่อมีโอกาสต้องโชว์ก็พร้อมที่จะกล้าแสดงออก    
  • อำนาจสร้างด้วยการอ้างอิง เช่น อ้างถึงคำสั่ง หรืออ้างถึงงานที่เกี่ยวข้อง-        
  • อำนาจสร้างโดยหลักนิติธรรม  เช่น ตำแหน่งที่เราเข้าไปทำงานเราต้องวางตนให้ถูกหน่วยงานนั้น   หรือมติในที่ประชุม ที่ทุกคนส่วนใหญ่ยอมรับ 

จากนั้นนำมากำหนด  วิสัยทัศน์  กำหนด ภารกิจ  กำหนดจุดเป้าหมาย กำหนดวัตถุประสงค์ หรือกำหนด กลยุทธ์ ยุทธศาสตร์  ในการแก้ไขปัญหา ที่เกิดกับองค์กร เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จของคนในองค์กร

ฝากข้อคิดสะกิดใจให้ชวนอ่านในการทำงานร่วมกัน ให้เลี้ยงสัตว์ 4 ตัวในการอยู่รวมกัน

 คือ     อูฐ   ปลา  หมา  ควาย

 จงอดทนเหมือนอูฐ ไม่พูดเหมือปลา  ซื่อสัตย์เหมือนหมา โง่เหมือนควาย

จงอดทนเหมือนอูฐ  หมายความว่า  การทำงาน ย่อมเกิดปัญหา ไม่ว่าจะเป็นที่เนื้องาน หรือเพื่อนร่วมงาน หรือหัวหน้างาน การแก้ไขปัญหา ให้ใช้ความอดทนในการแก้

ไม่พูดเหมือนปลา  หมายความว่า การทำงานย่อมมีการติดต่อประสานงาน หรือ พูดคุยกัน ในบางเรื่อง ไม่จำเป็นก็ไม่ควรพูด หรือแม้แต่เรื่องภายในหน่วยงานไม่ต้องนำไปพูดนอกหน่วยงาน

ซื่อสัตย์เหมือนหมา หมายความว่า  การทำงานจะต้องมีความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ ต่อผู้บังคับบัญชา แม้แต่ลูกน้องตนเอง  ไม่นำเรื่องที่เป็นเรื่องเสียหายของหน่วยงานไปเล่าให้ที่อื่นฟัง

โง่เหมือนควาย  หมายความว่า ให้ทำตัวเป็นคนโง่ในบางเรื่อง เมื่อมีเพื่อนร่วมงานมาพูดในเรื่องที่เรารู้แล้วก็ไม่สมควรพูดแซงหน้า ปล่อยทำเป็นไม่รู้บ้าง เพื่อรักษาจิตใจคนที่เล่าเรื่องให้ฟัง ทั้งที่ในเรื่องนั้นเรารู้แล้วก็ตาม

ทั้งนี้สามารถนำประยุกต์ใช้ในชีวิต ครอบครัวเราได้นะครับ

เรียน อาจารย์ยม  นาคสุข  เพื่อนๆรปม.รุ่น 4 และผู้อ่านทุกท่านนะค่ะ

วันนี้เรียนเรื่อง 1. การวางแผนกลยุทธ์ ด้านทรัพยากรมนุษย์

   2. ทิศทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ในศตวรรษที่ 21

สิ่งที่ได้จากการเรียน

ได้รู้ว่าพื้นฐานการวางแผนกลยุทธ์จะต้องใช้กระบวนการบริหารเชิงกลยุทธ์ การวิเคราะห์ว่าต้องการอะไรนำเอาวิสัยทัศน์ เป้าหมาย นำมาปรับปรุง ในเชิงปฏิบัติการ  และการตรวจสอบกลยุทธ์  การปรังปรุงองค์กร นำไปสู่เป้าหมายที่ดี ได้นั้น จะต้องมี วิสัยทัศน์ พันธกิจ วิเคราะห์สภาพแวดล้อม ให้รู้ถึงจุดแข็ง จุดอ่อน  สิ่งเหล่านี้ที่เราต้องมากำหนดยุทธศาสตร์  โดยใช้หลักทุนมนุษย์ที่มีองค์กรนำมาปรับกลยุทธ์  โดยการสร้างสมรรถนะ 4 ประการ ได้แก่ สมรรถนะ ในการบริหารคน สมรรถนะในความรอบรู้ในการบริหาร สมรรถนะในการบริหารอย่างมืออาชีพ และสมรรถนะการบริหารแบบมุ่งสู่ผลสัมฤทธิ์   และการที่จะบริหารคนให้เป็นคนเก่ง นั้นต้องบริหารที่อะไร  มีการสอนงาน  ให้กับผู้ที่บรรจุงานใหม่  มีการสับเปลี่ยนงาน  การควบคุม มอบหมายงานรับผิดชอบ การทำงานเป็นทีม การทำงานต้อง นวัตกรรมใหม่ๆ นำมาใช้ มาประยกต์ใช้ในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นแผนกลยุทธ์ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ จะต้องเริ่มจากความต้องการของลูกค้า ลูกค้าต้องการอะไร เราต้องทำในสิ่งเขาต้องการ หรือคนในองค์กรต้องการสิ่งใด เราต้องเริ่มปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตรงนั้นก่อน  ให้ความสำคัญกับผู้ที่อยู่ในองค์กร วางแผนกลยุทธ์วิธี โดยการวัดผล วิเคราะห์  โดยการใช้หลัดทุนมนุษย์ เริ่มพัฒนาขบวนการโดยใช้หลัก CEO ความพึ่งพอใจของลูกค้า และทีมงานหรือสถานประกอบการหรือคนในองค์กรนั้น  สิ่งที่ให้ความสำคัญเป็นที่สุดคือ การวางแผนยุทธวิธี และ การบริหารทุนมนุษย์ ซึ่งนำเอาหลักธรรมะมาใช้เพื่อให้เกิดปัญญา  การเกิดปัญญาของคนเรานั้นสามารถเกิดขึ้นได้ 3 ทาง ดังนี้

1.    สุตะมะปัญญา  ปัญญาที่เกิดจากการได้ยิน ได้ฟัง ได้อ่าน

2.    จินตะมะยะปัญญา ปัญญาที่เกิดจากความหมั่นตรึกตรอง ความนึกคิด

3.    ภาวนามะยะปัญญา ปัญญาที่เกิดจากการพัฒนาจากการกระทำให้เกิดจิตที่ดี

 

 สรุปถ้าทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารหรือผู้ปฎิบัติ ข้าราชการ เอกชน ถ้าเรียนรู้ว่าตนเองเป็นทรัพยากรมนุษย์ทีมีค่าต่อตนเองและผู้อื่น เป็นคนดี มีจริยธรรม ก็สามารถที่จะพัฒนาตนเองและองค์กรให้ก้าวหน้าได้

 

 เรียน  ท่าน  ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์ , อาจารย์ผู้สอนทุกท่าน ,คณะทีมงาน นักศึกษา รปม.รุ่น 4 และผู้เข้าอ่าน Blog  ทุกท่าน 

ข้อที่1.เรียนเรื่องอะไร?

1.ทิศทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในศตวรรษที่ 21

2.การวางแผนทรัพยากรมนุษย์

ข้อที่2. สาระสำคัญมีอะไรบ้าง?

เรื่องที่1 ทิศทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในศตวรรษที่ 21

-ปัจจุบันเป็นยุคโลกาภิวัฒน์ เป็นเศรษฐกิจฐานความรู้คน ต้องอ่านภาษาอังกฤษ และเป็น IT

ในปีค.ศ 2000นับไป100ปี แนวโน้มการพัฒนาคนในองค์กรจะเป็นไปในทิศทางไหน เทรนด์ใหม่ของโลกซึ่งสอดคล้องกับการพัฒนาคนในศตวรรษที่ 21 เช่น เทรนด์ใหม่ของโลก คือ หันมากินแบบ Slow  Food ตรงกันข้าม  Fast Food เน้นการกินอาหารทีละคำกับครอบครัว จุดมุ่งหมาย คือ จะต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและปรับเปลี่ยนการพัฒนาแบบเร่งรีบ ซึ่งทำให้คนไม่มีความสุข

-การพัฒนาคนเก่งมีอยู่ 5 ขั้นตอน

1.การประเมินความรู้และทักษะ เหมาะกับโลกปัจจุบันและอนาคตหรือไม่  

2.การวิเคราะห์ จุดอ่อน จุดแข็งเป็นอย่างไร เอาจุดอ่อนมาพัฒนาเป็นจุดแข็ง จุดแข็งทำมันให้แข็งยิ่งขึ้น จุดแข็งมาพัฒนาสู่การปฎิบัติตามแผน ว่าเขามีความก้าวหน้าอย่างไร

3.การวางแผนพัฒนาทั้งความรู้และทักษะทำกิจกรรมที่เป็นการฝึกพัฒนาและอบรม

4.การดำเนินตามแผน นำแผนที่วางไว้มาสู่การดำเนินการ และให้มีการตรวจติดตามความก้าวหน้า

5.การประเมินความก้าหน้าเป็นการประเมินผลและให้ Feedbackกับพนักงานประเมินแล้วจะต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง(ทฤษฎี 3ต.) ต่อเนื่อง ต่อเนื่อง ต่อเนื่อง

-คุณลักษณะที่ใช้ในการประเมินบุคลากร

1.ภาวะผู้นำ 2.การสื่อสาร 3.การวางแผน การทำงานภายใต้ความกดดัน 4.การตอบสนองต่อความเครียด 5.การจูงใจ 6.ศักยภาพในการเรียนรู้ 7.พลังในการทำงาน 8.การตัดสินใจ 9.การทำงานเป็นทีม10.การจัดการ 11.การวิเคราะห์ เป็นต้น

-สมรรถนะหลักของผู้นำในยุคปัจจุบัน แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม

1.สมรรถนะในการบริหารคน พัฒนาคนให้เหนือชั้นกว่าคนอื่นทั่วไป

2.สมรรถนะความรอบรู้ทางการบริหารทั่วไป (PDCA)

3.สมรรถนะในการบริหารอย่างมืออาชีพ input  process  output  หรือ  4m

4.สมรรถนะการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ ทำไปเพื่ออะไร มีตัวชี้วัดความสำเร็จอย่างไร

-การพัฒนาคนให้มีความสุข คนมีคุณภาพ สูตรเป็นทีมมีจุดมุ่งหมายขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมาย  จะต้องเป็นอย่างไรเป้าหมายอะไร

-เข้าสู่วิธีการฝึกอบรมและพัฒนาคนเก่ง  มี 11 วิธี ดังต่อไปนี้

1 การสอนงาน คนเก่งต้องการมีที่ผู้ฝึกสอนแนะแนวทางที่ประสบความสำเร็จ   

2.การทำงานโยกย้ายไปอยู่ฝ่ายอื่นบ้าง   

3.มอบหมายงานเร่งด่วนหรืองานพิเศษให้กับคนเก่ง      

4.ฝึกให้รู้จักการแก้ปัญหา กู้วิกฤต     

5.การให้คนเก่งไปฝึกอบรมและพัฒนาด้วยการสร้างหลักสูตรการฝึกอบรมร่วมมือกับสถาบันการศึกษา

6.การส่งคนเก่งไปรับการอบรมภายนอกองค์กรตามสถาบันการศึกษาซึ่งมีหลักสูตรสำหรับนักบริหาร

7.แนะนำหนังสือให้อ่าน เป็นการเรียนรู้ด้วยตนเอง 

8.โดยให้คนเก่งไปสอนให้กับคนอื่นเพื่อฝึกทักษะด้านการสื่อสาร การนำเสนอ ความคิดสร้างสรรค์ต่อเนื้อหาที่สอน

9.ให้คนเก่งทำกิจกรรมพิเศษ เช่นกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์ ได้ความรู้และประสบการณ์  ได้ภาพพจน์ที่ดี

10.การจัดการเรียนรู้ด้วยคอมพิวเตอร์ใช้หลัก E -Learning

11.เอาคนเก่งเข้าจัดการแทน ปฎิบัติงานแทนหัวหน้าที่ลาพักผ่อนต้องการให้มีคนเข้ามารับบทบาทหน้าที่แทน การมอบหมายให้คนเก่ง

เรื่องที่ 2 การวางแผนกลยุทธ์ทางด้านทรัพยากรมนุษย์

-ไม่มีองค์กรใดจะประสบความสำเร็จโดยไม่สนใจเรื่องคน การบริหารคนจึงเป็นส่วนสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการบริหารงานด้านอื่นๆ

-การจัดการเชิงกลยุทธ์ 8 เรื่อง มุ่งสู่องค์การสมรรถนะสูง

1. ความต้องการของลูกค้า         2. การวางแผนกลยุทธ์-ยุทธวิธี    

3. การให้ความสำคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย   4. การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้    5.การพัฒนาทรัพยากรบุคคล     6. การพัฒนากระบวนการ        7.ความพึงพอใจของลูกค้า , ความพึงพอใจของทีมงาน , ผลประกอบการ      8. วิสัยทัศน์ พันธกิจ วัตถุประสงค์ขององค์การ

-การเตรียมงานและการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการเชิงกลยุทธ์ มีขั้นตอนดังนี้

1.การเตรียมงาน              2.การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก

3.การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน     4.การประเมินสถานภาพขององค์กร

ทฤษฎีต้นไม้แห่งความสำเร็จ การพัฒนาทุนมนุษย์ตามแนวพุทธศาสตร์ เช่น อริยสัจ 4

 -อ่านบทความ ข้อคิด คือ ทุนมนุษย์ เด็กที่คลอดออกมาถือว่าเป็นทุนมนุษย์ที่สมบูรณ์ได้จะต้องมีพ่อแม่ที่มีคุณภาพ ลูกคือมรดกของแผ่นดินที่เราสร้างไว้

       ขอขอบคุณอาจารย์ยม   นาคสุข ที่มาถ่ายทอดความรู้ให้แก่พวกเรานักศึกษารปม รุ่น 4  เมื่อวันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2551 ขอให้อาจารย์อัษฎางค์  ปาณิกบุตร สุขภาพแข็งแรงดีขึ้นทุกวันนะคะ

             

  • นายธนิก กัมพูศิริพันธุ์ รุ่น.4 รปม. รหัส.50038010033
    IP: xxx.9.66.135
    เขียนเมื่อ 

 

กราบเรียนท่าน  ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมณ์ และท่านผู้อ่าน ทุกท่าน

           Innovation คือ นวัตกรรมใหม่ที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ เพื่อเอื้อประโยชน์ ต่อเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม สิ่งที่สร้างขึ้นมาแล้วและเป็นประโยชน์ต่อสังคมเราสามารถกล่าวได้ว่านั้นคือ นวัตกรรม นั้นเอง


           

    Learning Organization  หมายถึง องค์กรที่ประกอบด้วยกลุ่มบุคคลที่มีความคิดที่จะมุ่งมั่นที่จะเพิ่มความสามารถของตนเอง โดยต้องการที่จะมีการเรียนรู้ร่วมกับกลุ่มบุคคลอื่นหรือทีมงานภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้บรรยากาศในองค์กรที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และสามารถใช้แนวคิดการจัดการความรู้และเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อสร้างองค์ความรู้และพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ที่มีคุณค่าต่อตนเอง ทีมงานและองค์กรให้ดียิ่งขึ้น โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้เป็นองค์กรที่มีคุณภาพและสามารถดำรงอยู่ได้ในสภาวะแวดล้อมที่การแข่งขันและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา นั้นเอง

            เนื่องจากตัวกระผมยังไม่ได้ทำงานและประกอบธุรกิจส่วนตัว  จึงขอยกตัวอย่างอุปสรรคในการสร้าง  Innovation และ Learning  organization และ  HR ของหน่วยงานของเพื่อน  ซึ่งเป็นลูกจ้างในส่วนราชการ สังกัด กรมส่งเสริมสหกรณ์

 

            การสร้างนวัตกรรมของข้าราชการไทย หรือการพัฒนาองค์กรและบุคลากรนั้นต้องค่อยๆสร้าง นวัตกรรม ที่เห็นได้บ่อยๆ  คือ การไม่มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างเป็นทางการในที่ประชุมมุมกาแฟ, ไม่กล้าที่จะเสนอแนะความคิดของตนเองให้แก่ผู้บริหาร เพราะเกรงว่าพูดในสิ่งที่คิดไปแล้วกลัวจะผิด และยังเป็นที่เกรงคนอื่นมองว่าตนเองเก่งเกิน ไม่รู้เรื่องที่ศึกษานั้นอย่างแท้จริง นั้นเอง

 

          จากข้อเสนอสามารถสรุปและเสนอแนะว่า   เราควรสร้างให้เกิดพัฒนาให้เกิด นวัตกรรม กับบุคคลในองค์กร คือ การสร้างวัฒนธรรมเรื่อง นวัตกรรมให้กับบุคลากรในองค์กร ซึ่งทำได้โดยมี การสื่อสารหรือบอกกล่าวตามความคาดหวังขององค์กร โดยการใช้เทคโนโลยีต่างๆ เพื่อสร้าง นวัตกรรมใหม่ ให้กับองค์กร เช่น การสร้างข้อมูลสาระสนเทศ (คอมพิวเตอร์) สื่อและข้อมูลทาง Internet เพื่อเป็นการพัฒนาและสร้าง นวัตกรรมใหม่ อย่างแท้จริง

 

 2.       ดูเทป  Innovation  แล้วได้อะไรบ้าง 

      องค์กรนวัตกรรมแห่งชาติ  จัดตั้งพัฒนาองค์กรและสร้างสรรค์ นวัตกรรมใหม่ องค์กรนวัตกรรมแห่งชาติ จัดตั้งประมาณปี พ.ศ.  2540  เหตุผลหลักเพื่อสร้าง นวัตกรรม การให้รู้ความรู้ถือภายในองค์กร เป็นเรื่องสำคัญในยุคปัจจุบัน  แต่ละประเทศมีนวัตกรรมที่ต่างกัน  อาทิ เช่น ประเทศอินเดียและประเทศจีน มีการส่งเสริมนวัตกรรมให้ทั่วทั้งประเทศ  แต่ ประเทศอินเดียส่งเสริมนวัตกรรมบางจุดกับคนเฉพาะกลุ่มในบางส่วนของประเทศเท่านั้น  ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศอินเดียยังมีความยากจนเป็นจำนวนมาก และยังขาดการเรียนรู้ที่ดี   ส่วนประเทศจีนนั้นมีการนำ นวัตกรรม  ไปใช้กันทั่วประเทศจีน และสร้าความเป็นอยู่รวมถึงการศึกษาของประชาชนประเทศจีนจึงมีสภาพที่ดีขึ้น เพื่อเป็นพื้นฐานให้กับประเทศในอนาคต นั้นเอง


      ท้ายสุด กราบขอขอบคุณ อ.จีระ และทีมงานของท่านที่ยอมเสียสละเวลาอันมีค่าของท่าน มาให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ การบริหารทรัพยากรมนุษย์ เพื่อนำไปสู่ความเป็นเลิศ ให้แก่องค์กรที่เราและทุกท่านได้ทำงาน นั้นเอง

 จากการที่ได้ศึกษาทิศทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในยุคศตวรรษที่ 21

การอบรมและพัฒนา คนเก่ง มี 5 ขั้นตอน คือ

1. การประเมินความรู้ และทักษะ

2. การวิเคราะห์

3. การวางแผนพัฒนา

4. การดำเนินการตามแผน

5. การประเมินความก้าวหน้า

สมรรถนะหลักของผู้นำในยุคปัจจุบันแบ่งเป็น 4 กลุ่ม

1. สมรรถนะในการบริหารคน

2. สมรรถนะในความรอบรู้ทางการบริหาร

3. สมรรถนะในการบริหารอย่างมืออาชีพ

4. สมรรถนะการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์

วิธีการฝึกอบรมและพัฒนาคนเก่ง มีดังนี้

1. การสอนงาน

2. การโยกย้ายฝ่ายงาน

3. การมอบหมายงานเร่งด่วนหรืองานพิเศษ

4. การให้คนเก่งฝึกอบรมและพัฒนาด้วยการสร้างหลักสูตร

การฝึกอบรม

5. การมอบหมายให้เป็นหนึ่งในทีมหรือคณะกรรมการ

6. การส่งคนเก่งไปรับการพัฒนาอบรมภายนอกองค์กร

7. การแนะนำให้หนังสือให้อ่าน เป็นลักษณะการเรียนรู้ด้วย

ตนเอง

8. การมอบหมายให้คนเก่งเป็นผู้สอน

9. การให้คนเก่งทำกิจกรรมพิเศษ

 การวางแผนกลยุทธ์

ขั้นตอนการบริหารงานเชิงกลยุทธ์
1. การเตรียมการ/วิเคราะห์สภาพแวดล้อม/การกำหนดทิศทางและการวางกลยุทธ์
2. การนำกลยุทธ์ไปใช้ ต้องมีแผนปฏิบัติการ การปรับปรุง กระบวนงาน โครงสร้าง เทคโนโลยี 
3.  การควบคุมและตรวจสอบกลยุทธ์ การติดตาม การตรวจสอบและ ประเมินผลการดำเนินงานการทบทวนสถานการณ์เพื่อปรับปรุงยุทธศาสตร์

 

 

 

  • ส.ต.ท.ธรรมศักดิ์ มณีโชติ รหัส 50038010028 รปม. รุ่น 4
    IP: xxx.122.211.32
    เขียนเมื่อ 

   เรียน ศ.ดร.จิระ หงส์ลดารมภ์ อาจารย์ยม นาคสุข และเพื่อนๆ ชาว รปม. รุ่น 4 ตลอดจนทีมงาน chira Academy ทุกท่าน

                เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 กพ. 51 ซึ่งถือได้ว่าเป็นวันสุดท้ายของการเรียนการสอนวิชา "การบริหารทรัพยากรมนุษย์" วัตถุประสงค์หลักของการศึกษาวิชานี้ กล่าวคือ เรียนเพื่อนำไปใช้และนำไปสร้างโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต เน้นที่การ Share ความรู้เพื่อไปสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กรของผู้ที่ทำการศึกษา...ในวันนี้ท่านอาจารย์จิระ หงส์ลดารมภ์ ได้มอบหมายให้นักศึกษาชาว รปม.รุ่น 4 ทุกท่านแสดงความคิดเห็นโดยผ่านทาง Blog  2 ชิ้น คือ 1. อุปสรรคในการสร้าง Innovation และ Learning Organization และ HR ในระบบราชการมีอะไรบ้างให้ยกตัวอย่างในองค์กรของนักศึกษา 2. ดูเทป Innovation แล้วได้อะไรบ้าง

         ข้อ 1.  เหตุวิกฤติเศรษฐกิจเมื่อต้นปี 2540 อาจกล่าวได้ว่าเป็นจุดจบของ "การบริหารงานแบบราชการ" ดังที่ทราบลักษณะองค์กรที่บริหารงานแบบราชการจะมีโครงสร้างแบบสูง (Tall Organization) และมีการบริหารงานที่ยึดรายละเอียดแต่ละขั้นตอนเป็นเป้าหมายของงาน การประเมินผลการทำงานของพนักงานไม่ได้ดูที่สัมฤทธิ์ผลของงาน พนักงานปฏิบัติงานอยู่ในเกณฑ์ดีถึงดีมากก็ไม่ได้บ่งชี้ว่างานจะสัมฤทธิ์ผลแต่อย่างใด เพราะเป็นการดูกันที่อุปนิสัยมากกว่าความรู้ความสามารถของพนักงาน

        ตามความเห็นของผู้เขียน...เชื่อว่าการสร้าง Innovation และ Learning Organization และ HR ในองค์กรมีความสำคัญมากที่สุดแต่ถ้าองค์กรใดไม่มีการสร้าง Innovation ให้คนในองค์กรได้ใช้ความรู้ความสามารถได้อย่างเต็มที่ความสำคัญของ "คน"  ก็ไม่อาจสร้างประโยชน์ให้องค์กรได้อย่างเต็มที่เช่นกัน

        จากการศึกษาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของท่าน ศ.ดร.จิระ หงส์ลดารมภ์ ได้ให้แนวคิดในการพัฒนา "HR" กล่าวคือ คนส่วนใหญ่มองว่าเป็น "ต้นทุน" ซึ่งต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายมาก แต่การพัฒนาองค์กรให้มีประสิทธิภาพและบังเกิดผลในระดับสูงนั้นหาใช่การให้ความสำคัญกับสวัสดิการค่าจ้าง การบริหารจัดการเท่านั้น หากแต่การพัฒนาคนในองค์กรให้มีความรู้นั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุดถ้ามองไปในอนาคตข้างหน้าจะเห็นได้ว่าความเจริญทางด้านเทคโนโลยีจะต้องเข้ามาทดแทนการใช้กำลังคนเพราะฉะนั้น...องค์กรจะทำอย่างไร...?ให้ทรัพยากรมนุษย์ที่มีอยู่นั้นเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพในที่นี้คือการส่งเสริมให้คนในองค์กรมีความรู้ความสามารถ (Learning Organization) พัฒนาตนเองให้ทันกับยุค "โลกาภิวัฒน์" แต่อุปสรรคอีกประการของการพัฒนาคนคือ การลงทุนในคุณค่าของคนนั้นจะวัดจากการศึกษา และการฝึกอบรมอย่างเดียวคงไม่ได้แต่ต้องดูด้วยว่าคนเหล่านั้น มีความสามารถในการสร้างผลผลิตหรือไม่แต่ถ้ามองให้ลึกลงไปอีกถ้าในองค์กรมีทรัพยากรมนุษย์ที่มีความรู้ความสามารถแล้ว จะทำอย่างไรให้คนเหล่านั้นมีความรักความผูกพันกับองค์กร คำตอบหนึ่งที่น่าจะเป็นแนวทางที่ลดปัญหานี้คือ ผู้บริหารควรที่จะมองพนักงานเปรียบเสมือน "สมาชิกในครอบครัว" ไม่ใช่เพียงแต่เพื่อนร่วมงานในระบบงานเท่านั้นดังนั้นหัวใจของการพัฒนาองค์กรคือ "คน" ไม่จำกัดอยู่กับบทบาทเดิมๆ อาทิเช่น ระบบโครงสร้างเงินเดือน การดูแลด้านสวัสดิการ เป็นต้น การดูแลคุณภาพชีวิตของคนนั้นก็ต้องเริ่มดูตั้งแต่ระบบการคัดเลือกของคนที่จะเข้ามาในองค์กรจะมีวิธีการอย่างไรที่จะสามารถคัดสรรบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ทั้งนี้ จะต้องคำนึงถึงความรู้ทางด้านจริยธรรมด้วย

        ในปัจจุบันผู้เขียนเห็นว่า...ยังไม่มีคนที่เป็นนักคิดและวางแผนทำให้เกิดช่องว่างมากขึ้นขณะที่องค์กรพยายามปรับโครงสร้างทางทรัพยากรมนุษย์ให้เร็วแต่กลับทำได้ช้าและทำได้ไม่ดี ในเรื่องของ "คุณภาพชีวิต" นั้น จะต้องให้คนมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีครอบครัวที่อบอุ่น กล่าวคือ การทำงานและการดำรงชีวิตจะต้องไปด้วยกันจะเห็นได้ว่าการพัฒนาและการฝึกอบรมพนักงานเป็นรูปแบบหนึ่งของการลงทุนที่จะก่อให้เกิดผลตอบแทนในระยะยาว ดังนั้น พนักงานทุกระดับจะได้รับการฝึกอบรม ทั้งในการปฏิบัติงานเฉพาะด้านและความรู้ในงานด้านข้างเคียงซึ่งจะทำให้พนักงานมีความเข้าใจในทักษะ และมีประสบการณ์ที่กว้างขวางขึ้นด้วย สำหรับผู้เขียนนั้น...ได้คำตอบที่สำคัญยิ่งสำหรับตนเอง กล่าวคือ "เงิน" "ค่าจ้าง" "เงินเดือน" หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เป็นค่าตอบแทนด้านวัตถุมิได้มีความสำคัญมากไปกว่า "ความสุขทางจิตใจ การมีเวลาในการทำงานกับครอบครัวที่สมดุลกัน"  

        ในเรื่องปัญหาอุปสรรคในองค์กรของผู้เขียน... "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" อยากร้องตะโกนดังๆ ว่า ควรให้ความสำคัญกับ "ความก้าวหน้าของตำรวจระดับชั้นประทวน" เพราะน่าจะมีผลต่อการสร้างความผูกพันต่อองค์กรให้มีความรู้สึกพอใจและอยากอยู่กับองค์กร กล่าวคือ การเลื่อนระดับของข้าราชการตำรวจระดับชั้นประทวนที่มีความรู้ความสามารถในปัจจุบันมีข้าราชการตำรวจระดับชั้นประทวนจำนวนมากที่ศึกษาต่อจนมีคุณวุฒิสูงขึ้นในระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่าปริญญาตรี ประกอบกับข้าราชการตำรวจระดับชั้นประทวนที่มีวุฒิดังกล่าว มีประสบการณ์ และความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่สูงทัดเทียมกับข้าราชการตำรวจระดับชั้นสัญญาบัตรแต่ระบบการเลื่อนระดับดังกล่าวกระทำการโดยสอบแข่งขัน และมีปริมาณอัตราที่เปิดสอบน้อยไม่มีระยะเวลาที่แน่นอนทำให้ข้าราชการตำรวจชั้นประทวนขาดขวัญและกำลังใจในการทำงาน

          ข้อ 2.  จากการศึกษาดูเทป Innovation บทสนทนาระหว่างท่าน ศ.ดร. จิระ หงส์ลดารมภ์ กับท่านศุภชัย ในเรื่องนวัตกรรมนั้นในส่วนของความหมายของคำว่า "นวัตกรรม" (Innovation) ของท่านศุภชัยกล่าวว่า การให้ความหมายของคำว่า "นวัตกรรม" นั้น ในมุมมองของท่านการจะให้คำจำกัดความคงเป็นเรื่องที่ยากแต่ถ้าแปลตามความหมาย นว คือ สิ่งใหม่ กรรม คือ การกระทำ การกระทำนั้นจะต้องเป็นสิ่งใหม่ใช้ความรู้ความสามารถทางด้านความคิดสร้างสรรค์ ส่วนความเห็นของ ศ.ดร.จิระ หงส์ลดารมภ์ ได้กล่าวโดยสรุปเกี่ยวกับเรื่องนวัตกรรมไว้ว่า ในการสร้างนวัตกรรมนั้นไม่ได้กระทำเพื่อธุรกิจแต่เป็นการนำความรู้ที่ได้จากการศึกษามาเผยประสบการณ์มาใช้อย่างไร...? ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในเรื่องของการพัฒนา Innovation นั้น ศ.ดร.จิระ เปรียบเสมือนต้นน้ำ ส่วนท่านศุภชัย เปรียบเสมือนปลายน้ำในการดำเนินการเกี่ยวกับการสร้าง Innovation

           บทวิเคราะห์ ศ.ดร.จิระ หงส์ลดารมภ์ ได้กล่าวเสริมเพิ่มเติมในส่วนของการสร้าง Innovation กล่าวคือ คนไทยยังไม่มีการแสวงหาความรู้ (Learning Culture) และสร้างเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ผู้นำต้องเป็นผู้มองกว้างและกำหนดวิสัยทัศน์ได้ดี "อย่างลอก"  (Copy)

           มุมมองของผู้เขียน... "นวัตกรรม" (Innovation) น่าจะเป็นการศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ เพื่อการเปลี่ยนแปลง และการสร้างสรรค์องค์กรที่มีอยู่เดิมให้ดีขึ้น แม้ว่าในทางปฏิบัติจะประสบผลสำเร็จหรือไม่ก็ตามซึ่งการเปลี่ยนแปลงนั้นจะก่อให้เกิดปัญหาภายในองค์กรตามมามากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ความรู้สึกของคนในองค์กร" เพราะฉะนั้น...เราจะทำอย่างไร...? ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ในองค์กรให้คนในองค์กรมีความเข้าใจและยอมรับการเปลี่ยนแปลง ผู้เขียนเห็นว่า...ในแต่ละองค์กรคงจะมีความแตกต่างกันในเรื่อง "วัฒนธรรมในองค์กร"  เพราะฉะนั้น... "ผู้นำ" แต่ละองค์กรต้องแสดงความเป็น "HR CHAMPION"  ออกมาให้คนในองค์กรยอมรับ (มนุษย์คือต้นทุน-ไม่ฝันไม่เกิด-ไม่เกิดไม่เปลี่ยนแปลง-ไม่เปลี่ยนแปลงไม่มีการพัฒนา-ไม่มีการพัฒนาไม่ประสบความสำเร็จ-ไม่ประสบผลสำเร็จ END)  เปรียบเหมือนการเดินซอยเท้าอยู่กับที่.....ๆๆๆๆๆไม่ก้าวไปข้างหน้า เมื่อไหร่...? จะถึงที่หมาย

สวัสดีค่ะ ท่านอาจารย์ยม ที่เคารพยิ่ง

          จากการที่ได้เรียนกับท่านอาจารย์นั้น ดิฉันได้เรียนรู้และเข้าใจจากที่ท่านอาจารย์ได้สอน ซึ่งพอสรุปได้ดังนี้

          การวางแผนกลยุทธ์ทางด้านทรัพยากรมนุษย์

กล่าวว่า "ไม่มีองค์กรใด จะประสบความสำเร็จได้ โดยไม่ใส่ใจเรื่องคน”  เรื่องทรัพยากรมนุษย์ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป  ดังนั้นการบริหารทรัพยากรมนุษย์ จึงจัดเป็นส่วนที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการบริหารงานด้านอื่น ๆ

การจัดการเชิงกลยุทธ์ 8 เรื่อง มุ่งสู่องค์การสมรรถนะสูง ประกอบด้วย

     1.       ความต้องการของลูกค้า

2.       การวางแผนกลยุทธ์-ยุทธวิธี

3.       การให้ความสำคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

4.       การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้

5.       การบริหารการพัฒนาทุนมนุษย์

6.       การพัฒนากระบวนการ

7.       ความพึงพอใจของลูกค้าความพึงพอใจของทีมงานผลประกอบการ

8.       วิสัยทัศน์ พันธกิจ วัตถุประสงค์ขององค์การ

การกำหนดกลยุทธ์ แบ่งได้ 3 ระดับ คือ

1.       ระดับองค์กร

2.       ระดับธุรกิจ

3.       ระดับหน้าที่

กลยุทธ์ (Strategy) หมายถึง วิธีการดําเนินงานที่มั่นใจได้ว่าจะนําไปสู่ความสําเร็จตามวัตถุประสงค์ขององค์กร

การจัดการเชิงกลยุทธ์ (Strategic Management) หมายถึงกระบวนการต่อเนื่องในการกําหนดภารกิจและเป้าประสงค์ขององค์กรภายใต้บริบทของสิ่งแวดล้อมภายนอกขององค์กร การกำหนดกลวิธีที่เหมาะสม การปฏิบัติงานตามกลวิธีที่กำหนดไว้ การใช้อำนาจหน้าที่ในการควบคุมกลยุทธ์ เพื่อทําให้มั่นใจว่ากลวิธีขององค์กรที่นำมาใช้สามารถนําไปสู่ความสําเร็จตามเป้าประสงค์ที่กําหนดไว้

                เป้าหมายของการจัดการเชิงกลยุทธ์

1.       การแก้ไข และป้องกันปัญหา เป็นไปอย่างรอบรู้ มีเหตุ มีผลมากขึ้น

2.       เป้าหมายขององค์การ ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

3.       การเพิ่มสมรรถนะในการแข่งขันและการแสวงหาความร่วมมือ

4.       การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างหน่วยงานทั้งภายในและภายนอก

5.       การพัฒนาสมรรถนะขององค์การให้สอดรับกับสภาพที่เป็นจริง

6.       การสร้างความสำเร็จโดยคำนึงถึงกลไกใหม่ในโลกยุคโลกาภิวัฒน

7.       กำหนดทิศทาง (Direction) ขององค์การ ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

8.       เสริมความมุ่งมั่น (Effort) : ทำให้คนใช้ความพยายามที่จะทำงานด้วยกันให้ได้

9.       กำหนดสถานะขององค์การ (Position) : เป็นตัวกำหนดสถานะความเป็นจริงขององค์การด้วย

10.    สร้างความสอดคล้องต้องกัน (Consistency) : ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนของการบริหารเชิงกลยุทธ์

1.       การกำหนดกลยุทธ์-วางแผนกลยุทธ์

2.       การปฏิบัติตามแผนกลยุทธ์

3.       การวิเคราะห์สถานการณ์ ปัจจัยภายนอก ปัจจัยภายใน วิเคราะห์ปัญหา ค้นหาสาเหตุ

4.       การควบคุม-การประเมินผลกลยุทธ์ การพัฒนาอย่างเป็นระบบ และต่อเนื่อง

แนวคิดในการบริหารเชิงกลยุทธ์ 3 ตัวแบบ

1.       SWOT ANALYSIS  ของ Harvard Business School

2.       การวิเคราะห์สถานการณ์เชิงยุทธ์ของซุนวู (SUN TZU)

3.       การวิเคราะห์-แก้ไขปัญหา ตามแนวพุทธศาสตร์

ทฤษฎีต้นไม้แห่งความสำเร็จ

(1)    ความไม่มั่นคงของชาติ ประชาชนเดือดร้อน

(2) ต้นไม้แห่งปัญหา (Problems Tree)

(3) ต้นไม้แห่งความสำเร็จ(Objective Tree)

(4) ประเทศชาติมั่นคง  ประชาชนอยู่ดี มีสุข

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 กราบสวัสดีท่านอาจารย์ ศ.ดร.จีระ หงษ์ลดารมภ์ , อาจารย์ยม , เพื่อน ๆชาวรปม.รุ่น 04  และผู้อ่านทุกท่าน

          จากการเรียนในวันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2551 โดยมีท่านอาจารย์ยม นาคสุขเป็นผู้บรรยาย  หัวข้อทิศทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในศตวรรษที่ 21 และการวางแผนกลยุทธ์ทางด้านทรัพยากรมนุษย์   

         สิ่งที่ได้รับจากการฟังบรรยายก็คือทำให้ทราบถึงความสำคัญของทิศทางการทรัพยากรมนุษย์ ในศตวรรษที่ 21  ดังที่อาจารย์บรรยายว่า "ไม่มีองค์กรใด จะประสบความสำเร็จได้โดยไม่สนใจเรื่องคน"  เรื่อง ทรัพยากรมนุษย์ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอึกต่อไป ฉะนั้นเราต้องพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยมีโมเดลการพัฒนาการอบรมและพัฒนาคนเก่ง รูปแบบการพัฒนา "คนเก่ง" มี 5 ขั้นตอน ดังนี้

1.     การประเมินความรู้ และทักษะ 

2.     การวางแผนพัฒนา 

3.     การดำเนินการตามแผน

4.     การประเมินความกว้าหน้า

         นอกจากนี้ยังทราถึงคุณลักษณะที่ใช้ในการประเมินบุคลากรจาก ภาวะผู้นำ  การสื่อสาร  การวางแผนการทำงานภายใต้ความกดดัน  การตอบสนองต่อความเครียด  แรงจูงใจ ศักยภาพในการเรียนรู้ พลังในการทำงาน สมรรถนะ  การตัดสินใจ การทำงานเป็นทีม การจัดการ การวิเคราะห์   เป็นต้น  และต้องพัฒนาองค์กรใฟ้มีสมรรถนะสูงโดยวีธีการฝึกอบรมและพัฒนาคนเก่ง 15 วีธีที่สามารถเลือกนำมาปฏิบัติให้เหมาะกับสถานการณ์ของแต่ละองค์กร  เช่น ใช้วิธี่การ Coaching เป็นการนำผู้มีความรู้ความสามารถทั้งภายใน ภายนอกองค์กรมาสอนและแนะแนวทางที่จะประสบความสำเร็จให้กับบุคลากร เหมือนนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จจะต้องมี Coach ที่ดี  เช่นเดียวกับ การทำงานถ้าบุคคลากรได้รับการแนะนำที่ดีก็เปรียบเสมือนการที่องค์กรได้สร้างทุนทางความรู้  ทักษะ และทัศนคติ (Talented Capital) ให้กับบุคลากรมีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานได้จริงและเสริมสร้างให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ทันการเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน

           การวางแผนกลยุทธ์ทางด้านทรัพยากรมนุษย์   

กลยุทธ์ (Strategy) หมายถึง วิธีการดําเนินงานที่มั่นใจได้ว่าจะนําไปสู่ความสําเร็จตามวัตถุประสงค์ขององค์กร

การจัดการเชิงกลยุทธ์ (Strategic Management) หมายถึง  กระบวนการต่อเนื่องในการกําหนดภารกิจและเป้าประสงค์ขององค์กรภายใต้บริบทของสิ่งแวดล้อมภายนอกขององค์กร การกำหนดกลวิธีที่เหมาะสม การปฏิบัติงานตามกลวิธีที่กำหนดไว้ การใช้อำนาจหน้าที่ในการควบคุมกลยุทธ์ เพื่อทําให้มั่นใจว่ากลวิธีขององค์กรที่นำมาใช้สามารถนําไปสู่ความสําเร็จตามเป้าประสงค์ที่กําหนดไว้

การจัดการเชิงกลยุทธ์ 8 เรื่อง มุ่งสู่องค์การสมรรถนะสูง ได้แก่

1.ความต้องการของลูกค้า 

2.การวางแผนกลยุทธ์- ยุทธวิธี 

3.การให้ความสำคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้เสีย 

4.การวัดผล การวิเคราะห์และการจัดการความรู้ 

5.การบริหารการพัฒนาทุนมนุษย์ 

6.การพัฒนากระบวนการ 

7.ความพึงพอใจของลูกค้า  ความพึงพอใจของทีมงาน  ผลประกอบการ 

8.วิสัยทัศน์ พันธกิจ วัตถุประสงค์ขององค์การ

 การวางแผนกลยุทธ์ทางด้านทรัพยากรมนุษย์ มีความแตกต่างกันตามภาระหน้าที่  และสภาพแวดล้อมของแต่ละองค์กร  ปัจจัยภายใน ภายนอกองค์กร เมื่อองค์กรพบปัญญาควรต้องนำ  HCM (Human Capital Management) ไปพัฒนางานในองค์การประกอบด้วย

  1. การบริหารคนเก่ง+คนดี (Talent management)
  2. การเรียนรู้และการพัฒนา(Learning and development)
  3. การบริหารความรู้ (Knowledge management)
  4. การบริหารสมรรถนะ (Competency management)
  5. การบริหารการทำงาน (Performance management)
  6. การบริหารความเชื่อมั่น ความศรัทธา (Trust management)
  7. การบริหารความรัก (Love management)

 ยุทธศาสตร์ทุนมนุษย์ (Human capital strategy)

  1. หาคนดีมาผูกใจให้อยู่ในองค์การอยู่ (Acquisition & Retention)
  2. เรียนรู้และการพัฒนา (Learning and development)
  3. การจัดการและภาวะผู้นำ (Management and Leadership)
  4. การจัดการทุนมนุษย์ (Human capital management)
  5. การทำงานจากทุนมนุษย์ (Human capital performance

สรุป (Human Capital Management) HCM

  1. จูงใจได้มารักษาคนฉลาด
  2. การจัดการและภาวะผู้นำ      
  3. การเรียนรู้และการพัฒนา
  4. การกำหนดมาตรฐานทุนมนุษย์
  5. การพัฒนาทุนมนุษย์           

          นอกจากนี้อาจารย์ได้บรรยายถึงทฤษฏีต้นไม้แห่งความสำเร็จ  โดยมีวิธีการสำรวจจุดด้อยขององค์กร และนำมาเป็นยุทธศาสตร์ในการพัมนาองค์กร เช่น องค์กรขาดความรู้  ก็เขียนยุทธศาสตร์บริหารความรู้และพัฒนา เป็นต้น

          จากการบรรยายของท่านอาจารย์ยมทำให้ผู้เขียนพบว่าการเขียนยุทธศาสตร์บริหารทรัพยากรมนุษย์ไม่ยากเลยเพียงเราสำรวจปัญหาในองค์กรแล้วนำมาเขียนเป็นยุทธศาสตร์ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์  แล้วองค์กรของท่านจะประสบความสำเร็จที่ยั่งยืนทันต่อการเปลี่ยนแปลงในในศตวรรษที่ 21

          ท้ายนี้ผู้เขียนขอขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่ได้ให้ความรู้กับพวกเรา สั่งสอนและแนะนำวิธีการเรียนในแบบที่เราไม่คุณเคยจนเริ่มคุ้นเคยและคงจะเกิดเป็นความเคยชินจนเป็นพฤติกรรมตามที่อาจารย์แนะนำ นับเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง  ทำให้ตัวผู้เขียนไม่อาจจะปฏิเสธวิธีการที่อาจารย์ตั้งใจถ่ายทอด  และกระตุ้นให้พวกเราระดมสมองแสดงความคิดเห็น  รับฟังความคิดเห็นของเพื่อนในกลุ่ม เป็นก้าวเริ่มต้นในการค้นพบตัวเอง เพื่อพบแนวทางในการปรับเปลี่ยนตัวเองในการเรียนและการทำงานในอนาคตและปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมแต่เราต้องไม่ลืมความเป็นต้วตนของเรา

เรียน  อาจารย์ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์ อาจารย์ทุกท่าน และท่านผู้อ่านทุกท่าน

       จากการเรียนวันอาทิตย์ที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ อาจารย์ได้ให้การบ้านมา ๒ ข้อ คือ

       ๑. อุปสรรคในการสร้าง Innovation และ Learning Organization ในระบบราชการมีอะไรบ้าง ให้ยกตัวอย่างในองค์กรของท่าน

       ก่อนอื่นต้องทราบความหมายของ Innovation คือ นวัตกรรมหมายถึง  ความคิดและการกระทำใหม่ ๆ ที่นำมาใช้ในการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง การดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

      Learning Organization  หมายถึง เป็นองค์การที่ซึ่งคนในองค์กร ได้ขยายขอบเขตความสามารถของตนอย่างต่อเนื่องทั้งในระดับบุคคล ระดับกลุ่มและระดับองค์กรเพื่อนำไปสู่จุดหมายที่บุคคลในระดับต่าง ๆ ต้องการอย่างแท้จริงเป็นองค์กรที่มีความรู้ใหม่ ๆ และแตกแขนงของความคิดได้รับการยอมรับเอาใจใส่และเป็นองค์กรที่ซึ่งบุคคลเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ในเรื่องของวิธีการที่จะเรียนรู้ไปด้วยกันทั้งองค์กร

      อุปสรรคต่อการเรียนรู้ขององค์กร

      ๑. สมาชิกในองค์กรรู้แต่หน้าที่ตนเองแต่ไม่รู้เป้าหมายของ    องค์กร

      ๒. สมาชิกรู้ว่าปัญหาขององค์กรอยู่ที่ใดแต่ไม่รู้ว่าตัวเองมีส่วนเกี่่ยวข้องอย่างไร

      ๓. ทำตามแบบที่เคยทำ ไม่ได้แก้ปัญหาที่สาเหตุที่แท้จริง

      ๔. ยึดติดอยู่กับเหตุการณ์มากเกินไป

      ๕. ความเข้าใจผิดว่าการเรียนรู้มาจากประสบการณ์เท่าน้้นแต่ไม่เข้าใจในความแตกต่างของอดีตกับปัจจุบัน

      ๖. มีผู้บริหารที่ดี แต่ไม่ได้สืบทอดความรู้ให้ผู้บริหารรุ่นต่อไป

      ๗. ขาดสติไม่รู้ตัวกับความเปลี่ยนแปลงที่ค่อยเป็นค่่อยไป

      เช่น ในมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ที่ดิฉันทำงานอยู่มักจะมีปัญหาในด้านนวัตกรรมและด้านองค์การแห่งการเรียนรู้ เนื่องจากยังยึดติดกับวัฒนธรรมองค์กรเดิมๆ ไม่ยอมพัฒนาตัวเอง ผู้บริหารขาดการเอาใจใส่ในเรื่องนี้เท่าที่ควร

       คำถามที่ ๒  หลังจากดู Innovation จากวีดิโอ แล้วนักศึกษาได้อะไรบ้าง  สิ่งแรกที่ดิฉันคิดคือเราต้องเปลี่ยนการทำงานใหม่เพื่อพัฒนาตัวเองก่อนที่จะไปพัฒนาองค์กร เพื่อองค์กรได้นำไปสู่ความเป็นเลิศทางนวัตกรรม  ประการที่สอง มองว่าการที่จะเกิดนวัตกรรมใหม่ต้องมาจากความรู้ที่เป็นระบบ นวัตกรรมทำแล้วอาจไม่สำเร็จก็ได้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์เวลานั้น และเป็นเรื่องของการลงทุนเพราะต้องรู้หลายด้านทั้งด้านเศรษฐกิจ และด้านการเมือง แต่ในประเทศไทยหน่วยงานราชการมักจะขาดงบประมาณ ซึ่งเป็นปัญหากับทุกหน่วยงาน  ประการที่สาม การที่จะทำให้เกิดความสำเร็จในการคิดสร้างสรรค์นั้นอย่างน้อยต้องมีทุนมนุษย์ก่อน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  • น.ส.พิมพ์ลดา โต๊ะเพิ่มพูน นักศึกษา รปม.รุ่น 4 เลขที่ 9 รหัส 50038010009
    IP: xxx.156.27.192
    เขียนเมื่อ 

 

กราบเรียน  ศ.ดร.จีระ (ท่านอาจารย์ที่เคารพ), อาจารย์ผู้สอนทุกท่าน และผู้เข้าชม Blog  ทุกท่าน

 

1. อุปสรรคในการสร้าง  Innovation , Learning  Organization  และ  HR  ในระบบราชการมีอะไรบ้าง  ยกตัวอย่างในองค์กรประกอบ

        อุปสรรคมีดังนี้

        1. ผู้บังคับบัญชา 

        การพัฒนาในองค์กร หากในหน่วยงานมีผู้บังคับบัญชาที่ไม่มีวิสัยทัศน์ที่แท้จริง  คำนึงถึงแต่ความก้าวหน้าของตนไม่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่  รับแต่ความดีก็ทำให้หน่วยงานไม่พัฒนา

        2. สายการบังคับบัญชา

        หน่วยงานราชการสายการบังคับบัญชาเป็นแบบแนวดิ่ง การทำงานซ้ำซ้อน หากหน่วยงานย่อยเสนอแนวความคิดสร้างสรรค์ เพื่อจัดทำในโครงการ  กว่าจะได้รับการอนุมัติก็ทำให้ความคิดล้าหลังไปแล้ว

        3. ทรัพยากรมนุษย์

        คนในหน่วยงานราชการมักจะไม่กระตือรือร้น  เนื่องจากการเสนอแนวความคิดสร้างสรรค์ มักจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชา เพราะ หากมิใช่พวกพ้องทำดี มีผลงานสักแค่ไหนก็ไม่ได้รับการสนับสนุน เนื่องจากในหน่วยงานมักจะคำนึงถึงผลประโยชน์ในพวกพ้องตนเองมากกว่าความก้าวหน้าของประเทศชาติ

 

2. จากการชม  VTR  ในรายการคิดเป็นก้าวเป็นกับ  ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์  Innovation  ซึ่งเป็นบทสนทนา  ระหว่าง  ดร.จีระ  และคุณศุภชัย   หล่อโลหะการ  ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ  แล้วได้อะไรบ้าง

        1.ได้เข้าใจถึงความหมายและคำจำกัดความ ของคำว่า  นวัตกรรม  คือ  การทำสิ่งใหม่  ต้องมีการใช้ความรู้และความคิดสร้างสรรค์  ซึ่งความรู้และความคิดสร้างสรรค์นั้นต้องมีประโยชน์กับเศรษฐกิจ และสังคม

        2. ในฐานะที่เป็นคนไทยมีความคิดว่า ทุกคนต้องมีความคิดสร้างสรรค์ คิดในสิ่งที่เป็นประโยชน์ เมื่อคิดแล้วลองนำมาปฏิบัติหากปฏิบัติจริงไม่ได้  ก็ลองคิดใหม่  ซึ่งดีกว่าอยู่เฉย ๆ  โดยที่ไม่ได้คิดอะไร  ไม่ได้ใช้สมอง เนื่องจาก  นวัตกรรมเป็นการเปลี่ยนแปลงต้องเปลี่ยนแปลงให้ทันโลกภายนอก  หากอยู่เฉย ๆ ก็เปรียบได้เป็นประเทศที่ล้าหลัง

        3 .  ทฤษฏี  3  C  คือ

                Change    /  Customer  base / Control

มีความสอดคล้องกับ ทฤษฏี  5 k's   ของ ดร.จีระ

Innovation  Capital  ทุนทางนวัตกรรม

Knowledge  Capital  ทุนทางความรู้

Cultural       Capital  ทุนทางวัฒนธรรม

Emotional    Capital  ทุนทางอารมณ์

Creativity     Capital  ทุนแห่งการสร้างสรรค์

ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ  ซึ่งสังคมไทยเริ่มต้นจากการมีสังคม การเรียนรู้แล้วนำความรู้ มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ หรือถกเถียงกัน จะทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่  

 

  • พระมหาวิทยา นางวงค์ รปม.รุ่น ๔ รหัส ๕๐๐๓๘๐๒๐๐๐๓
    IP: xxx.9.188.97
    เขียนเมื่อ 

เจริญพร ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์  อ.ยม นาคสุข และ ผู้อ่านทุก ๆ ท่าน ฯ

 

เรื่อง  ทรัพยากรณ์มนุษย์ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องที่เราทุกคนควรให้ความสนใจ(สร้างและบำรุงรักษาให้คงอยู่คู่กับองค์กร) โดยเฉพาะคนรอบ ๆ กายภายในองค์กรเรา ฯ

 

การบริหารหรือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จุดประสงค์หลักก็คือ เรื่องคน โดยเน้นพัฒนาศักยภาพของบุคลากร ที่เรียกว่ามนุษย์ เพื่อความสำเร็จขององค์กรตามที่ได้มุ่งหมายไว้ ฯ

        ดังคำที่ว่า ไม่มีองค์กรใด จะประสบความสำเร็จได้ โดยไม่ใส่ใจเรื่องคน ฯ ฉะนั้น เรื่องทรัพยากรณ์มนุษย์ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปแล้ว การบริหารทรัพยากรณ์มนุษย์ จึงจัดเป็นส่วนสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า การบริหารด้านอื่น ๆ ฯ แต่จากบทเรียนที่เกาะล้าน อาจารย์แต่ละท่านได้กล่าว ก็ล้วนไม่พ้นเรื่อง คน อยู่ดี เพราะมีคำที่ ดร.กีรติได้กล่าววันนั้นว่า  เครื่องจักรกล เราสามารถที่จะจัดซื้อหามาได้ แต่คนเราต้องสร้าง และ อบรมให้ความรู้เขา คน เราไม่สามารถซื้อหามาได้ ต่อให้มีเงินมากมายก็ตาม ถ้าเขาไม่พอใจหรือไม่ชอบใจองค์กรนั้น ๆ ฯ

        จากการเรียนในวันเสาร์ ที่ ๒๓  กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ที่ผ่านมานั้น โดยการสอนของ อ. ยม นาคสุข ก็ได้เรียนรู้เรื่องของทฤษฎีต่าง ๆ ที่หลากหลาย ทั้งในความเห็นและมุมมองของท่านเอง และที่สำคัญคือ เรียนรู้ในทฤษฎีต่าง ๆ ที่ใช้ จนประสบความสำเร็จมานักต่อนักแล้ว ในหลายองค์กรด้วยการถ่ายทอดในแบบฉบับของท่านเอง ซึ่งจะได้กล่าวพอสังเขปดังต่อไปนี้ คือ

1.      คุณลักษณะที่มักใช้ในการประเมินบุคลากรเข้าทำงาน

เช่น

-         ภาวะผู้นำ 

-         การสื่อสาร

-         ศักยภาพการเรียนรู้

-         พลังในการทำงาน

-         การทำงานเป็นทีม

-         การบริหารจัดการในเรื่องงาน เป็นต้น ฯ

       

         ประเด็นแรกที่อาตมภาพคิดว่าสำคัญ คือ ภาวะผู้นำ ความเป็นผู้นำนั้น เดรย์ตัน แม็กเลน กล่าวว่า ความเป็นผู้นำ เปรียบได้กับสายน้ำอันเป็นนิรันดร์ที่ไหลไปสู่อนาคตอันยิ่งใหญ่ และสิ่งอันเป็นนิรันดร์พอกันก็คือภาระในการคอยกำหนดและรักษารูปร่าง และช่องทางการไหลของสายน้ำนั่นเอง ความพยายามสร้างเสริมความเป็นผู้นำอย่างต่อเนื่อง เป็นสิ่งที่ดำเนินไปในลักษณะเดียวกันกับที่ชายและหญิงพยายามที่จะค้นหาวิธีใหม่ ๆ ในการจัดการชี้นำและชักจูงกันและกันนั่นแหละ ฯ

2.      โมเดลการพัฒนาการอบรมและพัฒนาคนเก่งด้วยรูปแบบ 5 รูปแบบ คือ

-         การประเมินความรู้และทักษะ

-         การวิเคราะห์ ซึ่งเป็นการรวบรวมข้อมูลและกำหนดผลที่คาดว่าองค์การจะได้รับ

-         การวางแผนพัฒนาคนเก่ง ด้านความรู้และทักษะด้านต่าง ๆ

-         การดำเนินการตามแผน

-         การประเมินความก้าวหน้า เป็นต้น ฯ

3.      สมรรถนะหลักของผู้นำ ในยุคปัจจุบันแบ่งออกเป็นสี่กลุ่ม คือ

-         สมรรถนะในการบริหารคน (HR Management)

-         สมรรคถนะในความรอบรู้ทางการบริหาร (General Management Knowledge)

-   สมรรถนะในการบริหารอย่างมืออาชีพ (Working like the Professional Management Level)

-         สมรรถนะในการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ (Management by Result,MBO)

4.  วิธีการฝึกอบรมและพัฒนาคนเก่ง เช่น  การสอนงานให้, การโยกย้ายฝ่ายงาน, การมอบหมายงานเร่งด่วนให้, การให้เขาได้รับการฝึกอบรมด้วยหลักสูตรต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยทำให้เกิดทักษะในการทำงาน, การมอบหมายให้เป็นหนึ่งในทีมงานหรือคณะกรรมการ ในการแก้ไขปัญหา หรือกู้วิกฤต ในโครงการใดโครงการหนึ่ง, การส่งเขาไปรับการอบรมนอกสถานที่ ซึ่งมีหลักสูตรสำหรับนักบริหารโดยตรง เพื่อจะได้ศึกษางานไปในตัวกับประสบการจริงที่เขาจะได้รับ, แนะนำในการคิด การอ่าน ด้วยตนเอง ด้วยการศึกษาจากหนังสือหรือตำราต่าง ๆ เป็นการเสริมทักษะในการอ่านแล้วนำมาประยุกต์ใช้กับองค์การของตนเอง ซึ่งนับว่าเป็นการต่อยอดที่ยอดเยี่ยม, การมอบหมายงานให้เขาสอนพนักงานในองค์กร เป็นการเพิ่มทักษะและความคิดสร้างสรรค์อันเกิดจากการสอน เป็นการแบ่งปันความรู้จากการที่เขาได้ศึกษามา เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่องค์กรโดยรวม,จัดให้เขาได้ทำกิจกรรมพิเศษ ซึ่งมีส่วนช่วยในการพัฒนา, การจัดการเรียนรุ้ด้วย ICT เรียนรู้ด้วยการใช้ Wep - Based Learning เป็นรูปแบบใหม่ที่หลายองค์การใช้เพื่อส่งต่อการเรียนรู้ ทำให้คนเก่ง เข้าถึงแหล่งเรียนรู้ และรู้รอบ, เมื่อหัวหน้างานลางานหรือหยุด ก็ต้องการให้มีคนเก่งเข้ามารับบทบาทหน้าทีแทน เพื่อช่วยพัฒนาความรู้ทักษะการเป็นผู้บริหาร, เป็นต้น ฯ

              เหล่านี้ล้วนเป็นการฝึกอบรมคนให้เก่ง และคนที่เก่งอยู่แล้ว ยิ่งเก่งมากขึ้นตามลำดับ ฯ

5.      หลักการรักษา คนเก่ง ให้อยู่คู่กับองค์กรตราบนานเท่านาน ด้วยหลัก คือ “CARE MODEL” 

-         C คือ Creative Community หมายถึง การสื่อสารสองทางอย่างสร้างสรรค์

-         A  คือ  Atmosphere and Appreciation for All หมายถึง บรรยากาศและการชื่นชม

-   R  คือ  Respect and Reason for Being หมายถึง ความเคารพ และความมีเหตุมีผลในการอยู่ร่วมกัน

-   E  คือ  Empathy and Enthusiasm หมายถึง ความเห็นอกเห็นใจให้กำลังใจต่อกัน ส่งเสริมผลักดันให้กระตือรือร้นในการทำงาน 

6.  หลักการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (HRD)ได้เคลื่อนเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่าน(Paradigm shift) ผ่านจุดเน้น เป็นการพัฒนาทุนมนุษย์ (HCD)

 

ฐานรากแห่งพุทธธรรม คือ ฐานหลักแห่งทุนมนุษย์  เพราะถ้าหากมีความรู้ด้านการผลิตการขาย  แต่ขาดคุณธรรม คือ พฤติกรรมที่ดีงามทั้งทาง กาย วาจา และใจ ในระดับของผู้นำเองก็ตามและระดับผู้ตามก็ตามที เป้าประสงค์ หรือวัตถุประสงค์แห่งความสำเร็จขององค์การย่อมจะไม่ประสบผลสำเร็จ ถึงจะประสบผลสำเร็จก็ไม่ตรงตามเป้าหมายดังที่ได้วางไว้ ซึ่งหลักแห่งการสร้างองค์ความรู้ มีอยุ่ ๓ ประการด้วยกัน คือ

-   สุตะมะยะปัญญา  ปัญญาเกิดจากการได้ยินได้ฟัง ซึ่งเป็นวิธีแห่งการเรียนรู้ ดังเด็กน้อยที่คอยจับสียงสำเนียงของผู้เป็นพ่อและแม่ เด็กก็จะเกิดทักษะและความคุ้นเคย จากการเรียกซ้ำ ๆ หลาย ๆ รอบ จวบจนผ่านไปในวัยหนึ่งก็สามารถเข้าใจในภาษานั้นได้ว่า ที่พ่อแม่เรียกนั้น คือ ชื่อของตน

-   จินตามะยะปัญญา  ปัญญาเกิดจากการนึกคิด ตริตรอง พิจารณาโดยแยบคาย แยบยล ทั้งโดยรูปแบบนิรนัย และอุปนัย หรือที่เรียกว่า โยนิโสมนสิการ คือ การทำไว้ในใจโดยอุบายอันแยบคาย(พิจารณาใคร่ครวญอย่างถ้วนถี่)

-   ภาวนามยปัญญา  ปัญญาอันเกิดจากการทำให้เจริญ ทำให้เกิด ทำให้มี โดยวิธีการวิเคราะห์ วิจัย วิจารณ์

 

หลักทั้ง 3 ประการนี้ มีความสืบเนื่องกันและกัน จะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งเสียมิได้ เพราะถือว่าเป็นหลักแห่งการสร้างการเรียนรู้ ที่เริ่มจากภายในตนเองเป็นสำคัญ    

ฯ ล ฯ

 

          และต่อมาก็เรียนรู้เรื่องของทฤษฎีต้นไม้แห่งความมั่นคงและความไม่มั่นคงของโลก ซึ่งเชื่อมโยงถึงสันติภาพเป็นหลักสำคัญ

          อันว่าความขัดแย้งของโลกนั้น ก็ใช่ว่าเป็นเรื่องโลกหรือที่เราเข้าใจกันว่าโลกคือพื้นดินไม่ แต่ว่าความขัดแย้งเหล่านั้นทั้งมวล ล้วนเกิดจากคนหรือมนุษย์นี่เอง มนุษย์ คือผู้สร้างปัญหาต่าง ๆ ขึ้นมาบนโลกใบนี้ และ คนเช่นกันที่จะเป็นผู้สงบระงับความขัดแย้งวุ่นวาย ต่าง ๆ ที่เกิดมีบนโลกใบนี้ เพราะฉะนั้น คน จึงเป็นตัวหลัก เป็นทั้งผู้สร้างและทำลาย ในคน ๆ เดียวกัน คนมีหลายเชื้อชาติหลายเผ่าพันธ์ และความขัดแย้ง ก็เกิดได้จากเรื่องราวหลาย ๆ ประการ เช่น ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ความขัดแย้งที่เกิดภายในประเทศ ความขัดแย้งระหว่างเผ่าพันธุ์มีการแบ่งแยกเชื้อชั้นวรรณะ หรือแม้กระทั้งในเผ่าพันธุ์เดียวกันเองก็เช่นกัน ความขัดแย้งระหว่างหมู่คณะ และภายในหมู่คณะเอง และความขัดแย้งภายในบุคคล และภายในบุคคลเอง

          ประเด็นที่อาตมภาพคิดว่า สำคัญและควรเริ่มจุดแรก คือ ความขัดแย้งภายในบุคคล ข้อนี้อาตมภาพมีความเห็นว่า คนเรามีความคิดหรือจริตที่หลากหลายในคน ๆ เดียวกัน ความขัดแย้งภายในบุคคลนี้อาตมภาพมีความเห็นว่า เกิดจากจิตเรานี่เอง เช่น ร่างกายเราทำงานอยู่ชิ้นหนึ่ง แต่จิตเราทุกคนจะมีเหมือนกันคือจิตอีกดวงหนึ่ง ก็คิดอีกอย่างหนึ่ง อย่างที่เราท่านทั้งหลายเคยพบในอาการหลง ๆ ลืม ๆ นั่นแหละ คือกายเราทำอีกอย่าง แต่จิตคิดอีกอย่าง หรือไม่สั่งการเลย จนทำให้เราเกิดอาการหลง และลืม บางครั้งก็นั่งคิดว่า จะทำอะไรน้อ หรือแม้แต่คิดว่าจะพูด พอจะพูดก็นึกไม่ออกว่าเราจะพูดอะไร เหล่านี้สามารถแก้ได้ด้วยการปรับความเห็นให้ตรง ปรับปัญญา สร้างความรู้สึกนึกคิดให้เป็นผู้มีควมรอบคอบอยุ่ตลอด และนำไปประยุกต์ใช้ในการสร้างองค์แห่งการเรียนรู้ และก็สร้างองค์การแห่งการเรียนรู้ ให้เกิดมีภายในองค์การของตน ฯ  

          เมื่อทราบว่า ปัญหาความขัดแย้ง ต่าง ๆ เกิดจากคนแล้ว ก็ควรหาวิธีการระงับยับยั้งความขัดแย้งเหล่านั้น 

 

และอะไรละคือวิธีที่จะแก้ปัญหาความขัดแย้ง ?

 

แนวทางการแก้ปัญหาเหล่านั้น มีหลักการอยู่ 3 ประการด้วยกัน คือ

 

1.            การจัดการกับความขัดแย้ง ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นโดยการกำหนดให้คนทั่วไปไม่รู้สึกว่า มีความขัดแย้ง ด้วยการสร้างความเข้าใจอันดีให้เกิดขึ้น อาจเริ่มในระดับครอบครัว หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด  ภูมิภาคต่าง ๆ ประเทศ และ ท้ายสุด คือระหว่างประเทศ ทำได้เช่นนี้ก็ไม่ต้องพูดถึงโลกแล้ว เพราะทุกประเทศทำได้ ก็ย่อมเป็นประโยชน์ต่อภาพรวมคือ โลก ฯ

2.            การควบคุมความขัดแย้ง  มิให้เกิดมากจนเลยเถิดไป ทำให้เกิดระยะห่างของปัญหา อุดช่องโหว่

3.            การสลายความขัดแย้ง แก้ที่รากของปัญหา

                        

 

บทวิจารณ์ของข้าพเจ้า

          อาตมามีความเห็นว่า ต้นไม้ตายที่อาจารย์ยมยกขึ้นมาเปรียบว่า เป็นต้นไม้แห่งปัญหา และ ต้นไม้เป็น  อันขียวขจีด้วยใบซึ่งผลิดอกออกผลตามกิ่งแต่ละกิ่ง  อาตมาเปรียบว่า ลำต้นไม้นั้นคือแกนโลก กิ่งก้านสาขา คือนานาประเทศ ที่หลากหลายด้วยเชื้อชาติและเผ่าพันธุ์อันมีอารยธรรมวัฒนธรรมเป็นของตน ๆ  ซึ่งขับเคลื่อนและบริหารด้วยรากแก้วและรากฝอย อันเปรียบด้วยมนุษย์ ซึ่งรากต้นไม้มีหน้าที่คอยหาอาหารเพื่อหล่อเลี้ยงต้นไม้กระจายไปสู่กิ่งก้านสาขา ทำให้ใบสวยสดงดงามและเขียวขจีได้  ต้นไม้มีรากเป็นหลักในการดำรงอยู่มีรากเป็นหลักในการยึดเกาะพึ้นดิน เพื่อให้ตนทรงตัวอยู่ได้โดยไม่สะทกสะท้านด้วยแรงลมและแดด สามารถคงอยู่ได้โดยไม่ต้องมีเสาเข็มตอก แต่อยู่ได้ด้วยรากที่หยั่งลึกบนพึ้นพสุธา เมื่อรากแข็งแรง ต้นไม้ก็สามารถที่จะยืนหยัดอยู่ได้ เมื่อรากเน่าหรือถูกหนอนเจาะซะแล้ว ต้นไม่ย่อมได้รับผลกระทบและตายซากในที่สุด

          จากอุปมาดังกล่าวจะเห็นได้ว่า รากที่เปรียบด้วยคนนั้นมีความสำคัญที่สุด ต้นไม้ที่มีรากหยั่งลึก ถึงถูกโค่นต้นแล้ว ก็ยังสามารถที่จะแตกกิ่งก้านได้อีก แต่ถ้าหากรากเน่าเสียหรือหนอนเจาะดังกล่าวมา ก็ไม่สามารถที่จะแตกกิ่งก้านสาขาขึ้นมาตระหง่านได้ดังที่เคยเป็น

          คน จึงมีความสำคัญสำหรับองค์กร สำหรับประเทศชาติโดยรวม มีความสำคัญสำหรับโลก ซึ่งจะต้องได้รับการพัฒนาให้มีศักยภาพที่ดี

ดังเช่นต้นไม้ ที่ต้องคอยดูแลรักษารดน้ำพรวนดินอยู่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อความเจริญงอกงาม ผลิดอก ออกผล  คนก็เช่นกัน ต้องได้รับการฝึกฝนอบรมพัฒนาให้ดี เพื่อเป็นกำลังขับเคลื่อนองค์กร และประเทศชาติ แผ่ขยายไปอย่างทั่วถึงในระดับนานาประเทศ เมื่อประชาคมโลกให้ความสนใจเรื่องคนอย่างทั่วถึงแล้ว เชื่อแน่ว่า ปัญหาต่าง ๆ ย่อมเกิดได้ยาก ถึงเกิดก็ย่อมเกิดได้น้อย เนื่องจากคนได้รับการพัฒนาและมีความรู้เสียแล้ว จะกลัวอะไร ฯ  

ในเมื่อคนอยู่ในโลกที่เป็นยุคโลกาภิวัตน์ ที่เรียกว่ายุคฐานความรู้ และเป็นโลกแห่งการแข่งขันบ้าง ซึ่งต่างคนก็ต่างขวนขวายและแสวงหาในสิ่งที่ตนรักตนชอบ ขวนขวายเพื่อความอยู่รอดเพื่อความสบายของตนเอง   เพราะเหตุเหล่านี้ จึงอาจทำให้เกิดปัญหาขึ้นมากมายจากคนและก็คน รวมความแล้วคนทั้งนั้นที่ทั้งก่อปัญหาและก็คนนี้แหละที่จะสร้างปัญหา ฉะนั้น เพื่อสันติภาพของโลก ก็ควรที่จะพัฒนาคนให้มีความรู้และรักในองค์กร รักประเทศ รักในการสร้างคุณธรรม รักในความสงบ ไม่เบียดบียนกันและกัน

องค์กรหรือประเทศชาติจะอยู่รอดหรือว่าหายนะ ก็เพราะคน     เมื่อคนมีคุณภาพ(คุณธรรม จริยธรรม) ความเจริญย่อมบังเกิดแก่องค์กรและประเทศชาติโดยรวม

หากคนไร้คุณภาพ(คุณธรรม จริยธรรม) ความหายนะย่อมบังเกิดแก่องค์กรและประเทศชาติโดยรวม ฯ

ฯลฯ

 

                                  ขอเจริญพร

                         พระมหาวิทยา  นางวงค์ 

                  นักศึกษา รปม. รุ่น 4 สวนสุนันทา

 ไม่มีใครสามารถรับผิดและชอบในความล้มเหลวและความสำเร็จในชีวิตของเราได้ นอกจากตัวของเราเองฯ

(ฝากไว้ให้คิด)                                                                                                                                                        

 

 

หมายเหตุ   จากบทความที่กล่าวมาทั้งหมดนี้  หากผิดพลาดส่วนไหนประการใด ต้องขออภัยบัณฑิตผู้รู้ทั้งหลาย มา ณ ที่นี้ และขอรับผิดเพียงผู้เดียว ส่วนที่เห็นว่าชอบแล้วขอมอบแต่ท่านอาจารย์ผู้สอนทุกท่านครับ ฯ

 

   "ไม่มีงานเลี้ยงใด ที่ไม่มีวันเลิกรา มาถึงจุดนี้ ก็คงเป็นช่วงสุดท้ายกับการที่จะต้องจากลา..จากนี้ไป จะมีใครที่จะมาคอยกระทุ้งด้วยวิชาการนการที่จะให้ศิษย์มีการตื่นตัวและกระหายในการเรียนรู้ตลอดเวลาจนถึงวาระสุดท้ายแห่งการอยู่ร่วม ต่อจากนี้ไปก็คงเหลือไว้แต่ความทรงจำที่ดีและรอยแห่งความประทับใจ และเจตจำนงที่มอบไว้เพื่อให้ศิษยานุศิษย์ได้สืบสานต่อในการพัฒนาตนเอง ตามรอยผู้ที่คอยสร้างคันเบ็ดและวิธีจับปลาแก่เหล่าผู้แสวงหาปลา นามว่า..จีระ หงส์ลดารมณ์.." ขออนุโมทนา..

1. อุปสรรคในการสร้าง innovation, learning organization ใน HR ในระบบราชการมีอะไรบ้าง?

      นวัตกรรม (innovation) หมายถึง ความคิด การปฏิบัติ หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยมีใช้มาก่อน หรือเป็นการพัฒนาดัดแปลงมาจากของเดิมที่มีอยู่แล้ว ให้ทันสมัยและใช้ได้ผลดียิ่งขึ้น  เมื่อนำ  นวัตกรรมมาใช้จะช่วยให้การทำงานนั้นได้ผลดีมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงกว่าเดิมหรือเพิ่มมูลค่า (Value Added)

ลักษณะของนวัตกรรม
     
- นวัตกรรมใหม่อย่างสิ้นเชิง หมายถึงขบวนการเสนอสิ่งใหม่อย่างแท้จริงสู่สังคม โดยการเปลี่ยนค่านิยม ความเชื่อของสังคมอย่างสิ้นเชิง เช่น Internet จัดเป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนระบบการติดต่อสื่อสาร และทำให้ระบบเก่า ๆ บางอย่างหายไป เช่นโทรเลข เป็นต้น
      - นวัตกรรม ที่มีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป เป็นขบวนการการค้นพบหรือคิดค้นสิ่งใหม่โดยการประยุกต์ ใช้แนวคิดใหม่ ที่มีลักษณะต่อเนื่องไม่สิ้นสุด มีลักษณะของการสะสมการเรียนรู้ (cumulative learning)
      - นวัตกรรมผลิตภัณฑ์  (Product Innovation) คือการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นในเชิงพาณิชย์ที่ได้ให้ดีขึ้นหรือเป็นสิ่งใหม่ในตลาด นวัตกรรมนี้อาจจะเป็นของใหม่ต่อโลก, ต่อประเทศหรือแม้แต่ต่อองค์กร
      - นวัตกรรมกระบวนการ (Process Innovation)   เป็นการเปลี่ยนแนวทาง หรือ วิธีการผลิตสินค้า หรือบริการ ให้การให้บริการในรูปแบบที่แตกต่างออกไปจากเดิม

      นวัตกรรม เป็นความคิดหรือการกระทำใหม่ๆ ซึ่งนักวิชาการหรือผู้เชี่ยวชาญ  ผู้บริหาร พนักงานหรือแม้แต่คนทุกคนในสังคมในแต่ละวงการจะมีการคิดและทำสิ่งใหม่อยู่เสมอ ดังนั้น นวัตกรรมจึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ได้เรื่อยๆ ตราบใดที่มนุษย์ยังมีความปรารถนาใหม่หรือต้องการค้นคิดหาวิธีการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น มีใช้กันทุกวงการ แต่ที่จะเห็นเด่น ๆ ก็จะเป็นเรื่องของนวัตกรรมของเรื่องนวัตกรรมทางด้านเศรษฐกิจ และในวงการบริหารเองก็จะมีนวัตกรรมเกิดขึ้นเหมือนกัน ได้เกิดนวัตกรรมทางด้านทฤษฎีใหม่ ๆ ขึ้นมาเพื่อต่อเติมและทดแทนทฤษฎีเก่า ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิที่ดีขึ้น เช่น Balanced Scorecard KPI Competency   Six sigma เป็นต้น ดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุดในปัจจุบันอาจเป็นสิ่งที่ล่าหลังในอนาคตก็เป็นได้ ซึ่งนักบริหารคงต้องสร้างความเข้าใจในปรากฏการณ์ธรรมชาตินี้ ดังคำสอนของพระพุทธองค์ที่ว่า มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป..และสัจธรรมที่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้เป็นกุศโลบายฝึกใจเสมอว่า..ความจริงของวันนี้ อาจจะไม่ใช่ความจริงของวันพรุ่ง..

      องค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) หมายถึง องค์กรที่มีการดำเนินการให้บุคคล ทีม หรือกลุ่ม ในองค์การได้มีโอกาสเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถในการเรียนรู้ในการปรับเปลี่ยนตนเอง ทั้งนี้ เพื่อนำองค์การไปสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้ การเรียนรู้ต้องเป็นไปอย่างเป็นระบบต่อเนื่องและเป็นไปอย่างพร้อมเพรียงทั่วทั้งองค์กร

การที่จะบรรลุความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ได้  ต้ององค์ประกอบหลัก ดังนี้
     
1. การใฝ่เรียน ใฝ่รู้ของบุคคล (Personal Mastery)  การที่จะไปสู่องค์การแห่งการเรียนรู้ จะต้องเริ่มต้นที่บุคลากรในองค์การนั้นเป็นอันดับแรกบุคคลที่มีความต้องการจะเรียนรู้เพื่อยกระดับความสามารถของตนเอง จะต้องมีแรงจูงใจ ใฝ่สัมฤทธิ์ (Achirement Motivation)
      2. การพัฒนากรอบความคิด  เป็นการค้นหาความกระจ่างชัด การจำแนกแยกแยะ ปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น การทำความเข้าใจ และการแปลความหมายต่าง ๆ เพื่อการตัดสินใจและการกระทำของบุคคล
      3. การมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน จะต้องมาจากการที่แต่ละคนฟังซึ่งกันและกันโดยที่แต่ละคนจะแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ส่วนบุคคล และให้เหตุผลซึ่งกันและกันเกี่ยวกับสิ่งที่อยากทำและสิ่งที่เป็นไปได้และเป็นที่ยอมรับร่วมกัน
      4. การเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม
      5. การคิดเชิงระบบ

อุปสรรคภายในองค์กร
     
เนื่องจากองค์กรของข้าพเจ้าที่ทำงานเป็นในรูปแบบที่สถาบันสำคัญทางด้านจิตวิญญาณ และทางความคิดซึ่งภาพรวมก็คือพื้นฐานของสังคมที่ดี จึงขอเสนอแนะแนวคิดเปรียบเทียบกับองค์กรโดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นองค์กรทางราชการหรือเอกชน จะมีลักษณะของปัญหาและอุปสรรคคล้าย ๆ กัน คือ
      - บุคลากรปรับตัวไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลง เพราะวัฒนธรรม ค่านิยมขององค์กรเปลี่ยนแปลงยาก
      - ขาดผู้เชี่ยวชาญอย่างแท้จริงในการใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการเรียนรู้
      - มี Ideaดี แต่ขาดการสนับสนุน หรือความคิดดีแต่ไม่มีกลุ่มเป้าหมายเพื่อจะใช้ประโยชน์ได้จริงจากความคิดนั้น
      - มี Idea ดี แต่ผู้นำยังถืออัตตาและไม่เปิดโอกาส ใจแคบกลัวลูกน้องดีเกินหน้า

 2. จากการดู วีดีทัศน์ ได้อะไรบ้าง
     
จากการชมวีดีทัศน์การสนทนาระหว่างท่านอาจารย์จีระในเนื้อหาเกี่ยวกับ นวัตกรรม ร่วมกับคุณศุภชัย  หล่อโลหการ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ทำให้เกิดมุมมองและแนวคิดที่คล้อยตามกับท่านทั้งสองในเรื่องการนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์แก่สังคมไทย

อาจารย์จีระ จะมองในแง่การนำนวัตกรรม (Innovation) มาใช้กับสังคม เช่นการศึกษา การปราบอาชญากรรม การเพิ่มศักยภาพของคน มากกว่า โดยมองเห็นประโยชน์ของนวัตกรรมในอันจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับคน ลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคน โดย

      1. การรังสรรค์ให้เกิดเป็นองค์ความรู้ใหม่
      2. นำไปปฏิบัติหรือดำเนินการ
      3. เมื่อนำไปปฏิบัติหรือทำแล้วต้องเป็นไปเพื่อความเป็นประโยชน์แก่ เศรษฐกิจ การเมือง และสังคม

คุณศุภชัย นั้นจะมองในภาพของส่วนการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ อันเป็นแรงผลักไปสู่การพัฒนาประเทศ

ทั้งสองท่านมีแนวคิดที่จะพัฒนา และชี้ให้เห็นความสำคัญของนวัตกรรม คือการกระทำสิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่ลอกเลียนแบบเขา ฝึกให้คนไทยรู้สึกคิดอย่างเป็นระบบและมีความคิดสร้างสรรค์ นำมาศึกษาวิจัยให้ได้ผลสรุปที่ดีอันจะเป็นเครื่องมือนำไปสู่การสร้างนวัตกรรม

      อย่างไรก็ตามการที่เราจะสร้างนวัตกรรมได้นั้น จะต้องรู้ความสำคัญและรู้จุดประสงค์ที่จะนำนวัตกรรมมาใช้ ต้องเข้าใจความหมายว่านวัตกรรมคืออะไร และเมื่อเล็งเห็นความสำคัญแล้วนำมาปฏิบัติแล้วต้องปฏิบัติให้เห็นผล และให้เกิดประโยชน์โดยต้องประสานเชื่อมกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์เพื่อที่เพิ่มมูลค่าและศักยภาพของบุคลาภายในองค์กรย่อยไปสู่องค์กรระดับชาติ เพื่อที่ประเทศไทยสามารถเข้าสู่สนามการแข่งขันกับสังคมโลกในยุคโลกาภิวัตน์ได้..

              
   "ไม่มีงานเลี้ยงใด ที่ไม่มีวันเลิกรา" มาถึงจุดนี้ ก็คงเป็นช่วงสุดท้ายกับการที่จะต้องจากลา..จากนี้ไป จะมีใครที่จะมาคอยกระทุ้งด้วยวิชาการในการที่จะให้ศิษย์มีการตื่นตัวและกระหายในการเรียนรู้ตลอดเวลาจนถึงวาระสุดท้ายแห่งการอยู่ร่วมในการทำกิจกรรมการเรียนการสอน ต่อจากนี้ไปก็คงเหลือไว้แต่ความทรงจำที่ดีและรอยแห่งความประทับใจ และเจตจำนงที่มอบไว้เพื่อให้ศิษยานุศิษย์ได้สืบสานต่อในการพัฒนาตนเอง ไม่แน่สักวันอาจจะมีศิษย์คนใดคนหนึ่งได้พบกันอีกในเวทีแห่งการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์กับผู้ที่คอยสร้างคันเบ็ดและวิธีจับปลาแก่เหล่าผู้แสวงหาปลา นามว่า..จีระ หงส์ลดารมณ์.."  อีกครั้ง..ขออนุโมทนา..
              

1. อุปสรรคในการสร้าง innovation, learning organization ใน HR ในระบบราชการมีอะไรบ้าง?

      นวัตกรรม (innovation) หมายถึง ความคิด การปฏิบัติ หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยมีใช้มาก่อน หรือเป็นการพัฒนาดัดแปลงมาจากของเดิมที่มีอยู่แล้ว ให้ทันสมัยและใช้ได้ผลดียิ่งขึ้น  เมื่อนำ  นวัตกรรมมาใช้จะช่วยให้การทำงานนั้นได้ผลดีมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงกว่าเดิมหรือเพิ่มมูลค่า (Value Added)

ลักษณะของนวัตกรรม
     
- นวัตกรรมใหม่อย่างสิ้นเชิง หมายถึงขบวนการเสนอสิ่งใหม่อย่างแท้จริงสู่สังคม โดยการเปลี่ยนค่านิยม ความเชื่อของสังคมอย่างสิ้นเชิง เช่น Internet จัดเป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนระบบการติดต่อสื่อสาร และทำให้ระบบเก่า ๆ บางอย่างหายไป เช่นโทรเลข เป็นต้น
      - นวัตกรรม ที่มีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป เป็นขบวนการการค้นพบหรือคิดค้นสิ่งใหม่โดยการประยุกต์ ใช้แนวคิดใหม่ ที่มีลักษณะต่อเนื่องไม่สิ้นสุด มีลักษณะของการสะสมการเรียนรู้ (cumulative learning)
      - นวัตกรรมผลิตภัณฑ์  (Product Innovation) คือการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นในเชิงพาณิชย์ที่ได้ให้ดีขึ้นหรือเป็นสิ่งใหม่ในตลาด นวัตกรรมนี้อาจจะเป็นของใหม่ต่อโลก, ต่อประเทศหรือแม้แต่ต่อองค์กร
      - นวัตกรรมกระบวนการ (Process Innovation)   เป็นการเปลี่ยนแนวทาง หรือ วิธีการผลิตสินค้า หรือบริการ ให้การให้บริการในรูปแบบที่แตกต่างออกไปจากเดิม

      นวัตกรรม เป็นความคิดหรือการกระทำใหม่ๆ ซึ่งนักวิชาการหรือผู้เชี่ยวชาญ  ผู้บริหาร พนักงานหรือแม้แต่คนทุกคนในสังคมในแต่ละวงการจะมีการคิดและทำสิ่งใหม่อยู่เสมอ ดังนั้น นวัตกรรมจึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ได้เรื่อยๆ ตราบใดที่มนุษย์ยังมีความปรารถนาใหม่หรือต้องการค้นคิดหาวิธีการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น มีใช้กันทุกวงการ แต่ที่จะเห็นเด่น ๆ ก็จะเป็นเรื่องของนวัตกรรมของเรื่องนวัตกรรมทางด้านเศรษฐกิจ และในวงการบริหารเองก็จะมีนวัตกรรมเกิดขึ้นเหมือนกัน ได้เกิดนวัตกรรมทางด้านทฤษฎีใหม่ ๆ ขึ้นมาเพื่อต่อเติมและทดแทนทฤษฎีเก่า ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิที่ดีขึ้น เช่น Balanced Scorecard KPI Competency   Six sigma เป็นต้น ดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุดในปัจจุบันอาจเป็นสิ่งที่ล่าหลังในอนาคตก็เป็นได้ ซึ่งนักบริหารคงต้องสร้างความเข้าใจในปรากฏการณ์ธรรมชาตินี้ ดังคำสอนของพระพุทธองค์ที่ว่า มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป..และสัจธรรมที่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้เป็นกุศโลบายฝึกใจเสมอว่า..ความจริงของวันนี้ อาจจะไม่ใช่ความจริงของวันพรุ่ง..

      องค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) หมายถึง องค์กรที่มีการดำเนินการให้บุคคล ทีม หรือกลุ่ม ในองค์การได้มีโอกาสเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถในการเรียนรู้ในการปรับเปลี่ยนตนเอง ทั้งนี้ เพื่อนำองค์การไปสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้ การเรียนรู้ต้องเป็นไปอย่างเป็นระบบต่อเนื่องและเป็นไปอย่างพร้อมเพรียงทั่วทั้งองค์กร

การที่จะบรรลุความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ได้  ต้ององค์ประกอบหลัก ดังนี้
     
1. การใฝ่เรียน ใฝ่รู้ของบุคคล (Personal Mastery)  การที่จะไปสู่องค์การแห่งการเรียนรู้ จะต้องเริ่มต้นที่บุคลากรในองค์การนั้นเป็นอันดับแรกบุคคลที่มีความต้องการจะเรียนรู้เพื่อยกระดับความสามารถของตนเอง จะต้องมีแรงจูงใจ ใฝ่สัมฤทธิ์ (Achirement Motivation)
      2. การพัฒนากรอบความคิด  เป็นการค้นหาความกระจ่างชัด การจำแนกแยกแยะ ปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น การทำความเข้าใจ และการแปลความหมายต่าง ๆ เพื่อการตัดสินใจและการกระทำของบุคคล
      3. การมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน จะต้องมาจากการที่แต่ละคนฟังซึ่งกันและกันโดยที่แต่ละคนจะแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ส่วนบุคคล และให้เหตุผลซึ่งกันและกันเกี่ยวกับสิ่งที่อยากทำและสิ่งที่เป็นไปได้และเป็นที่ยอมรับร่วมกัน
      4. การเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม
      5. การคิดเชิงระบบ

อุปสรรคภายในองค์กร
     
เนื่องจากองค์กรของข้าพเจ้าที่ทำงานเป็นในรูปแบบที่สถาบันสำคัญทางด้านจิตวิญญาณ และทางความคิดซึ่งภาพรวมก็คือพื้นฐานของสังคมที่ดี จึงขอเสนอแนะแนวคิดเปรียบเทียบกับองค์กรโดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นองค์กรทางราชการหรือเอกชน จะมีลักษณะของปัญหาและอุปสรรคคล้าย ๆ กัน คือ
      - บุคลากรปรับตัวไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลง เพราะวัฒนธรรม ค่านิยมขององค์กรเปลี่ยนแปลงยาก
      - ขาดผู้เชี่ยวชาญอย่างแท้จริงในการใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการเรียนรู้
      - มี Ideaดี แต่ขาดการสนับสนุน หรือความคิดดีแต่ไม่มีกลุ่มเป้าหมายเพื่อจะใช้ประโยชน์ได้จริงจากความคิดนั้น
      - มี Idea ดี แต่ผู้นำยังถืออัตตาและไม่เปิดโอกาส ใจแคบกลัวลูกน้องดีเกินหน้า

 2. จากการดู วีดีทัศน์ ได้อะไรบ้าง
     
จากการชมวีดีทัศน์การสนทนาระหว่างท่านอาจารย์จีระในเนื้อหาเกี่ยวกับ นวัตกรรม ร่วมกับคุณศุภชัย  หล่อโลหการ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ทำให้เกิดมุมมองและแนวคิดที่คล้อยตามกับท่านทั้งสองในเรื่องการนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์แก่สังคมไทย

อาจารย์จีระ จะมองในแง่การนำนวัตกรรม (Innovation) มาใช้กับสังคม เช่นการศึกษา การปราบอาชญากรรม การเพิ่มศักยภาพของคน มากกว่า โดยมองเห็นประโยชน์ของนวัตกรรมในอันจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับคน ลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคน โดย

      1. การรังสรรค์ให้เกิดเป็นองค์ความรู้ใหม่
      2. นำไปปฏิบัติหรือดำเนินการ
      3. เมื่อนำไปปฏิบัติหรือทำแล้วต้องเป็นไปเพื่อความเป็นประโยชน์แก่ เศรษฐกิจ การเมือง และสังคม

คุณศุภชัย นั้นจะมองในภาพของส่วนการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ อันเป็นแรงผลักไปสู่การพัฒนาประเทศ

ทั้งสองท่านมีแนวคิดที่จะพัฒนา และชี้ให้เห็นความสำคัญของนวัตกรรม คือการกระทำสิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่ลอกเลียนแบบเขา ฝึกให้คนไทยรู้สึกคิดอย่างเป็นระบบและมีความคิดสร้างสรรค์ นำมาศึกษาวิจัยให้ได้ผลสรุปที่ดีอันจะเป็นเครื่องมือนำไปสู่การสร้างนวัตกรรม

      อย่างไรก็ตามการที่เราจะสร้างนวัตกรรมได้นั้น จะต้องรู้ความสำคัญและรู้จุดประสงค์ที่จะนำนวัตกรรมมาใช้ ต้องเข้าใจความหมายว่านวัตกรรมคืออะไร และเมื่อเล็งเห็นความสำคัญแล้วนำมาปฏิบัติแล้วต้องปฏิบัติให้เห็นผล และให้เกิดประโยชน์โดยต้องประสานเชื่อมกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์เพื่อที่เพิ่มมูลค่าและศักยภาพของบุคลาภายในองค์กรย่อยไปสู่องค์กรระดับชาติ เพื่อที่ประเทศไทยสามารถเข้าสู่สนามการแข่งขันกับสังคมโลกในยุคโลกาภิวัตน์ได้..

 

สวัสดีค่ะ ท่าน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์            ท่านอาจารย์ผู้สอน และท่านผู้อ่าน

โดย นางสาวสถิภรณ์  คำพานิช นักศึกษา รป.ม.รุ่นที่ 4

สาระสำคัญของนวัตกรรม (Innovation) ที่ได้ชมจากวีดีทัศน์ ระหว่างท่านอาจารย์จีระ และท่านศุภชัย หล่อโลหะตระกูล

 

การที่เราจะทำให้เกิดนวัตกรรมได้  จะต้องมีองค์ความรู้ สนใจ ใฝ่เรียนรู้ ที่จะปรับปรุงในสิ่งที่เป็นอยู่เดิม ให้เกิดขึ้นเป็นสิ่งใหม่ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม

ดังนั้น จะเห็นได้ว่าโดยเฉพาะในวงการธุรกิจระดับโลก ได้นำนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้เป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจ เพื่อให้ธุรกิจของเขาเกิดความแตกต่าง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารงานบุคคล ถ้ายังคงเป็นแบบเดิมๆ ที่ผ่านมา ซึ่งไม่สนใจเรื่องของคน แต่ในโลกยุคใหม่ได้สนใจคน ซึ่งเป็นทุนมนุษย์ที่สำคัญ ที่จะสรรสร้างสิ่งต่างๆ มากมายให้กับโลก

สรุป  นวัตกรรม (Innovation) เป็นกระบวนการที่เกิดจากความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และมีการเปลี่ยนแปลงความคิดนั้นให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ หรือบริการ และวิธีการปฏิบัติงานใหม่

และนวัตกรรมจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงที่เหมาะสมและสอดคล้องกับองค์การ

-------------------

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สวัสดีค่ะท่าน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ท่านอาจารย์ยม นาคสุข

และท่านผู้อ่าน

โดย นางสาวสถิภรณ์  คำพานิช นักศึกษา รป.ม.รุ่นที่ 4

Q1 วันนี้เรียนเกี่ยวกับอะไร

                วันนี้เรียนเรื่องเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์    ในศตวรรษ ที่ 21 กับเรื่องการวางแผนกลยุทธ์ทางด้านทรัพยากรมนุษย์

 

 

Q2 Focus การพัฒนาคนจะอยู่รอดไปในอนาคตจะมีลักษณะอย่างไร  และมีสมรรถนะหลักของผู้นำในยุคปัจจัยแบ่งออกเป็นกี่กลุ่ม 

 

                2.1 โมเดลการพัฒนาอบรมและพัฒนาคนเก่ง

                        1 ) ประเมินความรู้ และทักษะ  ของคนในองค์กร เพื่อคัดเลือกคนเก่งจริงๆ ออกจากกลุ่มคนประเภททั่วไป  เช่นคนเก่งกลุ่มนี้เรียกว่ากลุ่ม A  มีจำนวน  7 คน

                        2) วิเคราะห์ และรวบรวมข้อมูล  เมื่อได้กลุ่ม A มาแล้ว จะวิเคราะห์และรวบรวมข้อมูลของแต่ละคนว่า แต่ละคนมีจุดเด่น จุดด้อยตรงไหน                       

3) วางแผนพัฒนาคนเก่ง  เมื่อได้กลู่ม A  เราต้อง

วางแผนเพื่อเพิ่มศักยภาพของแต่ละบุคคล  โดยการเสริมจุดเด่นให้เด่นยิ่งขึ้น และเสริมสร้างศักยภาพจุดด้อยให้หมดไป

                        4) การดำเนินการตามแผน  เช่นในกลุ่ม A มีคนหนึ่งไม่ชอบเขาสังคม   ตามแผนกำหนดการจะส่งไปสัมมนาภายนอกหน่วยงาน เพื่อให้เข้าร่วม WorkShop  เพื่อให้ฝึกการเข้าสังคมร่วมกับผู้อื่น

                        5) การประเมินสมรรถนะความก้าวหน้า  ในการประเมินสมรรถนะควาวก้าวหน้า ไม่จำเป็นต้องทำเฉพาะคนเก่ง  แต่จะต้องทำกับทุกคนในองค์กร  เพื่อจะได้นำผลดังกล่าวมาให้ค่าตอบแทน สร้างแรงจูงใจในเรื่องอื่นๆ  รวมทั้งการให้ออกจากงานหากสมรรถนะถดถอยลงไปต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด

                2.2 สมรรถนะหลักของผู้นำในยุคปัจจุบัน

                        1) สมรรถนะในการบริหารคน

                                - ทักษะในการสื่อสาร  จะต้องมีการสื่อสารทั้งสองทาง จากบนลงล่าง  จากล่างขึ้นบน  ทั้งนี้ ก็เพื่อให้มีความเข้าใจที่ตรงกันในการดำเนินภารกิจขององค์กรเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

                                - การประสานสัมพันธ์  เป็นเรื่องที่มีความสัมพันธ์อย่างยิ่ง ถ้าหากคนภายในองค์กรต่างคนต่างทำ เป็นการทำงานเป็นท่อนๆ  โดยไม่มีการประสานสัมพันธ์กันแบบลูกโซ่ จะก็จะไม่ประสบผลสำเร็จ

                        2) สมรรถนะในความรอบรู้ทางการบริหาร

                                - การบริหารการเปลี่ยนแปลง  ในการบริหารงานมีทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก โอกาส และสภาพแวดล้อมเข้ามากระทบ  จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารต้องรู้เท่าทันโลกไร้พรมแดน มิเช่นนั้น ก็จะทำให้การบริหารผิดพลาดได้

                                - การมีจิตมุ่งบริการ ในโลกไร้พรมแดนไม่ว่าภาครัฐ ภาคธุรกิจ หรือภาคเอกชน  ก็มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง  สิ่งที่เป็นเครื่องมือที่จะเอาชนะคู่แข่งได้ก็คือ การให้คนในองค์กรมีจิตที่จะบริการ

                                - การวางแผนกลยุทธ์  เป็นการกำหนดวิธีการที่ทำให้คนในองค์กรเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน

                        3) สมรรถนะในการบริหารอย่างมืออาชีพ

                                - การตัดสินใจ ในยุคปัจจุบัน ถ้าหากผู้นำองค์กรตัดสินใจผิดพลาดเพียงเล็กน้อย ก็ทำให้ธุรกิจพังได้

                                - การเป็นผู้นำ  ในความเป็นผู้นำนั้นจะต้องมีองค์ประกอบที่สำคัญๆ คือ มีวิสัยทัศน์ มีความรู้จริง รอบรู้ รู้ลึก ใจกว้าง และรู้จักให้อภัย ฯลฯ

                                -การคิดเชิงกลยุทธ์  ในการทำงานนั้น ถ้าหากมีการคิดแบบสมการชั้นเดียวก็จะสู้คู่แข่งไม่ได้  จึงจำเป็นต้องมีกลยุทธ์ มีเทคนิค และวิธีการที่จะทำให้ธุรกิจอยู่รอดได้

                        4) สมรรถนะการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์

                                -การทำงานแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์  เป็นการทำงานแบบคิดวิเคราะห์ถึงต้นทุน เช่น คน ทรัพยากรอื่นๆ ที่ใช้ในการลงทุน แต่ผลที่ได้รับต้องตอบสนองต่อเป้าหมายของผลงาน และโครงการ

                                - การบริหารทรัยากร  เป็นเรื่องสำคัญไม่ว่าจะเป็นคน สิ่งของ เงิน เทคโนโลยีต่างๆ ถ้าใช้เกินความจำเป็น จะส่งผลต่อต้นทุน และเป็นการใช้ทรัยากรอย่างไม่คุ้มค่าด้วย

                                - การบริหารแบบ CEO      ในการบริหารงานนั้น ผู้บริหารจะต้องคำนึงถึงความพึงพอใจของลูกค้า ความพึงพอใจของประชาชน ความสุขของพนักงาน และความอยู่รอดขององค์กร

Q3  วิธีการฝึกอบรมและพัฒนาคนเก่ง

                       

                1. ให้มีระบบพี่ระบบพี่เลี้ยง ให้มีการสอนงาน  โดยการคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ มีวุฒิภาวะทางอารมณ์  โดยการสอนทั้งงาน และสอนเรื่องการวางตัวในสังคม

                2.  เมื่อมีการทำงานได้สักระยะหนึ่ง ต้องมีการโยกย้ายสับเปลี่ยนหน้าที่ เพื่อให้เกิดทักษะในการทำงานใหม่ ให้มีความกระตือรือร้น และเสริมสร้างประสบการณ์ในการเป็นผู้นำต่อไป

                3.  มีการมอบหมายงานใหม่ให้อยู่เสมอ เป็นงานที่ท้าท้ายความสามารถ ไม่ใช่งานประจำ

                4. ในบางครั้งต้องมอบหมายให้เป็นคณะกรรมการ หรือคณะทำงานร่วมกับหน่วยงานภายใน หรือหน่วยงานภายนอก เพื่อเพื่อทักษะและประสบการณ์ในการทำงาน หรือเรียนรู้วิธีการทำงานจากหน่วยงานอื่นๆ

                5.  มีการส่งเข้าอบรมกับหน่วยงาน เช่น อบรมพื้นฐานวิชาการควบคุมผู้ต้องขัง  การป้องกันและระงับเหตุร้าย

                6. มีการส่งเข้าอบรมกับหน่วยงานภายนอก เช่น อบรมการเจรจาต่อรองกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

                7. การฝึกให้อ่านหนังสือวิชาการทั้งของภายในและภายนอก แต่เป็นหนังสือเล่มเดียวกัน เช่น การมอบให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา จำนวน 3 คน นำมาวิเคราะห์และประชุมร่วมกับหัวหน้า

                8. เมื่อกลุ่มบุคคลดังกล่าวที่เคยได้รับการพัฒนาและอบรมมาแล้วจนเก่ง จะให้พวกเขาเหล่านั้นเป็นผู้สอนรุ่นต่อไป เพื่อฝึกความเป็นผู้นำ

                9. การเสริมสร้างความรู้ในการให้ทุกคนสมัครเรียนทาง Internet

                โดยสรุป ในการพัฒนาคนนั้น ก่อนที่จะทำการพัฒนา หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องทำการประเมินแบบ 360 ก่อน เพื่อคนหาศักยภาพที่เขามีจุดเด่นจุดด้วยส่วนใด  เพื่อที่จะได้พัฒนาได้อย่างถูกต้อง และคุ้มค่า

 

-------------------

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Q3 อุปสรรคในการสร้าง Innovation และLearning Organization และ HR. ในระบบราชการมีอะไรบ้าง

ให้ยกตัวอย่าง

 

                       

Innovation

นวัตกรรม (Innovation) เป็นกระบวนการที่เกิดจากความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และมีการเปลี่ยนแปลงความคิดนั้นให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ หรือบริการ และวิธีการปฏิบัติงานใหม่และนวัตกรรมจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงที่เหมาะสมและสอดคล้องกับองค์การ

 

Learning Organization

        องค์กรแห่งการเรียนรู้ หมายถึง องค์การซึ่งปฏิบัติการอย่างดีในการริเริ่มสร้างสรรค์ การได้มาหรือครอบครอง และการถ่ายทอด ความรู้และการปรับพฤติกรรมเพื่อตอบสนองต่อความรู้ใหม่ๆ องค์กรแห่งการเรียนรู้จะเน้นการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ทอดลองแนวความคิดใหม่ๆ การเรียนรู้จากประสบการและข้อมูลในอดีต หรือการเรียนรู้ประสบการณ์จากคนอื่น

 

HR.

        การบริหารทรัพยากร เป็นกระบวนการที่คัดเลือกเลือกสรร รักษา พัฒนา และใช้ประโยชน์กับคน

 

ระบบราชการ  เป็นองค์กรแบบทางการ มีข้อกฎหมายและระเบียบที่ตายตัว มีสายการบังคับบัญชาแบบแนวดิ่ง

 

                กรมราชทัณฑ์ เป็นองค์กรที่มีขนาดใหญ่ มีสำนัก/กอง  ไม่ต่ำกว่า 13 แห่ง  เรือนจำและทัณฑสถาน  130 กว่าแห่ง มีข้าราชการ 10,000 กว่าคน มีผู้ต้องขังไม่ต่ำกว่า 160,000 คน   ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมและแก้ไขพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังให้กลับตนเป็นคนดี รวมทั้งการเสริมสร้างสมรรถนะให้กับข้าราชการ   จากข้อความดังกล่าวข้างต้น สรุปปัญหาอุปสรรคได้ดังนี้

 

 

 

1. เจ้าหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ส่วนใหญ่ตรากตรำกับ

การอยู่เวรยาม ไม่มีเวลาให้กับครอบครัว  จนเกิดความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ  จึงไม่มีพลังแรงใจในการที่จะสนใจใฝ่รู้ หรือสนใจอ่านหนังสือที่กรมฯส่งให้

2. ในบางครั้งก็คิดว่าวิชาชีพของตนเองต่ำต้อยกว่าเพื่อนข้าราชการด้วยกัน จึงคิดว่าตนเองไม่มีความรู้ในการถ่ายทอดวิชาการควบคุมและรักษาการณ์ให้กับรุ่นน้อง หรือรุ่นต่อรุ่น

        3. ผู้บริหารไม่เห็นความสำคัญกับความคิดเห็นของผู้ใต้บังคับบัญชาในการเสนอรูปแบบการควบคุมแบบใหม่ๆ

        4. การที่มีสายการบังคับบัญชาแบบแนวดิ่ง ซึ่งมีผู้บังคับบัญชาหลายคน บางคนเห็นด้วย บางคนไม่เห็นด้วย

        5. การไม่สนับสนุนหรือสร้างแรงจูงใจขององค์กรในการจัดให้มีงานนวัตกรรมของหน่วยงาน

        6. การไม่สนใจใฝ่รู้ของคนในองค์กร

        7. การไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกไร้พรมแดน

        8. ผู้บริหารไม่ปรับเปลี่ยนวิธีการบริหารแบบแนวใหม่ หรือหาเทคนิคในการบริหารใหม่ๆ มาสู่วงราชการ

        9. ความไม่เข้าใจของประชาชนทั่วไปที่กรมราชทัณฑ์ ได้ปรับเปลี่ยนระบบ การสมัครข้าราชการทาง Internet  หรือการเยี่ยมญาติทาง VDO Conference

-----------------

 

กราบเรียนอาจารย์จีระ หงส์ลดารมภ์ และคณะ เพื่อนๆ รปม. ผู้อ่านทุกท่าน

วันนี้เป็นวันสิ้นสุดการเรียนการสอนกับอาจารย์ จีระ  พร้อมคณะ ของท่าน ตั้งแต่วันที่ 3 -24 ก.พ.คณะของอาจารย์จะรได้มาสอนให้ Innovation  ใหม่ๆ กับนักศึกษา เป็นอย่างมากได้ให้แนวทางในการดำเนินชีวิต แนวทางในการคิดทำในสิ่งใหม่ๆ ทำอะไรไม่ซ้ำซาก ให้คิดนอกกรอบพยายามที่นำความรู้เหล่านี้ให้ตกผลึกจงได้ แล้วนำไปใช้กับการทำงานต่อไป..

ความคิดสร้างสรรค์ เกิดขึ้นได้อย่างไรในระบบราชการ

- ให้วิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง

- ความคิดสร้างสรรค์ จะทำให้เกิดได้อย่างไรในแต่ละขั้นตอน

ความคิดสร้างสรรค์  คือ อยากรู้อยากเห็นอยู่เสมอ เพื่อจะได้เพิ่มศักยภาพต่อระบบราชการ ถ้าคนเรามีความอยากรู้อยากเห็น ต้องการรับในสิ่งใหม่ๆ ความคิดริเริ่มจะมีในตัวตนของเรา

จะเกิดขึ้นได้โดยที่ผู้ที่เป็น GM   จะต้องให้ความสำคัญด้วย  ในระบบต้องเปิดโอกาสให้บุคลากรในหน่วยงานได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี ในระบบราชการความคิดสร้างสรรค์จะเกิดขึ้นได้ ก็ต้องมีผู้บริหารระดับสูง Leadership ผลักดัน และเปิดโอกาสให้ข้าราชการได้ไปศึกษาจากภายนอก เพื่อนำมาผลักดันให้หน่วยเกิดการพัฒนาต่อไป

ความคิดสร้างสรรค์ ( Grativity ) จะเกิดขึ้นได้ในระบบราชการ  วันนี้กลับไปคิดดูอีกที่ว่า ทำไมระบบราชการบ้านเราถึงใหญ่โตเช่นนี้ ได้คำตอบในใจอยู่แล้วว่า ระบบราชการที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ที่ใหญ่โตมันเกิดมาจากสายงานที่ซ้ำซ้อน มีการบังคับบัญชากันหลายชั้น ซึ่งการปกครองในภาคนี้ดูแลไม่ทั่วถึง เมื่อการดูแลไม่ทั่วถึงแล้วทำให้ข้าราชการขาดประสิทธิภาพในการทำงาน  ปัญหาไม่ใช่จะเกิดเฉพาะระดับหัวหน้า ในระบบราชการส่วนใหญ่แม้ว่าผู้บริหารระดับสูงจะทำการตัดสินใจขั้นสุดท้าย เพื่อกำหนดทิศทางขององค์การ แต่ผู้ปฏิบัติงานทรัพยากรบุคคลไม่ควรแต่เพียงทำหน้าที่ให้การสนับสนุนการทำงานสายปฏิบัติการเท่านั้น  ในทางปฏิบัติ ผู้บริหารทรัพยากรบุคคลควรจะมีคณะกรรมการ หรือชุดทำงาน ซึ่งเป็นความจำเป็นที่จะต้องกำหนดและตระหนักในบทบาทของผู้ปฏิบัติงานทรัพยากรบุคคลในการทำงานขององค์การนั้น หรือหน่วยงานราชการนั้น ที่จะนำปัญหาของบุคคล และปัญหาในหน่วยงานมาบูรณาการเข้าด้วยกันที่จะนำไปสู่ความได้เปรียบหรือการแข่งขัน เพื่อนำมาประเมินบทบาทและพัฒนาปรับปรุงการบริการ หรือการบริหารจัดการเสียใหม่

จุดอ่อน.

    - ข้าราชการทำงานหน้าเดียว ไม่ตื่นตัว รู้ทันโลก ไม่ชอบแสวงหาความรู้ใหม่ๆ

            - ข้าราชการรับคำสั่งแบบ top down

            - ข้าราชการไม่ชอบที่จะคิดทำงานนอกกรอบ  

            

 จุดแข็ง

-        ระบบราชการใหญ่

-        การทำงานเป็นระบบ

-        มีงบประมาณที่ลงตัว

-        มีสวัสดิการมั่นคง

           

 

กรณีศึกษา สถานีดับเพลิงสามเสน สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

เดิมข้าราชการ -ไม่ได้ออกพบปะประชาชน ชุมชนในพื้นที่   

                   รับผิดชอบ 

               -ไม่ได้ออกแนะนำการใช้เครื่องดับเพลิงที่ชุมชนมีอยู่

 -ไม่ได้ออกให้ช่วยเหลือ ประชาชนเมื่อมีเหตุ สาธารณภัย

              -การทำงานของพนักงานดับเพลิง 24 ชม.ไม่มีเวลาพักผ่อน

กระบวนการคิดสร้างสรรค์ มีขั้นตอนอย่างไร

 

1.  โดยการอบรมให้พนักงานได้เพิ่มความรู้และทักษะ เพิ่มความรู้ใหม่ ๆ เพิ่มการเข้าถึงประชาชน ให้คำแนะนำการใช้เครื่องดับเพลิงในชุมชนที่เป็นจุดเสี่ยง  ออกให้ความช่วยเหลือ เมื่อเหตุสาธารณภัย ไม่ว่าจะเป็น การตีต่อ จับสัตว์เลื้อยคลาน ต่างๆ

2. จัดเวรการทำงานให้เจ้าหน้าที่ได้พักผ่อน เพื่อไม่ให้เกิดความเครียดจากการทำงาน

3. ส่งพนักงานดับเพลิงฝึกทบทวนทักษะในการทำงาน ฝึกการเรียน นวัตกรรมใหม่ๆ เช่น การใช้ระบบ ไอที การอ่านแผนที่ ระบบGIS สิ่งเหล่านี้กำลังดำเนินการอยู่ เพื่อที่จะนำหน่อยให้เป็นที่รู้จักของประชาชน ในภาพดีมากขึ้น.

  สมาชิกกลุ่ม 5

1.       น.ส. หทัยพัชร์ จุลเจริญ              50038010001

2.       น.ส. สายฝน ด้วงทอง                 50038010011

3.       น.ส. นงนุช บัวขำ                       50038010012

4.       น.ส. ญานิสา เวชโช                   50038010013

5.       น.ส. อมเรศวร์ พฤฒปภพ             50038010023

6.       น.ส. วิจิตรา  จุลกรานต์               50038010028       

 7.      น.ส. ภัทรพร จึงทวีสูตร               50038010035

8.       นาง กัณจนา  งามน้อย                50038020006

9.       นาย ฉลอง บ่มทองหลาง             50038020010

เรียน  ท่าน ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์ เพื่อนๆ รปม.รุ่น 4 และท่านผู้อ่านทุกท่าน

 

ข้อที่ 1  อุปสรรคในการสร้าง Innovation และ Learning Organization และ HR ในระบบราชการว่ามีอะไรบ้าง

 

        ดิฉันขอยกปัญหาอุปสรรคในการสร้าง Innovation และ Learning Organization และ HR ในระบบราชการว่ามีอะไรบ้าง แต่ก่อนอื่นขออธิบายความหมายของคำต่างๆ ดังนี้

 

 “Innovation” หมายถึง สิ่งใหม่ วิธีการใหม่ ความคิดใหม่ ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ รวมๆ กันแล้ว หมายถึง นวัตกรรม (Innovation) เป็นความใหม่ที่มีประโยชน์กว่าของเดิม

 

“Learning Organization หมายถึง องค์กรที่มีการสร้างช่องทางให้เกิดการถ่ายทอดความรู้ซึ่งกันและกันภายในระหว่างบุคลากร ควบคู่ไปกับการรับรู้จากภายนอก เป้าประสงค์สำคัญ คือ เอื้อให้เกิดโอกาสในการหาแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด

 

“HR” (Human Resource) หมายถึง การบริหารจัดการกิจกรรมในการดึงดูด พัฒนา จูงใจ และเก็บรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพในการทำงานสูงไว้กับองค์กร เพื่อให้องค์กรก้าวหน้าไปสู่ความเป็นเลิศ โดยการบูรณาการหรือประสานความต้องการของแต่ละบุคคลในด้านความเจริญก้าวหน้าและการพัฒนากับเป้าหมายขององค์กร

          

        ในทุกวันนี้ แนวคิดและเทคนิคการปฏิบัติงานใหม่ๆ ทางด้านทรัพยากรมนุษย์ได้เกิดขึ้นในองค์กรเป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังมีปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงานระบบใหม่ ซึ่งปัญหาอุปสรรคเหล่านี้ ทำให้องค์กรนั้นๆ ไม่มีการพัฒนา

 

ปัญหาอุปสรรคในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ของระบบราชการ เกิดขึ้นจาก

1.      วัฒนธรรมขององค์กร

2.      ขาดภาวะผู้นำ

3.      ผู้บริหารบางส่วนไม่ให้ความร่วมมือ

4.      บุคลากรไม่เปิดใจรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

5.      การหวงความรู้

       

        จากอุปสรรคที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ดิฉันสรุปได้ว่า นวัตกรรมจะสำเร็จได้ต้องอาศัยภาวะผู้นำที่กล้าคิด กล้าทำ กล้านำ กล้าเปลี่ยนแปลง บวกกับการบริหารจัดการในการกระตุ้นให้บุคลากรในหน่วยงานให้ความร่วมมือร่วมใจ พร้อมที่จะก้าวเดินไปพร้อมๆ กันอย่างรวดเร็วแต่มีความมั่นคง และองค์กรใดที่จะพัฒนาให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ จำเป็นจะต้องบริหารจัดการความรู้ภายในองค์กรให้เป็นระบบเพื่อส่งเสริมให้บุคลากรเรียนรู้ได้จริงและต่อเนื่อง จึงจะถือได้ว่าเป็นการลงทุนที่ไม่สูญเปล่า

 

ข้อที่ 2  ดูเทปการสนทนา Innovation ระหว่าง ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์ และ คุณศุภชัย  หล่อโลหการ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

 

        ตามที่ได้ดูเทปการสนทนาของทั้งสองท่าน ดิฉันพอจะจับใจความได้ว่า งานของท่านอาจารย์จีระ หงส์ลดารมภ์ จะเป็นงานต้นน้ำ คือเป็นผู้ริเริ่ม ส่วนงานของคุณศุภชัย หล่อโลหการ จะเป็นงานปลายน้ำ คือ การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ ซึ่งคุณศุภชัย ได้แบ่งนวัตกรรมออกเป็น 3 อย่างคือ

1.      นวัตกรรมที่สำคัญคือ ทำไมต้องทำ

2.      การบริหารทรัพยากรบุคคลต้องเป็นแบบใหม่

3.  การปฏิบัติจะขาดคนนำนวัตกรรมไม่ได้ เพราะเป้าหมายขึ้นอยู่กับกระบวนการปฏิบัติและการตัดสินใจที่จะให้คนอื่นยอมรับหรือเห็นด้วย

 

    นอกจากนี้ คุณศุภชัย ยังกล่าวอีกว่า นวัตกรรมนั้นจะย้ำอยู่กับที่ไม่ได้ ต้องมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ แม้แต่นักร้องยังต้องใช้นวัตกรรม หรือแม้กระทั่งสังคมและการศึกษายังต้องมีอะไรใหม่ๆ เพื่อจะเอาชนะคู่แข่งให้ได้ ดังนั้น การสร้างนวัตกรรมต้องเรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างถึงจะสำเร็จ การสร้างนวัตกรรมไม่จำเป็นต้องเข้าห้องแล็ป เพราะไม่ใช่วิจัย แต่การสร้างนวัตกรรม คือ ต้นน้ำ เพราะเป็นการให้ความรู้ และปลายน้ำ คือการนำไปทำจริงๆ นั่นเอง

เรียน อาจารย์ยม  นาคสุข  เพื่อนๆรปม.รุ่น 4 และผู้อ่านทุกท่าน

  
      จากการเรียนในวันเสาร์ ที่ ๒๓  กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ที่ผ่านมาผมได้เรียนและเกิดความรู้อันจะนำมาพัฒนาตนเองในการที่จะปฏิบัติงานและการอยู่ร่วมกับเพื่อนร่วมงาน น้ำเสียงอาจารย์เรียบ ๆ แฝงด้วยความน่ารักฟังแล้วรู้สึกอบอุ่น ซึ่งจากการเรียนทำให้ได้เรียนรู้ เนื้อหาที่พอสรุปเป็นหัวข้อหลัก ๆ ดังนี้
      การบริหารทรัพยากรมนุษย์ นั้นมีความสำคัญ เพราะคนเป็นตัวแปรที่สำคัญที่สุดที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางในความก้าวหน้าหรือล้มเลวขององค์การ ดังนั้นหน่วยงานหรือองค์ต้องต้องมั่นใจว่าได้คนที่ดี ที่เก่ง มีความสามารถเข้ามาทำงานอยู่ในองค์กร โดยมีวิธีการคัดสรรและการประเมิน

คุณลักษณะที่มักใช้ในการประเมินบุคลากรเข้าทำงาน
      - ภาวะผู้นำ  มีภาวะผู้นำหรือไม่ มีการตัดสินใจที่ดี มีการเห็นอกเห็นใจลูกน้อง เป็นต้น
      - การสื่อสาร อาจารย์แนะว่าบางทีต้องเอาโหรศาสตร์มาเป็นตัวช่วยบ้าง
      - ศักยภาพการเรียนรู้
      - พลังในการทำงาน มีความกระตือรือร้น หรือไม่ มีแรงจูงใจ มีเป้าหมายในการทำงานหรือไม่
      - การทำงานเป็นทีม รู้จักทำงานเป็นทีม ไม่ใช่ one man show
      - การบริหารจัดการในเรื่องงาน เป็นต้น ฯ 

โมเดลการพัฒนาการอบรมและพัฒนาคนเก่งด้วยรูปแบบ 5 รูปแบบ คือ
      - การประเมินความรู้และทักษะ ว่าเขามีความสามารถและถนัดด้านไหน เก่งเรื่องอะไรเพื่อจัดสรรงานให้ถูกตามความสามารถและความรู้ที่เขามี
      - การวิเคราะห์ ซึ่งเป็นการรวบรวมข้อมูลและกำหนดผลที่คาดว่าองค์การจะได้รับ
      - การวางแผนพัฒนาคนเก่ง ด้านความรู้และทักษะด้านต่าง ๆ
      - การดำเนินการตามแผน
      - การประเมินความก้าวหน้า ติดตามผลว่ามีความคืบหน้าพัฒนาขนาดไหน

หลักการรักษา คนเก่ง ให้มีความรักองค์กรต้องอาศัย "CARE MODEL"  คือ

      - C คือ Creative Community หมายถึง การสื่อสารสองทางอย่างสร้างสรรค์
      - A  คือ  Atmosphere and Appreciation for All หมายถึง บรรยากาศและการชื่นชม
      - R  คือ  Respect and Reason for Being หมายถึง ความเคารพ และความมีเหตุมีผลในการอยู่ร่วมกัน
      - E  คือ  Empathy and Enthusiasm หมายถึง ความเห็นอกเห็นใจให้กำลังใจต่อกัน ส่งเสริมผลักดันให้กระตือรือร้นในการทำงาน 

ในช่วงบ่าย อาจารย์ได้สอนถึงกลยุทธ์ซึ่งมีเนื้อหา ดังนี้
เหตุผลของการที่องค์กรต้องวางแผนกลยุทธ์
      - มีการแข่งขัน
      - มีการเปลี่ยนแปลงขององค์กร
      - ต้องการนวัตกรรมใหม่ ๆ

ความสัมพันธ์ระหว่างกลยุทธ์กับ 5 C

      C 1  :  Context   กลยุทธ์ที่สัมพันธ์กับบริบท  เช่น  การเมือง  เศรษฐกิจ  สังคม  วัฒนธรรม  และความต้องการของภาครัฐ
      C 2  : Change  กลยุทธ์ที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลง
      C 3  : Competition การวางกลยุทธ์เป็นการกำหนดกลวิธีในการรักษาความได้เปรียบ
      C 4  : Customer แสวงหาลู่ทางในการตอบสนองลูกค้า
      C 5  : Competency ความสามารถในหาข้อมูลต่างๆ

การคิดเชิงกลยุทธ์เพื่อสร้างสรรค์
      1) ถ้าท่านเป็นลูกค้า  ท่านต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไร
      2) ถ้าจำเป็นต้องแข่งขัน  ผลการแข่งขันอยากให้เป็นอะไร
      3) ท่านอยากให้หน่วยงานเลิกทำกิจกรรมอะไร

ความสำคัญของการคิดเชิงกลยุทธ์

      1) ปรับตัวให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงและความต้องการของผู้บริโภค
      2) การเพิ่มขีดความสามารถ (สมรรถนะ) หรือ Competency  ของคนในองค์กรในการแข่งขัน
      3) การสร้างความสัมพันธ์หรือการสร้างพันธมิตรที่ดีภายในและภายนอกหน่วยงาน
      4) การกำหนดเจตนารมณ์เชิงกลยุทธ์ที่ชัดเจน

คุณค่าของการจัดการเชิงกลยุทธ์เป็นประโยชน์ต่อ  : -

      1) กำหนดทิศทางขององค์กร
      2) เสริมความมุ่งมั่นของคนในองค์กร
      3) สร้างความสอดคล้องในวิธีการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
      4) สร้างศรัทธาและเชื่อมั่นต่อลูกค้าหรือผู้รับบริการ

สรุป

Why?  ทำไมต้องพัฒนาทุนมนุษย์
       เพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา องค์กรที่สามารถปรับตัวได้เร็ว จะในปัจจุบันเป็นการบริหารแบบผู้เชี่ยวชาญการบริหาร (Administrative expert) และผู้ชี้นำให้พนักงานบรรลุสู่ความสำเร็จ (Employees' champion) ซึ่งเน้นที่งานประจำวัน สามารถซื้อบริการจาก outsource ได้ การบริหารทรัพยากรมนุษย์ยุคใหม่ต้องสามารถอยู่รอด สำเร็จ และยั่งยืน การเพิ่มทุนมนุษย์เป็นการเพิ่มสมรรถนะขององค์กร องค์กรต้อง Rethinking เกี่ยวกับธุรกิจ กลยุทธ์ การตลาด หลักการ การบริหารจัดการ และภาวะผู้นำ

What?  ทุนมนุษย์คืออะไร

       ทุนมนุษย์ คือ สมรรถนะของบุคคลที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน เพื่อตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้าและองค์การ
ทุนมนุษย์เป็นตัวขับเคลื่อนทุนอื่นๆ ในองค์การทั้งทุนนวัตกรรม ทุนกายภาพและทุนลูกค้า
How?  การบริหารทรัพยากรมนุษย์
      การบริหารทรัพยากรมนุษย์เป็นแบบพันธมิตรทางกลยุทธ์ (Strategic partner) ซึ่งเน้นที่อนาคต/กลยุทธ์ ด้านกระบวนการ ส่วนบทบาทของนักบริหารจะต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change agent) ซึ่งเน้นที่อนาคต/กลยุทธ์ ด้านคน

..ท้ายสุดต้องขอกราบขอบพระคุณอาจารย์ที่ได้มาสอน เสนอแนะแม้ผมจะไม่ได้อะไรหรืออาจจะไม่ได้พัฒนาตนเองให้ได้เทียบเท่ากับที่อาจารย์คาดหวัง อย่างน้อยก็ได้รู้อะไรเพิ่มมากขึ้น น้อยสุดก็คือวิธีการเขียนคำตอบว่าต้องประกอบด้วย การเปิดประเด็น ดำเนินเรื่อง แล้ววิเคราะห์วิจารณ์ ขอบคุณครับ..
 

 

สวัสดีค่ะ     ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์ อาจารย์ยม  นาคสุข คณะทำงานและท่านผู้อ่านทุกท่าน

 ถาม   เรียนอะไรบ้าง

ตอบ  การวางแผนกลยุทธ์ทางด้านทรัพยากรมนุษย์ , การนำ HCM ไปพัฒนางานในองค์การ , ยุทธศาสตร์ทุนมนุษย์ , ทฤษฎีต้นไม้แห่งความสำเร็จ , ทิศทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในศตวรรษที่ 21 , โมเดลการพัฒนาการอบรมและพัฒนาคนเก่ง , สมรรถนะหลักของผู้นำในยุคปัจจุบัน , วิธีการฝึกอบรมและพัฒนาคนเก่ง

 ถาม   เรียนแล้วได้อะไรบ้าง

ตอบ  รู้ว่าการบริหารทรัพยากรมนุษย์สำคัญเพราะเป็นการพัฒนาคน เมื่อคนเก่ง งานก็ดี องค์กรก็ดี

 รูปแบบการพัฒนา "คนเก่ง" 5 ขั้นตอน แต่อาจารย์ยม ต่อยอดข้อที่ 6 คือ ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

 สามารถสร้างทฤษฎีต้นไม้แห่งความสำเร็จได้ คือ ด้านซ้ายมือเป็นปัญหา ด้านขวาเป็นความสำเร็จ เช่น ซ้ายศึกษาต่ำ ขวาสร้างโอกาสทางการศึกษา เป็นต้น

 ได้ปรัชญาคือ ชีวิตคือความก้าวหน้า รักความก้าวหน้าจงหมั่นศึกษาตลอดชีวิต

ขอขอบคุณ  ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์ อาจารย์ยม  นาคสุข คณะทำงานและท่านผู้อ่านทุกท่าน

ประกาศ

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ ชาว รปม.รุ่น ๔ ทุกท่าน

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ขอแจ้งกำหนดการสอบวิชาของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมณ์ ดังนี้

สอบวันเสาร์ที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๑ เวลา ๐๙.๐๐-๑๒.๐๐ น. ณ ห้องประชุมพณิชยกุล (โรงเรียนมัธยมสาธิต)
ส่วนวันอาทิตย์ที่ ๒ มีการเรียนการสอนปกติ ถ้าใครจะไปเลือกตั้ง สว. ขอให้ไปช่วงเช้า ให้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง หลังจากนั้นขอให้รีบกลับไปเรียนตามปกติค่ะ

                                ประกาศ

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ ชาว รปม.รุ่น ๔ ทุกท่าน

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ขอแจ้งกำหนดการสอบวิชาของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมณ์ ดังนี้

สอบวันเสาร์ที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๑ เวลา ๐๙.๐๐-๑๒.๐๐ น. ณ ห้องประชุมพณิชยกุล (โรงเรียนมัธยมสาธิต)
ส่วนวันอาทิตย์ที่ ๒ มีการเรียนการสอนปกติ ถ้าใครจะไปเลือกตั้ง สว. ขอให้ไปช่วงเช้า ให้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง หลังจากนั้นขอให้รีบกลับไปเรียนตามปกติค่ะ

 

เรียน ศ.ดร. จีระ   หงส์ลดารมภ์

นักศึกษา ชาว รปม.รุ่น 4 ทุกท่าน และผู้อ่านทุกคน

จากการได้ชมวีดีทัศน์ การสนทนาระหว่าง ศ.ดร. จีระ  หงส์ลดารมภ์ กับท่าน ศุภชัย   หล่อโลหะการ ซึ่งดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ  ทำให้เราได้ทราบหลายๆสิ่งหลายอย่างเกี่ยวกับความคิดของคนเรา  การที่คนเรามีความคิดสิ่งใหม่ๆ การปฏิบัติ หรือประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆ หรือหาสิ่งใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ ที่จะนำมาสู่ตัวเรา องค์การ  สิ่งเหล่านี้เรียกว่า นวัตกรรม ( innovation ) และจากการสนทนาของทั้งสองท่าน ทำให้เราทราบว่า การนำนวัตกรรมมาใช้ให้จะทำให้เกิดประโยชน์อย่างมากมาย ทั้งทางด้าน เศรษฐกิจ และสังคม  นวัตกรรมนี้จะสามารถช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่บุคคล และช่วยให้เกิดความรู้ใหม่ๆเกิดขึ้น  อย่างไรก็ตามในการสร้างนวัตกรรม หรือการคิดสิ่งใหม่ๆเกิดขึ้นถ้าบุคคลใดหรือกลุ่มใดนำไปใช่ในทางที่ให้เกิดประโยชน์แล้วก็จะสามารถนำพาองค์การ หรือบุคคลพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็ว แต่ถ้านำไปใช้ในทางที่ผิดๆก็จะทำให้ผลเสียตามมาอย่างมากมาย

น.ส.ญานิสา   เวชโช 50038010013

เรียน  ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์  อาจารย์ทุกท่าน เพื่อนนักศึกษา รปม.4และท่านผู้อ่านทุกท่าน

    อุปสรรคในการสร้าง  Innovation ,Learning  Organization  และ  HR  ใน

ระบบราชการมีอะไรบ้าง  ยกตัวอย่างในองค์กรประกอบ

- Innovation คือ นวัตกรรม หมายถึง  ความคิดสร้างสรรค์ที่จะทำในสิ่งใหม่ ๆ

ให้มีประสิทธิภาพและประโยชน์กับทั้งองค์กรและตัวบุคคล

- นวัตกรรม  = การเปลี่ยนแปลงเพื่อก้าวล้ำคู่แข่ง

อุปสรรค 

          1. ผู้บังคับบัญชา – ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของลูกน้อง ไม่รับรู้การเปลี่ยนแปลงจากโลกภายนอก ทำตัวคล้ายกบในกะลา เคยทำอย่างไรก็จะทำอยู่อย่างนั้น ไม่ยอมปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงการทำงาน

          2. ไม่สนใจลูกค้า -  เนื่องจากการไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลงของผู้บังคับบัญชาในองค์กร ทำให้ระบบการให้บริการจึงเป็นไปแบบเดิม one stop serviceที่นำมาใช้ สุดท้ายก็คว้าน้ำเหลว นอกจากจะให้บริการแบบเดิม ๆ แล้ว การใช้คำพูด และการแสดงกริยาท่าทาง ที่มีต่อผู้มาใช้บริการ กลับเป็นไปในทางด้านลบ ไม่มีความรู้สึกถึงคำว่า

 Service mind

          3. เจ้านายไม่เปิดโอกาส  ผู้บังคับบัญชาในองค์กรมองแต่ที่จะสนับสนุนคนของตนเอง โดยใช้ระบบอุปถัมภ์ ไม่มองที่ความรู้ ความสามารถ ใช้บรรทัดฐานแค่ความรักใคร่ชอบพอ ทำให้คนที่มีความรู้ ความสามารถ ปฏิบัติงานได้จริง และมีประโยชน์กับองค์กร กลับไม่ได้เกิด ไม่มีการเลื่อนขั้น ซึ่งแตกต่างจากพวกที่เอาแต่ประจบสอพลอ เลียแข้งเลียขาเจ้านาย เอาใจเจ้านาย ลับหลังด่า แต่กลับได้ดิบได้ดี

ยกตัวอย่าง   สำนักจัดหางานกรุงเทพเขตพื้นที่ 6  กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน   

                   ผู้บังคับบัญชาหลายคนที่นี่ เก่งแต่พูดไม่ค่อยปฏิบัติ มีนิสัยลำเอียง รักใคร่ชอบพอใครก็จะผลักดันแต่คนนั้น ซี 6 กับ ซี 7 ชอบทะเลาะกัน ไม่ค่อยประสานงานกันในการทำงาน ใช้ความคิดของตัวเองเป็นหลักงาน ชอบเอาชนะกัน ขี้ฟ้อง แต่ไม่ทำงาน และทำงานไม่เป็น งานปฏิบัติการส่วนใหญ่จะเป็นหน้าที่ของข้าราชการซี1-3 และลูกจ้าง

 -         จากการชม  VTR  ในรายการคิดเป็นก้าวเป็นกับ  ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์  ซึ่งเป็นบทสนทนา  ระหว่าง  ดร.จีระ  และคุณศุภชัย   หล่อโลหการ  ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ   แล้วได้อะไรบ้าง

          1.  ได้เข้าใจถึงความหมายและคำจำกัดความ ของคำว่า  นวัตกรรม        

          2.  ทุกคนต้องมีความคิดสร้างสรรค์ คิดในสิ่งที่เป็นประโยชน์

          3.  ความคิดสร้างสรรค์ต้องมาจากการคิดที่เป็นระบบ ( System Thinking )

          4.  นวัตกรรม ต้องทำทุกอย่างให้สำเร็จควบคู่กันไป ทั้งระบบการบริหารจัดการที่ดีทั้งเทคโนโลยี และกลไกตลาด

 

 

 

เรียน  ศ.ดร.จีระ ฯ และท่านผู้อ่านทุกท่าน

Innovation  หมายถึง การทำ  การคิดสิ่งใหม่ ๆ ที่เกิดจากการนำ

เทคโนโลยีมาประกอบอย่างสร้างสรรค์ เพื่อนำไปสู่ยุคโลกาภิวัตน์ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม

 

Learning  Organization   หมายถึง  องค์กรที่ประกอบด้วย

บุคลากรที่มีความใฝ่หาความรู้  พยายามศึกษาหาความรู้และนำมาประยุกและแบ่งปันความรู้กันภายในองค์กรเพื่อใช้การพัฒนาให้เท่ากันกับยุคโลกาภิวัตน์

 

อุปสรรคในการสร้าง Innovation,Learning Organization    คือ 1. ผู้นำใน

องค์กรขาดภาวะผู้นำ ขาดวิสัยทัศน์   ขาดการศึกษาและทำความเข้าใจหลักทฤษฏี  8H's  และ 8K's ของศ.ดร.จีระ ฯ หากผู้นำในองค์กรได้ศึกษาและค้นคว้าหลักทฤษฏีดังกล่าวแล้ว ข้าพเจ้ามั่นใจว่าจำนำให้องค์กรนั้นมีความทันสมัย เท่าทันยุคโลกาภิวัตน์อย่างแน่นอน  ขณะเดียวกันบุคลากรภายในองค์กรต้องให้ความร่วมมือในการพัฒนาด้วย

 

                       

                        จากการขมเทปการสนทนาระหว่าง ศ.ดร.จีระ ฯ และคุณศุภชัย ฯ ในหัวข้อ Innovation      ท่านทั้งสองได้สนทนากันถึงเรื่องนวัตกรรมใหม่ๆ การหาสิ่งใหม่ๆในยุคโลกาภิวัตน์ โดยใช้ความคิดบวกกับความรู้ในเชิงสร้างสรรค์  เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ  ทั้งสองท่านยังได้แนะนำให้คนไทยต้องหมั่นศึกษาหาความรู้เพื่อคิดค้นและสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นเพื่อจะได้นำสิ่งเหล่านั้นมาเอื้อประโยชน์กับเศรษฐกิจและสังคมไทยและให้ทันกับยุคโลกาภิวัตน์  ถ้าไม่คิดไม่ใฝ่รู้ก็จะทำให้ประเทศชาติล้าหลังได้

เรียน ศ.ดร. จีระ   หงส์ลดารมภ์

นักศึกษา ชาว รปม.รุ่น 4 ทุกท่าน และผู้อ่านทุกคน

จากการได้ชมวีดีทัศน์ การสนทนาระหว่าง ศ.ดร. จีระ  หงส์ลดารมภ์  กับท่าน ศุภชัย   หล่อโลหะการ ซึ่งดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ  ทำให้เราได้ทราบหลายๆสิ่งหลายอย่างเกี่ยวกับความคิดของคนเรา  การที่คนเรามีความคิดสิ่งใหม่ๆ การปฏิบัติ หรือประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆ หรือหาสิ่งใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ ที่จะนำมาสู่ตัวเรา องค์การ  สิ่งเหล่านี้เรียกว่า นวัตกรรม ( Innovation ) และจากการสนทนาของทั้งสองท่าน ทำให้เราทราบว่า การนำนวัตกรรมมาใช้ให้จะทำให้เกิดประโยชน์อย่างมากมาย ทั้งทางด้าน เศรษฐกิจ และสังคม  นวัตกรรมนี้จะสามารถช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่บุคคล และช่วยให้เกิดความรู้ใหม่ๆเกิดขึ้น  อย่างไรก็ตามในการสร้างนวัตกรรม หรือการคิดสิ่งใหม่ๆเกิดขึ้นถ้าบุคคลใดหรือกลุ่มใดนำไปใช่ในทางที่ให้เกิดประโยชน์แล้วก็จะสามารถนำพาองค์การ หรือบุคคลพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็ว แต่ถ้านำไปใช้ในทางที่ผิดๆก็จะทำให้ผลเสียตามมาอย่างมากมาย

อุปสรรคในการสร้าง innovation  and Learning Organization and HR .ในระบบราชการ

การที่คนเรามีความคิดสิ่งใหม่ๆ การปฏิบัติ หรือประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆ หรือหาสิ่งใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ ที่จะนำมาสู่ตัวเรา องค์การ  สิ่งเหล่านี้เรียกว่า นวัตกรรม  Innovation  

องค์กรที่มีการสร้างช่องทางที่ก่อให้เกิดการถ่ายทอดความรู้ซึ่งกันและ กันระหว่างบุคคลากร ควบคู่ไปกับการรับรู้จากภายนอก เป้าประสงค์สำคัญคือทำให้เกิดในการแสวงหาทางปฏิบัติให้ดีที่สุด คือ Learning Organization

HR ( Human Resource ) หมายถึงการบริหารการจัดกิจกรรมในการดึงดูด พัฒนา  จูงใจ และการเก็บรักษาบุคคลากรทีมีศักยภาพสูงไว้ในองค์กร เพื่อให้องค์กรมีความก้าวหน้าไปสู่ความเป็นเลิศ โดยการบูรณาการหรือประสานความต้องการของแต่ละบุคคลในด้านความเจริญก้าวหน้าและพัฒนากับเป้าหมายขององค์กร

ในระบบราชการดังเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ในการที่จะทำงานหรือหรือการติดต่อของหน่วยงานราชการจะต้องผ่านระบบขั้นตอนที่ยุ่งยากมาก ในการที่บุคลากรในองค์กรหรือหน่วยงานหรือผู้ใต้บังคับบัญชา จะสร้างนวัตกรรมใหม่ๆขึ้นมาเสนอต่อผู้บังคับบัญชานั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก ระบบงานทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องสั่งจากบนลงล่าง ในการเสนอ ออกความคิดเห็นต่างๆ จะเป็นเรื่องยากสำหรับในระบบราชการ  นี่คืออุปสรรคในการสร้าง นวัตกรรมของบุคลากรในหน่วยงาน และปัญหาหลายอย่างเช่น

-          ขาดผู้นำและผู้ที่มีภาวะผู้นำที่ดี

-          ขาดบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ

-          บุคลากรทำงานภายใต้ความกดดัน

-          ขาดแรงจูงใจในการทำงาน

-          ระบบการบังคับบัญชาซ้ำซ้อน ทำให้เกิดปัญหาในการสั่งการ

-          ขาดการจัดการที่ดีในหน่วยงานหรือองค์กร

-          ผู้บังคับบัญชาไม่ยอมรับความคิดเห็นของคนอื่น หรือผู้ใต้บังคับบัญชา

-          ฯลฯ

ปัญหาเหล่านี้จึงเป็นอุปสรรคต่อการสร้างนวัตกรรมในหน่วยงาน หน่วยงานใด หรือองค์กร

ใดสามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ องค์กรนั้นหรือหน่วยงานนั้นก็จะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นวัตกรรมใหม่ๆ ก็จะถูกคิดขึ้นมาใช้อย่างต่อเนื่อง องค์กรนั้นก็สามารถที่จะนำพา ขับเคลื่อน ระบบต่างๆ ในหน่วยงาน ไปได้อย่างดีเยี่ยม

            สำหรับตัวกระผมเอง ทำงานรับราชการเป็นตำรวจระดับชั้นประทวน ในการทำงานปฏิบัติหน้าที่นั้น จะต้องคอยฟังคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆจะไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้ ในการที่เราตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ ไม่ให้เกิดความบกพร่องต่อหน้าที่ ก็ถือว่าเราสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ดีที่สุดแล้ว การไม่เอาเปรียบสังคม การร่วมอยู่ในสังคมอย่างโดยสงสุข และทำตัวไม่ให้เป็นภาระแก่สังคม ข้าพเจ้าถือว่านี่คือเป็นนวัตกรรมอย่างหนึ่งของมนุษย์เรา

 

 

ข้อ 1 ทิศทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในศตวรรษที่ 21

                การดำเนินงานที่เกิดขึ้นในอนาคตเป็นการสร้างบุคลากรที่ดีที่สุดในองค์กร เพื่อพัฒนาให้องค์กรสามารถอยู่รอดได้ในสภาวการณ์แข่งขันที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง นั้น

                การสร้างบุคลากรแต่ละคนให้มีความสามารถเพิ่มขึ้น ต้องมีการประเมินความรู้ และทักษะเดิมที่เขามีอยู่แล้ว นำมาวิเคราะห์ค้นหาตัวตนที่แท้จริงของเขาเพื่อนำมาเป็นองค์ประกอบในการสร้างคนเก่ง-คนดีขององค์กร พัฒนาความสามารถของเขาโดยการเข้ารับการฝึกอบรม การลงมือปฏิบัติงาน การสร้างสถานการณ์ที่ตรึงเครียดเพื่อให้เขาแสดง Ego ออกมา แล้วนำผลการประเมินมาวางแผนการพัฒนาในตัวบุคลากรให้เกิดองค์ความรู้ต่อยอดจากเดิมที่มีอยู่

                การนำสมรรถนะในการบริหารคนมาใช้นั้น เป็นการสร้างความเป็นกันเองให้เกิดกับบุคลากรและองค์กร ประสานความสัมพันธ์ที่ดีกับบุคลากรด้วยกันเอง สร้างปฏิสัมพันธ์ในองค์กรได้เป็นอย่างดีและรวดเร็วที่สุด

                การนำสมรรถนะในการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์มาใช้ เพื่อสร้างผลผลิตที่เกิดขึ้นกับลูกค้าให้มีความประทับใจในองค์กรมากที่สุด และรู้จักจัดการกับทรัพยากรที่มีอยู่อย่างเกิดประโยชน์มากที่สุด

ข้อ 2 คนที่จะอยู่รอดในอนาคตต้องมีภาวะเป็นแบบใด

ในโลกมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มนุษย์ทุกคนต้องรู้จักเรียนรู้ที่จะปรับตัวตามสภาวะแวดล้อมเพื่อความอยู่รอดในสังคมให้ได้ การเปลี่ยนแปลงตนเองในองค์กรก็เช่นเดียวกันต้องรู้จักเรียนรู้การปรับตัวให้เข้ากับองค์กรที่เรามีส่วนร่วมอยู่ รู้จักรับวัฒนธรรมองค์กรมาปฏิบัติ

                คุณลักษณะที่ของคนที่จะสามารถอยู่รอดได้ในอนาคตประกอบด้วย

                1. ภาวะความเป็นผู้นำ องค์กรต้องการผู้นำที่มีความรู้ ความสามารถเพื่อนำพาองค์กรให้มุ่งไปสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้ ผู้นำต้องรู้จักดึงความสามารถบุคลากรในองค์กรออกมาให้ได้มากที่สุด

                2. การตอบสนองต่อความเครียด มนุษย์ทุกคนต้องเจออุปสรรคที่ผ่านเข้ามามากมายในชีวิตขึ้นอยู่ที่ว่าจะสามารถจัดการกับความเครียดหรืออุปสรรคต่างๆ เหล่านั้นได้อย่างไร ในอนาคตมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรงทำให้คนต้องรู้จักควบคุมอารมณ์และปฏิกิริยาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ต้องใช้ความรู้และปัญญาในการแก้ไขปัญหาต่าง

                3. การทำงานเป็นทีม องค์กรในอนาคตมีการเปลี่ยนแปลงจากการทำงานตัวใครตัวมันมาเป็นการทำงานแบบบูรณาการนำองค์ความรู้ต่างๆ มาประยุกต์ใช้ร่วมกัน ดังนั้นการทำงานเป็นทีมต้องมีความสมานสามัคคีกัน ใช้การสื่อสารที่เป็นรูปแบบมาตรฐาน เช่น สำนักพัฒนาและส่งเสริมการบริหารราชการจังหวัดต้องขอความร่วมมือจากสำนักงานจังหวัดเพื่อจัดการกับข้อมูลที่จำเป็น ในการนำมาพัฒนาจังหวัด หรือจัดกิจกรรมต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรี, หน่วยงานต่างๆต้องการข้อมูลที่หลากหลายเพื่อนำมาสร้างนวัตกรรมใหม่ในองค์กร , องค์กรต้องมีการประสานการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างผลงานที่มีคุณภาพออกสู่ตลาด เป็นต้น

                4. การวิเคราะห์ การดำเนินการปฏิบัติงานต่างๆ ขององค์กรต้องใช้การศึกษาหลากหลายวิธีเพื่อสำรวจข้อดีข้อเสีย ผลกระทบที่อาจเกิดกับองค์กรหรือผลกระทบที่อาจเกิดกับสังคม     ส่วนใหญ่ การวิเคราะห์ถึงเหตุและผลทำให้องค์กรลดความเสี่ยงที่ไม่จำเป็นออกไป หรือสร้างความเชื่อมั่นให้กับองค์กรเพราะมีข้อมูลมาสนับสนุนการดำเนินงาน

                การรักษาตนเองให้สามารถอยู่รอดได้ในสภาวะที่มีแรงกดดันอย่างมากในอนาคตคนทุกคนต้องรู้จักนำทุนทางความรู้และทุนทางปัญญาดึงออกมาใช้ให้มากที่สุด เพราะเป็นแก่นที่ทุกคนสร้างขึ้นมาเอง

 

ข้อ 3 วิธีที่จะพัฒนาให้เขาเกิดความรู้ความสามารถ

                การพัฒนาบุคลากรในองค์กรให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างทุ่มเทและเกิดผลผลิตที่มีคุณค่า มีมาตรฐานนั้น องค์กรต้องรู้จักสร้างบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถให้เกิดขึ้นในองค์กร

องค์กรต้องมีการจัดการ การเรียนรู้และการพัฒนา (Learning and Development) การจัดการฝึกอบรม สัมมนา การจัด workshop การลงมือปฏิบัติจริง เป็นการเพิ่มความสามารถเฉพาะทางให้เกิดกับผู้ปฏิบัติงานอย่างแท้จริง การลงมือปฏิบัติงานจริงเป็นการเรียนรู้ที่ดีที่สุด  ทำให้ทราบกระบวนงานที่แท้จริง รู้จักอุปสรรค การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะปฏิบัติงาน ทำให้ทราบความสามารถของบุคลากรแต่ละคนว่าอยู่ในระดับใด และจะสามารถพัฒนาให้มีระดับที่เทียบเท่ากับมาตรฐานขององค์กร ทำให้เกิดผลดีที่เกิดกับองค์กรเพราะเมื่อบุคลากรที่ได้รับการพัฒนา           มีความสามารถเพิ่มขึ้นนั้น ผลผลิตที่เกิดกับองค์กรก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น บุคลากรจะรู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรเพราะผู้บริหารให้ความสำคัญในการพัฒนาบุคลากรให้ได้รับความรู้ที่จะนำมาบริหารองค์กร เขาจะรู้สึกรักและเอาใจใส่ในหน้าที่การงาน องค์กรจะมีภาพลักษณ์ในด้านบวกมากขึ้น บุคลากรมีความศรัทธาต่อองค์กร บุคลากรเป็นส่วนสำคัญในการนำองค์กรไปสู่จุดหมาย ดังนั้น การเอาใจใส่ในตัวผู้ปฏิบัติงานให้ได้รับทุนทางความรู้เพิ่มขึ้นนั้น จะเกิดได้จากแรงกระตุ้นของผู้บริหารที่มอบให้ แล้วขึ้นอยู่กับตัวผู้ปฏิบัติเองว่าจะสามารถนำความรู้นั้นมาใช้ได้จริงหรือไม่ เป็นต้น  

 

 เรียน  อาจารย์ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์ อาจารย์ทุกท่าน และท่านผู้อ่านทุกท่าน

จากการเรียนวันอาทิตย์ที่ 24  กุมภาพันธ์  2550     มีการบ้านมา  2 ข้อ คือ

ข้อที่1 อุปสรรคในการสร้าง Innovation และ Learning Organization .และ HR ในระบบราชการมีอะไรบ้าง ให้ยกตัวอย่างในองค์กรของท่าน

Innovation หมายถึง   "นวัตกรรม" ว่า เป็นการนำวิธีการใหม่ๆ มาปฏิบัติหลังจากได้ผ่านการทดลองหรือได้รับการพัฒนามาเป็นขั้นๆ แล้ว เริ่มตั้งแต่การคิดค้น (Invention) การพัฒนา (Development) ซึ่งอาจจะเป็นไปในรูปของ โครงการทดลองปฏิบัติก่อน (Pilot Project) แล้วจึงนำไปปฏิบัติจริง ซึ่งมีความแตกต่างไปจากการปฏิบัติเดิมที่เคยปฏิบัติมา

Learning Organization หมายถึง องค์การแห่งการเรียนรู้ ว่าเป็นองค์การที่เน้นพัฒนาทรัพยากรบุคคลโดยอาศัยรูปแบบของการทำงานเป็นทีมและเรียนรู้ร่วมกันและมีความรู้ความเข้าใจในเชิงระบบที่ประสานกันเพื่อขยายขีดความสามารถ ศักยภาพในการทำงานตลอดจนการได้เปรียบในการแข่งขันเหนือคู่แข่ง

HR  หมายถึง   การบริหารทรัพยากรมนุษย์ คือ การบริหารจัดการกิจกรรมในการดึงดูด พัฒนา จูงใจ และเก็บรักษาบุคลากร ที่มีศักยภาพในการทำงานสูงไว้กับองค์กร เพื่อให้องค์กรก้าวหน้าไปสู่ความเป็นเลิศ โดยการบูรณาการหรือประสานความต้องการของแต่ละบุคคลในด้านความเจริญก้าวหน้าและการพัฒนากับเป้าหมายขององค์กร

อุปสรรคในการสร้าง Innovation

1.กฎระเบียบต่างๆ ไม่เอื้อให้เกิดการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ก็มี

2.การมีการแบ่งแยกระหว่างฝ่ายการเมือง และฝ่ายประจำแต่ยังไม่ปลอดจากการแทรกแซงของฝ่ายการเมือง  มีผลต่ออินโนเวชั่น

3.โครงสร้างเป็นปิรามิด มีสายการบังคับบัญชาที่ยาวและไปตามลำดับขั้น

4.มีกฎกติกาและกฎมายที่กำกับการทำงานขององค์กร

5.ทำงานตามหน้าที่ยากที่จะทำงานร่วมกันในเชิงบรูณาการ
6.เรื่องเทคโนโลยีก็เหมือนกัน แต่ไม่ใช่ปัจจัยหลัก เป็นส่วนประกอบหนึ่งเท่านั้น

7.เรื่องทีมงาน การไม่สามารถหาคนมาสนับสนุนในสิ่งที่เราขาดได้ก็เป็นอุปสรรคเช่นกัน

อุปสรรคในการสร้าง Learning Organization 

1.สมาชิกในองค์การรู้แต่หน้าที่ของตนเองแต่ไม่รู้เป้าหมายขององค์การ (I'm my position)
2.สมาชิกรู้ว่าปัญหาขององค์การอยู่ที่ใด แต่ไม่รู้ว่าตัวเองมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร (The enemy is out there) 
3.ทำตามแบบที่เคยทำ เห็นแต่ภาพลวงตา ไม่ได้แก้ปัญหาที่สาเหตุที่แท้จริง (The Illustration of  taking change)
4.ยึดติดอยู่กับเหตุการณ์มากเกินไป (A fixation on events)
5.ความเข้าใจผิดว่าการเรียนรู้มาจากประสบการณ์เท่านั้นแต่ไม่เข้าใจในความแตกต่างของอดีตกับปัจจุบัน (The delusion of learning from experience)
6.มีผู้บริหารที่ดีแต่ไม่ได้สืบทอดความรู้ให้ผู้บริหารรุ่นต่อไป (The myth of management team)
7.ขาดสติไม่รู้ตัวกับความเปลี่ยนแปลงที่ค่อยเป็นค่อยไป (The boiled frog syndrome)

8.ความคร่ำครึขององค์การ

9.ผู้นำในองค์การไม่มีความสามารถเพียงพอ

อุปสรรคในการสร้าง HR 

1.ขาดระบบความรับผิดชอบการตัดสินใจที่ชัดเจน

2.การตัดสินใจมักทำโดยผู้บริหารหรือผู้บังคับบัญชา

3.เกิดระบบอุปภัมถ์

4.การให้รางวัลไม่สอดคล้องกับการวัดผลงานส่งผลให้ข้าราชการขาดขวัญกำลังใจและแรงจูงใจในการพัฒนา

5.มีความเป็นเจ้าขุนมูลนาย ขาดจิตสำนึกในการทำงานเพื่อประชาชน

ตัวอย่าง อบต.บ้านฉาง

1.กฎระเบียบต่างๆ ไม่เอื้อให้เกิดการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ การทำงานจะต้องมีสายการบังคับบัญชาทำอะไรจะต้องรอหัวหน้างานเป็นผู้ตัดสินใจเพียงคนเดียวบางครั้งไม่ฟังความคิดเห็นของลูกน้อง บางครั้งลูกน้องไม่กล้าแสดงความคิดเห็นเพราะหัวหน้าดุและไม่มีความสนิมสนมกัน ทำให้ไม่ได้รับความคิดสิ่งใหม่ที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันออกไป

2.คนในองค์การยึดติดกับวัฒนธรรมเดิมๆ

3.สมาชิกในองค์การรู้แต่หน้าที่ของตนเองแต่ไม่รู้เป้าหมายขององค์การ ส่วนมากจะปฎิบัติหน้าที่ที่ได้รับคำสั่งจากหัวหน้ามาเท่านั้นจะทำงานที่ตนเองที่ได้มอบหมายให้ทำเฉพาะของตนเอง

4.ปัญหาเรื่องเส้นสาย เรื่องการเมืองในองค์การทำให้การพัฒนาไม่ก้าวหน้าโปร่งใส

5.ระบบไม่เอื้อให้ข้าราชการทำงานเป็นทีมแต่ส่งเสริมให้เกิดการเล่นพรรคเล่นพวกและทำให้เกิดระบบอุปภัมถ์เข้ามาทำงานในองค์การ

ข้อที่ 2.  หลังจากดูเทป Innovation แล้วนักศึกษาได้อะไรบ้าง 

การที่เป็นจะประเทศมหาอำนาจจะต้องเน้นการพัฒนาคนและให้คนคิดนอกกรอบ

CEOทั่วโลกให้ความสำคัญกับ Innovation

ความหมายของ "นวัตกรรม" คือ "3 ต้อง" ได้แก่ 1.ต้องเป็นของใหม่ 2.ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ 3.ต้องมีประโยชน์กับเศรษฐกิจและสังคม 

แต่สิ่งที่ "ศุภชัย" เน้นมากที่สุด คือเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ที่นำไปสู่ธุรกิจใหม่

ความหมายของคำว่า  "นวัตกรรม" คือการนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ที่ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดในอุตสาหกรรมเคยนำเสนอต่อลูกค้ามาก่อน เพื่อสร้างความแตกต่างอันเป็นเอกลักษณ์จากสินค้าและบริการอื่นๆ ในตลาด การกระทำดังกล่าวเพื่อคาดหวังว่า ผู้บริโภคจะมีความจงรักภักดีในตราสินค้ามากขึ้น และเปลี่ยนไปซื้อสินค้าและบริการของคู่แข่งขันรายอื่นได้ยากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน ยังจะนำไปสู่การสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ยั่งยืน

จุดเริ่มของนวัตกรรมมักจะมาจากการที่ "บุคลากร" ในองค์กรมีความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)

ความคิดสร้างสรรค์ คือ การที่บุคลากรมีการคิดออกนอกกรอบเดิมที่เคยทำอยู่อย่างสม่ำเสมอ ทำให้สามารถสร้างความแปลกใหม่แตกต่างจากเดิมมากขึ้น และความคิดที่แปลกใหม่นี้จะนำไปสู่นวัตกรรมในที่สุด ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมในกระบวนการดำเนินงาน หรือนวัตกรรมในตัวสินค้าและบริการ หลายครั้งสิ่งที่เป็นบ่อเกิดของความคิดสร้างสรรค์เหล่านั้น ได้รับอิทธิพลโดยตรงจาก "วัฒนธรรมองค์กร" นั่นเอง

        ดังนั้น การที่จะกระตุ้นให้บุคลากรในองค์กร  "คิดนอกกรอบ" ในแบบที่องค์กรต้องการนั้น ควรต้องมุ่งเน้นที่ "วัฒนธรรมและทัศนคติ" ของบุคลากรในองค์กรด้วย กล่าวคือ องค์กรนั้นๆ จะต้องมีความเชื่อมั่นในความสำคัญของนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ที่จะนำองค์กรสู่ความสำเร็จ รวมถึงผลักดันให้บุคลากรในองค์กรคิดในเชิงสร้างสรรค์อยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญ คือ บุคลากรต้องยอมรับ "สิ่งใหม่" ที่จะเกิดขึ้นจึงจะนำความคิดสร้างสรรค์เหล่านั้นมาสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จุดกำเนิดนวัตกรรมในธุรกิจ มาจาก 2 แหล่งหลักด้วยกัน คือ
แหล่งแรก การคิดค้นภายในองค์กร
แหล่งที่มาเบื้องต้นของแนวคิดใหม่ในสินค้าและบริการ โดยองค์กรมักจัดตั้งหน่วยงานวิจัยและพัฒนา (Research & Development-R&D) ขึ้นภายในองค์กร และจัดหาผู้ที่มีความสามารถในการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ซึ่งอาจเป็นการพัฒนาสินค้าและบริการใหม่

เช่น  HDDVD รุ่นใหม่ของ Toshiba ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานสูงขึ้นมาก หรือ กระบวนการในการทำงานรูปใหม่ๆ เช่น การปรับปรุงห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของ Wal-mart ให้กลายเป็น Electronic Supply Chain เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความรวดเร็วในการจัดการ

นวัตกรรมทั้งสองประเภทนี้ จะนำไปสู่ "มูลค่าเพิ่มในสินค้าและบริการ" ขององค์กร
จะเห็นได้ว่า การเกิดนวัตกรรมที่มีคุณค่าอย่างต่อเนื่องนั้น โดยทั่วไปมักมาจากการกระตุ้นนวัตกรรม โดยการใช้วัฒนธรรมองค์กรเป็นกลไกผลักดันให้บุคลากรทั้งหมดขององค์กรตื่นตัวสร้างความแปลกใหม่และความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ

            แหล่งที่สอง การแลกเปลี่ยน เรียนรู้และรับนวัตกรรมจากภายนอก  หรือ นวัตกรรมแบบเปิด (Open Innovation)

ไม่จำเป็นว่าแนวคิดที่ดีจะต้องมาจากบุคลากรภายในกิจการแต่เพียงอย่างเดียว โดยลักษณะคือ เปิดรับแนวคิดใหม่จากภายนอก จะทำให้แนวคิดใหม่ๆ เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และหลากหลายกว่า รวมถึงอาจจะมีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าการพัฒนาเองทั้งหมด เนื่องจากบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน อาจจะกระจัดกระจายกันอยู่ในองค์กรต่างๆ

เช่น  การจัดจ้างภายนอก (Outsourcing) เลือกจ้างหน่วยงานภายนอก ที่มีความเชี่ยวชาญมากกว่า หรืออาจจะร่วมมือในเชิงพันธมิตรกับหน่วยงานที่มีความพร้อมและบุคลากรในการสร้างสรรค์ความคิดใหม่ๆ เพื่อร่วมกันคิดค้นนวัตกรรมจากความถนัดของทั้งคู่ เป็นต้น  

    ดังนั้น จึงเกิดแนวคิดการนำนวัตกรรมจากภายนอกมาใช้มากขึ้น ทั้งการแลกเปลี่ยน เรียนรู้และรับเทคโนโลยี เทคนิคดังกล่าวจะช่วยให้กิจการสร้างความแปลกใหม่ในการผลิตและการดำเนินงาน โดยไม่ถูกจำกัดแนวคิดหรือความเชี่ยวชาญอยู่เฉพาะภายในองค์กรอีกต่อไป

จะเห็นได้ว่า องค์กรที่มุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมแบบเปิด จะทำให้เกิดความหลากหลายของแนวความคิด ทรัพยากรและความเชี่ยวชาญจากองค์กรภายนอกอย่างทันท่วงที โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยการพัฒนาจากภายในเองทั้งหมด

เนื่องจากส่วนมากองค์กรหนึ่งๆ มักจะมีกรอบแนวคิดของตนเอง ทำให้การคิดนอกกรอบเพื่อสรรหาสิ่งใหม่นั้น ทำได้ค่อนข้างยาก จึงจำเป็นต้องนำแนวความคิดใหม่ที่หลากหลายและแตกต่างจากกรอบเดิมเข้ามาผสมผสานมากขึ้น ทำให้มีนวัตกรรมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

        ขอขอบคุณที่อาจารย์ศ.ดร.จีระ และ อ.ยม นาคสุขที่ได้มาถ่ายทอดความรู้ให้กับนักศึกษารปม.รุ่น4 และทีมงานทุกท่านและขอให้อาจารย์อัษฎางค์  ปาณิกบุตร สุขภาพแข็งแรงดีขึ้นทุกวันนะคะ

 

 

 

 เรียน  อาจารย์ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์ อาจารย์บุญรอด  สิงห์วัฒนศิริ และท่านผู้อ่านทุกท่าน

สาระสำคัญที่เรียนกับอาจารย์บุญรอด 

New Public Management (NPM)  กับการนำมาใช้ในการบริหารงานบุคคลภาครัฐ

-ความหมายและที่มาของ NPM

NPM เป็นหลักและแนวทางการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ ที่มีลักษณะผสมผสานความรู้แบบ Interdisciplinary กับการบริหารจัดการสมัยใหม่ (Managerialism) ที่ต้องการให้มี Autonomy & Flexibility เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง (Change) และเกิด Results หรือ Outcomes Value for Money (ความคุ้มค่า) ในคุณภาพการบริการที่ให้แก่ประชาชน โดยใช้ Strategic Mgt.  RBM

ใช้เป็นหลักในการปฏิรูประบบราชการ กรณีไทยใช้ในการปฏิรูปราชการ ปี 2545 และปัจจุบัน

-Paradigms  Shift  ในการบริหารจัดการภาครัฐ

-กระบวนทัศน์ (Paradigms)ที่ปรับเปลี่ยนมาใช้ในภาครัฐ จากอดีตสู่ปัจจุบัน

รูปแบบเดิม

1.ยึด Input , Process , Output เพื่อมุ่ง Economy , Efficiency

2.Transparency  +  ธรรมรัฐGood  Governance

3.Knowledge  Based  Society

4.การตรวจสอบ การบริหารจากภายในภาครัฐ

5.Function  Based

6.Speed , Responsiveness

รูปแบบใหม่

1.เพิ่ม Outcomes และ  Results  เพื่อมุ่ง Effectiveness ด้วย เช่น มุ่งประโยชน์สุขของประชาชน ตามมาตรา 3/1 ของพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545

2.ยังคงใช้หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (Good Governance) เป็นหลักในการบริหารราชการ  แต่มุ่ง Transparency, Accountability Results , Integrity

3.Knowledge  &  Morality (Post  Knowledge Based Society)

4.การตรวจสอบโดยองค์กรอิสระ เช่น ศาลปกครอง + การตรวจสอบโดยองค์กรภาคประชาชน / เอกชน

5.Function  Agenda (Mission) Area  Holistic  Approach

6.Speed และ Accuracy , Efficiency , Accountability

-ตัวอย่างสมรรถนะความเฉลียวฉลาดในการทำงานให้สำเร็จเมื่อมอบหมายงานโดยเฉพาะงานใหม่จะ--มีพฤติกรรมการทำงานแตกต่างกัน (บางกรณีเป็นคนที่สามารถจะทำงานนั้นได้)

-หลักคิดวิธีการทำงานและพฤติกรรมการปฏิบัติงานในภาครัฐ ที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน

1.ยึดติดกับหน่วยงานตนเองหรืองบประมาณเป็นหลัก ประสานงานโดยใช้ลายลักษณ์อักษร

2.วุฒิสูง แต่จัดการงานไม่เป็น "ทำงานไม่เป็น"ทำงานได้แต่เป็นหัวหน้าทีมไม่ได้

3.ทำงานได้ รู้วิธีการ กระบวนการทำงานดี แต่ออมหรือผ่อนฝีมือ / ปัญญาไว้

4.อ่อนน้อมถ่อมตนกับผู้ใหญ่แต่เกรี้ยวกราดกับผู้ร่วมงานชั้นผู้น้อย

-พัฒนาการของการบริหารบุคคลในราชการไทยจาก  Personnel  Administration  ถึง                                                                                       Strategic Human Resource Management  

-พัฒนาการของการบริหารงานบุคคลตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับต่างๆ จาก
 Personnel  Administration ถึง Strategic Human Resource  Management

-NPM ได้ถูกนำมาใช้ในราชการไทย ทั้งการสร้างต้นแบบ ขยายผล และนำมาใช้กำหนดเป็นปรัชญาหลักยึดในการบริหารราชการแผ่นดิน การบริหารทรัพยากรบุคคล (HR)

-หลักสากลที่นำมาปรับใช้ในการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐของไทย

ขอขอบคุณ อาจารย์บุญรอด  สิงห์วัฒนศิริ ที่ได้มาถ่ายทอดความรู้ให้กับนักศึกษารปม.รุ่น4 และทีมงานทุกท่านและขอให้อาจารย์อัษฎางค์  ปาณิกบุตร สุขภาพแข็งแรงดีขึ้นทุกวันนะคะ

 

 

 

 

 

 

กราบเรียน ท่าน อาจารย์ จีระ  หงส์ลดารมภ์ , อาจารย์ทุกท่าน ที่เคารพรัก และ สวัสดีเพื่อน ๆ รปม. รุ่น 4

 

                อุปสรรคในการสร้าง Innovation และ Learning Organization , และ HR ในระบบราชการ

      จุดอ่อนของระบบราชการเมืองไทย   -   งบประมาณน้อย

                                                                          -    ด้อยโอกาสการเรียนรู้

                                                                          -    กฎระเบียบ ขั้นตอนมาก ทำงานตามกรอบ

                                                                          -    ผู้บริหารขาดภาวะผู้นำ

       จุดแข็งของระบบราชการเมืองไทย   -    ความมั่นคงในอาชีพ

                                                                          -    บริหารงานเพื่อประชาชนอยู่ดีมีสุข

                                                                          -    สวัสดิการดี

        ยุทธศาสตร์                                        -     ต้นทุนต่ำ

                                                                -     นวตกรรมไม่มี

                                                                -     โฟกัสลูกค้า

        ทำให้เกิดการทำงาน ตามกฎระเบียบ ขั้นตอนมาก ทำงานตามนโยบาย ตามกรอบ

                ตัวอย่างองค์กรของข้าพเจ้า เป็นโรงพยาบาลของรัฐ บริหารงานตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข ตามสายการบังคับบัญชา ใช้งบประมาณจากรัฐบาลจัดสรรมาแต่ละปี

                ผู้ป่วยที่มารับบริการจำนวนมาก ซึ่งฐานะยากจน โรงพยาบาลต้องช่วยเหลือ ทำให้รายได้ของโรงพยาบาล รวมกับงบประมาณในแต่ละปีน้อย จึงมีต้นทุนในการบริหารงานต่ำ

                การที่จะเกิดนวตกรรมใหม่ ๆ ต้องมีภาวะผู้นำที่ดี แต่โรงพยาบาล ขาดงบประมาณขาดศักยภาพในการพัฒนา "คนเก่ง" ให้มี สมรรถนะ ในการบริหารคน (HR) สมรรถนะในการรอบรู้ สมรรถนะในการบริหารอย่างมืออาชีพ , สมรรถนะในการบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์

                จะพัฒนาต้อง       -   ให้ไปสัมพันธ์คนเก่งภายนอกองค์กรบ้าง

                                                 -    ไปต่างประเทศเพื่อเพิ่มประสบการณ์

                                                 -    ให้ทำงานยาก แต่อยู่ในความดูแล

                การจัดการเชิงกลยุทธ           วิสัยทัศน์

                                                               

                                                                      พันธกิจ

 

                                      การวิเคราะห์ สภาพแวดล้อม จุดแข็ง จุดอ่อน

 

                        กำหนดเป้าหมาย และ วัตถุประสงค์ (ระดับกอง ระดับคน)

                ไม่มีองค์กรใดจะประสบความสำเร็จได้โดยไม่ใส่ใจเรื่องคน เรื่อง "ทรัพยากรมนุษย์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว อีกต่อไป" ดังนั้น การบริหารทรัพยากรมนุษย์ จึงจัดเป็นส่วนที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการบริหารงานด้านอื่น ๆ

                บทสนทนา ระหว่าง ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์ และ คุณศุภชัย

                นวตกรรมทางความคิด เป็นความคิดสร้างสรรค์ คิดดี คิดใหม่ สู่การปฏิบัตินวตกรรม มีประโยชน์ต่อคนรูปแบบธุรกิจ และวงราชการ

          มีความรู้ใหม่

                นำไปปฏิบัติ

                ทำให้เกิดประโยชน์

        ก่อนจะเกิดความคิดใหม่จะต้องศึกษาหาความรู้ แล้วจึงนำไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ สามารถ Turn I dea มา Into action โดยใช้ทฤษฏี 4 L's ของท่าน ศ.ดร.จีระ   หงส์ลดารมภ์ เข้าใจวิธีการเรียนรู้ สร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ สร้างโอกาสในการเรียนรู้ สร้างชุมชนการเรียนรู้

                เมื่อนำไปปฏิบัติแล้วพบอุปสรรค

                ข้อเสนอแนะเพื่อสร้างทุนแห่งความสุข

   1.  ผู้นำองค์กรและผู้บริหารต้องมีภาวะผู้นำ

   2.  สร้างบรรยากาศในการทำงานที่ดี มีระบบงานที่ดี

   3.  สร้างความสามัคคี การทำงานเป็นทีม และ การยกย่องให้เกียรติ ซึ่งกันและกัน

   4.  มีอบรม พัฒนา ให้ความรู้อย่างต่อเนื่อง

   5.  สร้างจิตสำนึก คุณธรรม จริยธรรม

   6.  สร้างขวัญ กำลังใจในการทำงาน และการมีส่วนร่วม

   7.  มีเป้าหมายในการทำงาน และ เป้าหมายขององค์กรที่ชัดเจน

                                สวัสดีค่ะ

               

สวัสดีค่ะ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ คณะทำงาน และผู้อ่านทุกท่าน

การบ้าน ของศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์

1.  อุปสรรคในการสร้าง Innovation และ Learning Organization และ HR ในระบบราชการมีอะไรบ้าง ให้ยกตัวอย่างในองค์กรของท่าน

อุปสรรคในองค์กรของข้าพเจ้า คือ ให้ความสำคัญกับแนวคิดเรื่อง Innovation ในระดับที่น้อยมาก เป็นเพราะส่วนหนึ่งมาจากโครงสร้างองค์กรที่มีขนาดใหญ่ขาดความคล่องตัว นอกจากนี้ยังขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของ Innovation และยังยึดติดกับค่านิยมแบบดังเดิม ไม่ปรับรับกับการเปลี่ยนแปลงสิ่งใหม่ๆ

ผู้บังคับบัญชายังไม่เปิดโอกาสหรือสนับสนุนให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้แสดงความคิดเห็นด้าน Innovation เพราะอำนาจหน้าที่ในการตัดสินใจเป็นเรื่องของผู้บริหารเท่านั้น

สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ บุคลากรไม่คิดนอกกรอบในเรื่อง Innovation เพราะคิดว่าระบบราชการไม่ต้องไปแข่งขันกับหน่วยงานใด ไม่มีค่าตอบแทน คิดแล้วได้อะไร ไม่คิดแล้วมีผลอย่างไร

 

2.  ดูเทป Innovation แล้วได้อะไรบ้าง

                ได้ความหมายของ นวัตกรรม  คือ 3 ต้อง ได้แก่ 1.  ต้องเป็นของใหม่ 2. ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ 3. ต้องมีประโยชน์กับเศรษฐกิจและสังคม  สิ่งที่เน้นมากที่สุด คือ เรื่องของความคิดสร้างสรรค์ที่นำไปสู่ธุรกิจใหม่

                หัวใจสำคัญของการสร้างนวัตกรรม คือ ความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งไม่ใช่แค่เอาความรู้ไปทำธุรกิจเท่านั้น แต่ต้องดูสถานการณ์ด้วย ดูกระแสด้วย

 

-          ไอเดียใหม่ๆ เกิดขึ้นได้อย่างไร

เกิดขึ้นได้โดยการอยากทำของใหม่ๆ อยากคิดของใหม่รวมไปถึงการพัฒนาความอยากรู้อยากเห็น

-          ไอเดียนั้นผสมกับความรู้ได้อย่างไร

ผสมกับความรู้ได้โดยนำความรู้ที่มีเดิมมาเพิ่มเติมกับความคิดสร้างสรรค์ ทำให้สิ่งที่คิดใหม่นั้นสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์ในทางสิ่งที่ดีงาม โดยไม่ลอกเลียนแบบใคร

-          ส่งเสริมความรู้แล้วจะกระทำได้อย่างไร

ส่งเสริมความรู้แล้วจะกระทำได้โดย การนำนวัตกรรมจากภายนอกมาใช้มากขึ้น ทั้งการแลกเปลี่ยน เรียนรู้และรับเทคโนโลยี เชิญผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาเข้ามามีบทบาทในการสร้างไอเดียใหม่ๆ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ กระตุ้นให้บุคลากรเกิดการคิดนอกกรอบใหม่ๆ การให้อิสระทางความคิด และอำนาจในการลองผิดลองถูกกับไอเดียใหม่ๆ โดยไม่เอาผิดหรือลงโทษ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาต่อไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

-          ถ้ามี Action แล้วจะเกิดการชนะอุปสรรคได้อย่างไร

เกิดการชนะอุปสรรคได้โดย การอดทน พร้อมที่จะล้มเหลวและผิดหวัง หาความรู้หลายๆ ด้าน และใหม่ ค่อยๆ ทำเป็นขั้นตอน อย่ารีบร้อน สร้าง Innovation Culture ในองค์กร กล้าที่จะยอมรับในสิ่งเกิดขึ้น

ขอขอบคุณ ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์ คณะทำงาน และผู้อ่านทุกท่าน

 

 

น.ส.อรทัย  บุณยรัตพันธ์  เลขที่  50038010005

สวัสดีค่ะ กราบเรียน ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์ และอาจารย์ยม นาคสุขและท่านผู้อ่านทุกท่าน

ปัจจุบันเราอาจจะเคยได้ยินว่าโลกแบน ซึ่งในความเป็นจริงก็คงจะปฏิเสธไม่ได้เนื่องจากเป็น

ยุคที่มีการพัฒนาทุกด้านไม่ว่าด้านเศรษฐกิจ, สังคม, การศึกษารวมถึงการสื่อสารที่ไร้พรหมแดน ซึ่งแต่ละด้านจะต้องประกอบไปด้วยคนที่เป็นตัวขับเคลื่อนในการพัฒนา ดังนั้นทุกประเทศก็จะต้องมีการพัฒนาด้านทรัพยากรมนุษย์

แนวโน้มการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในศตวรรษที่ 21 หรือในอนาคตคนจะต้องมีลักษณะ

ต่อไปนี้ที่คนทุกองค์กรต้องการ คือ ความเป็นผู้นำ มีการศึกษา เมื่อสื่อสารแล้วทุกคนเข้าใจและจะต้องมีการวางแผนเป็นโดยทำงานภายใต้ความกดดันได้ และรู้จักบริหารความเครียด สามารถตัดสินใจถูกต้อง การทำงานต้องเป็นทีมจะต้องมีการวิเคราะห์ทุกครั้ง

เมื่อคนในองค์กรมีลักษณะที่ได้กล่าวมาผู้นำองค์กรควรจะนำวิธีฝึกอบรมและพัฒนาคนเก่ง ไม่

ว่าจะเป็นการสอนงานกับคนเก่ง มีผู้ฝึกสอนหรือคอยแนะนำแนวทาง เพื่อให้เกิดความสำเร็จในงาน, ให้คนเก่งฝึกอบรมหลักสูตรที่สอดคล้องกับความสามารถหรือการส่งคนเก่งไปพัฒนาอบรมนอกองค์กรนอกจากส่งคนเก่งพัฒนาแล้วอาจจะมอบหมายให้คนเก่งเป็นผู้สอนคนในองค์กรด้านการตัดสินใจ,ด้านการแก้ไขปัญหาเฉพาะด้าน, ด้านการสื่อสารและด้านการนำเสนองาน

องค์การที่มีทรัพยากรมนุษย์ที่เก่งแล้วก็จะต้องมีการวางแผนกลยุทธ์ทางด้านทรัพยากรมนุษย์

ควบคู่ไปด้วย เพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จ 8 ประการ  กลยุทธ์ที่มุ่งสู่องค์การสมรรถนะสูง จะต้องคำนึงถึงความต้องการของลูกค้า  โดยการวางแผนกลยุทธ์จะต้องมียุทธวิธีต่างๆ และเห็นถึงความสำคัญของผู้รับบริการ มีการวิเคราะห์และการจัดการด้านความรู้ การบริหารการพัฒนาทุนมนุษย์มีการพัฒนากระบวนการดำเนินงาน ต้องมีความพึงพอใจในทีมงานและผลประกอบการ มีวิสัยทัศน์ขององค์การที่ทำให้องค์การมุ่งสู่ความสำเร็จตามเป้าหมาย

ทรัพยากรมนุษย์ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ผู้นำประเทศหรือผู้นำองค์กรควรจะหันมาให้

ความสำคัญในการบริหารด้านทรัพยากรมนุษย์กันอย่างจริงใจ ถ้าองค์กรใดตื่นตัวก่อนก็จะได้เปรียบคู่แข่งไม่ว่าจะเน้นภาครัฐหรือภาคเอกชน เพราะปัจจุบันเราจะต้องไม่เน้น service mind หรือ out come mind แต่ต้องเน้น inter media  out come ด้วยจึงจะสามารถอยู่รอดภายใต้ความกดดันของยุคโลกาภิวัตน์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กราบเรียน ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์ และสวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน

ข้อ 1.

ตารางนำเสนออุปสรรและการสร้าง Innovation  Learning Organization และ HR  ในระบบราชการมีดังนี้

 

อุปสรรค

 

การสร้าง

 

 

1.ไม่เพิ่มพูนความรู้ ไม่ใฝ่รู้                                                       

2. ทำแต่ในกรอบที่กำหนด

3. การบริหารจัดการไม่ดี

4. ไม่มีการรวมกลุ่มเพื่อพูดคุยหรือแลกเปลี่ยนความ  

     คิดเห็น

5. ไม่คิดทำประโยชน์ให้กับสังคม

6. ไม่สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ

7. ไม่มีการพัฒนาที่ยั่งยืน

8. ไม่เปิดโอกาสให้คนเก่งและคนดี แสดงความรู้

     ความสามารถ

9.  ผู้นำไม่ให้ความสำคัญ

10. ภาครัฐ,ภาคเอกชนไม่ให้การสนับสนุน

 

 

1. มีความรู้ใหม่ สังคมการเรียนรู้ ใฝ่รู้

2. คิดนอกกรอบ

3. การบริหารจัดการที่ดี

4. มีการรวมตัวเป็นกลุ่ม เป็นสมาชิก

5. ทำให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม

6. มีความคิดสร้างสรรค์ที่แปลกใหม่

7. มีการพัฒนาที่ต่อยอดและยั่งยืน

8. เปิดโอกาสให้คนเก่งและคนดีแสดงความรู้

     ความสามารถ

9. ผู้นำให้ความสำคัญ

10.ภาครัฐ และภาคเอกชนให้การสนับสนุน

 

 

องค์กรของข้าพเจ้าเป็นองค์กรภาครัฐดังนั้นอุปสรรคที่สำคัญที่สุดคือผู้นำ  ไม่เปิดโอกาสให้

คนเก่งและคนดี แสดงความรู้ ความสามารถ ทุกวันนี้ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ภายในกรอบซึ่งมีผู้นำที่ขาดภาวะผู้นำ  บุคคลากรภายในองค์กรมีความรู้ความสามารถหลายด้านแต่ก็ไม่เคยนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร หรือต่อสังคมเลย น่าเสียดายที่ผู้นำองค์กรขาดทุนทางปัญญาในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่าที่สุด

 

ข้อ 2. ดูเทป Innovation  ได้กรณีศึกษาดังนี้

ในอดีตจนถึงปัจจุบันจะเห็นว่าโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ควบคู่กับโลกก็คือ

ทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งส่งผลให้คนต้องมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง  การพัฒนามีหลายด้านไม่ว่าด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจ ด้านการเมืองและด้านนวัตกรรม

นวัตกรรมอาจกล่าวได้ว่าเป็นกระบวนการคิดและทำขึ้นใหม่โดยใช้องค์ความรู้ใหม่ๆ ที่เป็น

ระบบประกอบกับมีความคิดสร้างสรรค์อันจะเป็นประโยชน์ต่อสังคม นวัตกรรมจะเกิดขึ้นได้ต้องประกอบด้วยทุนมนุษย์ ทุนทางปัญญา ทุนทางความรู้ ทักษะ ทัศนคติและทุนแห่งความยั่งยืน

ดังนั้นไอเดียใหม่ที่เกิดขึ้น เนื่องมาจากเกิดจากปัญหาต่างๆ แล้วคนต้องการจะแก้ปัญหา จึงเกิด

เป็นไอเดียใหม่โดยอาจจะสังเกตจากพฤติกรรมของคน จึงเป็นที่มาของนวัตกรรม ไอเดียใหม่ผสมกับความรู้ใหม่โดยการทดสอบหรือทดลองหลายๆ ครั้ง เพื่อให้เกิดนวัตกรรมหรือปรับปรุงแล้วนำเอานวัตกรรมมาใช้เมื่อเกิดอุปสรรคก็จะต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคหรือสมัยเพื่อจะได้นำนวัตกรรมมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมต่อประเทศและต่อโลก

สรุปนวัตกรรมที่ดี ควรมีการบริหารจัดการที่ดีโดยมีการรวมตัวหรือรวมกลุ่มเพื่อฟังความรู้

ความคิดใหม่ แล้วนำมาสรุปเพื่อจะได้ดำเนินการทดลองจะได้เกิดความสำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายและจะได้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมต่อไป

 

 

 

น.ส.ภัทรจิตรา  เขียวมีส่วน  เลขที่  50038010010

สวัสดีค่ะ กราบเรียนดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และอาจารย์ยม นาคสุข และสวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านค่ะ

จากการที่ได้เรียนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาและได้ศึกษาถึงหัวข้อดังต่อไปนี้ 

1.  ทิศทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ในศตวรรษที่ 21 (นับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นไป)

2.    การวางแผนกลยุทธ์ทางด้านทรัพยากรมนุษย์

ในปัจจุบันนี้อาจกล่าวได้ว่า "การสื่อสารที่ไร้พรหมแดน" นั้นเป็นเรื่องที่ไม่ไกลเกินจริงเลย

เพราะปัจจุบันได้มีการนำเครื่องมือสื่อสารเข้ามาเกี่ยวข้องในทุกรูปแบบของการดำเนินชีวิตของสังคมในมนุษย์เรา ยิ่งมนุษย์มีการพัฒนาการสูงมากเท่าไหร่ โลกมนุษย์ก็ยิ่งแคบลงทุกที่

สิ่งที่เกิดขึ้นในยุคโลกาภิวัตน์แห่งนี้ ทำให้เราได้รู้ถึงการพัฒนาที่ไม่อยู่นิ่งของมนุษย์ นับตั้งแต่

อดีตจนถึงปัจจุบัน มนุษย์ไม่เคยอยู่นิ่งในการพัฒนาตนเองเลยจะดูได้จาก องค์กรทุกองค์กรมีการตื่นตัวและสนับสนุนให้คนในองค์กรขวนขวายหาความรู้ให้ตนเองอย่างสม่ำเสมอและไม่อยู่นิ่ง ในทุกสังคมก็เช่นเดียวกัน ต้องการคนเก่ง และแค่เก่งยังไม่พอ ยังต้องเป็นคนดีอีกด้วย ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นยุคแห่งปัญญาดี นั้นเอง

การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทำได้หลายวิธีด้วยกัน คือ การเพิ่มทักษะ ความรู้และสมรรถนะ

อย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญผู้นำขององค์กร จะต้องผลักดันและให้การสนับสนุน เป็นอย่างดี ต่อบุคลากรเหล่านี้ด้วย เพราะถ้าเขาได้ทักษะและความรู้เพิ่มมากขึ้น ก็จะทำให้เกิดความชำนาญ และจะทำให้สามารถพัฒนาองค์กรของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกัน

เมื่อมีการพัฒนามนุษย์ ก็จะต้องมีการวางแผนโดยการใช้กลยุทธ์ คือ กระบวนการในการ

กำหนดภารกิจ และวัตถุประสงค์ โดยการกำหนดวิธีการที่เหมาะสม การปฏิบัติงานตามวิธีการที่กำหนดไว้ ที่สามารถนำไปสู่ความสำเร็จที่ตั้งใจไว้ได้  

 

กราบเรียน อาจารย์ ศ.ดร.จีระ   หงส์ลดารมภ์และสวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน

ข้อ 1.จากกรณีศึกษาอุปสรรคของนวัตกรรม องค์ความรู้ และทรัพยากรมนุษย์

1. ผู้นำ   ขาดการผลักดันให้เกิดความรู้ใหม่ๆ ในองค์กร ไม่สนับสนุนให้แสดงความคิดเห็น

2. งบประมาณ  ขาดปัจจัยที่จะสนับสนุนในด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย  และจำเป็นในโลกยุคปัจจุบัน

3. การสื่อสาร  การสื่อสารที่ไม่ดีจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่องค์กรเป็นอย่างมาก องค์กรจะสำเร็จหรือไม่ก็ขึ้นกับการสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญ

4. ทีมงาน  ไม่มีการสร้างเครือข่ายที่กว้างรอบรับต่อโลกปัจจุบัน สังคมแห่งการเรียนรู้มีน้อยมาก

ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าทั่วโลกให้ความสำคัญกับทรัพยากรมนุษย์เป็นอย่างมากจะเห็นได้จากการตื่นตัวของภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะภาครัฐ เริ่มจะให้ความสำคัญกับทรัพยากรมนุษย์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อาทิเช่น การส่งคนไปฝึกอบรม การส่งเสริมให้คนไปแสวงหาความรู้นอกระบบราชการ หรือการนำเครื่องมือทีทันสมัยของภาคเอกชนเข้ามาช่วยในการทำงานอย่างต่อเนื่อง

อุปสรรคในหน่วยงานของข้าพเจ้า คือ การสร้างเครือข่ายในการทำงานยังไม่มีประสิทธิผล

เท่าที่ควร ต่างฝ่ายต่างปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีการประสานงานซึ่งจะส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่องค์กรได้

 

ข้อ 2.  จากการที่ได้ดูเทปบันทึก ได้กรณีศึกษาดังนี้

นวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกันแต่ละประเทศ และนวัตกรรมที่ต่างกันในแต่ละประเทศ จะก่อให้เกิดความคิดที่สร้างสรรค์ และความรู้ที่เป็นระบบซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ดังนี้

1. ทรัพยากรมนุษย์จะต้องรู้รอบและรู้จริง

2.  การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในองค์กรอย่างต่อเนื่อง

3.  การเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปในทางที่ดี

ทั้ง 3 ข้อนี้ต้องเกิดจากการใช้ความรู้ ให้เกิดความสร้างสรรค์ขึ้นมาในองค์กร  และในโลกยุค

ปัจจุบันด้วยการคิดนอกกรอบเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องคิดและทำให้เกิดความสำเร็จ  อย่าก่อให้เกิดความล้มเหลว ซึ่งขึ้นอยู่กับการจัดการ กระบวนการตัดสินใจ และการมีการบังคับบัญชาที่ดีจากผู้ผลักดันหรือผู้สนับสนุนในองค์กร นั้นก็คือ ผู้นำ นั้นเอง

 

จากการเรียนเมื่อวันเสาร์ที่  23 กุมภาพันธ์  2551 เรื่อง

เทรนด์ใหม่ของโลก  ทิศทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ในศตวรรษที่ 21 

       อาจารย์ยม ได้ให้  high light ไว้ว่า ไม่มีองค์กรใดจะประสบ

 ความสำเร็จได้โดยไม่ใส่ใจเรื่อง คน การบริหารงานที่ดีต้องมีการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ รวมทั้ง โมเดลการพัฒนาการอบรมและรูปแบบการพัฒนาคนเก่ง 5 ขั้นตอน

1.    การประเมินความรู้และทักษะ

2.    การวิเคราะห์

3.    การวางแผนพัฒนา

4.    การดำเนินการตามแผน

5.    การประเมินความก้าวหน้า

     สมรรถนะหลักของผู้นำในยุคปัจจุบัน แบ่งเป็น 4 กลุ่ม

        1.    สมรรถนะในการบริหารคน

-        ทักษะการสื่อสาร  คือการสื่อสาร 2 ทาง ให้มีประสิทธิภาพ

-        การมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี

2.    สมรรถนะในความรอบรู้ทางการบริหาร

-        การบริหารการเปลี่ยนแปลง 

-        การมีจิตมุ่งบริการ

-   การวางแผนกลยุทธ์

          3.    สมรรถนะในการบริหารอย่างมืออาชีพ

-        การตัดสินใจ 

-        ความเป็นผู้นำ

-        การคิดเชิงกลยุทธ์

4.    สมรรถนะการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์

                -       การทำงานให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ 

-        การบริหารทรัพยากร

-        การบริหาร CEO

     วิธีการพัฒนาคนในอนาคต ทำอย่างไร ?

                วิธีการฝึกอบรม และพัฒนาคนเก่ง มี 15 วิธี  แต่ขอยกตัวอย่าง

มา 5 วิธี

 1.     การสอนงาน เป็นกลยุทธ์ที่ใช้เพื่อการพัฒนา คนเก่ง  ใช้ในกรณีที่คนเก่ง ต้องการมีที่ปรึกษา มีครู  ผู้ฝึกอบรม และผู้แนะแนวทาง ที่ประสบความสำเร็จมาช่วยเหลือในการสอนงาน เพื่อให้สำเร็จในงานที่ทำ

2.     การมอบหมายให้คนเก่งเป็นผู้สอน เป็นรูปแบบการเรียนรู้อีกรูปแบบหนึ่ง  โดยให้คนเก่งเข้าไปสอนงานให้กับผู้อื่น เป็นการฝึกให้เป็นผู้เชี่ยวชาญไปในตัว

3.     การพัฒนาในลักษณะการให้เรียนรู้ด้วยตนเอง  โดยใช้เวลาว่างในการอ่านหนังสือ การเปิดโลกในอินเตอร์เน็ต ที่องค์กรแนะนำเพื่อเพิ่มความรู้และทักษะ  เพราะคนเก่งมักเป็นผู้กระตือรือร้น มีแรงจูงใจในการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา

4.     การสอนทักษะการสื่อสาร  สร้างความเชื่อมั่น  สร้างภาวะผู้นำ เน้นประสบการณ์ สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้

5.     การส่งคนเก่งไปรับการพัฒนาอบรมจากภายนอกองค์การ  เป็นระยะสั้น ๆ ประมาณ 2 - 3 วัน เพื่อกลับมาพัฒนาองค์การและคนในองค์การ

การจัดการเชิงกลยุทธ์ 8 เรื่อง  

1.     ความต้องการของลูกค้า

2.     การวางแผนกลยุทธ์ ยุทธวิธี

3.     การให้ความสำคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้เสีย

4.     การวัดผล การวิเคราะห์และการจัดการความรู้

5.     การบริหารการพัฒนาทุนมนุษย์

6.     การพัฒนากระบวนการ

7.     ความพึงพอใจของลูกค้า ความพึงพอใจของทีมงานและผลประกอบการ 

8.  วิสัยทัศน์  พันธกิจ วัตถุประสงค์ขององค์การ

           

 

น.ส.จารุวรรณ  ตันไชย  รหัส  500380100015

สวัสดีค่ะ  กราบเรียน  ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์  อาจารย์ยม  นาคสุข  และผู้อ่านทุกท่าน

จากที่ได้เรียนกับอาจารย์ยม  ทำให้ได้รับความรู้มากมาย  และได้แนวคิดใหม่ๆ  ที่สามารถ

นำมาประยุกต์ใช้ในการทำงานได้  และทำให้เรามีการพัฒนาตนเองมากขึ้นในทุกๆ ด้าน

สิ่งที่ได้เรียนกับอาจารย์ยม  นาคสุข

 ในโลกปัจจุบันมีการแข่งขันสูง  องค์กรใดมีความเข้มแข็งก็จะสามารถอยู่รอด  การที่

องค์กรจะเข้มแข็งได้นั้น  ต้องอาศัยคนเป็นตัวขับเคลื่อนนำพาองค์กรไป  ก็คือ  ทรัพยากรมนุษย์นั่นเอง  และการที่จะบริหารทรัพยากรมนุษย์ให้มีประสิทธิภาพ  และเกิดประโยชน์สูงสุดนั้น  ไม่ใช่เรื่องง่าย  เป็นเรื่องที่ทุกองค์กรควรคำนึงถึง 

ารวางแผนกลยุทธ์ทางด้านทรัพยากรมนุษย์  เป็นขั้นตอนแรกที่ต้องทำ  เพราะการที่จะทำ

สิ่งใดนั้น  จะต้องมีการวางแผนเป็นลำดับขั้นตอน  เพื่อให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์  พันธกิจ  และบรรลุตามวัตถุประสงค์ขององค์กร  ก่อนอื่นนั้นเราจะต้องใส่ใจตั้งแต่พนักงานก้าวเข้ามาสมัครงาน  เมื่อเข้ามาร่วมงานกับเราแล้ว  จะต้องรู้วิธีรักษาคนให้อยู่กับองค์กร  ตั้งแต่การให้ทำงานที่ตนถนัด  ฝึกอบรม  พัฒนาทุนมนุษย์กระตุ้นให้เกิดองค์ความรู้  ค่าตอบแทน  สวัสดิการต่างๆ  สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลให้พนักงานเกิดการรักองค์กร  ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับองค์กรอย่างเต็มที่  และอยากพัฒนาองค์กร

การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์นั้น  องค์กรต้องมีการพัฒนาตลอดเวลา  และต่อเนื่อง  ทิศ

ทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในศตวรรษที่ 21 นั้น  จะต้องเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้  และทำอย่างเป็นระบบ  คือ  อันดับแรกควรจะมีการประเมินความรู้  และทักษะของพนักงานก่อนว่าอยู่ในระดับใด  เก็บข้อมูลมาวิเคราะห์  และวางแผนพัฒนาว่าควรพัฒนาด้านใดบ้าง  แล้วดำเนินการตามแผนที่วางไว้  หลังจากนั้น  ต้องมีการประเมินความก้าวหน้าว่าเมื่อมีการอบรมมาแล้ว  นำมาใช้บ้างหรือไม่  การทำงานมีการพัฒนาไปมากน้อยเพียงใด  ดูได้จากผลงานที่ออกมา  ส่วนในด้านของผู้นำนั้น  ก็จะต้องมีสมรรถนะในหลายด้านด้วยกัน  สมรรถนะหลักของผู้นำในยุคปัจจุบันที่จะต้องมีคือ  สมรรถนะในการบริหารคน  สมรรถนะในความรอบรู้ทางการบริหาร  สมรรถนะในการบริหารอย่างมืออาชีพ  สมรรถนะการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์

จากที่กล่าวมาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์นั้น  เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง  และจะต้องพัฒนา

ตลอดเวลา  ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการบริหารงานด้านอื่นๆ  นอกจากการพัฒนาแล้ว  ต้องนำมาคิดวิเคราะห์ต่อยอด  เพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่ม  (VA LUE  ADDED)

                               

 

 

 

 

 

น.ส.จารุวรรณ  ตันไชย  รหัส  500380100015

สวัสดีค่ะ  กราบเรียน  ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์  และผู้อ่านทุกท่าน

ข้อ 1   

  HR      ------->       Learning  Organization    --------->  Innovation

 

จะสังเกตได้ว่า  ทั้ง  3  ส่วนนั้นเกี่ยวข้องกันเป็นลำดับ  HR  ( ทรัพยากรมนุษย์ )  มีการเรียนรู้ในองค์กร 

( Learning  Organization )  แล้วนำองค์ความรู้มาสร้างนวัตกรรมใหม่  ( Innovation )  มีความคิดสร้างสรรค์  ใช้ความรู้ให้เกิดประโยชน์

อุปสรรคในการสร้าง  Innovation  และ  Learning  Organization  และ  HR  ในระบบราชการ

-          ผู้นำไม่มีทักษะในด้านนี้  และไม่สนับสนุน  ไม่เปิดโอกาส

-          ยึดติดกับกฎ  ระเบียบต่างๆ

-          บุคลากรไม่กระตือรือร้น  ไม่มีความคิดสร้างสรรค์  ไม่ใฝ่รู้  ทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม  จึงไม่

เกิดการพัฒนา

-          ไม่นำองค์ความรู้ที่ได้รับการพัฒนามาไปปฏิบัติจริง

-          IT  ที่รองรับไม่เพียงพอ  และผู้ใช้ยังไม่มีความชำนาญ

Example

                                ปัจจุบันข้าพเจ้าทำงานที่  กองแพทย์หลวง  สำนักพระราชวัง  ทำงานในด้านธุรการ  เกี่ยวข้องกับเอกสาร  และการใช้  IT  เข้ามาเป็นเครื่องมือในการทำงาน  สำหรับข้าพเจ้าเองนั้นถือได้ว่าชำนาญในระดับหนึ่ง  แต่อยากที่จะศึกษาเพิ่มเติมให้มากขึ้น  ทางสำนักพระราชวังก็เล็งเห็นถึงความสำคัญในด้านนี้เช่นเดียวกัน  ไดเปิดอบรมด้าน  IT  สำหรับเจ้าหน้าที่ในสังกัดได้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปอบรม  ปีละ  2  ครั้งด้วยกัน               

 

ข้อ 2  ดูเทป  Innovation  แล้วได้อะไรบ้าง

                                Innovation  คือ  นวัตกรรม  การทำสิ่งใหม่  การสร้างความรู้  ความรู้นั้นต้องเป็นระบบ

 ( System  thinking )  การใช้ความรู้ให้เกิดประโยชน์  มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  คิดนอกกรอบ  สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับ  IT  และต้องมีการปฏิบัติจริง

 

    ความรู้ใหม่  ----------> นำไปทำ   ------------>     ทำให้เกิดประโยชน์

 

                -      ทำให้ทราบแนวทางในการนำไปประยุกต์ใช้กับองค์กร

-          Innovation  จะเกิดขึ้นได้ต้องมีการคิด  แล้วนำไปปฏิบัติจริง  และต่อเนื่อง

-          เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกองค์กร  ถ้ามีการปฏิบัติอย่างจริงจัง  และเป็นระบบ

-          ทำให้เกิดโครงการใหม่ๆ  และเป็นการเพิ่มศักยภาพให้กับตนเองและองค์กรได้

 

เรียนท่าน ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์  อาจารย์ผู้สอนทุกท่านคณะทีมงาน นักศึกษา รปม. รุ่น 4 และผู้อ่านทุกท่าน 

 ข้อ  1.  อุปสรรคในการสร้าง Innovation และ Learning Organization  และ HR  ในระบบรามีอะไรบ้าง  ให้ยกตัวอย่าง ในองค์กรของท่าน                                           

          ในกระแสของการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจมีการแข่งขันในลักษณะก้าวเข้าสู่องค์กรที่ไร้พรมแดนมากขึ้นทุกขณะ โดยเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือการสื่อสารต่าง ๆ ส่งผลให้องค์กรต้องมีการปรับเปลี่ยนในหลายเรื่อง และกระแสของการเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัฒน์ ทำให้องค์กรจำเป็นต้องปรับทั้งองค์กร และทรัพยากรบุคคลในองค์กรด้วย  ดังนั้น การบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่ถือว่าเป็นกุญแจสำคัญขององค์กร ประการหนึ่งก็ได้รับผลกระทบและจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแนวคิดและแนวปฏิบัติในการบริหารงานเพื่อไปให้ทันกับกระแสโลกาภิวัฒน์

          Innovation  นวัตกรรม  คือ การนำเสนอสิ่งใหม่ ๆ ที่ยังไม่มีใครนำเสนอมาก่อน เพื่อสร้างความแตกต่างอันเป็นเอกลักษณ์จากสินค้าและบริการอื่น ๆ ในอนาคต                              

          จุดเริ่มของนวัตกรรมมักจะมาจากการที่ "บุคลากร" ในองค์กรมีความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) ความคิดสรรค์ คือ การที่บุคลากรมีการคิดออกนอกกรอบเดิมที่เคยทำอยู่อย่างสม่ำเสมอ ทำให้สามารถสร้างความแปลกใหม่แตกต่างจากเดิมมากขึ้น และความคิดที่แปลกใหม่นี้จะนำไปสู่นวัตกรรมในที่สุด ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมในกระบวนการดำเนินงาน หรือนวัตกรรมในตัวสินค้าและบริการ หลายครั้งที่เป็นบ่อเกิดของความคิดสร้างสรรค์เหล่านั้นได้รับอิทธิพลโดยตรงจาก "วัฒนธรรมองค์กร" นั่นเอง

          Learning Organization  องค์กรแห่งการเรียนรู้ มีการคิดอย่างเป็นระบบ ความเป็นตัวของตัวเอง มีแบบฉบับความคิด สร้างวิสัยทัศน์ร่วมกัน และมีการเรียนรู้ร่วมกัน และจะเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ไปมิได้ถ้าองค์กรมิได้มีการกระจายอำนาจการตัดสินใจ องค์กรแห่งการเรียนรู้ต้องเป็นองค์กรที่ไม่มีการรวมศูนย์การตัดสินใจ

         Human resource ทรัพยากรมนุษย์ เป็นบุคคลซึ่งมีความพร้อม มีความจริงใจ และสามารถที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายขององค์การ หรือเป็นบุคคลในองค์การที่สามารถสร้างคุณค่าของระบบการบริหารงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการได้ ดังนั้นองค์การจึงมีหน้าที่ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เพื่อให้ปฏิบัติงานจนบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ ซึ่งต้องใช้การวางแผนเชิงกลยุทธ์ด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์เข้ามาช่วย

        ดังนั้น HR จึงมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาองค์กรให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้

        การบริหารทรัพยากรมนุษย์ในระบบราชการจะยึดแนวปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ต่าง ๆ ซึ่งจริง ๆ แล้วการปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลแห่งความสำเร็จนั้นอาจเกิดได้ยาก เนื่องจากมีอุปสรรค ดังนี้

        1.  ระบบราชการจะมีผู้นำหรือผู้บริหารที่เป็นแบบเก่า คือ จะใช้วิธีการสั่งการและควบคุม

        2.  ขาดสิ่งกระตุ้นที่จะทำให้บุคลากรเกิดการคิดสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมาในองค์กร

        3.  ขาดงบประมาณในการสนับสนุนสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้น

        4.  องค์กรขาดความเชื่อมั่นในความสำคัญของนวัตกรรมใหม่ ๆ

        5.  บุคลากรขาดองค์กรแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน

        6.  ยึดติดกับวัฒนธรรมองค์กรแบบเดิม ๆ ไม่รู้จักคำว่า คิดใหม่ ทำใหม่

        7.  ขาดเครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัยที่จะทำให้บุคลากรได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ

        8.  ขาดการปลูกผังเรื่องการพัฒนานวัตกรรมให้เป็นค่านิยมในการปฏิบัติงาน เนื่องจากต้องปฏิบัติตามกฎ ระเบียบที่วางไว้

        ตัวอย่างในองค์กรที่ข้าพเจ้าปฏิบัติงานอยู่ไม่มีการสนับสนุนให้คิดหรือทำสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมาให้เป็นรูปธรรม เนื่องจากถูกครอบงำทางความคิด และการที่ไม่ได้รับการเปิดโอกาสจากผู้บริหาร ประกอบกับเป็นหน่วยงานราชการที่ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ค่อยมีสิทธิ์ในการตัดสินใจด้วยตนเอง จึงไม่ก่อให้เกิดองค์กรแห่งการเรียนรู้

        ทั้งนี้ควรให้บุคลากรมีความเป็นอิสระทางความคิด และอำนาจลองผิดลองถูกกับวิธีการ หรือไอเดียใหม่ ๆ ที่บุคลากรคิดค้นขึ้นมา และต้องสื่อสารกันอย่างชัดเจนกับบุคลากรว่า หากเกิดความผิดพลาดในการคิดสิ่งใหม่ ๆ เหล่านั้น จะไม่เอาผิดหรือลงโทษ แต่จะนับเป็นการลงทุนเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ และพัฒนาต่อไป ซึ่งจะต้องขึ้นอยู่กับผู้บริหารระดับสูงที่จะต้องผลักดัน และสนับสนุนอย่างจริงจังเพื่อนำไปสู่ความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ยั่งยืน

ข้อ 2. จากการดูเทปการสนทนา Innovation  ระหว่าง  ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และคุณศุภชัย  หล่อโลหการ  ผู้อำนวยการสำนักงานวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.)  กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยทั้งสองท่านได้พูดถึง  HR and Innovation

          คุณศุภชัย  หล่อโลหการ ได้กล่าวถึงนวัตกรรมออกเป็น  3  เรื่อง คือ

          1.  คำจำกัดความของ นวัตกรรม Innovation  คือ 

                    -  นว + กรรม  คือ การทำสิ่งใหม่ ๆ  นว  แปลว่า  ใหม่  กรรม  แปลว่า การทำ 

                    -  ต้องมีการใช้ความรู้ และคิดสร้างสรรค์

                    -  ต้องมีประโยชน์ต่อสังคม ต้องมีผู้บริโภคเข้ามาเกี่ยวข้อง

         2.  ความสำคัญของนวัตกรรม

         3.  การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์  ในเรื่องของการพัฒนาทรัพยากรบุคคลเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

          นวัตกรรม คือ สิ่งใหม่ ๆ ที่ต้องมีการใช้ความรู้ และความคิดสร้างสรรค์มาเป็นเครื่องช่วยให้เกิดความสำเร็จ ซึ่งการทำอาจจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จก็ได้ แต่หากประเทศใดไม่ทำก็อาจเจ๊งแน่ ๆ แต่จะเจ๊งเมื่อไรนั่นแหละ เหมือนกับเรือถ้าไม่พายก็อยู่นิ่ง เราจะอยู่รูปแบบเดิม ๆ ไม่ได้ ต้องมีเทคนิคใหม่ ๆ เพื่อจะทำให้เราก้าวล้ำ 

          อาจารย์จีระ  กล่าวว่า นวัตกรรม ต้องเป็นสิ่งใหม่ ๆ แล้วนำไปทำ แล้วทำให้เกิดประโยชน์ และความคิดใหม่ ๆ ไม่ได้มาจากการวิจัย และคนไทยส่วนใหญ่ชอบฟัง แล้วก็นำไปขึ้นหิ้ง  และอาจารย์กล่าวว่า ไม่ต้องการให้ บุคลากร ทำงานประจำอย่างเดียว และได้กล่าวถึง ทฤษฏี 3 C คือ

C แรกคือ คนไทยไม่ชอบ change หรือการเปลี่ยนแปลง 
C ที่สองคือ คนไทยไม่ชอบทำอะไรโดยมองไม่ถึงลูกค้า             C สุดท้ายคือ คนไทยที่เป็นหัวหน้าหรือผู้นำไม่ค่อยฟังลูกน้อง มักจะคิดว่าฉันรู้แล้ว ชอบทำตัวเป็นผู้สั่งการ Command and control

         อาจารย์จีระ จะเป็นคนสอน หรือผู้สอน รู้ว่าจะมีการเรียนรู้ได้อย่างไร คือเป็นต้นทาง ส่วนคุณศุภชัย เป็นปลายทาง คือเป็นการปฏิบัติ

         สังคมไทยต้องหันมามองตัวเอง คนไทยต้องมีองค์กรแห่งการเรียนรู้ ไปสู่ประโยชน์ สู่มูลค่าเพิ่ม สำหรับข้าราชการสิ่งแรกที่ต้องมีคือ ต้องมีสังคมแห่งการเรียนรู้ ลูกน้องต้องมีส่วนในการแนะนำเจ้านาย ระบบราชการ ถ้าไม่มีการสร้างนวัตกรรม และขาดองค์กรแห่งการเรียนรู้ ก็ยังอยู่เหมือนเดิม แต่หากเป็นระบบเอกชนก็เจ๊ง

          อย่างไรก็ตามในการสร้าง Innovation ได้นั้น บุคลากรจะต้องได้รับการสนับสนุน สร้าง หรือกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ จาก ผู้นำ ที่ไม่ยึดตามกรอบเดิม ๆ ต้องลองผิดลองถูกกับสิ่งใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้น พร้อมที่จะรับกับการเปลี่ยนแปลง ประกอบกับการใช้ทฤษฏี 5K's ของท่านอาจารย์จีระ ในการจัดการทรัพยากรมนุษย์จึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยในเรื่องของการจัดการนวัตกรรมได้เป็นอย่างดีเพื่อนำมาพัฒนาองค์กรและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์นั่นเอง และเพื่อให้ก้าวล้ำกับการเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัตน์

          และท้ายนี้ขอขอบพระคุณท่าน ศ.ดร. จีระ  หงส์ลดารมภ์  และอาจารย์ผู้สอนทุกท่าน ที่ได้ประสิทธิ์ประสาธน์วิชาความรู้ให้กับพวกเราชาว รปม. รุ่น 4 ทุกท่าน ได้เกิดการใฝ่รู้ และกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ยิ่งขึ้น

เรียน  ศ.ดรจีระ   หงส์ลดารมภ์  และท่านผู้อ่านทุกท่าน

       ก่อนอื่นต้องขออภัยเป็นอย่างสูงที่ส่ง  blog  ล่าช้าเป็นอย่างมาก  เหตุผลชี้แจงนั้นอาจเหมือนเป็นข้อแก้ตัว  ดังนั้นจึงขอน้อมรับข้อผิดพลาดนี้ไว้โดยบริสุทธิ์ใจค่ะ

1.  จากบทสนทนาของสตรีผู้นำระดับปลัดกระทรวงและนักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้

     ความเหมือน

      1.  ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

      2.  มีทฤษฎีในการไล่ล่าความเป็นเลิศทุนมนุษย์  เป็นของตนเองและมีความสอดคล้องกัน

      3.  มีการเพิ่มพูนความรู้อยู่เสมอ  ไม่เคยหยุดนิ่ง

      4.  ได้พิสูจน์ให้ชาวต่างชาติเห็นแล้วว่า  สมองคนไทยไม่แพ้ชาวต่างชาติ

      ความแตกต่าง

       1.  บทบาทที่มีต่อแนวคิดในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

            อ.จีระ  เป็นผู้บุกเบิกก่อตั้ง  ผลักดัน  ในการสร้างประโยชน์เพื่อส่วนรวม  ทั้งระดับรากหญ้าจนถึงระดับสากล

             คุณหญิงทิพาวดี  : เป็นผู้นำแนวคิดไปปฏิบัติในส่วนงานของตนเองจนประสบผลสำเร็จ

        2.  ทฤษฎี 8 His และ  8 K , s  มีความแตกต่างกัน  คือ  Health : Digital  Capital  จะเห็นได้ว่า  Health  ได้เป็นส่วนหนึ่งของ  Human  Capital  ในขณะที่ 8 H , s ไม่มีในส่วนของทุนทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

Apply

       ที่ผ่านมาหนูทำงานไปโดยไม่มีจุดมุ่งหมาย  ไม่รู้ความต้องการของตนเอง  แต่วันนี้ โป๊ะเชะแล้วค่ะ  สิ่งที่ถามตัวเองมาตลอด  มีคำตอบแล้วค่ะ

       สิ่งสำคัญที่สุดคือ  เราต้องรู้จักตัวเอง  รู้ความต้องการของตัวเอง  แล้วจึงหาทางเดินให้ตัวเองไปถึงจุดหมาย  ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมณ์  เป็นผู้กระตุ้นให้รู้จักจุดประกายความฝัน  ความหวัง  และเส้นทางเด่นให้ลูกศิษย์คนนี้ได้แล้วค่ะ

        เมื่อมีคำตอบในตัวเองแล้ว  ตอนนี้หนูกำลังพยายามอย่างสุดกำลังที่จะเปลี่ยนเส้นทางเดินของตัวเอง  เพื่อไปสู่จุดหมายของชีวิต  และคิดว่าจะต้องทำให้ได้ด้วยค่ะ

                                                  ขอขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ

2.  จากผลวิเคราะห์ผู้นำ  ของศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมณ์  จาก University  of  washing ten  แล้วนำมาทำการวิเคราะห์ความเป็นผู้นำของตนเอง  ได้ดังนี้

        1. Character

             -  มีความซื่อสัตย์

             -  มีความจริงใจ

             -  มีความมุ่งมั่น

         2.  Leadership  skill

              -  การเจรจา  สิ่งสำคัญที่สุดที่ใช้คือ  พูดความจริง  และจริงใจ  ตรงไปตรงมา  ไม่พูดเพ้อเจ้อ  พูดแล้วไม่น่าเชื่อถือ  จะไม่ทำ

         3.  Leadership  process

              ปัจจุบัน  เลือกกตัญญูต่อมารดา  ทำในสิ่งที่ท่านภาคภูมิใจ  อนาคตอันใกล็มุ่งศึกษา  ปฏิบัติ  ทำนุบำรุงและเผยแผ่พระพุทธศาสนา
         4.  Leadership  Value 

             ปัญหาที่พบในหน่วยงานก็คือ  รองผู้อำนวยการที่สังกัดเป็นผู้นำโดยตำแหน่งไม่สามารถแก้ปัญหาให้ลูกน้องได้เลย  แต่ไม่ได้รับศรัทธาจากลูกน้อง  เนื่องจาก  สั่งแต่สอนไม่ได้  ข้าพเจ้าจึงต้อง trust  โดยไม่รู้ตัว  ในการช่วยผู้ใต้บังคับบัญชาแก้ปัญหา  หรือถ้าเกินความสามารถก็จะปรึกษาผู้อำนวยการโดยตรง  ผู้ใต้บังคับบัญชาจึงให้ความไว้วางใจตัวข้าพเจ้าในหลายครั้งที่ผ่านมา

3.  ความประทับใจเกาะล้าน

      คือความใกล้ชิดของเพื่อน  ความเป็นกันเอง  ความเอื้อาทร  ความหวังดี  ความเสียสละอันมีค่าของอาจารย์ที่ให้ต่อพวกเรา รปม.รุ่น  4 นี้ได้เรียนรู้และศึกษาในโลกของความเป็นจริง  เรียนรู้จากสถานที่จริง  ข้าพเจ้ามีความประทับใจมาก  ยอมรับโดยตรงว่า  3  ชั่วโมงแรกในห้องเรียน  รู้สึกว่าอาจารย์ค่อนข้างดุมาก  แต่เพียงแค่  3  ชั่วโมงผ่านไปทำให้รู้ว่าสิ่งที่เห็นไม่เป็นอย่างที่คิด  หลังจากนั้นความศรัทธามหาศาลได้เกิดขึ้นในใจค่ะ

       ถึงแม้ว่าเวลาในการไปดูงานที่เกาะล้านในครั้งนี้จะค่อนข้างน้อยแต่ก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ทำให้พวกเราเรียนรู้ซึ่งกันและกันทั้งในบทเรียนและนอกบทเรียน  ซึ่งมันมีค่ามาก  ที่สำคัญคือได้ประสบการณ์อันแปลกใหม่ที่บางคนก็ไม่เคยเห็นมาก่อน  ซึ่งล้วนเป็นการสอนของอาจารย์ตั้งแต่การบริหารจัดการในองค์กรอย่างไร  ผู้นำอย่างไร  สมาชิกควรเป็นอย่างไร  ความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจ  การมีส่วนร่วม  คอยช่วยเหลือด้วยน้ำใจ  เอื้อาทรกันระหว่างสมาชิก  เป็นการเรียนรู้ที่ไม่ยอมหยุดนิ่ง  ทั้งหมดนี้  เป็นการสอนนอกตำรา  สอนให้เรียนรู้ด้วยตนเอง  โดย อ.จีระ  หงส์ลดารมณ์

ขอบคุณค่ะ

 

สวัสดี ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ อาจารย์ยม นาคสุข สวัสดีเพื่อนๆ รปม.รุ่น 4 และท่านผู้อ่านทุกท่าน จากการเรียนใน วันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ โดยการสอนของอาจารย์ยม ที่ได้ให้ความรู้และสอนให้เรียนรู้มากมาย

 

ในการเรียนช่วงเข้า ได้ศึกษา เรื่อง ทิศทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในศตวรรษที่ 21

 

ได้ความรู้ในด้านการพัฒนา "คนเก่ง" ให้อยู่ในสังคมได้อย่างสมบูรณ์แบบ และมีประสิทธิภาพโดยการจะพัฒนาคนนั้นจะต้องมีการวางแผนในการพัฒนา และต้องประเมินความก้าวหน้าเพื่อพัฒนาให้คนเก่งนั้น เป็นผู้นำอย่างสมบูรณ์แบบและมีประสิทธิภาพ

 

ในการเรียนช่วงบ่าย ได้ศึกษา เรื่อง การวางแผนกลยุทธ์ (ยุทธศาสตร์) ทางด้านทรัพยากรมนุษย์

 

ได้รับความรู้เกี่ยวกับ การจัดการเชิงกลยุทธ์ เพื่อมุ่งสู่องค์การสมรรถนะสูงโดยวิธีการที่ได้รับความรู้มา สามารถดำเนินงานตามแผนงาน เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ขององค์การ ซึ่งในการกำหนดกลยุทธ์นั้นต้องพัฒนาทุกระดับอย่างเป็นระบบ

 

 ความรู้ทั้งหมดที่ได้รับมาจากการเรียนการสอนสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันและในองค์การที่ทำงานอยู่ได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพ

 

ท้ายสุดนี้ขอขอบคุณท่านอาจารย์ยม ที่ให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์มากแก่นักศึกษา และจะนำความรู้ที่ได้มามาประยุกต์และปฏิบัติในการทำงานเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขอขอบพระคุณมากค่ะ

 

  • พระมหาวิทยา นางวงค์ รปม.รุ่น ๔ รหัส ๕๐๐๓๘๐๒๐๐๐๓
    IP: xxx.9.188.97
    เขียนเมื่อ 

เจริญพร ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์ อ.ยม นาคสุข และท่านผู้อ่านทุกท่าน ฯ

ข้อที่ 1. ครั้งนี้ท่านอาจารย์ ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ ได้มอบหมายงานคือ ให้กล่าวถึงอุปสรรค ในการสร้าง  Innovation, Learning Organization และ HR ในระบบราชการไทย  

 

Innovation

 

Innovation หมายถึง นวัตกรรม, สิ่งใหม่, วิธีการใหม่, การนำสิ่งใหม่หรือวิธีการใหม่ ๆ เข้ามา โดยในที่นี้ก็จะมุ่งเน้นคำว่า นวัตกรรมในด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดมีในองค์กรของภาครัฐ ในระบบราชการทั้งหน่วยงานใหญ่และหน่วยงานย่อยทั้งหมด  

 

          ซึ่งอาตมภาพเองก็ไม่ได้ทำงานอยู่ในระบบราชการและไม่เคยสัมผัสเรียนรู้ในระบบราชการ ก็จะอาศัยการสอบถามจากผู้รู้และอาศัยการฟังการอ่านจากสื่อต่าง ๆ แล้วนำมาประมวลพอได้ใจความ พร้อมกับยกกรณีตัวอย่างขององค์กรหนึ่งมาประกอบในตอนท้ายของรายงานชิ้นนี้ด้วย

           

           คำว่า Innovation นี้หมายถึง นวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์บ้าง ด้านการบริการ ด้านกระบวนการทำงาน หรือรูปแบบธุรกิจ เพื่อสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจ เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กรทั้งองค์กรใหญ่น้อยทั้งหลาย หรือแม้แต่ในระบบราชการเองก็เช่นกัน ถ้าหากมีการสร้างหรือสนับสนุนให้ข้าราชการทุกระดับสร้าง Innovation Learning Organization และ HR ให้เกิดมีในระบบราชการ ในหน่วยงานแต่ละหน่วยงานแล้ว มูลค่าเพิ่มที่จะเกิดกับหน่วยงานราชการย่อมมีมากมายจะคณานับ ทำให้หน่วยงานราชการเป็นหน่วยงานที่มีประสิทธิภาพ แต่อย่างว่า เท่าที่เราท่านทั้งหลายทราบกัน คือ ในหน่วยราชการส่วนมาก ข้าราชการเป็นข้าราชการเช้าชาม เย็นสองชาม ทำงานให้พ้นไปวัน ๆ จะมีสักเท่าไรที่จะทำงานอย่างจริงจัง จะมีสักเท่าไรที่ทำงานด้วยจิตสำนึกของความเป็นข้าราชการ และทำด้วยจิตสำนึกเพื่อมุ่งบริการอย่างแท้จริง ที่กล่าวเช่นนี้มิได้กล่าวให้ร้ายข้าราชการผู้อ่านทั้งหลายแต่อย่างใด แต่กล่าวเชิงคำถามว่า จะมีสักเท่าไรที่ทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

 

ฉะนั้น อุปสรรคในการสร้าง Innovation Learning Organization และ HR ในระบบราชการ ทั้ง 3 ส่วนนี้  อาตมภาพจะมองเป็นเบื้องต้น คือ

-           ผู้นำในองค์กร และผู้นำในหน่วยงานราชการ ว่าเป็นอย่างไร ผู้นำเป็นผู้มีวิสัยทัศน์หรือไม่ เป็นผู้ใฝ่รู้หรือเปล่า เป็นผู้ขวนขวาย มุ่งความเป็นเลิศและจริงจังกับการทำงานหรือไม่เพียงไร หรือว่าจะเป็นประเภทเช้าชาม เย็น 3 ชาม ก็จบกัน ทั้งยังเป็นผู้นำที่ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงในหลาย ๆ ด้าน ยังยึดติดกับความคิดเก่า ๆ ระบบเก่า ๆ ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของข้าราชการผู้น้อย ได้แต่คิดว่า ของเก่าดีอยู่แล้ว หรือที่คิดใหม่มานี้ ไม่เคยปฏิบัติมาก่อนไม่เคยทำมา แล้วพยายามหาข้ออ้างต่าง ๆ อ้างระเบียบอ้างหลักวิชาการมากมายนานาประการ เหล่านี้ล้วนทำให้องค์กรหรือหน่วยราชการต่าง ๆ ไม่เจริญก้าวหน้า หยุดอยู่กับที่ ไม่ทันโลกภายนอก ฯ  

ข้อควรปฏิบัติ คือ ผู้นำต้องเป็นผู้ใฝ่รู้ เป็นผู้ให้ คือให้โอกาส ให้อิสระทางความคิด และรับฟังความคิดเห็นผู้อื่นอยู่เสมอ ไม่ยึดติดรูปแบบเก่า ๆ ยอมรับทัศนคติผู้อื่นและยอมรับการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ  

 

-           ในหน่วยราชการมักใช้ระบบอุปถัมภ์ ในการจัดซื้อจัดจ้าง และการจัดคนเข้าทำงานหรือเลื่อนขั้น ส่งผลทำให้ข้าราชการที่เก่งมีความรู้ความสามารถไม่สามารถแสดงความสามารถหรือคิดสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมาได้ คิดได้ก็ไม่กล้าที่จะแสดงออกไม่กล้าออกความเห็น เพราะมีผู้นำแบบหอหีบสระอ่วยไม่เอาไหน ดังที่กล่าวมาแล้วในข้างต้นนั้น ไม่ว่าองค์กรหรือหน่อยราชการไหนก็ตามที่มีผู้นำแบบว่านี้ คือใช้ระบบอุปถัมภ์มากกว่าใช้การพิจารณาคนจากความสามารถ มีหวังองค์กรนั้น ใกล้จะเสื่อมทรุดลงทุกขณะ เชื่อได้เลยว่า จะกลายเป็นองค์กรที่ไร้คุณภาพ ฯ  มากต่อมากที่ผู้นำตัดสินอะไรเพราะความรัก ลำเอียงเพราะรัก ลำเอียงเพราะชัง ลำเอียงเพราะหลง ลำเอียงเพราะโกรธ มีอคติส่วนตัวกับลูกน้อง ฯ

ข้อควรปฏิบัติ คือ กำจัดระบบอุปถัมภ์ให้ได้ หรือให้มีน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ลำเอียงเพราะรักหรือลำเอียงเพราะชัง เป็นต้น ฯ

 

-                           ข้าราชการส่วนใหญ่มีการศึกษาน้อย ขาดทักษะในการเรียนรู้ ไม่เป็นผู้ใฝ่รู้ ไม่มุ่งความเป็นเลิศ

 

ข้อควรปฏิบัติ คือข้าราชการต้องเป็นผู้ใฝ่รู้ กระหายที่จะเรียนรู้เรื่องงาน หรือการศึกษาในด้านต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา ซึ่งถือว่าเป็นการเรียนรู้ตลอดชีพ ฯ

 

-                           ข้าราชการขาดคุณธรรม และ จริยธรรม

ข้อควรปฏิบัติ คือ  ข้าราชการเองต้องมีความสำนึกในความเป็นข้าราชการซึ่งเป็นผู้ทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ยึดหลักคุณธรรมจริยธรรม ไม่ใช่ว่าต่างคนต่างทำ หรือว่า คุณ(นะ)ทำ

 

-                           ไม่มีการทำงานเป็นทีม

ข้อควรปฏิบัติ คือ  ต้องสร้างทีมงาน ทำงานเป็นทีม ไม่ใช่ต่างคนต่างทำอย่างว่ามาแล้ว

-                           ไม่มีผู้ที่ใส่ใจในการวิเคราะห์วิจัยในสิ่งใหม่ ๆ ไม่ลงมือทำ

ข้อควรปฏิบัติ คือ เมื่อคิดสิ่งใดแล้วนั้น ควรที่จะลงมือปฏิบัติด้วยมือก่อนที่จะเสียเวลาไปกับการดำเนินการกับคอมพิวเตอร์ ฯลฯ

 

การสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ ให้เกิดในองค์กรและหน่วยงานราชการนับว่าเป็นส่วนสำคัญมากเพราะความคิดสร้างสรรค์อันนำมาซึ่งนวัตกรรมใหม่ ๆ ก็ล้วนเกิดจากการเรียนรู้การศึกษาทั้งนั้น การศึกษานำพาสู่การค้นคว้า ค้นหาเหตุและผลของสิ่งต่าง ๆ ที่ได้คิดขึ้นมาจนประสบความสำเร็จด้วยการลงมือปฏิบัติ อาจลองผิดลองถูกบ้าง เพราะว่า ไม่มีสิ่งใดที่คิดขึ้นครั้งเดียวแล้วจะทำเสร็จสมบูรณ์ได้    การจะสร้าง Innovation จึงควรเริ่มจากการเรียนรู้ การปฏิบัติจริงด้วยมือก่อน ฯ

 

 

 

HR ( Human Resource )

 

HR ( Human Resource )  ส่วนนี้ เป็นการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ได้รับการยอมรับว่ามีส่วนก่อนให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขันต่อองค์การ หน่วยงานราชการเองก็เช่นกัน ดังนั้น จึงต้องมีการจัดการเรื่องบุคลากรให้มีประสิทธิภาพ โดยหน้าที่ทางการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลได้มีการจัดสรรกันไปตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูง ผู้บังคับบัญชาตามสายงานและผู้บริหารทรัพยากรบุคคล ในปัจจุบันสภาวะความท้าทายภายในองค์กรและหน่วยงานราชการนั้นมีมากมาย ส่วนนี้จึงเป็นโอกาสของผู้ปฏิบัติงาน HR ที่จะแสดงหน้าที่ในการสร้างผลงานให้กับองค์การและหน่วยงานราชการได้เป็นอย่างดี  ศึกษาวิจัยในวิธีการรับมือความแปรปรวนต่าง ๆ ทั้งภายในองค์การภายนอกองค์การ เมื่อหน่วยราชการคำนึงถึงส่วนเหล่านี้ว่า การบริหารทรัพยากรบุคคลมีความสำคัญเช่นไร องค์การก็จะเจริญขึ้นเรื่อย ๆ  ซึ่งประเด็นต่าง ๆ ที่ผู้ปฏิบัติงานทรัพยากรบุคคลจะต้อพิจารณาคือ การเผชิญกับความท้าทายสภาพแวดล้อมทั้งจากภายในและนอกองค์การ หากผู้ปฏิบัติงานทรัพยากรบุคคลในหน่วยราชการหรือองค์การใดก็ตามไม่ตระหนักถึงประเด็นนี้ ตัวเขาเองอาจจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังของความล้มเหลวขององค์การหรือหน่วยงานราชการ ขณะที่ผู้บริหารสายงานทรัพยากรบุคคลบางส่วนอาจจะตระหนักถึง ถ้าหากมีการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ ด้านกลยุทธ์ก็อาจจะหลุดออกจากเส้นทางการบริหารจัดการ ก็เป็นได้ ฯ  

 

กรณีตัวอย่างที่ต่างมุมมอง

อาตมภาพทำงานหรือสอนหนังสือที่วัดแห่งหนึ่งนามว่า ? ที่วัดดังกล่าวก็มีคณะทำงานหรือคณาจารย์ที่ร่วมบริหารสำนักเรียน โดยมีเจ้าสำนักเรียนคือเจ้าอาวาส  เป็นผู้บริหาร มีที่ปรึกษาอาจารย์ใหญ่ มีอาจารย์ใหญ่ของสำนักเรียน ผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ และคณาจารย์ ทั้งหมดก็ร่วมกันบริหาร แต่ก็ต่างคนต่างสอน เวลาประชุมเพื่อที่จะกำหนดทิศทางการบริหารสำนักเรียนนั้น ค่อนข้างจะมีปัญหา เช่นในเรื่องของการเสนอแนะ หรือการคิดสร้างสรรค์ ในเรื่องที่เป็นประโยชน์กับสำนักเรียน หลายต่อหลายครั้งที่อาตมภาพเห็นอาจารย์ท่านอื่นเสนอเรื่องต่อที่ประชุมและก็ถกกันเอง สุดท้ายก็ไม่ได้การณ์ งานไม่ผ่าน หรืออาตมภาพเอง ก็เคยเสนอ แต่ก็ไม่ได้ผล มักใช้เวลาในการถกกันมากกว่า มากกว่าที่จะหาวิธี หรือลงมือปฏิบัติในแนวคิดที่เสนอไป ส่วนนี้นับว่าเป็นการสกัดดาวรุ่งหรือข้อคิดต่างๆ ที่จะเกิดมี หรือนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่บรรเจิดออกจากความคิดสร้างสรรค์ของหลาย ๆ ท่าน ก็ต้องชะงักลง ผลสุดท้ายก็ต่างคนต่างทำงานที่ได้รับมอบหมาย ทำแบบเดิม ๆ จำเจ ไม่มีแนวคิดใหม่ ๆ โผล่ในสมองเลย เพราะต่างก็กล่าวว่า คิดทำไม่ คิดแล้วได้อะไร คิดแล้วมีคนทำไหม คิดแล้วใครจะเห็นดีกับท่าน  สุดท้ายก็ต้องก้มหน้าทำงานต่อไปในแบบฉบับที่เคยทำมา ฯ

คิดว่าหลาย ๆ ท่านก็คงเคยประสบกับเรื่องเหล่านี้มาเช่นกัน ทั้งในที่ทำงานเองก็ตาม หรือแม้แต่ในครอบครัวก็คิดว่าน่าจะมีเรื่องเหล่านี้บ้างไม่มากก็น้อย  

 

 

ข้อที่  2. บทวิเคราะห์จากเทปเรื่อง Innovation

 

         จากบทเรียนที่ได้ฟังและชมเทปนั้น ได้ใจความดังต่อไปนี้

องค์กรนวัตกรรมแห่งชาติ  เป็นองค์กรที่จัดตั้งและพัฒนาองค์กรพร้อมทั้งยังได้สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆให้เกิดมีกับองค์กร  องค์กรนวัตกรรมแห่งชาติ จัดตั้งขึ้นประมาณปี พ.ศ.  2540  โดยมีเหตุผลหลัก คือ เพื่อสร้าง นวัตกรรม การให้ความรู้กับบุคลากรภายในองค์กร ในเรื่องของนวัตกรรมเป็นเรื่องสำคัญในยุคปัจจุบัน  แต่ละประเทศมีนวัตกรรมที่ต่างกัน  อาทิ เช่น ประเทศอินเดียและประเทศจีน แต่ละประเทศมีการส่งเสริมนวัตกรรมอย่างทั่วถึงทั้งประเทศ  แต่ ประเทศอินเดียส่งเสริมนวัตกรรมบางจุดกับคนเฉพาะกลุ่ม ๆ ในบางส่วนของประเทศเท่านั้น ยังกระจายได้ไม่ทั่วถึงเท่าที่ควร  ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศอินเดียยังมีความยากจนเป็นจำนวนมากและยังขาดการเรียนรู้ที่ดีส่วนประเทศจีนนั้นมีการนำ นวัตกรรม  ไปใช้กันทั่วประเทศจีน และสร้างความเป็นอยู่อย่างเพียงพอทั่วถึงส่วนมาก รวมถึงการจัดการศึกษาของประชาชนภายในประเทศจีนด้วยประชาชนส่วนใหญ่จึงมีสภาพความเป็นอยู่และการศึกษาที่ดีขึ้น ซึ่งจะเป็นพื้นฐานในการสร้างความเจริญให้กับประเทศในอนาคตอันยาวไกลอีกด้วย นั้นเอง ฯ

 

เจริญพร

พระมหาวิทยา  นางวงค์

นักศึกษา รปม.รุ่น 4  สวนสุนันทา

หากผิดพลาดประการใด ขออภัยท่านผู้อ่านทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วย หากส่วนใดที่เห็นว่าชอบแล้วไซร้ ขอมอบความชอบส่วนนี้แด่ท่านอาจารย์ผู้สอนทุกท่าน ฯ

เรียน   ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์ และท่านผู้อ่านทุกท่าน

                                กลุ่ม 6 มีสมาชิกในกลุ่ม จำนวน 7 คน ดังนี้

                                1.  นางอนงค์  มะลิวรรณ์                   รหัสประจำตัว      50038010019

                                2.  นางสาวมัลลิกา  โสดวิลัย              รหัสประจำตัว      50038010018

                                3.  นางบัวอร  ภูมิวัฒน์                        รหัสประจำตัว      50038010032

                                4.  นางสมจิตร  ส่องสว่าง                  รหัสประจำตัว      50038010038

                                5.   วีรยาพร  อาลัยพร                          รหัสประจำตัว      50038010036

                                6.   นางสาวลาวัลย์  ลิ้มนิยม               รหัสประจำตัว      50038010044

                                7.   นางสาวมะลิวัลย์ โพธิ์สวัสดิ์       รหัสประจัวตัว      5003801002

ได้อ่านหนังสือภาษาอังกฤษที่ท่านอาจารย์ให้อ่านเรียบร้อยแล้ว สรุปเนื้อหาสาระที่สำคัญ ๆ

ได้ดังนี้ คือ                           

พฤติกรรม เรื่อง การฝึกความรับผิดชอบ

                ความรับผิดชอบเกี่ยวข้องโดยตรงกับหน้าที่  ความรับผิดชอบ สามารถฝึกให้มีมากขึ้นได้ หากรู้หน้าที่ของตนเองอย่างแน่ชัด พฤติกรรมนี้มีผลกระทบอย่างยิ่งต่อความไว้วางใจ  ยิ่งมีความรับผิดชอบมาก ยิ่งได้รับความไว้วางใจมากเท่านั้น  การฝึกความรับผิดชอบมี 2 มิติ คือ ฝึกตนเอง และฝึกผู้อื่น

                การฝึกความรับผิดชอบต่อตนเองคือ การปฏิบัติหน้าที่ ๆ  ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด กล้ารับผิดเมื่อเกิดความผิดพลาด และพร้อมแก้ไข

                การฝึกความรับผิดชอบผู้อื่น คือ การเฝ้าติดตามผู้อื่นให้รับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเอง และทำให้ผู้นั้นเกิดความมั่นใจตนเอง และความไว้วางใจต่อหัวหน้างาน ผู้นำ สมาชิกในกลุ่ม เพื่อนร่วมงาน และผู้อื่น         โดยมอบหมายงานที่สำคัญมากขึ้น

                เคล็ดลับสร้างความไว้วางใจ ในที่นี้หมายถึงวิธีฝึกความรับผิดชอบ

1) เมื่อเกิดความผิดพลาด อย่าโทษผู้อื่น ให้หันมามองตัวเอง

2) เมื่อทำงานร่วมกัน ต้องแจกแจงหน้าที่ของแต่ละคนให้ชัดเจน และติดตามการ

ทำงาน

3) ในครอบครัว ควรมีการพูดคุยกับคนในครอบครัวเรื่องหน้าที่ภายในบ้าน สร้างเงื่อนไขให้เด็ก ๆ    เพื่อฝึกให้มีความรับผิดชอบ

สามารถนำความรู้ที่ได้รับมาปรับใช้กับการทำงานในองค์กร ได้ดังนี้

1.       ต้องมีการมอบหมายงานในหน้าที่ให้แต่ละคนรับผิดชอบอย่างชัดเจน

2.       ต้องมีการติดตามประเมินผลการทำงาน

3.       ต้องมีการประชุมเพื่อแลกเปลี่ยน ปรึกษาหารือ โดยให้ทุกคนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น

 

Behavior Practice Accountability

Practice Accountability is related to expectations, which is much better when the expectations are more clarified. Of course, this behavior has a great impact on trust. - more accountable, more trustful. Practice Accountability has 2 dimensions: holding yourself accountable and holding others accountable.

“Holding yourself accountable” means performing the duties at best. When some mistakes happen, look back at yourself always, not blaming on others and being ready to correct them.

“Holding other accountable” means monitoring others’ performances of their duties. Later make them self-confident and trust bosses, leaders, group members, peers or others by assigning more accountable tasks to them.

Trust Tips in here means tips to Practice Accountability:

1. When mistakes, do not blame on others but look at a mirror.

2.In the office, clarify team job descriptions then keep watching them

working.

3. In family, the direct talks among members should be set up, especially in term of household duties. With kids, the conditions must be created to practice their accountability.

The knowledge obtained from Practice Accountability can be applied to working practice as follows:

1. When assigned any tasks, each worker should be clarified their own duty and function.

2. Monitoring how effective each performs will be conducted periodically.

3. The meeting to share ideas, discuss the problems on working among workers should be held.

 

 

 

 

สวัสดี ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ อาจารย์ยม นาคสุข สวัสดีเพื่อนๆ รปม.รุ่น 4 และท่านผู้อ่านทุกท่านค่ะ

อุปสรรคในการสร้าง  Innovation ,Learning  Organization  และ  HR  ในระบบราชการ

 Innovation คือ นวัตกรรม หมายถึง  ความคิดสร้างสรรค์ที่จะทำในสิ่งใหม่ ๆ

ให้มีประสิทธิภาพและประโยชน์กับองค์กรและตัวบุคคล  คือ การนำเสนอสิ่งใหม่ ๆ ที่ยังไม่มีใครนำเสนอมาก่อน เพื่อสร้างความแตกต่างอันเป็นเอกลักษณ์จากสินค้าและบริการอื่น ๆ ในอนาคต                              

อุปสรรค 

                1. ผู้บังคับบัญชา  ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของลูกน้อง ไม่รับรู้การเปลี่ยนแปลงจากโลกภายนอก

                2. ไม่สนใจลูกค้า  เนื่องจากการไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลงของผู้บังคับบัญชาในองค์กร ทำให้ระบบการให้บริการจึงเป็นไปแบบเดิม ไม่มีการพัฒนา

                3. เจ้านายไม่เปิดโอกาส  ผู้บังคับบัญชาในองค์กรมองแต่ที่จะสนับสนุนคนของตนเอง โดยใช้ระบบอุปถัมภ์ ไม่มองที่ความรู้ ความสามารถ ใช้บรรทัดฐานแค่ความรักใคร่ชอบพอ ทำให้คนที่มีความรู้ ความสามารถ ปฏิบัติงานได้จริง และมีประโยชน์กับองค์กร

               4. ในหน่วยราชการมักใช้ระบบอุปถัมภ์ ในการจัดคนเข้าทำงานหรือเลื่อนขั้น ส่งผลทำให้ข้าราชการที่เก่งมีความรู้ความสามารถไม่สามารถแสดงความสามารถได้ถึงจะ มีความรู้ความสามารถแต่ก็ไม่กล้าที่จะแสดงออกเนื่องจากระบบราชการมักจะใช้ระบบอุปถัมภ์ เล่นพักเล่นพวก  ไม่ว่าองค์กรหรือหน่วยราชการไหนก็ตามที่มีผู้นำที่ใช้ระบบอุปถัมภ์มากกว่าการพิจารณาคนจากความสามารถจึงทำให้องค์กรนั้น ไม่มีคุณภาพ ขาดบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาอยู่ในองค์กรจึงกลายเป็นองค์กรที่ไร้คุณภาพ   เนื่องจากการตัดสินใจของผู้นำที่เกิดความ ลำเอียง

              Learning Organization  องค์กรแห่งการเรียนรู้ มีการคิดอย่างเป็นระบบ ความเป็นตัวของตัวเอง มีแบบฉบับความคิด สร้างวิสัยทัศน์ร่วมกัน และมีการเรียนรู้ร่วมกัน และจะเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ไปมิได้ถ้าองค์กรมิได้มีการกระจายอำนาจการตัดสินใจ องค์กรแห่งการเรียนรู้ต้องเป็นองค์กรที่ไม่มีการรวมศูนย์การตัดสินใจ

              HR คือ  ทรัพยากรมนุษย์ เป็นบุคคลซึ่งมีความพร้อม มีความจริงใจ และสามารถที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายขององค์การ หรือเป็นบุคคลในองค์การที่สามารถสร้างคุณค่าของระบบการบริหารงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการได้ ดังนั้นองค์การจึงมีหน้าที่ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เพื่อให้ปฏิบัติงานจนบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ ซึ่งต้องใช้การวางแผนเชิงกลยุทธ์ด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์เข้ามาช่วย การบริหารทรัพยากรมนุษย์ คือ การบริหารจัดการกิจกรรมในการดึงดูด พัฒนา จูงใจ และเก็บรักษาบุคลากร ที่มีศักยภาพในการทำงานสูงไว้กับองค์กร เพื่อให้องค์กรก้าวหน้าไปสู่ความเป็นเลิศ โดยการบูรณาการหรือประสานความต้องการของแต่ละบุคคลในด้านความเจริญก้าวหน้าและการพัฒนากับเป้าหมายขององค์กร

  จากการชม  VTR  ในรายการคิดเป็นก้าวเป็นกับ  ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์  ซึ่งเป็นบทสนทนา  ระหว่าง  ดร.จีระ  และคุณศุภชัย   หล่อโลหการ  ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ   แล้วได้อะไรบ้าง

                1.  ได้เข้าใจถึงความหมายและคำจำกัดความ ของคำว่า  นวัตกรรม        

                2.  ทุกคนต้องมีความคิดสร้างสรรค์

                3.  คิดในสิ่งที่มีประโยชน์

                4.  คิดอย่างมีระบบ

                5. การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในองค์กรอย่างต่อเนื่อง

               6. มี การเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี

 

 

 

     กราบเรียน ท่าน อาจารย์ที่เคารพของชาว รปม. 4 ทุกท่าครับ  และสวัสดีเพื่อนๆรปม.4 รวมทั้งท่านผู้มีเกียรติที่แวะชม Blog ทุกท่านครับ 

                หลังจากที่เรียนใน Class วันที่ 23-24 ก.พ. 51 ซึ่งเป็นสัปดาห์สุดท้ายของวิชา การบริหารทรัพยากรมนุษย์ของท่าน ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์ และทีมงาน  กระผมมีความรู้สึกว่าสมองเริ่มมีรอยหยักกับการรับรู้ว่าจะทำอย่างกับ " คน " ( รวมทั้งตัวกระผม ) ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ามากที่สุดในการบริหารจัดการ ให้มีคุณภาพได้อย่างไร และพร้อมที่จะได้นำไปพัฒนาต่อยอดแนวความคิดที่ท่านอาจารย์ทุกท่านได้เมตตาถ่ายทอดความรู้ทางด้านวิชาการ และด้านประสบการณ์จริงอันเป็นประโยชน์ ซึ่งกระผมต้องขอขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูง มา ณ ที่นี้ด้วย

               จากการเรียนเมื่อวันเสาร์ที่ 23 ก.พ. 51 กับท่านอาจารย์ยม  นาคสุข ในหัวข้อเรื่องทิศทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในศตวรรษที่ 21 และการวางแผนกลยุทธ์ทางด้านทรัพยากรมนุษย์นั้น คำถามว่าได้อะไรบ้าง กระผมขอตอบตามหัวข้อดังนี้ครับ

              1. ทิศทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในศตวรรษที่ 21 ในยุคที่โลกไร้พรมแดน ความรู้ไร้ขีดจำกัด นวัตกรรม หรือ แนวความคิดสร้างสรรค์มีความต่อเนื่องอยู่เสมอ  มนุษย์เป็นผู้ที่รังสรรค์ผลงาน สร้างนวัตกรรมขึ้นมาใหม่ๆ เพื่อให้มนุษย์ได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข  บนความจำกัดของทรัพยากร ธรรมชาติอื่นๆ ดังนั้นมนุษย์จึงจำเป็นต้องเรียนรู้และใช้นวัตกรรมใหม่ๆ ในการร่วมใช้ทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด  การที่จะทำให้มนุษย์หรือ "คน" เป็นคนเก่งต้องมีการพัฒนาโดยมีรูปแบบการพัฒนาคนเก่ง 5 ขั้นตอนคือ

          1) การประเมินความรู้และทักษะเป็นการรวบรวมความรู้ในเรื่องต่างๆ

          2) วิเคราะห์ข้อมูล จากความรู้และทักษะในเรื่องต่างๆ

          3) การวางแผนพัฒนา "คนเก่ง" โดยต้องกำหนดว่าจะพัฒนาคนเก่งนั้นไปสู่ทิศทางอย่างไร

          4) การดำเนินการตามแผน โดยนำแผนที่วางไว้มาปฏิบัติและมีการติดตามผล

          5) การประเมินผลความก้าวหน้า โดยการสรุปผลและปรับปรุงให้ได้ผลที่ดีที่สุด

                องค์ประกอบของความสำเร็จของคนประกอบด้วย

          1. เรื่องการศึกษา

          2. เรื่องหน้าที่การงาน

          3. เรื่องของการมีครอบครัวที่ดี

             การเป็นผู้นำ หรือนักบริหารต้องรู้จักบริหารเวลาและรู้จักบริหารความเครียด ต้องมีสุขกายและจิตใจที่เข้มแข็ง  และรู้จักการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ทุกสถานการณ์

            2. คนในอนาคตต้องมีลักษณะอย่างไร  วิธีพัฒนาคนทำอย่างไร

            ในโลกแห่งปัจจุบันและอนาคตเทคโนโลยีไร้ขีดจำกัดนวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีให้พบเห็นมากหลากหลาย ล่วนเกิดมาจากความคิดและพัฒนาจากคนทั้งสิ้น  มนุษย์ในยุค ICT ต้องมีความพร้อมรับกับนวัตกรรมที่เกิดขึ้นใหม่ๆอยู่ตลอดเวลาดังนั้น  คนในอนาคตต้องมีพื้นฐานด้านการศึกษาดีเลิศ จึงจะอยู่กับความเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคตได้

             วิธีการพัฒนาคนในอนาคตมีหลายวิธีแต่จะขอยกวิธีที่มีความสำคัญซึ่งเป็นวิธีฝึกอบรมและพัฒนาคนให้ "เก่ง"

             1) การสอนงาน (Coaching) ให้ผู้ที่จะพัฒนาเป็นคนเก่งได้เรียนรู้เป็นกลยุทธ์ที่ใช้เพื่อพัฒนาคนเก่งที่ดีที่สุด  โดยจัดให้มีผู้ฝึกสอนแนะแนวทางให้คำปรึกษาเพื่อความสำเร็จของงาน โดยให้ผู้สอนงานจากภายในองค์กรหรือนอกองค์กร แล้วแต่ความเหมาะสมและความจำเป็น

              2) การโยกย้ายฝ่ายงาน (Job rotation) จะช่วยให้เกิดการเรียนรู้รับประสบการณ์ใหม่ๆ

              3) มอบหมายงานเร่งด่วนหรืองานพิเศษ (Interim and Emergency Assignmente) ให้แก่คนเก่งเพื่อจะช่วยให้เกิดการร่วมงานกับเพื่อนร่วมงานกลุ่มใหม่  ซึ่งจะได้เกิดทักษะการเป็นผู้นำ การทำงานเป็นทีมเป็นต้น

              4) การมอบหมายให้เป็นหนึ่งในทีมงานหรือร่วมเป็นคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาตามโครงการใดโครงการหนึ่ง (Task Foree Assingnments) เพื่อสร้างให้เกิดประสบการณ์ในการเจรจาต่อรองและร่วมแก้ไขปัญหา

               5) การจัดการเรียนรู้การใช้ ICT (Erlearning) เรียนรู้ด้วยวิธีการ Web - Based  Leaning เป็นการเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่หลายองค์กรได้นำมาใช้เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และสามารถพัฒนาแสวงหาแหล่งเรียนที่รวดเร็วและประหยัดเวลา

               

 กราบเรียน.... ท่านศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ที่เคารพ และสวัสดีเพื่อนๆรปม.4 รวมทั้งท่านผู้มีเกียรติที่แวะชม Blog ทุกท่านครับ

          1. อุปสรรคในการสร้างนวัตกรรม Innovation และ Learning Orgarization และ HR ในระบบราชการมีอะไรบ้างให้ยกตัวอย่างในองค์กรของท่าน

              ในปัจจุบันระบบราชการได้มีการพัฒนาไปมากกว่าเดิมหลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(ก.พ.ร.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทและเป็นแม่งานในการกำหนดทิศทางวางระบบราชการไทยยุคใหม่  มีการวางรูปแบบการบริหารงานที่ทันสมัยมีตัวชี้วัด (KPI) มีการติดตามผลงานและประเมินผลงานจากการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้งานได้สัมฤทธิ์ผลตามแผนงานที่วางไว้     จะเห็นได้ว่าปัจจุบันทุกหน่วยงานได้มีการกำหนดกลยุทธ์การปฏิบัติงานตามที่หน่วยงานต้นสังกัดได้วางเป้าหมายภารกิจ (Mission) หรือ วิสัยทัศน์ขององค์กร (Vission) เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ของการบริหารสู่เป้าหมายให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนที่จะได้รับบริการอย่างสูงสุด ตามปัจจัยของงบประมาณที่ได้รับ ระบบราชการและระบบเอกชนปัจจุบันมุ่งเน้นภารกิจ (Mission) มากกว่าวิสัยทัศน์ (Vission) เพราะภารกิจ (Mission) ถูกนำไปปฏิบัติให้เกิดผลตามวิธีการวัดผลที่กำหนดไว้ ส่วนวิสัยทัศน์ (Vission) เป็นมโนภาพหรือผลที่อยากที่จะให้เกิดกับองค์กร

                อุปสรรคในการสร้างนวัตกรรม (Innovation) และองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Orgarization) รวมกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์  ในระบบราชการไม่ประสบความสำเร็จเพราะปัญหาในภาคราชการนั้นโดยเนื้องาน ปัญหามันเยอะอยู่แล้ว ซึ่งถ้าจะต้องมองปัญหาน่าจะมีอยู่ 2 เรื่อง หลักๆ คือ

                  1) เรื่องขนาดของภาคราชการที่มันใหญ่ จึงทำให้มี Layer ของการสั่งการหลายชั้น เกิดความล่าช้า ไม่ทันสถานการณ์

                  2) เรื่องระบบงาน ถึงแม้จะมีการปฏิรูประบบราชการ แต่ระบบงานของภาคราชการหลายส่วนยังขาดประสิทธิภาพ ยึดกระบวนการ ยึดระเบียบมากกว่าผลลัพธ์ของงาน

                HR .เป็นเรื่องเกี่ยวกับคนล้วนๆ และเป็นเรื่องที่จะทำให้คนในองค์กรมีประสิทธิภาพแต่ความเป็นจริงต้องยอมรับว่า ระบบราชการไทย มีรากเหง้าวัฒนธรรมขององค์กรที่ประสบมานาน วัฒนธรรมของระบบอุปถัมภ์ยังคงอยู่ไม่ได้ล้มหายตายจากไปไหน คนที่ไม่มีประสิทธิภาพยังได้รับการปกป้องอยู่ในระบบ

                องค์การแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) ที่ทุกหน่วยงานจัดให้มีการฝึกอบรม  ไม่ได้ถูกนำไปต่อยอดให้เกิดผลอย่างต่อเนื่อง เพราะด้วยภารกิจงานประจำที่มีมากจนทำให้บุคลากรไม่ได้ให้ความสำคัญ ซึ่งผู้บริหารองค์การทราบดีซึ่งหากไม่มีการตรวจวัดผลตามที่ยึดถือปฏิบัติในองค์ปัจจุบัน อยากที่จะปฏิบัติตาม

                นวัตกรรม (Innevation) ที่จะเกิดขึ้นใหม่ๆในหน่วยงานเกิดขึ้นได้อยาก เพราะข้าราชการปฏิบัติงานตามกฎระเบียบและข้อกำหนดที่จัดวางไว้ การสร้างหรือคิดค้นนวัตกรรมใหม่ใช้กับหน่วยงานจึงเป็นนวัตกรรมสำเร็จรูปที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบ เช่น ก.พ.ร. เป็นผู้ที่คิดค้นและวางระบบไว้ให้เท่านั้น เพราะการสร้างนวัตกรรมใหม่เสมือนเป็นการคิดนอกกรอบหรือนอกกล่องหรือนอกกฎระเบียบที่วางใจ จึงทำให้การพัฒนาระบบราชการในชั้นผู้ปฏิบัติงานไม่ได้ผลเพราะถ้าคิดนวัตกรรมอะไรขึ้นมาก็จะถูกจำกัดด้วยระเบียบแบบแผนที่วางไว้อย่างจำกัดสกัดกันทันที

                ตัวอย่างอุปสรรค์ในการสร้างนวัตกรรม (Innevation) และองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organisation) และ HR. ในหน่วยงานของข้าพเจ้า

                ปัจจุบันข้าพเจ้าปฏิบัติงานเป็นหัวหน้าหมวดการทางนนทบุรี สังกัดกรมทางหลวง อุปสรรคที่ไม่สามารถทำให้เกิดการคิดนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับหน่วยงานได้ เช่น มุมมองของผู้บริหารยังขาดความเชื่อถือในความเป็นไปได้    หรือไม่ส่งเสริมให้เกิดรูปธรรม และสามารถนำไปปฏิบัติจริงได้ เช่นข้าพเจ้าเคยนำเสนอการจัดการกับวัชพืช หรือหญ้า ที่ขึ้นอยู่ตามข้างทางหลวง ซึ่งแต่ละปีต้องเสียงบประมาณจำนวนมากในการกำจัดออก ข้าพเจ้าเคยเสนอว่าควรจะคิดวิธีการทำหมันพวกวัชพืชและหญ้า โดยการคิดค้นสารเคมี โดยการจ้างนักเคมีที่มีความรู้ ค้นคว้าวิธีป้องกัน หากทำได้จะลดค่าใช้จ่ายในจ้างตัดหญ้าบนทางหลวงทั่วประเทศปีละหลายร้อยล้านบาทเลยทีเดียว แต่ผู้บริหารมองว่าเป็นเรื่องตลกและเป็นไปไม่ได้

                อุปสรรคในเรื่ององค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) ในหน่วยงานของข้าพเจ้า ไม่มีอุปสรรคเพราะมีระบบการสอนงานโดยการฝึกอบรมฯ อยู่ตลอดเวลาในแต่ละปีมีการจัดโครงการฝึกอบรมให้ข้าราชการได้เข้ารับอบรมใหม่ๆอยู่เสมอ

                อุปสรรคด้าน HR. ยังคงมีอยู่บ้างแต่ไม่มากนัก ดังกล่าวที่แต่เบื้องต้นว่าระบบราชการยังมีระบบอุปถัมภ์ฝังตัวอยู่ เพราะฉะนั้นการบริหารทรัพยากรมนุษย์ให้มีประสิทธิภาพยังคงมีอุปสรรค เช่น การสรรหาผู้นำองค์กรของข้าพเจ้า (ไม่สามารถให้รายละเอียดได้เพราะจะเป็นอันตรายต่อตัวข้าพเจ้าเอง) ได้ผู้นำ ..มีความรู้แต่ขาดทักษะและจริยธรรม โดยเฉพาะความซื่อสัตย์สุจริต เข้ามาบริหารงานทำให้เกิดนวัตกรรมองค์กร และนวัตกรรมลอกเรียนแบบว่า การจะไปสู่ตำแหน่งหน้าที่ที่สูงขึ้นจะต้องทำทุกวิธีทางเพื่อที่จะได้มาซึ่งตำแหน่ง จึงเป็นผลทำให้บุคลากรขาดประสิทธิภาพ มีผู้นำที่ไม่มีความเหมาะสมกับตำแหน่งงานที่รับผิดชอบ

                2. จากการดูเทปบันทึกภาพเรื่อง Innevation แล้วได้อะไรบ้าง

           การสนทนาระหว่างท่าน อาจารย์วีระ  หงส์ลดารมภ์ กับคุณศุภชัย   หล่อโลหการ  ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ    ได้ข้อคิดดีๆ มากมายดังนี้

1) CEO ทั่วไปยังเข้าใจนวัตกรรมที่แตกต่างกัน

2) นวัตกรรมมิใช่เรื่องแค่คิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆเท่านั้นแต่สามารถคิดค้นนวัตกรรมด้านการบริหารได้ด้วยเช่นกัน

3)  ความรู้ใหม่ที่เป็นระบบสามารถต่อยอดให้นวัตกรรมใหม่เกิดขึ้น

4)  นวัตกรรมคือการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า

5)  ข้าราชการยุคใหม่ต้องมีความคิดสร้างสรรค์และต้องเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้จึงต้องพัฒนาความรู้อยู่เสมอ.

 

 

 

เรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ อาจารย์ผู้สอน ทีมงาน เพื่อนๆรปม.รุ่น 4 และผู้อ่านทุกท่าน

 

อุปสรรคในการสร้าง  นวัตกรรม(innovation)  องค์กรการเรียนรู้ (learning organization) และทรัพยากรมนุษย์(HR)ในระบบราชการมีอะไรบ้าง

นวัตกรรม (innovation) คือการสร้างสิ่งใหม่ ซึ่งอาจหมายความรวมถึง ความคิดวิธีการปฏิบัติ หรือสิ่งของใหม่ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นหรือยังไม่มีมาก่อน ที่มีประโยชน์ และทำได้สำเร็จ

 

องค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) คือองค์กรที่คนในองค์กรมีความสามารถในการวิเคราะห์ ปรับปรุง พัฒนา ศักยภาพและความสามารถซึ่งทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีและน่าพอใจ และยังส่งเสริมให้มีการเผยแพร่ความรู้ไปยังคนอื่นทั้งในและนอกองค์การ

 

ทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource) HR. กระบวนการดำเนินงานที่ส่งเสริมให้ บุคลากรเพิ่มความรู้และทักษะ มีพฤติกรรม การทำงานที่เหมาะสมกับงานที่รับผิดชอบ

อุปสรรค์ในการสร้างนวัตกรรม องค์การแห่งการเรียนรู้ และทรัพยากรมนุษย์ ในที่ทำงานของข้าพเจ้า

1.การแบ่งงานอย่างชัดเจน ทุกคนทำเฉพาะหน้าที่ของตัวเองไม่สามารถหรืออ้างว่าไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่แทนอื่นได้ทำให้และอ้างว่าไม่มีเวลาในการเรียนรู้ หรือการพัฒนาให้สามารถปฏิบัติงานในหน้าที่อื่นได้

2.ความเคยชินกับงานที่ปฏิบัติและหรือการหลีกเลี่ยงงานที่ปฏิบัติโดยอ้างว่างานของตนมีมากอยู่แล้วและไม่ต้องการการเพิ่มงานอีก

3.ไม่เห็นเหตุผลในการพัฒนายกตัวอย่างเช่นหากพนักทำงานดีหรือทำงานแบบขอไปทีก็ได้เลื่อนขั้นเหมือนกันจึงทำให้ไม่มีแรงจูงใจในการพัฒนาฝีมือให้ดียิ่งขึ้น

4.การหาทางเลี่ยงความผิดโดยการเลี่ยงการทำงานที่อาจก่อให้เกิดความผิดพลาด เช่นการเซ็นต์รับหนังสือจากหน่วยงานภายนอกหรือหน่วยงานภายใน หากมีการสูญหายจะดูว่าใครเป็นคนเซ็นต์และเอาผิดกับคนนั้นแต่ไม่หาทางค้นหาว่าหนังสือเล่มนั้นอยู่ที่ได้ ซึ่งหนังสือเล่มนั้นอาจจะไม่หายก็ได้

 

ดูเทป Innovation แล้วได้อะไร?

 

จากการได้ดูเทปการสนทนาระหว่างศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ กับ อาจารย์ศุภชัย หล่อโลหการ เกี่ยวกับ "นวัตกรรม" แล้วนั้นนักศึกษาก็เกิดคำถามกับตัวเองว่า แล้วนวัตกรรมคืออะไรกันแน่"นวัตกรรม" นวัตกรรมตรงกับคำว่า "innovation" ในภาษาอังกฤษ โดยคำกริยาคือ innovate นั้นมีรากศัพท์มาจากคำภาษลาตินว่า innovare ซึ่งแปลว่า "to renew" หรือ "ทำขึ้นใหม่" และมาต่อยอดทางความคิดของแต่บุคคลหรือองค์การเพื่อให้ตรงตามเป้าหมายที่วางไว้จึงทำให้คำจำกัดหมายของคำว่านวัตกรรมแตกต่างกันออกไป จากการดูเทปสามารถสรุปคำว่านวัตกรรมคือ การทำสิ่งใหม่ที่ใช้การเรียนรู้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อให้เกิดประโยชน์ซึ่งครอบคลุมทั้งสังคม เศรษฐกิจ วิถีชีวิตหรือวัฒนธรรม และประเทศชาติ

 

 

นวัตกรรมสำคัญอย่างไร?

นวัตกรรมคือสิ่งใหม่ที่คนให้ความสนใจ คนหรือองค์การนั้นต้องมี นวัตกรรม คือต้องรู้จักการเรียนรู้ และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ เพื่อพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้า ทันกับโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และอาจต้องคิดให้ไกลกว่าโลกปัจจุบันอีกด้วย เพราะถ้าคนหรือองค์การมัวงอมือเท้าไม่มีการพัฒนาในทุกด้าน คนหรือองค์การก็ไม่สามารถอยู่ได้ นวัตกรรมจึงมีความสำคัญมากในโลกปัจจุบัน แต่การจะก้าวทันโลกต้องให้เหมาะสมและสอดคล้องกับวัฒนธรรมความเป็นอยู่หรือความสุขความพึงพอใจของเรา

 

 

จะสร้างนวัตกรรมได้อย่างไร?

นวัตกรรมจะเกิดขึ้นได้ สิ่งแรกต้องเปิดใจให้กว้างไม่ปิดกั้นทางความคิดพร้อมที่จะรับสิ่งใหม่ๆและกระตือรือร้นจะเรียนรู้ตลอดเวลา หรืออาจมีผู้จุดไฟแห่งความใฝ่รู้ทำให้เกิดมีแรงดึงแรงกระตุ้น ทำให้เกิดความต้องการเรียนรู้เกิดการพัฒนาตัวเองหรือองค์การอย่างไม่สิ้นสุด

 

นวัตกรรมอาจไม่ประสบผลสำเร็จก็ได้ ต้องกล้าเสี่ยง เสี่ยงภายใต้การควบคุม นำความผิดพลาดที่เกิดขึ้น มาเป็นบทเรียนในการเรียนรู้ที่จะสร้างนวัตกรรม อย่างไม่จบสิ้น

 

 

สมาชิกกลุ่ม 4

น.ส.อรทัย         บุณยรัตพันธ์

น.ส.สถิภรณ์      คำพานิช

น.ส.จารุวรรณ   ตันไชย

น.ส.ภัทรจิตรา   เขียวมีส่วน

น.ส.พิมพ์ลดา    โต๊ะเพิ่มพูน

น.ส.จุฑารัตน์     เกษรปทุมานันท์

น.ส.จุไรรัตน์     เปลี่ยนขำ

 

                จากที่กลุ่มที่ 4 ได้ศึกษาหนังสือเรื่อง The Speed of Trust ซึ่งในส่วนที่ได้ไปทำการศึกษามาเป็นเรื่องเกี่ยวกับ พฤติกรรมที่มีความสัมพันธ์กับความน่าเชื่อถือ จะขอสรุปจากพฤติกรรมที่ได้ศึกษามา 4 พฤติกรรม ได้แก่

                พฤติกรรมที่ 1 การพูดตรงไปตรงมา  (Talk straight)

การพูดตรงไปตรงมามีหลักการสำคัญอยู่ 4 อย่าง คือ

1.บอกกล่าวความจริงและถูกต้องตรงกัน (Tell the truth and leave the right impression)

2.ผลกระทบต่อความสำเร็จและต้นทุน (The impact on speed and cost)

3.นำการพูดตรงไปตรงมาไปใช้ทุกครั้ง (When talk straight is taken too far)

4.การพูดตรงที่บ้าน (Talk straight at home)

          สรุปพฤติกรรมการพูดอย่างตรงไปตรงมา

                จงซื่อสัตย์ บอกความจริง ทำให้คนอื่นรู้ว่าคุณมีจุดยืนตรงไหน ใช้ภาษาง่ายๆ กระชับ สั้นได้ใจความ เรียกขานวัตถุตามชื่อจริง แสดงบูรณภาพอย่าใช้เล่ห์โน้มน้าวจูงใจผู้อื่น อย่าบิดเบือนความจริง อย่าลองให้ผู้อื่นเข้าใจผิด

          พฤติกรรมที่ 2 แสดงความนับถือ (Demonstrate Respect)

                สรุปพฤติกรรมแสดงความนับถือ

                ต้องห่วงใยคนอื่นอย่างแท้จริง แสดงออกถึงความห่วงใย เคารพให้เกียรติทุกคนในทุกๆบทบาท ปฏิบัติกับทุกคนด้วยความเคารพ โดยเฉพาะกับคนที่ไม่สามารถทำอะไรให้คุณได้ แสดงความมีเมตตาด้วยสิ่งของเล็กๆน้อย อย่าดูถูกประสิทธิภาพของคน

                พฤติกรรมที่ 3 สร้างความโปร่งใส (Create Transparency)

                สรุปพฤติกรรมการสร้างความโปร่งใส

                ต้องพูดความจริงและต้องพิสูจน์ได้ และต้องเป็นเรื่องจริงของแท้ที่เชื่อถือได้แน่นอน กล้าที่จะเปิดเผยสิ่งที่เคยผิดพลาด ทำทุกอย่างต้องมีหลักฐาน "คุณเห็นอะไรและคุณได้อะไร" อย่ามีวาระซ่อนเร้นและอย่ามีการหมกเม็ดข้อมูลเด็ดขาด

                พฤติกรรมที่ 4 ถูกและผิด(Right Wrongs)

          สรุปพฤติกรรมถูกและผิด

                ทำในสิ่งที่ถูกต้องเมื่อคุณรู้ว่าคุณทำผิด (แก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาด) ขอโทษโดยเร็ว ชดใช้ในสิ่งที่พอจะทำได้ หัดรู้จักที่จะ "ให้" และ "รับ" จงแสดงความถ่อมตัว จงภูมิใจในสิ่งที่ทำถูกต้อง

 

สมาชิกกลุ่ม 4

น.ส.อรทัย         บุณยรัตพันธ์

น.ส.สถิภรณ์      คำพานิช

น.ส.จารุวรรณ   ตันไชย

น.ส.ภัทรจิตรา   เขียวมีส่วน

น.ส.พิมพ์ลดา    โต๊ะเพิ่มพูน

น.ส.จุฑารัตน์     เกษรปทุมานันท์

น.ส.จุไรรัตน์     เปลี่ยนขำ

นายสรสิช         ตรีเนตร

 

                จากที่กลุ่มที่ 4 ได้ศึกษาหนังสือเรื่อง The Speed of Trust ซึ่งในส่วนที่ได้ไปทำการศึกษามาเป็นเรื่องเกี่ยวกับ พฤติกรรมที่มีความสัมพันธ์กับความน่าเชื่อถือ จะขอสรุปจากพฤติกรรมที่ได้ศึกษามา 4 พฤติกรรม ได้แก่

                พฤติกรรมที่ 1 การพูดตรงไปตรงมา  (Talk straight)

การพูดตรงไปตรงมามีหลักการสำคัญอยู่ 4 อย่าง คือ

1.บอกกล่าวความจริงและถูกต้องตรงกัน (Tell the truth and leave the right impression)

2.ผลกระทบต่อความสำเร็จและต้นทุน (The impact on speed and cost)

3.นำการพูดตรงไปตรงมาไปใช้ทุกครั้ง (When talk straight is taken too far)

4.การพูดตรงที่บ้าน (Talk straight at home)

          สรุปพฤติกรรมการพูดอย่างตรงไปตรงมา

                จงซื่อสัตย์ บอกความจริง ทำให้คนอื่นรู้ว่าคุณมีจุดยืนตรงไหน ใช้ภาษาง่ายๆ กระชับ สั้นได้ใจความ เรียกขานวัตถุตามชื่อจริง แสดงบูรณภาพอย่าใช้เล่ห์โน้มน้าวจูงใจผู้อื่น อย่าบิดเบือนความจริง อย่าลองให้ผู้อื่นเข้าใจผิด

          พฤติกรรมที่ 2 แสดงความนับถือ (Demonstrate Respect)

                สรุปพฤติกรรมแสดงความนับถือ

                ต้องห่วงใยคนอื่นอย่างแท้จริง แสดงออกถึงความห่วงใย เคารพให้เกียรติทุกคนในทุกๆบทบาท ปฏิบัติกับทุกคนด้วยความเคารพ โดยเฉพาะกับคนที่ไม่สามารถทำอะไรให้คุณได้ แสดงความมีเมตตาด้วยสิ่งของเล็กๆน้อย อย่าดูถูกประสิทธิภาพของคน

                พฤติกรรมที่ 3 สร้างความโปร่งใส (Create Transparency)

                สรุปพฤติกรรมการสร้างความโปร่งใส

                ต้องพูดความจริงและต้องพิสูจน์ได้ และต้องเป็นเรื่องจริงของแท้ที่เชื่อถือได้แน่นอน กล้าที่จะเปิดเผยสิ่งที่เคยผิดพลาด ทำทุกอย่างต้องมีหลักฐาน "คุณเห็นอะไรและคุณได้อะไร" อย่ามีวาระซ่อนเร้นและอย่ามีการหมกเม็ดข้อมูลเด็ดขาด

                พฤติกรรมที่ 4 ถูกและผิด(Right Wrongs)

          สรุปพฤติกรรมถูกและผิด

                ทำในสิ่งที่ถูกต้องเมื่อคุณรู้ว่าคุณทำผิด (แก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาด) ขอโทษโดยเร็ว ชดใช้ในสิ่งที่พอจะทำได้ หัดรู้จักที่จะ "ให้" และ "รับ" จงแสดงความถ่อมตัว จงภูมิใจในสิ่งที่ทำถูกต้อง

รายชื่อสมาชิก   กลุ่ม  3

  1. นางสาวกมลทิพย์    สัตบุษ                          

  2. นางสาวพรทิพย์       เรืองปราชญ์  

  3. นางสาวขนิษฐา       พลับแก้ว               

  4. นางสาววรางคณา    ศิริหงษ์ทอง 

  5. นางวีลาวัลย์           จันทร์ปลา                     

  6. นายบุญชู              ทองฝาก 

  7. นายโสภณ             สังข์แป้น                       

  8. นางสาวสายใจ        โฉมสุข     

  9. จ.ส.ต.พงศกร         ไพเราะ                      

10. ส.ต.ท.ธรรมศักดิ์    มณีโชติ    

11. นายชัยรัตน์            พัฒนทอง                  

12. จ.ส.ต.บัญชา          วิริยะพันธ์   

 

เรียน  ท่านอาจารย์ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์  ท่านอาจารย์ยม  นาคสุข  เพื่อนนักศึกษา รปม. รุ่น 4  และท่านผู้อ่านทุกท่าน...

 

ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) มิใช่ความฝันลม ๆ แล้ง ๆ แต่เป็นความฝันบนพื้นฐานของความเป็นจริง เกิดจากการสั่งสมความรู้และประสบการณ์ ผสานกับความคิด จนเกิดเป็นผลผลิตใหม่ วิธีการใหม่ นวัตกรรมใหม่ (Innovation) ที่มีคุณค่าสามารถนำไปใช้ได้จริง  ถือเป็นการสร้างสรรค์ความคิดที่ทรงคุณค่า เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ใช้เพื่อแก้ปัญหาและสามารถเพิ่มมูลค่าได้  

        ถ้าความคิดสร้างสรรค์ดีขนาดนั้น จะทำอย่างไรล่ะ ที่จะสามารถนำความคิดสร้างสรรค์มาประยุกต์ใช้ในระบบราชการ เพื่อให้ระบบราชการเกิดการพัฒนา ถึงแม้ว่าจะไม่ต้องแข่งขันกับใครเหมือนองค์กรธุรกิจ แต่ก็ต้องแข่งขันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลาในโลกยุคไร้พรหมแดนเช่นปัจจุบัน  ก่อนอื่นเราคงต้องวิเคราะห์ถึงจุดแข็ง จุดอ่อนของระบบราชการ  เพื่อเป็นพื้นฐานในการสร้างสรรค์ความคิดใหม่ ๆ ให้แก่ราชการได้

        จุดแข็งของระบบราชการ

-          มีโครงสร้างหน่วยงาน  ระบุหน้าที่ความรับผิดชอบที่ชัดเจน  และบริหารจัดการภายใต้กฎ ระเบียบและ ข้อบังคับต่าง ๆ   อย่างเคร่งครัด

-          มีการกำหนดเป้าหมายในการดำเนินงานอย่างชัดเจน

-          งบประมาณสนับสนุนที่เพียงพอ

-          มีการคัดเลือกบุคลากรอย่างเป็นระบบ

 

        จุดอ่อนของระบบราชการ

-          โครงสร้าง สายการบังคับบัญชาที่เป็นแนวดิ่ง  กอรปกับการมีระเบียบ ข้อบังคับ และกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ทำให้การทำงานล่าช้า และเกิดการติดขัดในระหว่างการดำเนินงาน

-          การใช้งบประมาณไม่คุ้มค่าและไม่เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง

-          ระบบอุปถัมภ์ที่ยังคงมีอยู่มากในระบบราชการ

-          การไม่รับฟังความคิดเห็นของผู้ใต้บังคับบัญชา  หรือใช้อำนาจหน้าที่ของตนเองเป็นใหญ่

-          ขาดการกระตือรือร้น  ทำงานแบบเดิม ๆ  ไม่มีการนำความรู้ใหม่ ๆ มาปรับประยุกต์ใช้ในการทำงานอย่างเต็มศักยภาพ 

 

อุปสรรค์ในการนำความคิดสร้างสรรค์มาใช้ในระบบราชการ

        อาจเนื่องมาจากระบบราชการไม่เอื้อ ติดขัดเรื่องระเบียบฯ ข้อบังคับ  หรือสายการบังคับบัญชาที่ยาว จนบางครั้ง เมื่อดำเนินการไปแล้วเกิดการติดขัด ทำให้ผู้ปฏิบัติเกิดความไม่ชัดเจนและเบื่อหน่าย การปฏิบัติงานแบบเดิม ๆ โดยไม่ได้นำเทคโนโลยีใหม่ ๆ หรือระบบสารสนเทศที่จะเป็นประโยชน์มาใช้ ขาดการพัฒนาบุคลากรให้ได้รับความรู้ใหม่ ๆ  และที่สำคัญที่สุดคือ ผู้บังคับบัญชาไม่รับฟังความคิดเห็นของผู้ใต้บังคับบัญชา  ที่กล่าวมานี้ล้วนแต่เป็นอุปสรรค์ในการนำความคิดสร้างสรรค์มาใช้ในระบบราชการทั้งสิ้น

        วิธีการแก้ไขที่จะสามารนำความคิดสร้างสรรค์มาใช้ในระบบราชการได้  อันดับแรกคือการปรับทัศนคติ ให้ใส่ใจต่อการพัฒนาและนำความคิดสร้างสรรค์มาใช้  โดยมองให้เห็นถึงประโยชน์ สร้างการเรียนรู้ คิดนอกกรอบ และให้ความสำคัญในการมุ่งผลสัมฤทธิ์โดยใช้ลักษณะการบริหารแบบ CEO  โดยให้มีการพัฒนาและฝึกอบรมบุคลากรให้เป็นคนเก่ง มีการสอนงานจากผู้รู้ หรือมีการหมุนเวียนงานกันทำ เพื่อให้บุคลากรได้เกิดการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ  กระตุ้นให้เกิดการรับผิดชอบเป็นระยะอย่างต่อเนื่องจนครบถ้วนทุกภารกิจ  หรือการมอบหมายให้เป็นคณะกรรมการ เพื่อที่จะได้ใช้ศักยภาพที่มีอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหา หรือกู้วิกฤตในภารกิจใดภารกิจหนึ่ง ซึ่งเป็นการพัฒนาความรู้ใหม่ ๆ และเกิดความภาคภูมิใจในตัวเองเมื่อทำงานประสบความสำเร็จ

        ขอหยิบยกตัวอย่าง  มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา  ที่แก้ไขปัญหาฟันฝ่าอุปสรรค์ที่เคยมีด้วยการนำการบริหารองค์การแนวใหม่ และเครื่องมือต่าง ๆ  มากระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ในหมู่บุคลากรสายสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง  สวนสุนันทา ถือว่าโชคดีที่มีผู้นำที่เห็นความสำคัญในเรื่องการพัฒนาคุณภาพ ทั้งคุณภาพทางวิชาการ คุณภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากร  โดยมีการอบรมให้ความรู้และปฏิบัติจริง เช่น โครงการการจัดการความรู้ (Knowledge Management) ซึ่งทำต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 2  เป็นการสร้างระบบการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกลุ่มผู้ปฏิบัติงานสายสนับสนุน โดยแยกเป็นกลุ่มงานที่รับผิดชอบ และสมาชิกในกลุ่มจะมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทำงานที่ประสบความสำเร็จผ่านการประชุม  และในระบบสารสนเทศ   มีการร่วมกันค้นหาวิธีการใหม่ ๆ ที่ดีที่สุดในการทำงาน (Best Practices) สร้างสรรค์วิธีการทำงานใหม่ ๆ ที่จะช่วยลดขั้นตอนการทำงานให้สั้นลง ถูกต้องและรวดเร็ว โดยกลุ่มผู้ที่ปฏิบัติงานในลักษณะเดียวกัน  และมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลใกล้ชิดตลอดขั้นตอน  เมื่อได้วิธีการที่สามารถลดระยะเวลาการทำงานให้สั้นลงแล้ว ก็จะนำเสนอต่อผู้บริหารทุกระดับให้รับทราบและลงนามให้สามารถปฏิบัติตามวิธีการนั้น ๆ ได้  มีการเสริมแรงแก่บุคลากรด้วยการจัดประกวดและให้รางวัล รวมทั้งยกย่องชื่นชมแก่กลุ่มที่มีการปฏิบัติงานเป็นเลิศ

        อย่างไรก็ตาม  การนำความคิดสร้างสรรค์มาใช้ในระบบราชการนั้น  สิ่งที่สำคัญคือผู้บริหารระดับสูงควรเปิดใจยอมรับเครื่องมือหรือวิธีการใหม่ ๆ ที่จะมาช่วย และยอมรับข้อเสนอแนะและความคิดเห็นของบุคลากรซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานจริง  รวมทั้งให้การส่งเสริมและสนับสนุนเพื่อให้การนำความคิดสร้างสรรค์นั้นสามารถใช้ได้จริงเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน

กราบสวัสดีท่านอาจารย์ ศ.ดร.จีระ หงษ์ลดารมภ์ , อาจารย์ยม  นาคสุขทีมงาน Chria Academy ทุกท่าน , เพื่อน ๆชาวรปม.รุ่น 04 , และผู้อ่านทุกท่าน

       1. อุปสรรคในInnovation  และ Learning Organization  และ HR ในระบบราชการมีอะไรบ้าง          

        นวัตกรรม (Innovation)  หมายถึง ความคิดและการกระทำใหม่  ๆ ที่นำมาใช้ในการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง      การดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

         องค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) หมายถึง องค์กรที่มีการสร้างช่องทางให้เกิดการถ่ายทอดความรู้ซึ่งกันและกันภายในระหว่างบุคลากร ควบคู่ไปกับการรับความรู้จากภายนอก เป้าประสงค์สำคัญ คือ เอื้อให้เกิดโอกาสในการหาแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด (Best Practices) เพื่อนำไปสู่การพัฒนาและสร้างเป็นฐานความรู้ที่เข้มแข็ง(Core competence) ขององค์กร เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา 

        จากที่ผู้เขียนได้ปฏิบัติงานในหน่วยงานราชการพบว่า การปฏิบัติงานในระบบราชการต้องปฏิบัติงานตามคำสั่งของหัวหน้างาน หรือจะปฏิบัติงานตามหน้าที่รับผิดชอบเท่านั้น ทำให้บุคลากรไม่มีโอกาสที่จะได้แสดงความคิดเห็น หรือถ้าแสดงความคิดเห็นหรือเสนออะไรก็จะไม่เกิดการยอมรับ   บุคลากรก็จะไม่กล้าแสดงความคิดเห็น  ไม่มีโอกาสได้พัฒนางานใหม่ ๆ ทั่งที่บุคลากรอาจจะมีความคิดที่จะพัฒนางานที่ได้รับมอบหมายหรือเกิดการเรียนรู้เพื่อนำไปปรับปรุงงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขี้น   เมื่อเกิดการไม่การยอมรับ  ทำให้องค์กรไม่เกิดการเรียนรู้หรือพัฒนางานใด ๆ   ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในการสร้าง นวัตกรรม (Innovation)  หรือการพัฒนาให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) ได้  เมื่อมีองค์กรมีพฤติกรรมเป็นแบบนี้ก็จะทำให้พนักงานติดเป็นนิสัยอยู่อย่างสบายไม่คิดไม่พัฒนาอะไรก็อยู้ได้ไปวัน ๆ  และจากสาเหตุที่ระบบราชการมีผลตอบแทนน้อยก็ทำงานตามผลตอบแทนที่ได้รับ  เป็นอันตรายต่อการพัฒนางานทรัพยากรมนุษย์ เพราะเปลี่ยนอะไรก็สามารถเปลี่ยนได้แต่เปลี่ยนพฤติกรรมคนนั้นอยากยิ่งกว่า

          ผู้เขียนคิดว่าควรมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการปฏิบัติงานในระบบราชการด้วยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้วยการให้ผู้บริหารหรือหัวหน้างานเป็บแบบอย่างให้กับพนักงานเกิดความเชื่อมันและศรัทธา  สร้างและส่งเสริมองค์กรให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้  ส่งเสริมและรับฟังความคิดเห็นหรือสนับสนุนให้พนักงานได้แสดงความคิดเห็นเพื่อเป็นการปรับปรุงงานให้เกิดประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อระบบราชการตามจุดมุ่งหมายของงานคือการบริการประชาชน

        2.สิ่งที่ได้รับจากการดูเทปวิดิทัศน์การสนทนาระหว่าง ศ.ดร.จีระ  หงส์ลัดดารมภ์ และคุณศุภชัย  หล่อโลหะการ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ดังนี้

       ปัจจุบัน นวัตกรรม (Innovation) เป็นสิ่งที่ทั่วโลกให้ความสำคัญและมุ่งเน้นในการพัฒนานวัตกรรม ซึ่งในแต่ละประเทศให้ความหมายไม่เหมือนกัน สำหรับประเทศไทยเริ่มให้ความสำคัญและก่อตั้งสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติในปี พ.ศ. 2540   เพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศ  โครงการพัฒนานวัตกรรมจะประสบความสำเร็จได้ต้องเกิดจากคน  นวัตกรรม  คื่อสิ่งใหม่ ต้องการใช้ความรู้มีประโยชน์กับสังคม และเพื่อสังคม  การทำให้เกิดประโยชน์จึงเป็นสิ่งทำยาก  นวัตกรรมต้องรู้หลาย ๆ ด้าน เช่น ด้านการตลาด  ด้านการจัดการ  จึงจะประสบความสำเร็จ

       กล่าวได้ว่านวัตกรรมคือความอยู่รอดของประเทศชาติ  จะต้องได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการคิดหรือผลิตสิ่งใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยรวม  ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นสิ่งที่ยาก  นวัตกรรมอาจจะเกิดจากการคิดนอกกรอบ  เกิดจากการลองผิดลองถูก  หรือเกิดจากากรทำซ้ำ  ๆ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในยุคโลกาภิวัตน์ เราต้องส่งเสริมให้การการพ้ฒนาทรัพยากรมนุษย์ ตามทฤษฎี 8 K' s  ของท่านอาจารย์จีระ คือทุนทางด้านความรู้ ทักษะ และทัศนคติ (Talented Capital) ทุนทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Digital Capital) จึงจะสร้าง นวัตกรรมใหม่ ๆ ที่มีประโยชน์ได้ 

         ท้ายนี้ขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์    อาจารย์พจนารถ  ซีบังเกิด อาจารย์บุญรอด สิงห์วัฒนศิริ อาจารย์ประกาย  ชลหาญ  อาจารย์ยมนาคสุข และ ทีมงาน Chria Academy ทุกท่าน  ที่ได้ถ่ายถอดความรู้ และประการณ์ที่มีคุณค่าให้กับพวกเราชาวรปม. รุ่นที่ 04  ทุกคน   ขอบพระคุณมากค่ะ 

  • นางสาววรางคณา ศิริหงษ์ทอง รปม.รุ่นที่ 4 รหัส 50038010043
    IP: xxx.91.172.248
    เขียนเมื่อ 

เรียน   ท่านอาจารย์ยม  นาคสุข เพื่อนๆ รปม.รุ่นที่ และท่านผู้อ่านทุกท่าน

จากที่ได้เรียนกับอาจารย์ยม วันที่ 23  ก.พ. 51  เรื่องแนวโน้มการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในศตวรรษที่ 21 และการวางแผนกลยุทธ์ด้านทรัพยากรมนุษย์ ดังนี้

1.     ทิศทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ยุคศตวรรณที่ 21  ซึ่งถือได้ว่าการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นเรื่องที่สำคัญมาก  หากต้องการให้องค์การพัฒนา  โดยมีโมเดลการพัฒนาการอบรมและพัฒนาคนเก่ง  5  ขั้นตอน

       1.  การประเมินความรู้และทักษะ

       2.  การวิเคราะห์

       3.  การวางแผนพัฒนา

       4.  การดำเนินการตามแผน

       5.  การประเมินความก้าวหน้า

 

คุณลักษณะที่มักใช้ประเมินบุคลากร

ภาวะผู้นำ

การสื่อสาร(พูดได้ต่อชุมชม)

-   การวางแผน ทำงานภายใต้ความกดดันได้

-   การตอบสนอง ต่อความเครียด ด้วยตนเองได้

แรงจูงใจ

ศักยภาพในการเรียนรู้

-   พลังในการทำงานสมรรถนะ

การตัดสินใจ

การจัดการ

-  การวิเคราะห์

สมรรถนะหลักของผู้นำ ในยุคปัจจุบัน แบ่งออกเป็น  4  กลุ่ม

 

       1.  สมรรถนะในการบริหารคน (HR.Management)

              -  มีทักษะในการสื่อสาร

              -  มีการประสานสัมพันธ์

              สร้างความน่าเชื่อถือ เพื่อก่อให้เกิดความศรัทธา

 

       2.  สมรรถนะในความรอบรู้ทางการบริหาร (General  Management  Knowledge)

              -  มีการบริหารการเปลี่ยนแปลง

              -  มีจิตมุ่งบริการ

              -  มีการวางแผนกลยุทธ์

              ศึกษา  Innovation เพื่อก่อให้เกิดการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ไม่หยุดนิ่ง

 

       3.  สมรรถนะในการบริหารอย่างมืออาชีพ (working  like  the  Professional  Management Level)

              -  การตัดสินใจ

              -  ความเป็นผู้นำ

              -  การคิดเชิงกลยุทธ์

              คิดนอกกรอบ

 

       4.  สมรรถนะการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ (Management  by  Result, MBO)

              -  การทำงานให้บรรลุผลสัมฤทธิ์

              -  การบริหารทรัพยากร

              -  การบริหาร  CEO  Customer Empoyee Organzation 

                     C  ความพึงพอใจของลูกค้า  ถ้าหน่วยงานราชการคือความพึงพอใจของประชาชน

                     E  ความพึงพอใจของทีมงาน  ของพนักงาน

                     O  ผลประกอบการณ์ออกมาเป็นไปตามเป้าหมาย

 

วิธีการฝึกอบรมและพัฒนาคนเก่ง

 

1.  Coaching  การสอนงาน เป็นกลยุทธ์ที่ใช้เพื่อการพัฒนา คนเก่ง  ที่ดีใช้ คนเก่ง  เป็นที่ปรึกษา  เป็นครูผู้ฝึกสอน  แนะนำแนวทางที่ประสบความสำเร็จมาช่วยเหลือในการสอนงาน  ตัวผู้สอนอาจมาจากภายนอก หรือภายในองค์กรตามแต่ความเหมาะสม

 

2.  Job rotation  การโยกย้ายฝ่ายงาน ช่วยให้เกิดการได้รับประสบการณ์ และความรู้ใหม่ ๆ ในองค์กร

 

3.  Interim and Emergency Assignments  ในการมอบหมายงานเร่งด่วน หรืองานพิเศษ ให้แก่คนเก่ง เพื่อพัฒนาทักษะการปฏิบัติงาน

 

4.  Task Force Assignment  มอบหมายให้เป็นหนึ่งในทีมงาน เพ่อให้เขารู้จัดการทำงานเป็นทีม บริหารงานเป็น แก้ปัญหาได้

 

5.  Internal Education and Training การให้คนเก่งฝึกอบรมและพัฒนาด้วยการสร้างหลักสูตรการฝึกอบรม

 

6.  Executive Program/External Course Work การส่งคนเก่งไปรับการพัฒนาอบรมภายนอกองค์การเพื่อกลับมาพัฒนาองค์การ

 

7.  Guided Reading การพัฒนาในรูปแบบนี้ เป็นลักษณะการให้เรียนรู้ด้วยตนเอง โดยการใช้เวลาว่างในการอ่านหนังสือ ที่องค์การแนะนำให้ เพื่อเพิ่มเติมความรู้ ทักษะ  ทั้งนี้ เพราะ คนเก่ง มักเป็นผู้ที่กระตือรือร้นมีแรงจูงใจในการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา

 

8.  Teaching as Learning  การมอบหมายให้คนเก่งเป็นผู้สอน นับเป็นรูปแบบการเรียนรู้อีกรูปแบบหนึ่งโดยให้คนเก่งเข้าไปสอนงานให้กับคนอื่น โดยสอนทักษะการสื่อสาร  สร้างความเชื่อมั่น  สร้างภาวะผู้นำ  เน้นประสบการณ์ให้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ 

 

9.  Extracurricular  Activity  พัฒนาให้ทำกิจกรรมพิเศษ  ให้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม  เพื่อให้เกิดการพัฒนา  เช่น  กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์  เน้นมนุษยสัมพันธ์  สร้างภาพพจน์  ภาพลักษณ์

 

10. E-Learning  การจัดการเรียนรูด้วยการใช้ ICT เรียนรู้ด้วยวิธีการ Web-Based Learning  เป็นการเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่หลายองค์การได้นำมาใช้เพื่อกาส่งต่อคามรู้  ทำให้ "คนเก่ง" เข้าถึงแหล่งความรู้

 

11. Filling in for a Manager   การมอบหมายงานให้ "คนเก่ง" เข้ามารับบทบาทแทนผู้จัดการที่ลาไป จะช่วยพัฒนาความรู้ ทักษะการเป็นผู้บริหารให้กับ "คนเก่ง"

 

12. Job Shadowing  คือการมอบหมายให้ "คนเก่ง" สังเกตพฤติกรรมการทำงานของผู้ที่เป็นต้นแบบ หรือก็คือรัฐมนตรีเงา เมื่อเทียบกับรัฐบาล

2. การวางแผนกลยุทธ์ด้านทรัพยากรกมนุษย์

การจัดการเชิงกลยุทธ์  8  เรื่องมุ่งสู่องค์การสมรรถภาพสูง

1. ความต้องการของลูกค้า 

2. การวางแผนกลยุทธ์- ยุทธวิธี 

3. การให้ความสำคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้เสีย 

4. การวัดผล การวิเคราะห์และการจัดการความรู้ 

5. การบริหารการพัฒนาทุนมนุษย์ 

6. การพัฒนากระบวนการ 

7. ความพึงพอใจของลูกค้า  ความพึงพอใจของทีมงาน  ผลประกอบการ 

8. วิสัยทัศน์ พันธกิจ วัตถุประสงค์ขององค์การ

ขั้นตอนการบริหารเชิงกลยุทธ์

1. เตรียมการ วิเคราะห์สภาพแวดล้อม กำหนดทิศทาง กำหนด กลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจ

2. การนำกลยุทธ์ไปใช้ แผนปฏิบัติการปรับปรุง

- กระบวนงาน

- โครงสร้าง

- เทคโนโลยี

- คน

3. การควบคุมและการตรวจสอบกลยุทธ์

- การติดตาม

- การทบทวนสถานการณ์เพื่อปรับปรุงยุทธศาสตร์

Henry  Mintzberg   ได้ใช้หลัก 5 p  อธิบายความหมายของกลยุทธ์ ได้แก่

1. กลยุทธ์คือ แผน Plan

2. กลยุทธ์คือ แบบแผนหรือรูปแบบ Pattern

3. กลยุทธ์คือ การกำหนดฐานะหรือตำแหน่ง Position

4. กลยุทธ์คือ ทัศนภาพ Perspective (ภาพที่ต้องการในอนาคต

5. กลยุทธ์คือ กลวิธีในการเดินหมาก Play (กลวิธีเดินไปสู่เป้าหมายอย่างมีสติรอบคอบมีการวัดผล

สรุปกลยุทธ์ คือแผนที่จะไปสู่ความสำเร็จขององค์กร

        กลยุทธ์ หมายถึงวิธีการดำเนินงานที่มั่นใจได้ว่าจะนำไปสู่ความสำเร็จ ตามวัตถุประสงค์ขององค์กร

Michael  E, Porter  ได้ให้แนวคิดว่ากลยุทธ์ในการบริหารมี  3  ประเภท

1. กลยุทธ์ที่เน้นต้นทุนต่ำ

2. เน้นสร้างนวัตกรรม ความแตกต่าง เพื่อให้เหนือชั้นกว่า

3. เน้นที่ลูกค้า  กลุ่มเป้าหมาย

 

       การนำ HCM ไปพัฒนาภายในองค์การ เช่น การบริหารความเชื่อมั่น ความศรัทธา การบริหารความรัก ฯลฯ โดยใช้หลักธรรม หลักรัฐศาสตร์ ซึ่ง

อาศัยการสร้างอำนาจ  5  อย่าง

1. อำนาจสร้างได้โดยการให้  ให้โอกาส  ให้ความรู้  ให้อภัย

2. อำนาจให้ได้โดยการติ  ติด้วยความเมตตาปราณี

3. อำนาจสร้างได้ด้วยการเป็นผู้รู้ ที่สำคัญอย่าลืมตัว

4. อำนาจสร้างได้ด้วยการอ้างอิง

5. อำนาจสร้างได้ด้วยการอาศัยอำนาจทางนิติกรรม

สรุปประเด็น  Human Capial  Managment

1. จูงใจได้มารักษาคนฉลาด

2. การจัดการและภาวะผู้นำ

3. การเรียนรู้และการพัฒนา

4. การกำหนดมาตรฐานทุนมนุษย์

5. การพัฒนาทุนมนุษย์ ด้านความรู้ทักษะ สมรรถนะ

 

การกำหนดยุทธศาสตร์ ควรศึกษาปัญหา จากปัญหาในองค์กรให้แก้ไข และป้องกันปัญหา โดยศึกษาจากสาเหตุของปัญหาจากแนวคิดทฤษฏี Objective Three ต้นไม้แห่งปัญหา  ต้นไม้แห่งความสำเร็จ

ทฤษฏีต้นไม้แห่งความสำเร็จ

องค์กรที่ด้อยประสิทธิภาพ

องค์กรสมรรถภาพสูง

1. ไม่ได้บริหารคนเก่ง+คนดี

2. คนขาดความรู้

3. ขาดภาวะผู้นำ

4. ขาดการจัดการทุนมนุษย์

5. ขาดการวัดทุนมนุษย์

1. บริหารคนเก่ง+คนดี

2. บริหารความรู้และพัฒนา

3. พัฒนาภาวะผู้นำ

4. พัฒนาประสิท ธิภาพการบริหารทุนมนุษย์

5. ประเมินผลการทำงานทุนมนุษย์

 

สรุปเราสามารถวางแผนกลยุทธ์ทางด้านทรัพยากรมนุษย์โดยอาศัยทฤษฏีต้นไม้แห่งความสำเร็จในการสรุปปัญหาและแนวทางที่จะพัฒนาบุคลากรของหน่วยงานให้บรรลุตามวิสัยทัศน์พันธกิจของหน่วยงานที่ตั้งไว้ และนำเทคนิควิธีการฝึกอบรมคนเก่งซึ่งมีให้เลือกถึง 15 วิธี นำมาเลือกวิธีที่เหมาะสมกับคนในองค์กรมาใช้ในการวางแผนพัฒนาตามรูปแบบการพัฒนาคนเก่น 5 ขั้นตอน เพื่อฝึกให้พนักงานทุกคนเกิดความทะเยอทะยาน เกิดความใฝ่รู้ และเกิดการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ในการปฏิบัติงานอยู่ตลอดเวลา เพื่อพัฒนาไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้

<